You are using an out of date browser. It may not display this or other websites correctly.
You should upgrade or use an
alternative browser.
อยากทราบว่าเครื่อง230e กับ 300eซ่อมยาก จุกจิก อะไหร่แพงหรือเปล่าครับ
พอดีมีกำลังทรัพย์แค่ ๒ ตัวนี้เลยอยากทราบเพื่อการตัดสินใจ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
เพิ่มเติมครับ
รถปี 1991 230E W124
รถอายุ 20 ปี อุปกรณ์ต่างๆ ย่อมเสื่อมสภาพตามอายุ ขึ้นอยู่กับเจ้าของเดิมดูแล ซ่อมบำรุงมามากน้อยแค่ไหน ยังไงคงต้องเผื่องบซ่อมบำรุง ไว้ด้วยคับ บอกไว้นิดนึง เครื่องของรถ 230 หรือ 300 ระบบการจ่ายน้ำมันของทั้งคู่เป็นระบบเคเจ็ท ปัญหาจุกจิกมีกวนใจตลอด ผู้ที่จะใช้ต้องทำใจรับให้ได้กับจุดนี้ ที่สำคัญมันไม่เหมาะต่อการติดแก๊ส ติดแล้วเสี่ยงต่อการแบคไฟร์ และเบาดับ ถ้าจะเอาเนียนๆ ก็ต้องไปทำหัวฉีดไฟฟ้า ซึ่งเริ่มต้นที่ 48k ติดดแกีสอีก 30k รวมๆ 80k ถึงจะใช้แก๊สได้ดี นี่ยังไม่รวมค่าบูรณะอย่างอื่นอีกนะคับ ถ้าเป็นไปได้อยากให้เพิ่มงบ หันมามอง 220 /280 ที่เครื่องยนต์เป็นรุ่นใหม่กว่า จะเหนื่อยน้อยกว่า
ทั้ง 2 รุ่นเป็นหัวแมคคานิค(k-jet) ซ่อมไม่ยากไม่ง่าย แต่จุกจิก มีปัญหาระบบจ่ายน้ำมันเริ่มไปแล้ว พวกฝักบัวนี่ของใหม่แพงมาก มือสองก็อาจจะไม่นาน ที่สำคัญคือติดแก๊สหัวฉีดไม่ได้เพราะไม่มีสัญญาณไฟการฉีดน้ำมันต้องมาแปลงเป็นหัวฉีดน้ำมันก่อนใช้งปสี่หมื่น ถ้าไม่เกี่ยงกำลังน้อยก็ดู 230E ไปก่อนปัญหาเบากว่า 300E ในเรื่องความร้อน มีงปพอเมื่อไรคอยหาเครื่องรุ่นใหม่ลง 300E นี่เหมาะสำหรับท่านที่ชื่นชอบการซ่อมเป็นงานหลักคับ
พอดีมีกำลังทรัพย์แค่ ๒ ตัวนี้เลยอยากทราบเพื่อการตัดสินใจ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ถ้าพูดถึงเฉพาะตัวเครื่อง
เครื่องM103 บน 300E ที่เคยใช้ไม่เคยมีปัญหาอะไรเลยตลอด 4 ปีที่ใช้ นั่งนึกอยู่ นึกไม่ออกเลย
ย้ำว่าช่างศักดิ์ไม่เคยแตะต้องอะไรเครื่องผมเลย นอกจากแก นะนำให้เปลี่ยนสายหัวเทียนใหม่ หลังจากใช้ไป สองปี
เฉพาะเครื่องนะครับ ไม่มีจริงๆถ้าวิ่งด้วยน้ำมัน จะมีก็คือพอติดแกสหัวฉีดไป เครื่องจะไม่เรียบนัก มีดับนั่นนี่ ตามสไตKjet
จุกจิก? จุกจิก มันแล้วแต่ คนครับ บางทีเครื่องมันก็โอเคระดับหนึ่งแล้ว แต่อยากให้มัน perfect เช่น
รถผมมันต้องสตาร์ท2ครั้ง บางคนไม่ชอบใจ เพราะอยากให้ชึ่งเดียวติด ก็ปลี่ยนแก้ ไล่ระบบจะเอาให้ได้ ได้เดือนหนึ่ง มีสั่นนิดๆ ก็จะแก้อีกเป็นงี้ไปเรื่อยๆ ก็ท้อ จะเอาให้เหมือนรถป้ายแดง แต่ผมไม่สนใจครับ ตราบใดที่เครื่องยังทำงานเต็มที่ เดินนิ่ง ไม่ร้อน ไม่อืด ไม่พังในระยะยาว ให้แรงม้า แรงบิด ออกมาไม่ผิดเพี้ยนมากนัก นั่นคือโอเคละ
เทคโนโลยี ของเครื่องบน 230E กับ 300E ก็คือๆกัน ต่างกันก็แค่ สูบ แรงม้า แรงบิด ครับ
ซึ่งส่งผลการขับขี่สำหรับผมออกตัวจากไฟแดง 300E มันยังอืดกว่า VIOS ขับ120จะแซงเปลี่ยนเลนที่140-160 มันใช้เวลาอยู่ ผมไม่เคยขับ 230E แต่เดาในตัวถังหนักใกล้เคียงกัน มันคงอืดได้ใจ >_<
ปล. ที่ซ่อมที่เปลี่ยนมีแต่ชิ้นส่วนอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเครื่องยนต์เช่น พัดลมคู่หน้า หม้อน้ำรั่ว คลัชเกียร์หมด เฟืองท้ายหอน
เพียบบ อิอิ
ขอบคุณครับ เลยไม่กล้าแต่ะเลย คงต้องไปเพิ่มงปแล้วเล่นe220 น่าจะเวิร์คกว่า
ขอบคุณมากๆๆครับ
ขอบคุณครับ เลยไม่กล้าแต่ะเลย คงต้องไปเพิ่มงปแล้วเล่นe220 น่าจะเวิร์คกว่า
ขอบคุณมากๆๆครับ
ผมไม่คิดว่า E220 ที่อายุรถและเครื่อง ใหม่กว่าแค่ 4-5 ปี จะสร้างข้อแตกต่างเรื่อง ปัญหาและการซ่อมบำรุง
เพราะยังไงมันก็เป็นของอายุ 10 ปีกว่า
ชิ้นส่วน อีเลคโทรนิค ของ เครื่อง M104 ใน E220 ที่เเพิ่มมากขึ้นก็ทำให้ค่าใช้จ่ายในการซ่อมเพิ่มขึ้น นะครับ
ผมเพิ่งจะเปลี่ยนแอร์แมสไป เกือบ 6พัน (ใน M103ไม่มี) ช่างขู่อีกว่าถ้ามอเตอร์คันเร่งเสียจะแพงกว่านี้อีก
แฮะๆ อยากสรุปให้ว่า ซื้อ ของอายุ 10-15 ปี มันต้องมีซ่อมครับ แต่ซ่อมแล้วก็จบ 300Eลองอ่านกระทู้ของพี่มานิทครับ
ถ้างบไม่มาก และไม่อยาก ซ่อม พูดจากใจ nissan march ครับ ประกัน 3ปี อีกต่างหาก
ของเค้าดีจริงผมดูวีดีโอแข่ง กิน แจส กับ วีออส สบายเลย
อัดเข้าโค้ง แจสเบรคปุ๊ป มาช ขับผ่านแล้วค่อยเบรค ช้ากว่าเกือบ วิ เข้าโค้งคมกว่า เร่งออกจากโค้งเร็วกว่า เบาดีจิงๆ
ถ้าสนใจ 230E หรือ 300E ผมเชียร์ 300คับแล้วเอามาทำหัวฉีดไฟฟ้า
ขอเสริมอีกนิดนึง :nono:ไหนๆก็ไหนแล้ว ผมเองก็ใช้สามร้อยอี แต่แปลงเป็นหัวฉีดไฟฟ้า ติดแก๊สหัวฉีด ไปเรียบร้อยแล้ว มานั่งนึกตรึกตรอง
ปัญหาก่อนเก่า ของเครื่องตัวนี้ จริงๆก้ไม่มีอะไร เพียงแต่อายุรถมันยี่สิบปี อุปกรณ์ทะยอยลากลับเยอร์มันกัน มันจึงรวน ถ้าซ่อมซ่อมแบบให้ถึง ไล่เปลี่ยนให้หมด ระบบไฟทั้ังหมด ระบบการจ่ายน้ำมันทั้งหมด แฮ่ๆ แล้วจะไปหาของใหม่ที่ไหนมาซ่อมมาเปลี่ยน มีก็คงราคาเลือดอาบ จำต้องไปพึ่งของ มือสองหรือของใช้แล้ว ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่า ใช้แล้ว ดังนั้นไม่ต้องห่วง คงต้องพึ่งดวงอย่างเดียว มีอีกทางที่จะใช้เครื่องตัวนี้ให้มีความสุข ก็คงต้องแปลงจากระบบการจ่ายน้ำมันจากหัวฉีดกลไกเป็นหัวฉีดไฟฟ้า เอฟค่อนสะแตนอะโลน งบก็อาจดูมากอยู่ แต่ถ้าทำได้ จะรู้ว่า คุ้มยิ่งกว่าซื้อแฟลตปลาทองซะอีก :n35: เครื่องสามร้อยอี เป็นเครื่องถึกๆ ดิบๆ ไม่ต้องอาศัยเซ็นเซอร์ใดๆ มาซิก ไม่เหมือนเครื่องรุ่นใหม่ ที่ต้องรอรับสัญญาณจากแอร์โฟร์ หรือเซ็นเซอร์ต่างๆ อีกอย่าง เอฟค่อนมันไม่คิดมาก สั่งแค่ไหนทำแค่นั้น ตัดปัญหาไปได้เยอะ :football4:แต่ช้าก่อน ผมคิดไปคิดมา ทำหัวฉีดไฟฟ้า มันเหมาะคนที่มีรถอยู่แล้ว สำหรับท่านที่ยังไม่มีรถ ไม่ควรอย่างยิ่งจะซื้อ300 อี มาทำหัวฉีดไฟฟ้า เพราะ งบมาจะสูง :thumbup: สู้เอางบที่มีมาซื้อ อี280 จบๆเลยดีก่า แล้วเตรียมเงินไปอัพเกรดช่วงล่าง เบรค ล้อ หม้อน้ำ จะดีกว่า :toast:
พูดจากใจ nissan march ครับ ประกัน 3ปี อีกต่างหาก
ของเค้าดีจริงผมดูวีดีโอแข่ง กิน แจส กับ วีออส สบายเลย
อัดเข้าโค้ง แจสเบรคปุ๊ป มาช ขับผ่านแล้วค่อยเบรค ช้ากว่าเกือบ วิ เข้าโค้งคมกว่า เร่งออกจากโค้งเร็วกว่า เบาดีจิงๆ
แล้ว 330i ไหวไหมก้าบ :n39:
ถ้าคุณมีกำลังทรัพย์ได้แค่ 2 รุ่นนี้ ผมว่า 220E หรือ 280E ยังไงก็มีราคาใกล้เคียงกับ 2 รุ่นที่คุณถามมาให้เห็นอยู่นะครับ
230E อายุเยอะจริงๆ ผมซื้อมาสามแสนสอง ซ่อมไปแสนเศษ
เปลี่ยนช่วงล่างทั้งคันติดแก๊ส ด้วย ปรับปรุงภายในอีกทำเพื่อให้
รถมันขับดีขึ้นและปลอดภัย งบมีจำกัด จะซื้อรุ่นไหนมาก็ต้อง
ปรับปรุงอีกเหมือนกัน ดูงบเราก่อน ค่อยๆซ่อมไป อย่ากลัว
ในนี้มีเพื่อนที่คอยให้ความรู้และสิ่งดีๆอีกมากมาย ใหม่ๆผมก็กลัว
เหมือนกัน แต่ตอนนี้ซ่อมไปขนาดนี้แล้ว เหงาๆ ไม่มีอะไรจะทำ
ไปอู่ช่างศักดิ์มา 3 ครั้ง เกือบใจอ่อนเปลี่ยนเครื่อง ซะแล้ว
ปรมาจารย์วันเสาร์เย็นๆรวมตัวกันหลายท่าน พี่อย่าหลวมตัวไป
เวลานั้นน๊ะ ครับ :nono:

ถ้าคุณมีกำลังทรัพย์ได้แค่ 2 รุ่นนี้ ผมว่า 220E หรือ 280E ยังไงก็มีราคาใกล้เคียงกับ 2 รุ่นที่คุณถามมาให้เห็นอยู่นะครับ
230E ราคา 2.3 up
300E ราคา 2.8 up
E220 ราคา 3.4 up ตามสภาพ
E280 ราคา 4.3 up ตามสภาพ
ราคาขายทั่วไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ option และ ผ่านการซ่อมแซม หรือทำมาแล้วแค่ไหน และต้องทำต่ออีกแค่ไหนครับ บางคันถูกแต่ต้องทำต่อเยอะ
บางคันแพงแต่ทำต่อไม่มาก
ราคานี้ขึ้นอยู่กับความพอใจของคนขายครับ บางครั้งถ้าคนขายรีบและ เอาเข้าเต๊นท์ตีราคามาแล้วก็จะรู้ว่ารถตัวเองได้เท่าไหร่ แต่อาจจะเสียดายทำมาเยอะก็เลยมาขายเองซึ่งได้ราคาดีกว่า ดังนั้นถ้าจะดูรถต้องหาช่างไปด้วย ถ้าเห็นว่าซื้อมาแล้วต้องมาซ่อมนู่น ซ่อมนี้อย่าเอามาเลยครับ แต่ถ้าไม่ต้องซ่อมแล้วมาเก็บงานตามสภาพหรืออาการใหม่ที่เราเจอจะเหนื่อยน้อยกว่า และสนุกกับการใช้งานมากกว่าครับ