อยากปรึกษาหน่อยครับ190E

nanova

New member
พอดีมีลูกค้าท่านหนึ่งเอารถเข้ามาเช็คน้ำหายแล้วความร้อนก็ขึ้น
เค้าบอกว่าไปเช็คที่อู่แถวไหนมาไม่รู้อู่เค้าบอกว่า
ประเก็นฝาสูบแตกควรเปิดฝาสูบแล้วรถก็มีอาการสั่นสะดุด
เค้าเลยอยากให้เราเปิดฝาสูบให้แต่พอเปิดมาฝาสูบมันผุแล้ว
เราจึงเสนอเปลื่ยนฝามือ2ให้เค้าไป
พอประกอบเสร็จแล้วความร้อนขึ้นเราก็เช็คไปเจอเซนเซอร์พัดลมตัวในมันต่อ
พ่วงกับพัดลมแอร์แต่เซนเซอร์ของพัดลมตัวในมันขาด
เค้าจะให้เรารับผิดชอบกับเซนเซอร์ตัวที่เสีย
แล้วมีอีกอาการว่าวาล์วไฮโดรลิกส์ดังเค้าจะให้เรารับผิดชอบอีก
แต่ผมไม่เข้าใจที่ว่า
.....รถเค้าเข้ามีดีๆพอมาซ่อมเสียเยอะกว่าเดิม.....
แล้วจะให้ผมทำยังงัย
วานให้พี่ๆทั่งหลายช่วยแนะนำหน่อยครับ
 
ผมเข้าใจว่าพี่เป็นช่าง

ต้องแยกว่า ก่อนรับซ่อมรถคันนี้ให้เขา รถเสียอะไร ตกลงราคา แล้วพี่จึงรับซ่อม

แต่ซ่อมแล้วปรากฎว่าส่วนอื่นเสียอีก ตรงนี้พี่ต้องรับผิดชอบ เว้นแต่พี่จะอธิบายในเชิงช่างให้เขาเข้าใจได้ว่ามันเสียอยู่ก่อนแล้ว ไม่ใช่เป็นความผิดของพี่ แต่ถ้าเป็นเพราะประมาณเลินเล่อในการซ่อม พี่ต้องรับผิดชอบ หากเป็นความกันศาลก็นำสืบแบบนี้แหละครับ



ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420

ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่น โดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่า ผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
 
ขอบคุณครับ
แต่จริงแล้วเค้าบอกว่าจอดรถทิ้งใว้แล้วมันดัง
ก่อนหน้านี่เค้าใช้รถมา4-5ปีมันไม่ดัง
แต่พอมาซ่อมแล้วมันดังขั้นมาอันนี้ผมต้องรับผิดชอบใช่ไหม
แล้วเค้าบอกว่าตั้งรอบเครื่องสูงไปทำให้วาล็วดัง
ลองคิดอีกที่ที่เราเร่งเครื่องรอบมันต้องสูงกว่าอยู่แล้วใช่ไหมครับ
แต่ถ้าประมาทยังไงผมตั้งรับผิดชอบอยู่แล้ว
แต่ถ้าวาล์วเริ่มมีปัญหากำลังอัดเครื่องดีขึ้นวาล์วก็ต้องทำงานหนักกว่าเดิม
แต่นี่เค้ายืนยันคำเดียวเลยว่าก่อนหน้านี่รถไม่เคยมีปัญหาเลย
ผมเลยไม่รู้จะอธิบายยังงัยให้เค้าเข้าใจ
 
ขอแสดงความเห็น

ตามที่ช่างได้ซ่อมรถให้ลูกค้าแล้วมีอาการแทรกซ้อน ซึ่งทางลูกค้าแจ้งว่าเดิมไม่เป็นมาก่อนก็ต้องดูว่าก่อนซ่อมได้วิเคราะห์อาการโดยละเอียดหรือไม่ การกล่าวอ้างต่างๆก็ต้องมีที่มาที่ไป และหากซ่อมในอาการที่วิเคราะห์แล้วไม่หายก็ควรรับผิดชอบ แต่ถ้าเป็นอาการอื่นพ่วงเข้าไปตอนซ่อมก็ควรแจ้งลูกค้าให้ตัดสินใจก่อนลงมือซ่อมจะได้เปิดฝาสูบทีเดียว อาการดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงทางกฎหมายที่ลูกค้ากล่าวอ้าง และจากกระทู้ข้างบนมีข้อควรวินิจฉัยว่า ช่างได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อหรือไม่อย่างไร อันทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายหากมิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อก็ไม่ต้องรับผิดฐานละเมิด ดังนั้นหากซ่อมแล้วเสียที่อื่นก็ต้องอธิบายด้วยเหตุผลหากเสียที่เดิมต้องรับผิดชอบ หากไม่สามารถตกลงกันได้ต้องใช้คนกลางครับ:n20:
 
ไม่ทราบว่าเรื่องจบหรือยังครับ

เรียงใหม่อีกครั้ง

1. ลูกค้าให้เปิดฝาสูบเพราะประเก็นฝาสูบแตก
2. ช่างตรวจสอบดีแล้วใช่มั้ยว่าเป็นแค่นั้น เสียงวาล์วตอนนั้นดังมั้ย เซนเซอร์พัดลมอะไรนั่นเสียยัง ซึ่งช่างน่าจะอธิบายได้ว่ามันเสียอยู่ก่อน หรือเสียหลัง
3. พอเปิดฝาสูบ พบว่าฝาสูบผุ ช่างแนะนำให้เปลี่ยน นั่นแสดงว่าเชื่อมพอกไม่ได้
4. เปลี่ยนฝาสูบเสร็จ ความร้อนยังขึ้น วาล์วดัง และลูกค้าอ้างว่าเซนซอร์ตามข้อ 2 เสีย
5." ก่อนหน้านี่เค้าใช้รถมา4-5ปีมันไม่ดัง
แต่พอมาซ่อมแล้วมันดังขั้นมาอันนี้ผมต้องรับผิดชอบใช ่ไหม" ต้องถามช่างว่าก่อนซ่อมมันดังมั้ยละครับ

ผมว่ามันเป็นเพราะฝาสูบที่ช่างเปลี่ยนให้หรือป่าว

ถ้าช่างแก้ปัญหานี้ไม่ได้ ทางออกก็ตกลงกับลูกค้าว่าจะใส่ฝาเดิมที่ผุกลับคืนให้ โดยให้เขาออกค่าประเก็นเอง ช่างออกแรง

น่าจะวินวินนะ
 
ถ้าจะให้ความเห็น ผมจะปกป้องลูกค้านะครับ

เพราะเคยเจอกับตัวเองมา ซ่อมแล้วสร้างปัญหาใหม่

แล้วบอกว่าไม่ได้ไปทำอะไร


เมื่อรับรถลูกค้า ต้องเช็คปัญหาให้ละเอียด เพราะคุณเป็นผู้ชำนาญอาสามาซ่อมเพื่อแลกกับรายได้

คุณก็ต้องมีความรู้และชำนาญด้วย

เมื่อมีปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่าการซ่อม ต้องรับผิดชอบครับ

เพราะว่ามันอยู่ในมือคุณแล้วครับ





เช่น จอดไว้ในร้าน สมมติไฟเลี้ยวแตก คุณไม่ได้ทำ
แต่อาจเกิด จากหินกระเด็นมาถูก คุณก็ต้องรับผิดชอบครับ

(เพราะเขาไม่ได้เห้นว่าหินกระเด็นมาถูกด้วย)

เพราะอยู่ในการดูแลของคุณครับ


ช่างถือว่าเป็นผู้ชำนาญกว่าลูกค้า

จะรับรถต้องเช็คปัญหาที่เกิด พร้อมๆกับลูกค้า

จริงๆแล้วลุกค้า มักจะถูกเอาเปรียบอยุ่แล้ว เพราะไม่มีความรู้เหมือนช่าง


ในความเห็นของผม

การรับผิดชอบต่อลูกค้าสำค้าสูงสุด

เพราะจริงๆเลย

ลูกค้าส่วนมากแทบไม่ได้โอกาสนั้นเลย
 
ขอบคุณครับ

งั้นก็ต้องรับผิดชอบให้เค้าไป....

เมื่อรับรถลูกค้า ต้องเช็คปัญหาให้ละเอียด เพราะคุณเป็นผู้ชำนาญอาสามาซ่อมเพื่อแลกกับรายได้
มันก็จริงอยู่
ถ้ารถความร้อนขึ้นสูงน้ำหายเราก็เช็คสภาพข้างนอกแล้วไม่มีความเสียหายอะไร
แต่เค้าเช็คจากที่อื่นมาแล้วว่าปะเก็นฝาสูบแตกแล้วเราก็ขอเค้าเปิดฝามาดูก่อนแล้ว
เราถึงเสนอราคาไป
ถ้าเราเช็คสภาพทั่วไปแล้วดูว่าความร้อนขึ้นสาเหตุมาจากไรบ้าง
พัดลมทำไหม พัดลมทำเต็มที่ (เราไม่รู้ก่อนหน้านี่เค้าต่อไว้ยังงัย)
ท่อน้ำแตกไหม ท่อน้ำปกติ
เครื่องสั่นเดิมไม่นิ่ง (แล้วเราจะติดเครื่องทิ้งไว้อีกไหม)
งั้นคงเป็นเพราะผมยังไม่ละเอียดพอกับการเช็คสภาพรถของลูกค้า


แต่ก็ขอบคุณทุกท่านที่ชี้แนะครับ
......ลูกค้าคือพระเจ้า....
นิยามของการบริการ(service)
 
ผมว่านะครับ ฝาสูบที่เอามาใส่ให้ใหม่นั้นพี่ยกทั้งฝามาใส่หใลยใช่ใหมครับ ก่อนหน้านั้นไม่ทราบหรอกว่าไฮดรอลิควาล์วมันมีปัญหาหรือไม่ ฝาเก่านั้นอาจถูกถอดมาเพราะความไม่รู้ของลูกค้าคนเก่าก็ได้ครับ ไม่งั้นเขาจะเอาฝาสูบดีๆมาถอดทิ้งทำไม ลูกค้าคนนั้นเขาอาจโดนช่างหรอกให้เปลี่ยนฝาสูบเพราะเพียงแค่ไฮดรอลิควาล์วดังแล้วก็หรอกเขาว่าเสียงดังแบบนี้แก้ไขไม่ได้ต้องเปลี่ยนฝาอย่างเดียว แต่พอพี่รับมาใส่ให้ลูกค้าของพี่ อากามันก็ดังกับลูกค้าของพี่สิครับ ผมว่าก็เอาไฮดรอลิควาล์วของฝาเก่ามาใส่แทนให้ก็น่าจะหายนะครับ เพราะลูกค้าบอกว่าเมื่อก่อนไม่ดัง แต่ก๋อนใส่ก็ทำความสะอาดช่องทางต่างๆให้ดีแล้วจะได้ไม่ต้องถอดหลายรอบ

ส่วนรถผมก็ยังคิดไม่ตกเหมือนกันครับ ใหนๆก็ใหนๆแล้วในเมื่อพี่เป็นช่าง คือเรื่องมีว่า เมื่อ2-3วันรถผมอยู่ร้านทำสี ลูกน้องในร้านก็ต้องขับรถเข้า-ออกร้านทำสีทุกวัน ปกติขับทุกวันก็ไมมีปัญหาอะไร แก่อนนั้นเดือนกุมภาพันธ์2553ผมเอารถไปยกเกียร์มา เปลี่ยนชิ้นส่วนต่างๆในเกียร์ใหม่ได้รถมาก็ขับปกติ ไม่รั่วซึม เกียร์เปลี่ยนนิ่มเหมือนใหม่ หมดไป17,000บาท เมื่อวานร้านทำสีแจ้งว่าเกียร์ไม่ทำงาน เข้าPRD32Lก็ไม่ทำงานรถไม่วิ่ง ทำเกียร์มาวิ่งได้ 3,500km เอง หมดไป 17,000 พี่ลองคิดดู
ผมอยากถามพี่ว่าถ้าพี่เป็นเจ้าของร้านทำสีกับเจ้าของอู่ทำเกียร์(มีชื่อเสียง) พี่ต้องทำอย่างไรให้ผม เพราะรถไม่อยู่ในการควบคุมของผมเลย แล้วอย่างนี้17,000ที่ผมจ่ายไปมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือว่าลูกน้องร้านสีขับรถผมแบบพิศดาลจนเกียร์พัง

อย่างนี้ผมต้องใครับผิดชอบครับ ตามหลักอยู่ในระยะประกัน6เดือนด้วย แล้วผมต้องจ่ายเพิ่มอีกมั้ยถ้าจ่ายให้ช่างทำเกียร์

ขอบคุณครับ
 
ถ้าเป็นอย่างนี้ต้องให้ช่างเกียร์รับผิดชอบครับเพราะอยู่ในการรับประกัน
ของผมก็อยู่ในการรับประกันแต่ผมไม่ได้เปลี่ยนไปครับของเดิมๆเลย
แล้วน้ำมันเครื่องลูกค้ายังไม่ได้เปลื่ยนด้วยครับ
แต่ของผมไฮโดรลกส์วาล์วของติดรถมาไม่ได้เปลื่ยน
เพราะซื้อแต่ฝาอย่างเดียวอุปกรณ์เราไม่ได้เอามา
อาการเกียร์หายยังครับ
สงสัยกิ๊ฟคันเกียร์หลุดมากกว่าลองโยกคันเกียร์มันโยกง่ายไหมครับ
 
พี่ครัช อาการเกียร์รถผมอยู่ในกระทู้นี้ครับ อย่างไงลองให้คำแนะนำด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

190E AT โอเวอร์ฮอลมา5เดือนเกียร์ไม่มีแรงได้ไงครับ
 
ดีครับ

ทำอย่างที่ว่านะครับ


คุณจะเป็นช่างที่เก่ง และปัญหาที่เกิดจากไม่ละเอียดมันจะลดลง

ทำไปเรื่อยๆ

ที่ตามมา

ลูกค้า ความเชื่อถือ ที่สำคัญ รายได้ครับ
 
Back
Top