อยากมาเล่าเรื่องปัญหาจุกจิกของรถซีคลาสเก่า ๆ คันหนึ่ง

ใช่ครับ โดยเฉพาะทางที่เลยสพานเลี้ยวออกบรมราชชนนี
ก่อนถึง สถานีรถไฟบางบำรุ
เป็นทางหักซ้าย(หลบตอหม้อสพาน) เป็นทางหักศอก ที่ไม่มีไฟ ส่องทาง และไม่มีป้ายเตือน
คนไม่เคยผ่าน และขับเร็ว อันตรายมากๆ
 
Last edited:
นี่ล่ะครับพี่ๆ ที่ผมว่าวิ่งทางไกลมันน่ากลัวขนาดไหน
ตจว.เส้นยาวๆ/เพิ่งทำถนนเส้นถนนก็ยังไม่ตี
วิ่งกลางคืนไม่ต่ำกว่า100++
ลองนึกสภาพ/หลุมก็มาก,ลุ่มๆดอนๆไฟหน้าสำคัญมาก/ผมต้องตบไฟสูงช่วยตลอด

C คลาสดันใช้ไฟต่ำแบบขั่วหลอดไฟH1อีก/เป็นข้อด้อยของรุ่นนี้เลยครับ

คงต้องเสาะแสวงหาหลอดไฟประสิทธิภาพสูงมาใส่/เพื่อความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินล่ะครับ

ขนาดในเมืองยังน่ากลัวขนาดนี้/นอกเมืองทางไกลจะขนาดไหน?
 
วันนีอยากเล่าเรื่องรถที่ไม่ใช่เบนซ์สักเรื่องครับ
รถโตโยต้า คัมรี 2.4 ของเพื่อนบ้านในซอยหน้าบ้านครับ
เค้ามาถามผมว่า (รถปี 2007) ตอนนี้ไม่รู้เกียร์เป็นอะไร
เปลี่ยนเกียร์ช้า ออกตัวอืด มาก ผมถามเค้าว่าวิ่งมา
กี่ กม.เค้าบอกว่าประมาณ 2 แสนต้นๆ ผมก็คิดเอาตาม
ความคิดเดิมๆ ของผมว่า
1.เกียร์อาจจะหมดอายุ (ต้องโอเวอร์ฮอลล์หรือเปลี่ยน)
2.น้ำมันเกียร์สกปรก เปลี่ยนน้ำมันเกียร์อาจจะดีขึ้น
3.กรองเกียร์อาจจะตัน เปลี่ยนน้ำมันเกียร์ควร
เปลี่ยนกรองเกียร์ด้วย

ก็คงแนะนำได้เท่านี้ ลองเอาไปให้ช่างดูละกัน

เค้าก็เอาไปอู่ที่เค้าคุ้นเคย โดยซื้อกรองเกียร์ของเทียบ
ราคา 700.-บาท ไปให้ช่างเปลี่ยน เค้าก็โทรมาถามผม
อีกรอบ ว่าวิ่งร้อยกว่า เกียร์ดังอื๊ดๆๆ พอลดความเร็วมาก็เงียบ
อันนี้ผมก็ไม่รู้ สงสัยกรองไม่ได้มาตรฐานกระมัง

เค้าก็โทรถามศูนย์เรื่องกรองเกียร์ ศูนย์(แถุวบ้าน)บอกไม่มีสำรอง
จะเอาจริงต้องเอารถเข้ามา พรุ่งนี้จะสั่งกรองเกียร์ให้ 3,700 บาท
เค้าได้ยินราคากรองเกียร์แท้ก็อึ้งไป แล้วไปวรจักร ตะเวณหา
(ต้องใช้คำว่าตะเวณ) เพราะแต่ละร้านล้วนแต่ไม่มี มีอยู่ร้านนึง
บอกว่าของแท้ 3,250.-บาท เค้าก็เอามา

เมื่อกลับมาถึงอู่ ช่างบอกว่า เพิ่งจะพิจารณากรองอันเก่า
(ข้างกรองพิมพว่า Made in USA) ปรากฏว่ากรองเก่า
แตกร้าว ซึ่งช่างบอกว่า ตั้งแต่ซ่อมรถมาไม่เคยพบกรอง
ไม่ว่ารถอะไร แตกร้าว จึงกลับมาพิจารณาอ่างเกียร์
ปรากฏว่าอ่างเกียร์ บุบ ยุบเข้าไปเกือบ 1 เซ็นต์ได้
นั่นคงเป็นสาเหตุให้กรองเกียร์ของเทียบที่ใส่เข้าไป
แนบชิดกับพื้นอ่างเกียร์ ท่ำให้น้ำมันเกียร์เดินไม่สะดวก
ช่างได้ทุบคืนสภาพอ่างเกียร์ลงไปประมาณเกือบ 1 เซ็นต์
แล้วใส่กรองเกียร์โตโยต้าที่เพิ่งซื้อมาใส่เข้าไป ปรากฏว่า
ใส่ได้ปกติ ไม่มีค้ำไม่มีอะไรผิดปกติ วิ่งรถได้นิ่มนวล
เปลี่ยนเกียร์ไม่มีสดุด คือเกียร์ปกติดี ที่มีปัญหาเพราะ
อ่างเกียร์บุบไปกระแทกกรองเกียร์แตกร้าว

เขายืนยันว่ารถเค้าใช้คนเดียว ไม่มีกระแทกไม่มีโดนอะไรบน
ถนนแน่นอน ผมไปดูประตูรั้วทางเข้าบ้านเขา ปรากฏว่ามัน
สูงกว่าถนนซอยราว 1 ฟุตได้ และท้องรถรุ่นนี้มันต่ำมาก
น่าจะเป็นสาเหตุในการกระแทกอ่างเกียร์ได้ (หรือเปล่าก็ไม่
แน่ใจ) ตอนนี้เค้าก็ให้ช่างเอาปูนซิเมนต์มาเทหน้าบ้าน
ให้ทางลาดยาวขึ้นหน่อย เป็นการแก้ปัญหาส่วนบุคคล
ของบ้านเขา

ประเด็นที่ผมมาเล่าก็คือ กรองเกียร์โตโยต้าคัมรี แพงมาก
คัน W202C220 เครื่อง M111 ของผม ซื้อกรองเกียร์
ยี่ห้อ Mann จากหลังวัดโสม ราคาไม่ถึง 500 บาท
และกรณีอ่างเกียร์กระแทกกรองแตก ผมไม่เคยได้ยินจาก
รถวิ่งปกติ ไม่เคยมีอุบัติเหตุ ฉะนัน สิ่งที่เกิดขึ้นยัง
ไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่ากรณีนี้เกิดจากอะไร
 
โตโยต้าปี2007ต้องเอามาเทียบกับ
Benz ปี2007ครับ/ราคากรองถึงจะสูสีกันครับพี่ถ้วย

ตั้งแต่บริษัทBenzได้รวมกิจการกับDiamlerเมื่อต้นปี2000/ทุกอย่างของรถเบนซ์มันดูขาดความขลังไปมากมาย

นโยบายของบริษัทเน้นผลิตรถแบบ
Mass Product ผลิตมากๆขายได้มากคัน,อายุใช้งานของอะไหล่ส่วนควบสั่นลง
ขายอะไหล่ได้บ่อยๆและแพง
ซึ่งพักหลังๆเราได้ยินบ่อยๆว่าเบนซเสียบ่อยและอะไหล่ไม่ทนทานเอาเสียเลยแถมแพงอีกต่างหาก

เหล็กก็บางลง/ความทนทานก็น้อยลง/อะไรก็ลดลงยกเว้นราคา/มันทำให้คนที่รักBenzอย่างเราๆคิดมากถ้าจะซื้อรถคันต่อไปในอนาคตใว้ใช้งาน

คิดไปว่าจะไปยี่ห้ออื่นดีมั่ย?เช่นยี่ห้อBMWซึ่งเค้าทำได้ดีมากๆหลังยุคปี2000/ดีไซนก็ดีกว่ามาก/รูปทรง/คุณภาพรถ/สรุปโดยรวมดูดีอ่ะ/ชนะคะแนนโดยรวม
/คหสต.รถหลังปี2000ผมยกให้BMW ครับกินขาดกว่าBenz

ใน Sector เดียวกัน/Benzนอนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว/แต่ถ้าBenzยังดำเนินนโยบายเพื่อให้ขายได้มากๆ/รถเสียบ่อย/อายุอะไหล่สั้น/อนาคตคุณภาพรถยนต์ยี่ห้อนี้,คงจะไม่ต่างอะไรกับToyotaหรอกครับ/
สาวกอย่างเราๆคงหนีไปใช้รถยี่ห้ออื่นๆล่ะครับ


ทั้งหมดเป็น,คหสต ล้วนๆครับ
 
ในช่วงเวลาอนาคตเร็วๆนี้ รถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน
(คือรถใช้เครื่องยนต์) จะหายไปจากโลกนี้อย่างสมบูรณ์แบบ
อย่างเร็วภายใน 7-10 ปี อย่างช้าไม่เกิน 15 ปีช้าสุด 20 ปี
รถทุกยี่ห้อคงต้องเปลี่ยนนโยบายใหม่หมด
เพราะอะไหล่สิ้นเปลืองประเภทเก็บเงินได้เหนาะ ๆ
กรองต่าง ๆจะหายไปหมดสิ้น น้ำมันเครื่องน้ำมันเกียร์ไม่มี
วัสดุอะไหล่สิ้นเปลืองทุกอย่างจะหมดไป
บริษัทฯ รถยนต์พวกนี้คงต้องหาทาง
ขูดรีดผุ้บริโภคในช่องทางใหม่
อาจจะเป็นค่าบริการตรวจซ่อมระบบคอมพิวเตอร์คุม
โน่นนี่นั่นหมดทุกระบบไม่ว่าระบบขับเคลื่อนหรือระบบ
ควบคุมการใช้รถ ระบบนำทาง ฯลฯ
เพราะตอนนั้นอู่ทั่วไปล้วนซ่อมไม่ได้
ช่างประเภท DIY หมดสิทธิ์ครับ
ผมไม่แคร์ เพราะตอนนั้นไม่ว่ารถ
จะขับเคลื่อนด้วยอะไร ตัวผมเอง
ก็คงหมดสภาพที่จะขับรถยนต์
ด้วยตนเองแล้วครับ
 
เห็นด้วย แต่มีต่างนิดหน่อยครับพี่ถ้วยกาแฟ

ผมว่าช่างซ่อมก็เปลี่ยนไปเป็นช่างรถยนต์ที่ใช้คอมพิวเตอร์ ลักษณะเดียวกันกับช่างคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันทั่วไป อะไหล่รถก็จะเหมือนอุปกรณ์คอมฯ ที่มีหลากหลายยี่ห้อ และมีปลั๊กหรือสล็อทที่เสียบกันได้เหมือนคอมพิวเตอร์ที่สามารถเอาของยี่ห้อนั้นมาใส่ยี่ห้อนี้ได้ หนทาง DIY น่าจะง่ายขึ้น คนขายอยากขาย เขาจะทำวิธีใช้ขึ้น Youtube อันนี้ผมจินตนาการครับ

อันไหนที่เจ้าของยี่ห้อล็อคไม่ให้ใช้อะไหล่เทียมก็จะมีการแก้ให้สามารถใช้ได้เหมือนแบตโน๊ตบุ๊ค หรือโทนเนอร์เครื่องพิมพ์ที่มีการป้องกันไว้แต่ก็ไม่รอดครับ
 
Last edited:
คงเหมือนยุคที่มีคอมพิวเตอร์ใหม่ใหม่อะไรอะไรก็ก็ดูน่าตื่นเต้นแต่พอผ่านไปซักระยะหนึ่งทุกอย่างก็ธรรมดาธรรมดา
 
ผมว่ายุคหน้าเครื่องยนต์จะเป็นมอเตอร์
ไฟฟ้า/พันขดลวด/เครื่องยันต์เสียก็แค่ยกมอเตอร์
ลูกใหม่ใส่เข้าไป/หรืออาจจะมอเตอร์มาพันลวดใหม่/หรือเปลี่ยนถ่านเมื่อมอเตอร์หมด
ไม่มีการเปิดฝาสูบ/การขันนอตโบวท์เพื่อให้ได้ตามสเปก/ไม่ต้องเวอร์เนียวัดความหนาของอุปกรณเกี่ยวกับเครื่องยนต์/มนตคลังของการใช้เครื่องยนต์หายไป/เสียงเร่งเครื่องเบิ้ลเครื่องยนต์ก็จะหายไป/ควันจากท่อไอเสียไม่มี/ท่อไอเสียทั้งยวงจะหายไป

ระบบเกียรก็น่าจะยังอยู่ครับ/นมก.ก็คงจะยังใช้อยู่ครับ/เพราะยังไงรถก็คงจะยังต้องมีการเปลี่ยนเกียรเพื่อการขับรถ/

แต่เครื่องยนต์สันดาปน่าจะยังมีอยู่ใน/รถบางประเภทเช่น รถแข่งขันF1/motorGP เป็นต้นครับ/คงใช้เป็นส่วนน้อยของสังคม

บอกตรงๆมนต์คลังในการใช้รถจะหายไป/ปัจจุบันเติมน้ำมันสตารทก็ไปได้เลย/แต่ถ้าเป็นไฟฟ้าต้องหยุดรอชารทใช้ระยะเวลา/ยิ่งวิ่งตจว.ไกลๆลำบากแน่ๆครับ/ไม่ค่อยทันใจโจ๋เท่าไร

สรุปชอบระบบสันดาปโดยใช้เชื้อเพลิงมากกว่าใช้ไฟฟ้าครับ/อาจจะเป็นเครื่องยนต์แบบใหม่ที่ไม่ไช่น้ำมันเบนซิลก็ได้ครับ

บรรยาทั้งหมดมาซะยาว
เป็นการมโนส่วนตัวล้วนๆครับ
 
ผมว่าตลาดน้ำมันจะซบเซาเหมือนทุกวันนี้ที่ราคาน้ำมันในตลาดโลก
ตกทุกวันเนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันลดลง เนื่องจากปกติฤดูหนาว
ในยุโรปจะหนาวกว่าอากาศปกติ(ที่หนาวเย็นอยู่แล้ว)หลายองศา
แต่ปีนี้เกิดภาวะโลกร้อน อากาศไม่หนาวเย็นลงไปมากเหมือนเคย
ทำให้ความต้องการน้ำมันเอาไปทำเครื่องทำความร้อนไม่มากเหมือน
ที่คาดไว้ ทำให้น้ำมันเหลือใช้ ประกอบกับประเทศผู้ผลิตน้ำม้นต่าง
ก็ต้องการเงินไปใช้ ทำให้ผลิตเกินข้อตกลงโอเปคโดยเฉพาะรัสเซีย
และตะวันออกกลางผลิตเกินโควต้ากันเป็นล้าน ๆ บาเรล นี่ขนาด
ว่ารถยนต์ไฟฟ้ายังไม่ออกมาเต็มที่ ถ้ารถยนต์ไฟฟ้าออกมาเต็มที่
ตามที่คาดกัน ความต้องการน้ำมันจะลดน้อยกว่านี้อีก อาจจะทำให้
น้ำม้ันล้นตลาดราคาอาจจะต่ำลงเหมือนเมื่อ 30-40 ปีที่แล้วก็เป็นได้
นั่นก็จะทำให้คนใช้รถยนต์เครื่องยนต์มีความสุขกับเรื่องราคาเชื้อเพลิง
แต่ขณะเดียวกัน อะไหล่รถใช้เครื่องยนต์จะเป็นของหายาก เหมือน
กับรถยนต์โบราณ หรือรถยนต์สะสม ราคาอะไหล่อาจจะแพงจนซ่อม
ไม่ไหวก็เป็นไป ทั้งหมดนี้ผมก็มโนเอาเหมือนกัน

ยุคที่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลออกมาใหม่ๆ เมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว มัน
แพงมาก แต่ปัจจุบันอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือสินค้า IT ผมคิดว่าเป็น
สินค้าในตลาดเพียงอย่างเดียว ที่มีคุณภาพดีขึ้น ในขณะที่ราคาถูกลง

เหมือนโทรศัพท์มือถือมาใหม่ ๆ นาทีละ 3 บาท ค่าใช้อีกเดือนละ
600.-บาท ค่าเครื่อง 40,000-120,000.-บาท ตอนนี้เป็นอย่างไร
แค่หลักร้อย หรือหลักพันต้น ๆ ใครๆก็หามาใช้ได้แล้ว รถยนต์ไฟฟ้า
ก็คงเช่นเดียวกัน ปัจจุบันราคาในประเทศไทยแพงมหาศาล คันละ
เกือบ 2 ล้านบาท ขณะที่ต่างประเทศไม่ได้ขายแพงอะไรขนาดนั้น
ในไทยคิดว่านายทุน/รัฐบาล คงยังไม่อยากให้รถไฟฟ้าเกิดแต่ใน
ที่สุดก็คงขวางกระแสทุนโลกไม่ได้ ก็น่าจะเป็นยุคของรถยนต์ไฟฟ้า
อย่างแน่นอน แต่ลองคิดดู แล้วตัวไฟฟ้าที่เอามาชาร์จแบตเอามา
จากไหน ถ้าไม่เอาจากการแปรรูปน้ำมัน หรือจากโซล่าร์เซลล์ ฺ?
 
ผมมโนว่า รถยนต์ก็ยังใช้ไปอีกนาน เพราะในท้องที่ห่างไกลยังมีความจำเป็น บริษัทรถยนต์ยังจะหารายได้กับมันไปอีก เพราะการจะเปลี่ยนไปเป็นรถไฟฟ้ามันต้องลงทุนในทุกๆด้านอีกมหาศาล ส่วนการเดินทางระยะไกลจะหันมาใช้การขนส่งสาธารณะมากขึ้น ในระหว่างที่รถไฟความเร็วสูงยังไม่มาก็เป็นโอกาสของสายการบินในประเทศไปครับ
 
ผมมโนว่า
รถยนต์ก็ยังใช้ไปอีกนาน เพราะในท้องที่ห่างไกล
ยังมีความจำเป็น บริษัทรถยนต์ยังจะหารายได้กับมันไปอีก
เพราะการจะเปลี่ยนไปเป็นรถไฟฟ้ามันต้องลงทุนในทุกๆด้าน
อีกมหาศาล ส่วนการเดินทางระยะไกลจะหันมาใช้
การขนส่งสาธารณะมากขึ้น ในระหว่างที่รถไฟ
ความเร็วสูงยังไม่มาก็เป็นโอกาสของสายการบิน
ในประเทศไปครับ

เห็นด้วยกับเรื่องสภาพแวดล้อมของประเทศเราส่วนใหญ่
พื้นที่ยังไม่ตอบสนองการใช้รถยนต์ไฟฟ้า คนส่วนใหญ่
ก็จะใช้รถยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของตนเอง
ไม่ว่าในประเทศไทย หรือประเทศที่เจริญแล้วอย่างใน
อเมริกา ก็ไม่ใช่ทุกคนจะใช้รถไฟฟ้า แม้ราคาจะถูก(ใน
แง่การเปรียบเทียบกับในไทย และความรู้สึก) ตอนนี้
รถไฮบริด ดูจะตอบสนองความต้องการของคนได้ดีกว่า
รถไฟฟ้า หรือ EV เต็ม ๆ เพราะมันประหยัดกว่ารถน้ำมัน
แต่ราคารถถูกกว่ารถไฟฟ้าในขนาดที่นั่งเท่ากัน น่าเสียดาย
รถไฮบริด ของ TOYOTA หลายรุ่น ไม่เป็นที่นิยมของคนไทย
ก็ตรงที่คนกลัวราคาค่าซ่อม และค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่นี่แหละ
แต่อีกไม่นาน ก็คงมีคนทำแบบเตอรี่ของเทียบขายเหมือน
อะไหล่เทียบ ซึ่งในอเมริกามีอะไหล่พวกนี้จำหน่ายหาซื้อ
ได้เป็นการทั่วไปแล้ว คนมีความรู้ทางช่างสามารถซื้อมา
เปลี่ยนเองได้

[YOUTUBE]cnlEVp-v3pU[/YOUTUBE]

https://www.youtube.com/results?search_query=how+to+replace+toyota+prius+battery+
 
ทุกวันนี้เบนซ์พวกเราก็เชื้อเพลิง2ระบบอยู่แล้วครับ/ใช้แกสหมดก็ตัดเข้าน้ำมันเพื่อวิ่งต่อ

อนาตคเบนซ์เราต้องเอาไปเสียบปลั้กชารจไฟด้วย/อืมม
3ทางเลยแฮะ/สบายดีแท้
 
ขอนำสถิติที่จดไว้ ในรอบ 1 ปี ตั้งแต่เดือน มกราคม 2561
ถึงวันนี้ 23 ธันวาคม 2561� มาให้เพื่อน ๆ พี่ๆ น้องๆ
พิจารณาค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 6,709 กิโลเมตร�
ใช้น้ำมันสตาร์ท/ใช้แก๊สเดินทาง จ่ายค่าน้ำมันและแก๊ส
ไป 11,854.-บาท ได้แก๊สและน้ำมันจำนวน 900.04 ลิตร
เท่ากับค่าเดินท่าง กม.ละ 1.767 บาท หรือประมาณ
7.45 กม./ลิตร เครื่องยนต์ M111 รถ W202� C220
ใช้แก๊ส� EMME ติดตั้งเมื่อปี 2550 การเดินทางรอบ ๆ
กทม. และใน กทม.เป็๋นหลัก ไม่ได้วิ่งทางยาวออก ตจว.
ไกลๆ อย่างมากชานเมืองนครปฐม/ปทุม ฯลฯ
เชื้อเพลิงไม่ได้แยกว่าน้ำมันกี่ลิตรแก๊สกี่ลิตรเพราะ
จดรวม ๆ ไว้ ปีนี้เติมประมาณ 3 ครั้ง ทุกครั้งก็เติมเต็มถัง
เป็นเบนซิน 95 (ไม่เติมแก๊สโซฮอลล์)

ตัวอุปกรณ์แก๊สติดตั้งเมื่อปี 2550 แต่เปลี่ยนใส้ในหัวฉีดเมื่อ
ประมาณ 2 ปีที่แล้ว การทำงานของระบบแก๊สราบลื่นดี แต่
ไม่ค่อยได้ปรับจูนแก๊สบ่อยนักเพราะทำไม่เป็นแม้ว่าจะมีอุปกรณ์
พวกสายจูนและโปรแกรมอยู่แล้วก็ตาม

ให้ไว้เป็นข้อมูลแม้ว่าปัจจุบันแก๊สจะไม่เป็นที่นิยมของรุ่นปัจจุบัน
 
นับว่าเป็นรถที่น่าใช้เทียบกับราคาปัจจุบันที่เหลือน้อยมาก แต่ไม่แน่ใจว่าอนาคตอะไหล่จะมีปัญหาไหมครับ
 
นับว่าเป็นรถที่น่าใช้เทียบกับราคาปัจจุบันที่เหลือน้อยมาก แต่ไม่แน่ใจว่าอนาคตอะไหล่จะมีปัญหาไหมครับ

สำหรับเบนซ์ C Class W202 รุ่นนี้ของผมแม้ว่าปัจจุบันราคา
ขายต่อจะต่ำติดพื้นแล้วบอกขายกันตั้งแต่ราคาไม่ถึงแสน จน
กระทั่งแสนต้น ๆ แต่คุณภาพรถที่ได้รับการดูแลดี ๆ ไม่ย่อหย่อน
ต่างกับราคาซื้อขายรถเก่าที่ดูปีที่ออกรถเป็นหลักก็ต้องราคาแบบนั้น

ผมคิดว่าใน 5-10 ปีนี้คงยังใช้ต่อไปได้เนื่องจากหลักคิดของผม
เบนซ์เป็นรถที่ทำออกจำหน่ายทั่วโลกเยอะมาก ก็จะยังมีคนทำ
อะไหล่ขายเหมือนรถโฟล์คเต่า ปัจจุบันก็ยังมีอะไหล่ขายแต่แพง
ถ้ารถไม่เกิดอุบัติ
เหตุ เสียหายหนักในส่วนที่ไม่ค่อยมีคนใช้ ก็อาจจะมีปัญหาบ้าง
แต่ถ้าเป็นการซ่อมบำรุงทั่วไป น่าจะยังมีของขายอยู่เว้นแต่ราคาแพง
ก็จะใช้วัสดุทั่วไปพวกลูกหมากคันสั่งคันชัก ของเหลวและ
กรองต่างๆ ซึ่งมีจำหน่ายทั้งสิ้นค้า Aftermarket และสินค้า
OEM คงยังมีใช้ได้เหมือนกับรถเบนซ์รุ่นอื่น ๆ

แต่อะไหล่มือสองอาจจะคาดหวังยากแล้วเพราะรถเก่าจากญี่ปุ่น
ก็เปลี่ยนแปรไปตามความนิยมของญี่ปุ่น ตอนนี้เบนซ์ซีคลาท
OUT ไปนานแล้ว รถหมดตลาดแล้วกระมัง
 
Last edited:
ผ่าฟรีครัชพัดลมข้างในมีอะไร เบนซ์ ML320

[YOUTUBE]AuTDMu_Bo38[/YOUTUBE]

ผ่าฟรีครัช/แฟนครัช พัดลมข้างในมีอะไร เบนซ์ ML320
ผมคิดว่าแม้จะไม่ตรงรุ่น แต่ข้างในมันก็คงจะ
เหมือน หรือ คล้าย ๆกัน
 
อู่ซ่อมรถข้างถนนที่ลาสเวกัสอเมริกา

[YOUTUBE]r0lXpn88o3k[/YOUTUBE]

อู่ซ่อมรถข้างถนนที่ ลาสเวกัส อเมริกา
ถ้าเป็นทีี่เมืองไทยบ้านเรา คงต่อเพิ่งยื่นออกไป
หน้าบ้านแล้ว แต่่ที่อเมริกา ทำแบบนั้นไม่ได้
กันแดดร้อนได้แค่เอาเต้นผ้าใบกางเอา
ชั่วคราวแล้วต้องรีบเอาออก เมื่อเสร็จ
ภาระกิจ กางแช่เอาไว้ตลอดไม่ได้ โดน
แน่ๆ

สังเกตุจากคลิป ช่างคนนี้เป็นช่างซ่อมแบบเปลี่ยน
ไม่มีการซ่อมดัดแปลงแบบช่างไทย ตย.ในคลิป
ลูกปืนไดชาร์จดัง เป็นช่างไทยก็เปลี่ยนลูกปืนกับ
แปรงถ่าน ก็จบ ถูก ๆม่แพง ในคลิปเปลี่ยนตรงรุ่น
มันก็ต้องแพง เป็นธรรมดา เครื่องมือที่ช่างใช้ในคลิป
ยี่ห้อ Snap On จัดว่าเป็นเครื่องมือชั้นดีของ USA
ทีเดียว อุปกรณ์การซ่อมครบครับทีเดียว มีเครื่อง
ตรวจวิเคราะห์ด้วยคอมพิวเตอร์อีกตะหาก


[YOUTUBE]GBLm-SjgxTM[/YOUTUBE]

จุดที่น่าสนใจของวีดีโอคลิปซ่อมรถชุดนี้คือชายในคลิป
มีลูกเล็ก ๆ 2 คนชายหญิง เค้าสอนลูกชาย/ลูกสาวเล็กๆของเค้า
ให้เรียนรู้การซ่อมรถตั้งแต่เด็กๆ on the job training
และจากวิดีโอ มองเห็น
ว่าเด็กชาย/เด็กหญิงสองคนนี้สนใจการซ่อมรถซะด้วย เชื่อว่ากว่าจะโต
เป็นหนุ่ม/สาว เด็กคนนี้จะเป็นช่างซ่อมรถที่ดีตามอย่างพ่อของ
เขาเป็นแน่แท้ ไม่เคยเห็นการสอนลูกลักษณะนี้จากช่างไทย
ในภาพเป็น garage หรือโรงจอดรถที่บ้านเดี่ยวทุกหลัง
ในอเมริกาจะต้องมี แต่เค้าวางเครื่องมือเต็มหมดทำให้
ไม่สามารถจอดรถ หรือซ่อมรถในโรงจอดรถได้ ต้องมาซ่อม
หน้าบ้าน แต่ตามกฏหมายเค้าไม่สามารถมาซ่อมรถบนถนน
ได้ ต่างกับบ้านเรา ไม่ได้ชื่นชมอะไรเป็นพิเศษ แต่แค่อยาก
จะมาบอกว่าคนเราอยู่ที่ความคิด และ วิธีคิด ไม่ได้ต่างกัน
ที่รูปร่างหน้าตาหรือความรวยความจนอะไร อยู่ทีี่วิธีคิด
ล้วน ๆ จริงๆ

[YOUTUBE]Z5w3PxNcw6k[/YOUTUBE]


ดูเล่นเพลิน ๆ สำหรับคนชอบ DIY
 
Last edited:
สวัสดีปีใหม่ 2562/2019 มิตรสหายทุกท่านใน Bon ครับ

9EliFa.jpg


สวัสดีปีใหม่ 2562/2019 มิตรสหายทุกท่านใน Bon ครับ
 
ปั้มลมตัวเล็ก ๆ




ประมาณ 15 ถึง 20 ปีแล้วผมซื้อปั้มลมเล็ก ๆ ตัวหนึ่งเอาไว้
เป่าลมตอนซ่อมรถ กะ เติมลมรถอะไรประมาณนั้น จริงๆ ผมอยาก
ได้ปั้มลมตัวใหญ่ๆ แต่เหตุผลที่ซื้อปั้มลมตัวเล็กขนาดประมาณ 40
ลิตรตัวนี้มาก็เพราะมันใส่รถของผมกลับบ้านได้เท่านั้น แต่ซื้อมาแล้ว
ก็ใช้ได้พอสมควร แต่ตอนหลังใจใหญ่ซื้อบล๊อคลมมาใช้มันใช้ไม่ได้
เพราะแรงอัดลมไม่พอ ได้แต่ใช้สำหรับคลายน๊อตเมื่อขันออกแล้ว
เท่านั้น ก็ยังดี ถ้าเป็นตอนนี้ซืื้อคงซื้อถังลมใหญ่ๆ เป็น 100 ลิตร




เมื่อ 2 ปีที่แล้วปั้มลมมันรั่ว ก็เอาปะแจขันเข้าไป ขันจนแฟร ที่
บานไว้ขาด ลมรั่วทำไงก็ไม่หายรั่ว ไปตะเวณหาซื้อท่อทองแดงนี้
ตามร้านขายอะไหล่ปั้มลมเค้าบอกไม่มีขาย มันเก่ามากแล้ว
ในที่สุดคิดขึ้นได้ ไปร้านซ่อมแอร์ เรื่องก็จบเรียบร้อย ตัดปาก
ทิ้งบานใหม่ก็หมดเรื่อง แต่เอามาแล้วมันก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี
เพราะมอเตอร์หมุนปั้มเป็น หลายสิบนาที ลมก็ไม่เต็มสักที
หาจุดเสียไม่เจอะ ก็เลยทอดทิ้งไป ไปเติมลมยางตามปั้มเอา
เกือบจะขายรถซื้อของเก่าแล้ว แต่เค้าให้ กิโลละ 7 บาท
ก็เลยไม่ได้ขาย วางเกะกะโรงจอดรถอยู่เกือบ 2 ปี



เมื่อ 2-3 วันนี้มีความจำเป็นต้องใช้เติมลมรถจักรยานที่ซ่อมเสร็จ
ทำไงได้ต้องหันมาลองซ่อมดูอีกรอบ คราวนี้ไม่รู้คิดยังไง พิจารณาว่า
ทำไมลมไม่เข้า ทางลมเข้ามันยังไงกันแน่ ในที่สุดแวปหนึ่ง
คิดมาพิจารณาหม้อกรองอากาศของปั้ม มันมีรูเล็ก ๆ 4 รูนี้
มันคือรูอะไร ลองแกะออกมาดู(ไม่เคยแกะเลยตั้งแต่ซื้อมา)
ปรากฏว่ามันเป็นรูลมเข้าจริงๆ แต่ไม่รู้ตัวอะไรเอาดินมาอุด
ทั้งหมด 4 รู แค่เอาไขควงทะลวงมันออก ใส่กลับเข้าไป
ก็ใช้ปั้มลมได้ตามปกติ

ก็แค่อยากจะเล่า เพราะบางทีการซ่อมอะไรอาจจะมองข้ามสิ่งเล็กๆ
ทำให้ซ่อมไม่สำเร็จ เหมือนภูเขาบังเส้นผม ถ้าเราเปลี่ยนมุมมอง
เส้นผมก็อาจจะบังภูเขาได้
 
Back
Top