Coffee Cup
Active member
อยากมาเล่าเรื่องปัญหาจุกจิกของรถซีคลาสเก่า ๆ อายุ 20 กว่าปี
เพราะเห็นบอร์ดค่อนข้างเงียบ ๆ อาจจะเป็นเพราะเผชิญปัญหามาจนเบื่อ
หรือไม่ก็ไปซื้อรถใหม่หมดปัญหาจุกจิกกับรถเก่า ๆ กันไปเกือบหมดแล้ว
ก็ได้ 2-3 อย่างที่จะเล่าเนื่องจากเป็นปัญหาที่เพิ่งแก้ไขเสร็จพอดี
ปัญหาเก่า ๆ ที่ค่อย ๆ แก้ไขไปแล้วก็หลายเรื่องเพราะมันเป็นรถเก่าๆ
ปัญหาจึงมีมากมาย คิดให้สนุก มันก็สนุก คิดเบื่อมันก็เบื่อ แต่ยังทนไหว
ก็ทนกับมันต่อไป รอไว้ให้รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกๆมาเมืองไทยจริงๆ
อาจจะได้ใช้รถใหม่ตอนนั้นถ้ายังขับรถไหวและมีตังค์พอซื้อ
ตอนนี้ก็แก้ปัญหาในรถเบนซ์เก่า ๆ ไปเรื่อย ๆ ก่อน
1.ปัมลมเซ็นทรัลล๊อค ร้องอื้อ ๆ เป็นระยะ ๆ ตอนสตาร์ทรถใหม่ ๆ จนวิ่งได้ประมาณ
10-15 นาที ก็เงียบไป
ปัญหานี้มีมาเป็นปีแล้ว ไม่ได้แก้ไขเนื่องจากทุกอย่างมันใช้งานได้เป็นปกติไม่ว่าการล๊อครถ
หรือเปิดรถ รำคาญแต่เสียงอื้อ ๆ ของมันเป็นระยะ ๆ เท่านั้น หาข้อมูลในเวปบอกให้เปลี่ยน
ของมือสองประมาณ +/- 2,000 บาท แต่ก็ยังไม่ได้เปลี่ยน
วันนี้อดทนไม่ไหว เลยโทรไปถามช่างชื่อดังคนหนึ่งแถวรองเมืองซอย 5 เขาบอกให้ลองเอามาดู
ก่อน เลยเอาไปให้เขาดู เขาถอดปั้มลมท้ายรถออกมารื้อเอาหัวแร้งบัดกรีลายพริ้นท์ (ไม่แน่ใจว่า
กี่จุด) ใช้เวลาทำประมาณ 15 นาที ก็เสร็จเรียบร้อย ค่าบริการ 500.-บาท ถ้าจะให้เดาน่าจะเป็น
ที่ลายพริ้นท์ขาด เหมือนกับลายพริ้นท์อื่น ๆในรถเบนซ์อีกหลายจุด เช่นในรีเลย์ต่างๆของรถ
สิ่งที่หายไปอีกเรื่องหนึ่งหลังจากซ่อมเจ้าปั้มลมตัวนี้คือ เมื่อก่อนหน้านี้(หลายปีเหมือนกัน) เวลา
ขับรถเหยียบคันเร่งนิ่งๆ จะมีลมพัดออกทางช่องแอร์(ฟังเสียง) เหมือนกับลมวิ่งโล่งตลอดดี
แต่เวลาถอนคันเร่ง เสียงลมจะแผ่วลงจนเห็นได้ชัด เมื่อซ่อมปั้มลมเสร็จแล้ว อาการทั้งหมดนี้
กลับมาเป็นปกติ ทั้งเหยียบคันเร่งนิ่ง และ ผ่อนคันเร่งกระแสลมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
แสดงว่าปั้มนี้มันเกี่ยวกับระบบแอร์ด้วย แต่ ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกันอย่างไร ใครรู้ช่วยบอกผม
เอาบุญด้วยนะครับ
https://mulligansgarage.com/2015/06/18/1995-w202-mercedes-c180-central-locking-issue/
รถของผมน่าจะตรงกับกรณีตามที่ผม link จาก เวปนี้เลย น่าจะเป๊ะ ๆ เลยครับโปรดดูภาพ
ประกอบในลิงค์ที่ผมนำมาแปะไว้ แต่ปัญหากรณีปัญหาตาาที่กล่าวในเวปนี้เขากดรีโมทแล้วมันเฉยๆ
เซ็นทรัลล๊อค ไม่ทำงาน กรณีของผมมันทำงาน แต่เสียงมอเตอร์หมุน(ทำงาน)เป็นช่วง ๆ
ก่อให้เกิดความรำคาญเสียงของมันตอนรถวิ่ง
2.น้ำมันเบนซินรั่วซึมที่ถังน้ำมัน ตรงจุดที่ปิดด้วยน๊อต 3 ตัวที่ใต้ถังน้ำมัน(ขออภัยไม่ได้ถ่ายรูปไว้)
ถอดน๊อต 3 ตัวออกมา เป็นปลั๊กเสียบอยู่ (มีทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของถังแต่จุดรั่วคราวนี้อยู่
ด้านขวาของตัวรถ) น้ำมันไหลซึมหยดติ๋ง ๆ ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วที่จอดรถ ตอนแรกว่าจะไปหาถัง
น้ำมันมือสองมาเปลี่ยน แต่ดุแล้วการเปลี่ยนถังน้ำมันเกินกำลังของช่างสมัครเล่นอย่างผม เลยคิด
ใหม่ ลองเอาดินน้ำมันอีพ๊อกซี่(กาวมหาอุด) ที่เป็นคล้าย ๆ ดินน้ำมัน 2 ส่วนมาผสมกัน(อย่างเดียว
กับที่ผมเคยซ่อมกันชน) เอามาผสมกันจนเข้ากันดีแล้วเอาไปอุดรอบๆ ปลั๊กที่น้ำมันไหลซึม ปรากฏ
ว่า หายรั่วซึม ใช้ได้มา 2-3 วันแล้ว
3.น้ำมันเพาเวอร์ยุบเล็กน้อย อะไรที่รั่วแบบนี้สำหรับผู้ใช้รถเก่าทุกคนต้องเจอะเจอ
และปวดหัวกับมันมากตอนหาที่รั่วไม่เจอ แต่เมื่อหาไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็พบว่ามันรั่วตรงข้อต่อท่อไหลกลับ
ที่เรารัดแหวนไว้ มันแข็งตัว ทำให้ไม่สนิทกับท่อโลหะ งานนี้แก้ได้ด้วยการเปลี่ยนท่อไหล
กลับ ใช้ท่อใหม่ไม่ถึง 1 เมตร เปลี่ยนยากหน่อยเพราะอยู่ในที่คับแคบ
เพราะเห็นบอร์ดค่อนข้างเงียบ ๆ อาจจะเป็นเพราะเผชิญปัญหามาจนเบื่อ
หรือไม่ก็ไปซื้อรถใหม่หมดปัญหาจุกจิกกับรถเก่า ๆ กันไปเกือบหมดแล้ว
ก็ได้ 2-3 อย่างที่จะเล่าเนื่องจากเป็นปัญหาที่เพิ่งแก้ไขเสร็จพอดี
ปัญหาเก่า ๆ ที่ค่อย ๆ แก้ไขไปแล้วก็หลายเรื่องเพราะมันเป็นรถเก่าๆ
ปัญหาจึงมีมากมาย คิดให้สนุก มันก็สนุก คิดเบื่อมันก็เบื่อ แต่ยังทนไหว
ก็ทนกับมันต่อไป รอไว้ให้รถยนต์ไฟฟ้าราคาถูกๆมาเมืองไทยจริงๆ
อาจจะได้ใช้รถใหม่ตอนนั้นถ้ายังขับรถไหวและมีตังค์พอซื้อ
ตอนนี้ก็แก้ปัญหาในรถเบนซ์เก่า ๆ ไปเรื่อย ๆ ก่อน
1.ปัมลมเซ็นทรัลล๊อค ร้องอื้อ ๆ เป็นระยะ ๆ ตอนสตาร์ทรถใหม่ ๆ จนวิ่งได้ประมาณ
10-15 นาที ก็เงียบไป
ปัญหานี้มีมาเป็นปีแล้ว ไม่ได้แก้ไขเนื่องจากทุกอย่างมันใช้งานได้เป็นปกติไม่ว่าการล๊อครถ
หรือเปิดรถ รำคาญแต่เสียงอื้อ ๆ ของมันเป็นระยะ ๆ เท่านั้น หาข้อมูลในเวปบอกให้เปลี่ยน
ของมือสองประมาณ +/- 2,000 บาท แต่ก็ยังไม่ได้เปลี่ยน
วันนี้อดทนไม่ไหว เลยโทรไปถามช่างชื่อดังคนหนึ่งแถวรองเมืองซอย 5 เขาบอกให้ลองเอามาดู
ก่อน เลยเอาไปให้เขาดู เขาถอดปั้มลมท้ายรถออกมารื้อเอาหัวแร้งบัดกรีลายพริ้นท์ (ไม่แน่ใจว่า
กี่จุด) ใช้เวลาทำประมาณ 15 นาที ก็เสร็จเรียบร้อย ค่าบริการ 500.-บาท ถ้าจะให้เดาน่าจะเป็น
ที่ลายพริ้นท์ขาด เหมือนกับลายพริ้นท์อื่น ๆในรถเบนซ์อีกหลายจุด เช่นในรีเลย์ต่างๆของรถ
สิ่งที่หายไปอีกเรื่องหนึ่งหลังจากซ่อมเจ้าปั้มลมตัวนี้คือ เมื่อก่อนหน้านี้(หลายปีเหมือนกัน) เวลา
ขับรถเหยียบคันเร่งนิ่งๆ จะมีลมพัดออกทางช่องแอร์(ฟังเสียง) เหมือนกับลมวิ่งโล่งตลอดดี
แต่เวลาถอนคันเร่ง เสียงลมจะแผ่วลงจนเห็นได้ชัด เมื่อซ่อมปั้มลมเสร็จแล้ว อาการทั้งหมดนี้
กลับมาเป็นปกติ ทั้งเหยียบคันเร่งนิ่ง และ ผ่อนคันเร่งกระแสลมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
แสดงว่าปั้มนี้มันเกี่ยวกับระบบแอร์ด้วย แต่ ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกันอย่างไร ใครรู้ช่วยบอกผม
เอาบุญด้วยนะครับ
https://mulligansgarage.com/2015/06/18/1995-w202-mercedes-c180-central-locking-issue/
รถของผมน่าจะตรงกับกรณีตามที่ผม link จาก เวปนี้เลย น่าจะเป๊ะ ๆ เลยครับโปรดดูภาพ
ประกอบในลิงค์ที่ผมนำมาแปะไว้ แต่ปัญหากรณีปัญหาตาาที่กล่าวในเวปนี้เขากดรีโมทแล้วมันเฉยๆ
เซ็นทรัลล๊อค ไม่ทำงาน กรณีของผมมันทำงาน แต่เสียงมอเตอร์หมุน(ทำงาน)เป็นช่วง ๆ
ก่อให้เกิดความรำคาญเสียงของมันตอนรถวิ่ง
2.น้ำมันเบนซินรั่วซึมที่ถังน้ำมัน ตรงจุดที่ปิดด้วยน๊อต 3 ตัวที่ใต้ถังน้ำมัน(ขออภัยไม่ได้ถ่ายรูปไว้)
ถอดน๊อต 3 ตัวออกมา เป็นปลั๊กเสียบอยู่ (มีทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของถังแต่จุดรั่วคราวนี้อยู่
ด้านขวาของตัวรถ) น้ำมันไหลซึมหยดติ๋ง ๆ ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วที่จอดรถ ตอนแรกว่าจะไปหาถัง
น้ำมันมือสองมาเปลี่ยน แต่ดุแล้วการเปลี่ยนถังน้ำมันเกินกำลังของช่างสมัครเล่นอย่างผม เลยคิด
ใหม่ ลองเอาดินน้ำมันอีพ๊อกซี่(กาวมหาอุด) ที่เป็นคล้าย ๆ ดินน้ำมัน 2 ส่วนมาผสมกัน(อย่างเดียว
กับที่ผมเคยซ่อมกันชน) เอามาผสมกันจนเข้ากันดีแล้วเอาไปอุดรอบๆ ปลั๊กที่น้ำมันไหลซึม ปรากฏ
ว่า หายรั่วซึม ใช้ได้มา 2-3 วันแล้ว
3.น้ำมันเพาเวอร์ยุบเล็กน้อย อะไรที่รั่วแบบนี้สำหรับผู้ใช้รถเก่าทุกคนต้องเจอะเจอ
และปวดหัวกับมันมากตอนหาที่รั่วไม่เจอ แต่เมื่อหาไปเรื่อยๆ ในที่สุดก็พบว่ามันรั่วตรงข้อต่อท่อไหลกลับ
ที่เรารัดแหวนไว้ มันแข็งตัว ทำให้ไม่สนิทกับท่อโลหะ งานนี้แก้ได้ด้วยการเปลี่ยนท่อไหล
กลับ ใช้ท่อใหม่ไม่ถึง 1 เมตร เปลี่ยนยากหน่อยเพราะอยู่ในที่คับแคบ
Last edited:




