อยากมาเล่าเรื่องปัญหาจุกจิกของรถซีคลาสเก่า ๆ คันหนึ่ง

วันนี้มีเพื่อนคนหนึ่งแวะไปหาผมที่บ้าน เพื่อนคนนี้คอเดียวกันกับผม คือชอบซ่อมของในบ้านด้วยตนเอง ชอบเฟอร์นิเจอร์ทำจากไม้ ชอบซ่อมรถของตนเอง(มานาน) ตัวเค้าเกษียณแล้วจากการเป็นวิศวกรไฟฟ้า ของบริษัทฯ ญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในประเทศไทย เราก็คุยเรื่องขอบๆ เหมือนกันคือเรื่องซ่อมรถ และต้นไม้ ผมก็โม้ให้เค้าฟังว่า ผมทำระบบรดน้ำต้นไม้ด้วยปั้มน้ำที่ใช้ในบ้านธรรมดา ๆ นี่แหละ เพียงแต่บอกขนาดปั้มน้ำว่าท่อออกโตเท่าไร และบอกยี่ห้อเค้าไป เค้าบอกรุ่นปั้มน้ำได้ถูกต้อง จึงได้เรื่องตลกร้ายขำไม่ออกจากเค้าเรื่องปั้มน้ำยี่ห้อเก่าแก่ที่บริษัทฯ ของเค้าเป็นผู้จำหน่าย ว่าปั้มรุ่นนี้ของเค้า ปกติเวลาขายสินค้าจะต้องมีสต๊อกอะไหล่ แต่หลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 บริษัทฯ เค้าโล๊ะ มอเตอร์ปั้มน้ำรุ่นนี้ด้วยการบดทำลาย แล้วจึงขายเป็นเศษโลหะ เพราะสต๊อกของปั้มน้ำรุ่นนี้เก็บมากว่า 20 ปี แต่สต๊อกไม่ยุบเลย จนเครื่องตกรุ่นไปนานแล้ว สต๊อกเหลือเพราะมอเตอร์มันทนมาก และเค้าบอกอาการปั้มของผมถูกเลย ว่าผมซื้ออะไหล่ตัวเติมอากาศไม่ใช่ของมันมาใส่ ผมจึงเพิ่งนึกได้ว่า อะไหล่แท้ๆ ของรุ่นของมันไม่มี เพราะมันเลิกผลิ ตไปนานแล้ว
ตอนสายๆ ก่อนที่เค้าจะเข้ามาบ้านผม ผมโทรไปถามเค้าเรื่องเครื่องแปลงไฟแผ่นโซล่าร์เซลล์ก่อน ว่ามันเสีย ผมไล่โทรร้าน(บริษัทฯ) รับซ่อมปรากฏว่า ไม่มีใครรับซ่อม แต่แนะนำร้านรับซ่อมที่อุบลโน่น ผมจึงโทรหาเค้า เค้่าบอกว่าลูกน้องเก่าเค้าซ่อมได้ให้เบอร์โทรมา ผมก็โทรไป เล่าอาการเสียให้ลูกน้องเก่าเค้าฟัง เค้าก็แบ่งรับแบ่งสู้ ว่าเคยซ่อมอาการนี้เหมือนกัน มันเป็นอาการประจำรุ่น ประมาณว่า บริษัทฯ ผู้ผลิต ขุดบ่อดักไว้ตอนเครื่องหมดประกัน อะไรทำนองนั้น ก็เลยได้ความรู้ใหม่ว่า การผลิตสินค้า ขาย ทนเกินไปมันก็ไม่ดี แม้จะมีชื่อเสียงว่าของรุ่นนี้ทน แต่คนไม่ซื้อเพราะมันไม่เสีย คนไม่ซ่อมเพราะมันไม่เสีย บริษัทฯ จะได้ประโยชน์อะไรจากข้อดีแบบ นี้ ตอนหลังผู้ผลิตสินค้า เค้าจึงขุดบ่อดักตามที่เล่ามา
 
สืบเนื่องจากโพสต์นี้


http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=87608


ขอบคุณเพื่อนสมาชิก ที่ให้กำลังใจและโดยเฉพาะท่าน
se278/cobra4971/tui makawan ที่กรุณาให้ข้อคิดความเห็นและความรู้
แก่ผมและเพื่อนสมาชิก ที่รักการ DIY ต้องรู้และเข้าใจเรื่องรีเลย์ซึ่งไม่มีทาง
หลีกพ้นตราบใดที่ยังรักเครื่องยนต์กลไกทุกแขนงที่ต้องใช้แบตเตอรี่และไฟฟ้า

ผมจะเล่าความเป็นมาละเอียดอีกรอบนะครับ
เพื่อนที่ว่างพอก็ลองอ่านดู เพื่อนที่ย้ังไม่ว่าง
ก็ข้ามไปก่อนครับเพราะผมเขียนยาว

ตอนแรกผมเล่าแต่อาการ แต่ไม่ได้ลำดับความเป็นมา
ก่อนจอดผมเห็นเข็มน้ำมัน 3/4 ถัง ก็สบายใจว่าไม่เป็นไร

ตอนที่ 1 ผมจอดรถไว้เกือบ 4 เดือนได้แต่เพื่อนบ้านมาสตาร์ท
2-3 อาทิตย์ครั้ง กลับมาผมก็เอาไปวิ่งน้ำมัน พบว่าวิ่งไปประมาณ
10-15 นาที ฟอดดับ/ หักเลี้ยวกลับลำก็ดับ
ติดเครื่องอยู่บ้านมีกลิ้นเบนซินเหม็น ผมก้คิดว่าคงปั้มติ๊ก
และกรอง และ fuel regulator เสีย จึงซื้อ 3 สิ่งนี้
ยี่ห้อ Bosch มาเปลี่ยน รถผมใช้เบนซิน 95 มาตลอดไม่เคยเติมแก๊สโซฮอลล์
สตาร์ฺทน้ำมันวิ่งแก๊ส

ตอนที่ 2

ผมเปลี่ยน 3 สิ่งนี้เสร็จ ก็เอาไปลองวิ่ง น้ำมัน ตอนแรกก็เรี่ยวแรงดี
พอ 5-10 นาที ก็ฟอดดับเหมือนเดิม คราวนี้สตาร์ทน้ำมันไม่ติดอีกเลย

มาตรวจหาสาเหตุ ก็พบว่า แรงดันน้ำมัน 1-2.5 บารฺ์ ไปไม่ถึง 3.5 บาร์ตาม
ที่ควรจะเป็น ลองเอาหลอดไฟ แบบบ้านๆ มาจิ้มๆ แถวรีเลย์ปั้มติ๊ก ก็พบ
ว่าตอนบิดกุญแจ ON แห้งๆ ไฟขั้ว 86 ไม่มีไฟมา แต่ถ้าสตาร์ทด้วยแก๊ส
ไฟขั้ว 86 มา เครื่องยนต์ทำงานด้วยแก๊สปกติ เสียงปั้มติ๊กทำงาน แต่สตาร์ท
ด้วยน้ำมันไม่ติด คิดว่ากล่องแก๊สอาจจะเสียหรือเปล่า ทำให้ระบบน้ำมัน รวนเร
ไปด้วย ตอนติดเครื่องด้วยแก๊ํสแล้วแรงดันน้ำมัน เป็น 3.0 หรือใกล้เคียง

เอาไปอู่แถวบ้านที่มีเครื่อง star ตรวจจับ บอกแค่ว่า ส่วนผสมอากัาศกับน้ำมัน
ไม่ถูกต้อง ไม่มี fualt ใด ๆ ให้ช่างช่วยไล่หาสาเหตุ (ช่างใหญ่ของอู่) ตรวจแล้ว
ก็พบอาการเหมือนที่ผมพบ เขาเสนอว่า ปั้มติ๊กเสีย ต้องลองเปลี่ยนปั้มติ๊กดู
ผมถามเขาก่อนว่า ปั้มติ๊กที่ว่านี้เป็นปั้มเก่าสำหรับทดลองรถให้ลูกค้า หรือว่า
ลูกค้าต้องจ่ายเงิน ช่างบอกว่าลูกค้าต้องจ่ายเงิน ก่อน ถ้าเปลี่ยนปั้มแล้วยังไม่ติด
อีก ก็ไม่้ต้องจ่ายเงิน ผมก็ถามก่อนว่า ค่าปั้มเท่าไร เค้าบอกว่าปั้มติ๊กยี่ห้อ Bosch
ค่าของราคา 5,000.-บาท ค่าแรงยังไม่จบ ยังไม่ได้คิด ผมก็ลังเล แต่คิดว่า
ผมเพิ่งเปลี่ยนปัมติํ๊กมาหยก ๆ โทรไปถามร้านขาย ว่าปั้มติ๊กที่เพิ้่งซื้อมาเคลมได้
ไหม ร้านบอกส่งไปเคลมได้ ต้องส่งให้โรเบิรตบอส ใช้เวลาราว 2 เดือน
ถ้าเสียจริงคืนเงิน รายละเอียดการเคลมยิบย่อยมาก
ระหว่างนีั้ต้องซื้อปัมอีกลูกสำรองไปก่อน
ผมก็เลยตัดสินใจ หยุดก่อนหาทางซ่อมวิธีอื่น หรือใช้แก๊สอย่างเดียวไปก่อนจะดีกว่า
สำหรับผมเพราะมันยุ่งยากมากไป ร้านนี้คิดค่าจับสตาร์ และ ค่าลงมือ
แหวก ๆ ดูรีเลย์ปัมติ๊กเหมือนที่ผมทำเอง 500.-บาท

ตอนที่ 3

ผมข้องใจเรื่องไฟมาเลี้ยงขั้ว 86 จึงมาโพสต์ถามในนี้ และวันนี้ได้
โทรไปถามร้านติดตั้งแก๊ส EMME ร้านหนึ่งที่ผมเคยให้เซอร์วิสรถของผม
เจ้าของร้าน กรุณาบอกว่า ตอนนี้กล่อง แก๊ส EMME ใหม่คงไม่มีแล้ว แต่กล่้องแก๊ส
EMME รุ่นนี้ ใช้กล่้องของ AEB รุ่น 2001 NC แทนได้เลย มันต่างกันแต่ยี่ห้อและรูปร่างกล่้อง
เท่านั้น วงจรภายใน เหมือนกันทุกประการ ให้ไปถามร้านติดตั้งแก๊สที่รู้จักกัน
หรือไปที่เค้า เค้าจะทดสอบให้ แต่เค้าอยู่ ตจว.ไปกลับ 200 กว่า กม.ผมเลย
ไปคุยร้านแก๊สแถวบ้านปรากฏ่ว่าไม่มีกล่อง AEB รุ่น 2001 NC เพราะมันนาน

อนึ่งทั้งเจ้าของร้านแก๊สที่ผมโทรไปปรึกษา เค้าพูดตรงกัน ว่า รถผมติดกล่องตัดแก๊ส
หรือเปล่้า ถ้าติดกล่้องตัดแก๊ส พอใช้ไปนานๆ ก็รวนทุกคันคงเนื่องจากรีเลยแก๊ส 2 หน้า
่อย่างที่ทื่าน tui makawan กรุณาให้ความรู้ แต่รถผมไม่ติดก้ล่องตัดปั้มติ๊ก เพราะยี่ห้อนี้
สมัยนั้นผู้ติดตั้งไม่ยอมติดตัดปั้มติ๊กให้ อนึ่งช่างร้านที่ผมโทรไป และช่างร้านแถวบ้านพูด
ตรงกันอยู่เรื่องหนึ่ง คือ
ถ้าไฟขั้้ว 86 ไม่มาจริงๆ
หาสาเหตุที่ไม่มาไม่เจอะจริงๆ และปั้มติ๊กไม่เสียจริง คือต่อตรงแล้วปั้มทำงานเครื่องยนต์ติด
ก็ต่อไฟมาจากแถวสายไฟเส้นหนึ่งแถวคอพวงมาลัย ที่มีไฟเฉพาะตอนบิดกุญแจสตาร์ทแล้ว
เอามาใส่รีเลย์ ตัวหนุึ่ง ให้ไฟไปเลี้ยงรีเลย์ ปัมติ๊กได้ แล้วจากนั้นก็ติดสวิทช์ตัดต่อปัมติ๊กจะเอา
อัตโนมือคือใช้มือปิดเปิดสวิทช์เอา หรือจะเอาตัดอัตโนมัติตั้งเวลาอะไรก็ได้หมด ราคา
ค่าติดตั้งแล้วแต่จะเอาแบบไหน ราคา 600-1 พัน ++ แล้วแต่ความยากง่าย
หรือจะเอากล่องยี่ห้อไหนเลือกได้

ขอบคุณสำหรับเพื่อนที่ออกความคิดเห็นและอ่านข้อความอันยาวยืดนี้ครับ
 
W202 C220 คันที่อยู่กับผมนี้อายุ ราว 25-26 ปีนับแต่มันเกิดในสตุ๊ตการ์ตเยอรมัน
แต่เฉพาะที่อยู่กับผมก็ประมาณ 16 ปี ผ่านการเดินทางกับผม และการเจ็บป่วยของเค้า
มาเกือบทุกโรคทุกอาการ จนผมมั่นใจ(เอาเอง) ว่าผมรู้จักอาการของรถคันนี้พอสมควร
แต่ตอนนี้อาจจะเป็นเพราะผมมีความชราเป็นเจ้าเรือนมาก มันเสียเรื่องพื้น ๆ แต่ผม
กลับไปมองไกลอ้อมโลก ทั้ง ๆ ที่หลายๆ เรื่อง ผมเคยอธิบายให้คนอื่นรู้เจื่อยแจ้ว
แต่เมื่อเรื่องนั้นมาเกิดกับตัวผมและรถคันนี้กลับมองข้ามทั้งที่(เคยรู้เคยบอกคนอื่น)
มาแล้วบ่อย ๆ เช่น

1.หลายคนถามว่าอาการสุดท้าย(ที่ไม่สุดท้าย) ที่ผมมาโพสต์ถามเรื่องไฟปั้มติ๊กผ่าน
กล่องหรือไม่ ตอนนี้ผมแก้ไขเรียบร้อยแล้ว เป็นเรื่องพื้น ๆ ปัญหาเก่า ๆ ดังจะเล่าต่อไปนี้
ก่อนไปอเมริกาเมื่อกลางปีที่แล้ว ผมอยู่ที่โน่นนานหลายเดือนมาก ก่อนไป
ผมเติมน้ำมันเต็มถัง แล้วจอดไว้ ฝากเพื่อนบ้านให้ช่วย
สตาร์ทรถให้หน่อย ตามสะดวก 7 วัน 10 วัน 15 วันอะไรก็แล้วแต่เขาสะดวก เขาก็
ทำตามนั้นมา ผมกลับมาเห็นเข็มน้ำมันบอกเหลือครึ่งถัง ก็เอาไปวิ่ง แล้วเครื่องรถมี
อาการฟอด ไม่มีแรงตามที่เล่าแล้ว เอาสรุปสุดท้าย ก็ละกัน พบสุดท้ายว่าน้ำมันหมดถัง
เสียปั้มติ๊กไป อีก 1 ลูก ตอนนีั้ปัญหานี้จบไปแล้ว

2.จากนั้น ผมซ่อมบ้าน เอารถไปขนของซื้อของซ่อมบ้าน มีท่อน้ำ ท่อร้อยสายไฟ จับท่อเสียบ
มาจากท้ายรถ แหย่เข้าตรงที่วางเท้าคนนั่งหน้าซ้าย พักเดียว แอร็์เสีย ไม่มีความเย็น ไม่เป็นไร
ใช้มันไปงั้นแหละเปํ็นเดือนเหมือนกัน จนในที่สุดมาพบว่า แอร์มันไม่ได้เสีย ตรงเหนือที่วางเท้า
มันมีปุ่นหมุน คอนโทรลแอร์ที่ทำเอง ปรากฏว่าปลายท่อมันไปดันให้ปุ่มหมุนมันหมุนหรี่แอร์จนปิด
ทนใช้ยังงี้อยู่เป็นเดือน ในที่สุดก็พบปัญหาแบบโง่ ๆ ก็ยังดี ที่ไม่เสียตังค์เหมือนอาการที่ 1


3.วันหนึ่ง กดรีโมทแล้วรีโมทที่รถเฉยๆ แกะรีโมทเปลี่ยนถ่าน เพราะเข้าใจว่าถ่านหมด เสียตังค์
ค่าถ่านไป 100 บาท ที่ไหนได้ มันก็ไม่ทำงาน พยายามอยู่หลายรอบ มันก็ทำงานมั่งไม่ทำงาน
มั่ง ผมมีกุญแจสำรอง กะว่าใช้่กุญแจสำรองก็ได้ ปกติผมจะใส่กุญแจสำรองทุกชนิดไว้ใน
ลิ้นชักโต๊ะทำงานของผม แต่มันหายหมด หาไม่เจอะเลย ทั้ง 2 คัน แต่อีกคันหนึ่งกุญแจ
ที่วางไว้ในที่ใช้งานยังอยู่ ก็ใช้คันนั้นไปคันเบนซ์จอดทิ้งเป็นเดือน ๆ ไม่ได้ใช้งาน
จนวันหนึ่งเมื่อ ไม่กี่วันมานี้ ไปเจอะโดยบังเอิญ มันอยู่ในตู้ยาประจำบ้าน มันไปอยู่ได้ยังไง
ทำไมหาไม่เจอะ ก็เพราะความหวังดีของแม่บ้าน แอบมาเก็บโต๊ะทำงานของผมให้เรียบร้อย
รวมทั้งเอากุญแจสำรองต่าง ๆ ไปเก็บในตู้ยา ชั้นบนสุด ทำให้หาไม่เจอะ จนเจอะโดย
บังเอิญ จนคิดว่ามันหายไปแล้ว เพราะผมซ่อมบ้านรื้่อบ้านเก็บของทิ้่งไปเป็นจำนวนมาก
จนถอดใจไปแล้วว่าของนอกกาย หายได้ก็หายไป แต่จริงๆ คนย้ายที่ไม่บอก
เค้าบอกว่าก็ไม่เห็นถาม

4. ผมคิดว่า กุญแจทีใช้ประจำมันเสีย วัน สองวันมานี้ ก็เลยคิดว่าเอาไปซ่อมไว้ดีกว่า จึงเอาไป
ให้ช่างชื่อดังช่วยซ่อมให้หน่อย พอช่างใหญ่จับกุญแจ ก็บอกว่า มันไม่เสียนะพี่ แต่มันไม่ได้
ซิงค์กับตัวรถ มันลืมระหัส อ้าวเป็นงั้นไป ว่าแล้วเค้าก็ให้ลูกน้องเค้าถือกุญแจดอกที่ว่าเสีย
ไปที่รถผม เอากุญแจเสียบรูที่ฝากระโปรง บิดไปบิดมา แล้่วเข้าไปเสียบที่รูสตาร์ท บิดไปบิดมา
แล้วเอาปิดประตู กดรีโมท มันก็ทำงานปกติ

อ้าว ไหงเป็นงั้นไปได้ยังไง ช่างท่ำยังไงเหรอ บอกหน่อยซิ


ช่างบอกว่า ก็กดปุ่มรีโมทค้างไว้ แล้วเสียบที่รูฝากระโปรง บิดซ้าย 2 ที บิดขวา 2 ที แล้วเอามา
เสียบที่คอพวงมาลัย กดปุ่มค้างเหมือนเดิม บิดซ้าย 2 ที บิดขวา 2 ที จบขั้นตอน ใช้ได้ปกติ

แหม ผมก็ขับรถฝ่ารถติดไปหาเค้า ทำง่ายๆ แต่นี้ ดีนะ ที่เค้าทำให้ฟรี ๆ ไม่คิดตังค์

ความแก่ชราไม่เข้าใจครออกใคร บางทีก็ทำอะไรโง่่ ๆ ได้ง่ายๆ ขอเพื่อนๆ ทุกคน อย่า
เป็นเช่นผม

ขอบคุณเพื่อนหลายท่านที่สอบถาม และขอบคุณเพื่อนที่อ่านเรื่องนี้จนจบ
 
k220 said:
รบกวนขอรายละเอียดการติดตั้งDigital ThermostatในรถE220 W124 ขอบคุณครับ

ผมไม่สันทัด W124 ครับ รถผม W202 ผมตัดต่อเส้นที่ควบคุม
ครัชแอร์ครับ ไม่ทราบว่าจะเหมือนกันไหม

Digital thermostat
อันที่ผมใช้

มันไม่ work นะครับ
ตัดต่อไม่เนียน สู้เทอร์โมสตัด
หมุน ๆ ธรรมดา ๆ ไม่ได้
ตัดต่อเนียนกว่า
แต่คุมการตัดต่อครัชแอร์
จุดเดียวกัน
 
ผมไม่ได้หวงวิชา
แต่ผมก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร
ถามมาอาจจะตอบไม่ได้
ขออภัยด้วยครับ
 
การติดกล่องปลั๊กและสวิทช์ไฟกับผนังเบาทำอย่างไร

การติดกล่องปลั๊กและสวิทช์ไฟกับผนังเบาทำอย่างไร

ขออนุญาตสอบถามขอความรู้เพื่อนสมาชิกที่พอมีประสบการณ์
เกี่ยวกับการติดตั้งเดินสายไฟฟ้าหน่อยครับ คือถ้าเป็นผนังก่ออิฐ
เค้าก็เจาะกรีดผนังใส่ท่อร้อยสายและฝังกล่องบ๊อกไฟในผนัง

แต่ถ้าเป็นผนังเบา ประเภท ผนังสมาร์ทบอร์ด หรือผนังยิบซั่มโครง
เหล็ก ถ้าอยากฝังกล่องร้อยท่อในผนัง เหมือนผนังก่ออิฐ
เค้าทำกันอย่างไรครับ เพราะผมไม่ขอบเดินสายไฟลอยเกาะผนัง
แล้วมีกล่องปลั๊กสวิทช์โผล่เหนือผิวผนัง ผมเดินไปถามหา
โฮมโปร โฮมเวิร์ค ไทวัสดุ แล้ว ทุกแห่งบอกไม่มีอุปกรณ์
สำหรับฝังท่อและกล่องในผนัง เบาแบบนี้ จะทำต้องดัดแปลง
เอาเอง มีแต่กล่องลอย ผมไม่รู้ว่าจริงๆ อุปกรณ์ฝังกล่องมัน
มีขายในบ้านเราหรือไม่ ถ้าไม่มี จะทำจริงๆ ต้องดัดแปลงยังไง
ครับ เพราะถ้าเป็นที่อเมริกา ผนังเค้าก็ใช้ยิปซั่มกันทั้งนั้นจึงมี
กล่องอุปกรณ์สำหรับฝังปลั๊กสวิทช์ขายที่โฮมดีโป้หรือร้านฮาร์ดแวร์
เป็นปกติ ครับ ใครทราบวิธี สงเคราะห์ผมหน่อยครับ
 
ในเวปนี้อาจจะมีช่างไฟ/วิศวกรไฟฟ้าหลายท่าน
แต่ท่านคงไม่ได้เข้ามาอ่านจึงไม่มีใครตอบ ก็ไม่เป็นไรครับ
ผ่านไปเกือบครึ่งเดือนผมทำเสร็จเรียบร้อยแล้วสำหรับช่างเถอะแบบผม
ผมใช้กล่องเหล็กสำหรับติดปลั๊ก/สวิทช์ แบบฝังในผนังก่ออิฐธรรมดาๆ
ติดด้วยกาวตะปูยึดด้วยสังกะสีโครงฝ้าฉาบเรียบ
ขณะติดมันก็ยึดแน่นดีพอสมควร
แต่ไม่รู้ว่าระยาวจะเป็นเช่นไร
คิดว่าถ้ามันหลุด ก็คงเอากาวตะปู
ยึดเพิ่มเข้าไป อีกเท่านั้น
กาวตะปูขณะใช้งานมันแน่นมาก
จนคิดว่ามันน่าจะอยู่ไปอีกหลายปี
 
ขอเล่าเรื่องน้ำมันเพาเวอร์รั่วซึมของรถผมหน่อยครับ
มันรั่วซึมนิดหน่อยน้ำมันเพาเวอร์ในกระป๋องพักยุบ
ราวๆ ครึ่งเซ็นต่อสองอาทิตย์ได้ คือมันเห็น ๆเลยว่ายุบไป
ทุกครั้ง(ไม่ได้เปิดบ่อย)ที่เปิดดู เนื่องจากตอนนี้อย่าง
ที่ทราบกันทั่วไปว่าต่างคนต่างไม่ค่อยได้ไปไหนมาก
แต่การรั่วซึมมันเกิดมาสัก 6 เดือนที่แล้วได้
น้ำมันยุบไป และมองเห็นว่าน้ำมันเพาเวอร์มันหยด
ลงใต้ท้องรถตรงกระปุกพวงมาลัยเป็นรอยที่พื้น

ผมโทรไปปรึกษาช่างที่ซ่อมกันประจำ เค้าบอกว่า
ต้องเปลี่ยนซีลในกระปุกพวงมาลัย ค่าซ่อมราวๆ
3 พัน +/- แต่ต้องทิ้งรถไว้ที่เค้า 2 วัน ผมไม่สะดวก
จะไปซ่อม

พอดีนึกขึ้นได้ว่าเคยมีคนพูดถึงน้ำมันชนิดหนึ่งสามารถ
ช่วยชลอการรั่วประเภท stop leak อะไรทำนองนั้น
ผมเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่คิดว่าลองดูดีกว่า เพราะสุดท้าย
มันต้องให้ช่างซ่อมอยู่แล้ว แต่ถ้ามันแก้ได้ ก็ไม่ต้องเอารถ
ไปซ่อมให้ยุ่งยาก จึงสั่งจากเวปนี้
https://www.lazada.co.th/catalog/?q...spm=a2o4m.searchlist.search.go.7b426ccfKMGmt4

เอาใส่ไป 2 ขวด ผ่านไปราว 2 สัปดาห์จึงเริ่มเห็นผล
น้ำมันเพาเวอร์ยุบน้อยลงไปเกือบไม่ยุบ
สรุปว่า รถคันของผม ใช้ได้ผลครับ
จึงให้เป็นข้อมูลเผื่อมีประโยชน์กับเพื่อนบ้างครับ
 
ท่ออากาศข้ามเครื่องรั่ว



เครื่อง M111 ใน C Class W202 C220 ของรถผม มีท่อข้ามเครื่องตามในภาพ
สำหรับดูดอากาศไปเข้าท่อไอดี เมื่อเร็วๆ นี้ ผมไปตลาด ก็ขับรถได้ตามปกติดีเมือกลับบ้าน
เมื่อจะถอยรถเข้าบ้าน เป็นเนินลาดสูงราว 20 เซ็น เครื่องมีสะดุด แล้ว ดับ 2 ครั้ง
ต้องเหยียบคันเร่งลึกกว่าปกติ อันนี้เป็นสิ่งผิดปกติ ไม่เคยเป็นเช่นนี้

ตามที่ทราบกันว่าเกือบทุ่กคนว่าง ๆผมก็ว่าง จึงเอาเวลาว่างมาพิจารณาหาจุดที่
ทำให้เครื่องสะดุดตอนถอยหลังขึ้นเนินหน้าบ้าน ตอนแรกมองหาไม่พบ จึงถอดท่อ
อากาศที่เรียกว่าท่อข้ามเครื่องออกมา จึงพบว่า ตรงรอยต่อระหว่างท่อยาง กับท่อ
พลาสติก จะมีแหวนพลาสติกอันหนึ่งรัดรอยต่อของท่อยาง กับท่อพลาสติก แตก
ทำให้ท่อพลาสติก และ ท่อยางแยกออกจากกันเป็นทางให้อากาศรั่วเข้าท่อได้โดย
ไม่ผ่านกรองอากาศ และเจ้าแหวนรัดพลาสติกนี้แตกกรอบ ซ่อมไม่ได้

ในช่วงนี้ไม่รู้จะไปหาวัสดุอะไรมาซ่อม หรือไม่รู้จะหาอะไหล่แหวนชิ้นนี้
มาจากไหนได้ เดินวนไปวนมาในบ้านหลายรอบเพื่อหาวัสดุ ในที่สุด ก็เจอะกาวอีพ๊อกซี่
ที่เรียกว่า กาวมหาอุด หรือ กาวสาระพัดประโยชน์ เป็นลักษณะคล้ายดินน้ำมัน 2 ก้อน
มาผสมรวมกัน แล้วเอาไปพอกแทนแหวนพลาสติกที่แตก มันจะแข็งตัวในครึ่งชั่วโมง
และแข็งมากเมื่อเวลาผ่านไป 1 วัน ทำเสร็จแล้ว ลองติดเครื่่องยนต์แล้ว มันแข็งแรง
เป็นที่พอใจ ติดเครื่องเดินเบานิ่มนวล ไม่สะดุดเหมือนตอนก่อนทำ คิดว่าน่าจะเรียบร้อย
แต่วันหลังต้องเอาไปวิ่งรถจริงๆ ก่อนจึงจะรู้ว่าได้ผลหรือไม่ รถเก่า ๆ ที่มาเสียในจุดที่
เป็นรายละเอียดหยุมหยิม อะไหล่ไม่น่าจะมี นอกจากซื้อท่อข้ามเครื่องทั้งท่อนจาก
ร้านอะไหล่เก่าเบนซ์ แต่สำหรับผม คิดว่ายังไม่จำเป็นขนาดนั้นครับ ลองซ่อมดูก่อน
ถ้าใช้งานได้ ก็ใช้ต่อไป ขอบคุณที่ทนอ่านมาตั้งนาน ให้ข้อมูลไว้เผื่อเพื่อนประสบปัญหา
ใกล้เคียงกันเป็นแนวทางความคิดครับ

หาเรื่องมาโพสต์คุยเล่น ๆ ในยามที่ทุกคนเครียดจากปัญหาไวรัส โควิด-19 จนเพื่อนๆ
ไม่มีกะใจจะมาคุยกันเรื่องรถ คงเป็นเพราะไม่ค่อยได้ใช้รถกันจึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องรถ
 
https://www.lazada.co.th/catalog/?q...spm=a2o4m.searchlist.search.go.7b426ccfKMGmt4

เอาใส่ไป 2 ขวด ผ่านไปราว 2 สัปดาห์จึงเริ่มเห็นผล
น้ำมันเพาเวอร์ยุบน้อยลงไปเกือบไม่ยุบ
สรุปว่า รถคันของผม ใช้ได้ผลครับ
จึงให้เป็นข้อมูลเผื่อมีประโยชน์กับเพื่อนบ้างครับ

ดีเลยครับ รถผมก็มีอาการน้ำมันหยดจากกระปุกพวงมาลัยอยู่พอดี
มันจะซึมออกมากหน่อยตอนเอากลับมาจอดใหม่ๆ แต่จอดนานๆก็หยุดรั่ว
ตอนนี้รถจอดมากกว่าใช้งาน เดือนหนึ่งอาจจะได้ออกวิ่งอุ่นเครื่องซัก 10-20 กิโล
ครั้นจะเอาไปซ่อมก็ติดอยู่ว่า ยังหาช่างซ่อมไม่ถูกใจ(พะเยาหาช่างยากครับ)
น้ำมันที่หยุดการรั่วได้แบบนี้คงถูกอาการครับ
เอาแค่มันหยดที่พื้นน้อยลงกว่าเดิม ก็พอใจแล้วครับ

ว่าแต่ตอนใช้นี่ต้องถ่ายน้ำมันเก่าออกหมดแล้วเติมใหม่ หรือว่าเติมเข้าไปแค่ส่วนที่พร่องครับ?

ขอบคุณพี่ถ้วยกาแฟอีกครั้งครับ

-
 
ดีเลยครับ รถผมก็มีอาการน้ำมันหยดจากกระปุกพวงมาลัยอยู่พอดี
มันจะซึมออกมากหน่อยตอนเอากลับมาจอดใหม่ๆ แต่จอดนานๆก็หยุดรั่ว
ตอนนี้รถจอดมากกว่าใช้งาน เดือนหนึ่งอาจจะได้ออกวิ่งอุ่นเครื่องซัก 10-20 กิโล
ครั้นจะเอาไปซ่อมก็ติดอยู่ว่า ยังหาช่างซ่อมไม่ถูกใจ(พะเยาหาช่างยากครับ)
น้ำมันที่หยุดการรั่วได้แบบนี้คงถูกอาการครับ
เอาแค่มันหยดที่พื้นน้อยลงกว่าเดิม ก็พอใจแล้วครับ

ว่าแต่ตอนใช้นี่ต้องถ่ายน้ำมันเก่าออกหมดแล้วเติมใหม่ หรือว่าเติมเข้าไปแค่ส่วนที่พร่องครับ?

ขอบคุณพี่ถ้วยกาแฟอีกครั้งครับ

-


เป็นความเห็นนะครับไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเป็นจริง
ผมคิดว่าถ้านานแล้วยังไม่ได้ถ่ายน้ำมันเพาเวอร์
ควรถ่ายออกก่อนเติม แต่ถ้าน้ำมันยังใหม่
คิดว่าเติมได้เลย แต่ก็ต้องดูดน้ำมันเก่า
ออกเท่ากับน้ำมัน STP จำนวนที่จะเติมครับ

ขอให้ประสบความสำเร็จนะครับ
จะรอฟังข่าวครับ
 
ก่อนที่ผมจะเติมน้ำมัน STP ผมหงุดหงิดมากเลยตอนที่
เห็นรอยหยดรั่วตรงกระปุกพวงมาลัยของรถ ที่รั่วลงไปบน
พื้นโรงจอดรถ ผมแก้ปัญหาแบบ ซื่อบื้อแบบ ถ้วยกาแฟ
คือเอาผ้าขี้ริ้วที่ทำจากผ้าเสื้อยืด เอาลวดมาผูกใต้ท้องรถ
ตรงกระปุกพวงมาลัยที่น้ำมันหยดย้อย
ให้น้ำมันหยดลงไปตรงผ้าขี้ริ้ว
เสื้อยืด ขณะเดียวกัน ก็ระมัดระวังความร้อนจากท่อไอเสีย
จะส่งมาถึงผ้าขี้ริ้วชุ่มน้ำมันอาจจะไหม้ได้ แต่หลายเดือนที่ผม
ทำมา มันก็อยู่ได้ด้วยดีจนเติมน้ำมัน STP แล้วหยุดรั่ว

ส่วนน้ำมันเพาเวอร์ที่รั่วพร่องไปก็เติมเอา มันไม่ยุบขนาด
เติมไม่ทันหรอกครับ
 
คนใช้รถที่บ้านเราเมืองไทย ใช้กันแบบทนุถนอมและบำรุงรักษามาก
เห็นจะเป็นเพราะว่ารถยนต์เรามีราคาแพงกว่าจะหาซื้อมาใช้
ก็ต้องแบ่งเงินที่ใช้ในชีวิตปกติไปจ่ายให้กับรถ ขณะเดียวกัน
ค่าช่างซ่อมรถของไทยเรายังไม่แพงมาก ราคาบางอู่พอคุยกันได้
ไม่รุนแรงคอขาดเหมือนที่ต่างประเทศอย่างอเมริกาค่าซ่อมแพง
มากแม้ราคาตัวรถจะถูกมากเมื่อเทียบกับไทย พวกเค้าจึงใช้รถ
แบบไม่ได้ซ่อมแซมหรือทำนุบำรุงมาก อย่างน้ำมันเครื่อง
แห้ง(เพราะหยด) หรือน้ำมันเพาเวอร์หยด งี้ส่วนมาก(ถ้ารถเก่า)
ถวกเค้าจะใช้วิธีเติมเอาไปเรื่อย ๆ สังเกตุได้จากลานจอดรถทุกแห่ง
ตรงส่วนที่เป็นเครื่องยนต์ รอยน้ำมันเครื่องน้ำมันเกียร์น้ำมันเพาเวอร์
หยดเลอะเทอะจนบางแห่งน่าเกลียดมาก ลานจอดรถยนต์เมืองไทย
ไม่ค่อยมีรอยน้ำมันหยดแบบน่าเกลียดแบบนั้นเป็นส่วนใหญ่
 


ช่วงนี้น้ำมันเชื้อเพลิงและแก๊สลดราคาต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเดือนๆ แล้ว
แต่เป็นที่น่าเสียดายสำหรับผม ปกติก็วิ่งรถน้อยอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ยิ่งแล้วใหญ่
ไม่ได้ไปไหนเลย ทำไม่ไม่ได้เติมแก๊สหรือน้ำมันเลย แก๊ส LPG ปั้มแถวบ้านผม
ขายลิตรละ 10.78 บาท ลดลงมา 3-5 บาทจากราคาที่เคยเติมเมื่อหลายปีก่อน
เพื่อนๆ ก็คงเช่นเดียวกันคงใช้น้ำมันและแก๊สน้อยลงมากๆ เพราะไม่ค่อยได้
เดินทางหรือไม่ค่อยได้ใช้รถยนต์กัน ถ้าเป็นเหตุการณ์ปกติแล้วน้ำมันและแก๊ส
ราคาแบบนี้พวกเราคงดีใจเดินทางกันสนุกสนาน แต่เวลานี้พวกเราทุกคนคง
อยู่ในสภาวเงียบเหงาเศร้าใจกันถ้วนหน้าเพราะโควิด-19 เกิดระบาดทำลายชีวิต
ผู้่คนทั้งโลกให้เจ็บป่วยล้มตายกันมากมาย ทำให้หยุดใช้น้ำมันกันทั้งโลก
อยากให้บริษัทฯน้ำมันที่ร่ำรวย ขายกอฮอล์และหน้ากากอนามัยที่ปั้มน้ำมันและปั้มแก๊ส
ในราคาย่อมเยาว์สัมผัสได้และไม่ขาดแคลนเหมือนขณะนี้ บริษัทฯ น้ำมันทั้งโลก
กอบโกยผลประโยชน์มานานมากแล้ว เมื่อถึงเวลาควรแสดงน้ำใจบ้าง
แต่คงจะยากหาน้ำใจจากพ่อค้าพวกนี้
 
วานนี้เอารถไปถ่วงล้อเนื่องจากรู้สึกว่าเวลาวิ่งทางตรงๆ เรียบมันมีดิ้นๆ เล็กน้อย
ช่างถอดล้อหลังบอกพี่ผ้าเบรครถพี่เกือบหมดแล้ว คุยกับช่างว่ามันเปลี่ยนได้
เฉพาะผ้าเบรค หรือ ต้องเปลี่ยนจานด้วย ช่างเค้าว่า จากประสบการณ์ของเค้า
เค้าจะไม่เจียร์จานเบรคหลัง ต้องเปลี่ยนทั้งผ้าและจานพร้อมกัน หรือจะเปลี่ยน
ผ้า 2 ครั้ง จาน 1 ครั้งก็จะดี ถ้าสภาพจานยังเรียบเนียน แต่กรณีรถพี่ ช่างว่า
เปลี่ยนจานพร้อมผ้าไปเลยดีกว่าเพราะจานเป็นรอยลึกแล้ว
แต่ไม่ควรเจียร์จานหลัง เพราะปกติมันก็บางมาก
มาตั้งแต่เกิด

ผมเชื่อช่างจึงไปซื้อผ้าเบรค และ จานเบรคหลัง(จานและผ้าเบรคหน้าเพิ่งเปลี่ยน
เมื่อต้อนปีก่อนโควิด) ไปร้านอะไหล่ถามหาผ้าเบรคและจานเอเต้ ที่เคยใช้ร้านบอก
เดี๋ยวนี้ไม่มียี่ห้อนี้ขาย มีแต่ จาน และ ผ้าเบรค TRW หรือผ้าอาจจะมียี่ห้ออื่นเช่น
TEXTAR จานหลัง 1,900.-บาท ผ้าเบรคหลัง 650.-บาท ลดไม่ได้ ก็ซื้อมา

วันนี้เปลี่ยนเอง เพราะไม่ยาก

นอกจากถอดล้อด้วยบล๊อคเบอร์ 17 แล้ว ก็ใช้ปะแจแหวน
เบอร์ 17 อีกเพียง 1 ตัว ส่วนอุปกรณ์ปลีกย่อยก็มีพวก 6 เหลี่ยมสำหรับถอดสกรูยึดจาน
กับฆ้อนสำหรับเคาะโน่นนี่นั่น กับเหล็กส่งอันเล็ก ๆ สำหรับส่งสลักล๊อกผ้าเบรคเท่านั้น
การเปลี่ยนก็ไม่ยาก ยกรถ ตรงล้อหลัง ถอดล้อออก ใช้ 6 เหลี่ยม คลายน๊อตยึดจาน
ใช้ปะแจแหวนเบอร์ 17 ถอดน๊อตยึดแคลิปเปอร์ 2 ตัวออก เอาเหล็กส่ง ส่งสลักยึด
ผ้าเบรคออก เอาไขควงแบนใหญ่งัดผ้าเบรค(เก่า) ให้คลายออก ให้พ้นเหลี่ยมจานเก่า
ยกคาลิปเปอร์ออก เอาไขควงแบนใหญ่ง้างผ้าเบรคเก่าให้ถ่างออกให้สุด เพื่อจะได้เปลี่ยน
ผ้าเบรคใหม่ให้สะดวก เปลี่ยนจานใหม่เข้าไป ใส่สกรูยึดให้แน่น ใส่คาลิปเปอร์ที่เปลี่ยนผ้า
เบรคใหม่แล้วเข้าไปประจำที่ของัน ขันน๊อตยึดด้วยแหวนเบอร์ 17 ให้แน่น ใส่ล้อคืนขันแน่น
เอารถไปลอง แล้วเบอร์นอินจานเบรคและผ้าเบรคใหม่ ถ้ารู้สึกว่าเรียบร้อยดีเป็นอันเสร็จ
คำแนะนำของฉลากบอกในระยะ 500 กม.เมตรแรกประสิทธิภาพเบรคยังไม่ดีเต็มที่
ควรใช้ความระมัดระวังไปสักระยะหนึ่ง อย่าเบรครุนแรง

การเปลี่ยนผ้าและจานทำแบบคนชอบทำ DIY เรื่อยๆ ไม่รีบ ใช้เวลา ราว ๆ 45 นาที
ถ้าทำ ๆ หยุด ๆ ก็ไม่น่าจะเกิน 1 ชัวโมง

จบข่าว ไม่มีอะไรจะเล่า
 
อนึ่งจานและผ้าเบรคหลังซีคลาสเดิม ๆ
W202 มันก็อันเดียวกับ W124 และ 190E นั่นแหละ มันใช้ด้วยกัน
 
รถยังใช้รีโมทเดิมๆ ปกติมีรีโมท 2 อัน อันหนึ่งใช้งานปกติ อันหนึ่งสำรองไว้ เมื่อสัก 4-5
วันมานี้ เกิดอาการ กดรีโมทบางทีก็ใช้ได้ บางทีก็ไม่มีปฏิกริยาใด ๆ ตอบสนอง เอารีโมทสำรองมา
ใช้ ก็ไม่มีปฏิกริยาใด ๆ เช่นกัน วันนี้เอารีโมททั้งสองอันไปช่างหมิง สะพานควาย เค้าบอกว่าอัน
หนึ่งปกติดี แต่แบตหมด(อันเก็บสำรอง) อีกอันหนึ่งที่ใช้ประจำ ช่างหมิงบอกว่า ตัวอะไหล่ตัวหนึ่ง
เสีย ( Capacitor /IC) ซักอย่างเสีย ฟังไม่ถนัดไม่ได้ถามย้ำ เพียงแต่ทราบว่าอะไหล่ตัวหนึ่งมัน
เสีย เค้าเปลี่ยนให้ พร้อมกับเปลี่ยนแบตทั้ง 2 อัน(ถ่านอันละ 2ก้อน) คิดค่าเสียหายทั้งหมด 900.-
บาท ใช้เวลาทั้งหมด 20 -30นาที

เปลี่ยนแบตครั้งสุดท้ายจากร้านนี้ไม่ถึงปี เค้าบอกว่า รีโมทเก็บไว้เฉยๆ แบตหมดเร็วกว่า ใช้
งานปกติ ทำไงเป็นงั้น ไม่เข้าใจ เพราะอันสำรองไม่ได้ใช้งานเลยตั้งแต่เปลี่ยนแบตครั้งที่แล้ว

ใช้รถเก่ามันจะมีอะไรเสียจุกจิกแบบนี้บ่อยๆ คนมีตังค์ เค้าจึงใช้แต่รถใหม่ๆ พอเก่าก็ขายทิ้ง
เพราะมันจะรู้สึกจุกจิกกวนใจ รำคาญใจหวาดระแวงว่า อะไรจะเสียอีก อย่างรีโมทเสียงี้ ถ้าเสีย
สมบูรณ์แบบ ก็อาจจะจ่ายหนักหน่อย แต่เสียแบบ เดี๋ยวใข้ได้เดี๋ยวใช้ไม่ได้ ก็ไม่กล้าเอารถไปใช้
ไกลบ้าน เกรงว่าเสียสมบูรณ์ แบบจริงๆ ขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่


ผมเคยติดรีโมทจีน กับรถเปอร์โยต์ ระบบมันสลับซับซ้อนหรูหราน่าใช้มาก แต่ยิ่งซับซ้อนมาก มันก็
เสียง่ายเสียบ่อย จนน่ารำคาญ ตอนแรก ๆ ก็เอาไปให้ช่างประจำแก้ไข เค้ารื้อเอาระบบเดิมๆ ออกจน
หมดเกลี้ยงเหลือแต่สายไฟ แต่ท้ายที่สุดของที่สุด ผมก็ยอมใช้รถแบบไขกุญแจเอา ไม่เหลืออะไร
จะเสียอีก

สำหรับรถเบนซ์คันนี้ถ้าในที่สุดมันเสียจริงๆ และ ค่าใช้จ่ายสูงมาก เช่นเกือบหมื่น ผมก็คงไม่ซ่อม

ของเดิม อาจต้องไปใช้ของจีนใครใช้แล้วได้ผล ช่วยเล่าหน่อยครับ
 
ขออภัยเล่าข้ามเรื่องผ้าเบรคและจานเบรค ไปหน่อย ขอมาเล่าต่อนิดหนึ่ง
ตอนวิ่งระยะ ประมาณ 10-15 กม.แรก มีเสียงดังคล้ายๆ อะไรติดล้อ ดัง แกร๊ก ๆๆๆ เป็นจังหวะตาม
ล้อหมุน แต่หลังจากทำการ Bedding in เรียบร้อยแล้ว เสียงดังที่ว่าก็หายไป ตอนแรกผมคิดว่าผม
ประกอบผิดหรือมีอะไรผิด กลับบ้านมาถอดล้อเช็คดูใหม่ ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่หลังจากเบดดิ้งอิน
เรียบร้อยแล้วขณะนี้การเบรคปกติ ทุกอย่างปกติ
ไม่มีเสียงอะไรผิดปกติแล้วครับ
สรุปว่าตอนนี้ปกติครับ
 
[YOUTUBE]dSjANVeUekM[/YOUTUBE]


รถเบนซ์(เก่าของผม) ไม่มีกล้อง ถอยหลัง ไม่มีเซ็นเซอร์ถอยหลัง
กล้องผมติดไปแล้วไม่ค่อยเวิร์คเพราะหาที่ติดจอเหมาะ ๆ ไม่ได้
พอดูคลิปนี้ได้ไอเดียว่าจะลองติดแบบนี้ดูบ้าง ในเวปขายของทางอิน
เตอร์เน็ทมีขายเยอะแยะ ผมก็สั่งมาเลยชุดละ 2 ร้อยกว่าบาทเท่านั้น
แต่เมื่อได้รับของกลับได้ของไม่ครบ ตัวส่งเสียงเค้าไม่ได้ให้มาทั้งๆที่
ตัวอย่างภาพในเวปมีครบ ผมไปร้านขายของพวกนี้ ขอให้เค้าลองให้
หน่อย เพราะบางทีอาจจะมีตัวออกเสียงใส่ในกล่องก็ได้ อ้าว ไม่มีเสียงอีก
พอเค้าเอาจอ Display ของร้านเค้าใส่ มันก็ไม่ทำงานอีก สรุปว่ากล่องเสีย

ผม chat กับผู้ขายที่เมืองจีน เค้าสัญญาว่าจะส่งของที่ขาดและที่เสียมาให้
ตอนนี้ผมก็รอลุ้นอยู่ แต่คิดว่าของราคาเท่านี้เค้าไม่น่าจะเบี้ัยวดูไม่คุ้มกับชื่อ
ของเค้า ผมอาจจะซวยเองที่ได้รับของที่ไม่ได้ตรวจสอบก่อนส่ง รอไปอีกนิด

จริงๆ ในยูทูปมีคนแสดงวิธีติดเซ็นเซอร์นี้เยอะแยะ ส่วนใหญ่เป็นรถญี่ปุ่นเค้าเจาะ
กันชน แต่ผมไม่ชอบ จะลองใช้วิธีนี้ดู รอให้ได้ของมาครบก่อน คาดว่าราวๆอีก
อาทิตย์ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ น่าจะได้

วิธีแชทตอนแรกเขียนภาษาไทยเข้าไป เค้าตอบมาเป็นภาษาไทยที่เข้าใจยาก
คงเป็นเพราะเค้าใช้โปรแกราแปลภาษา กว่าจะรู้เรื่องกัน นาน พอลองแชทเป็น
ภาษาปะกิต เออค่อยเข้าใจก้นเร็วหน่อย น่าจะจบลงได้ด้วยดีครับ
ได้ผลอย่างไรจะมาเล่าต่อครับ

https://www.youtube.com/results?search_query=ติดเซ็นเซอรถอยหลัง
 
Back
Top