แถวๆสวนสมเด็จตอนเย็นๆผมได้เห็นท่านอาจารย์ แถวนั้นบ่วยลองไปสุ่มหาดูครับ อิอิอิ
สงสัยจาผิดคนแล้วครับ ผมยังไม่เคยไปแถวสวนสมเด็จเลยครับ แสดงว่ามีคนหน้าเหมือนแน่ๆเลย..หึ..หึ
อ้อ ลองส่ง PM ให้แล้ว ยังไม่ผ่านครับ![]()
ไม่จริงครับ ของผมก็ใส่แลมด้าคอนโทรลอยู่ช่วยควบคุมส่วนผสม แก๊ส-อากาศ ได้ดี จะยิ่งลดอาการแบ็คไฟร์ด้วยซ้ำ แต่ถ้าไม่ใส่ก็ไม่เป็นไรถ้าจูนแก๊สให้เหมาะสมก็วิ่งได้ดีเหมือนกัน การเกิดแบ็คไฟร์จะเกิดได้สองสาเหตุใหญ่ๆคือ ระบบจุดระเบิดไม่สมบูรณ์ และส่วนผสมบางเกินไป ถ้าไม่มีเหตุอย่างที่ว่าก็ไม่แบ็คแน่นอนครับ
ถ้าเปลี่ยนอุปกรณ์ระบบจุดระเบิดใหม่ทั้งหมดแล้วก็สบายใจไปได้เปลาะหนึ่งครับ เหลือแต่การจูนแก๊สให้เหมาะที่ทุกความเร็วรอบ ทั้งนี้ต้องตรวจสอบด้วยว่าไม่มีการรั่วในระบบท่อไอดีด้วยครับ![]()
ผมว่าขึ้นอยู่กับผู้ใช้รถส่วนหนึ่งด้วย ถ้าเป็นสุภาพสตรีหรือสุภาพบุรุษก็ตามถ้าไม่ค่อยเข้าใจเรื่องระบบเครื่องยนต์ ซึ่งวันหนึ่งวันใดระบบจุดระเบิดอาจเสื่อมหรือมีการรั่วของอากาศ แล้วเกิดแบ็คไฟร์ขึ้น ในระบบ K Jet นี่ปัญหาจะเกิดคือท่อยางไอเดิ้ลอาจหลุด ยางตีนเป็ดอาจปลิ้นหรือแตก แผ่นแอร์โฟลอาจติดค้างหรือแตก ทำให้ติดเครื่องไม่ได้ แล้วถ้าไปเกิดกลางทางแถวต่างจังหวัดละก็...งานเข้าบานแน่
ระบบดูดกับ K Jet ต้องการการดูแลที่เข้าใจระบบมากหน่อย แต่ถ้าเป็นระบบหัวฉีดแก๊สโอกาสแบ็คย้อนมาที่ท่อไอดีจะไม่เกิด อาจมีบ้างแต่จะออกทางท่อไอเสียแทนไม่มีอันตรายอะไรครับ ยังคงติดเครื่องได้ตามปรกติ
ผมว่าระบบแก๊สหัวฉีดที่ทำมาติดกับ K jet เดี๋ยวนี้น่าจะได้ปรับปรุงให้ดีกว่าเมื่อก่อนแล้วนะครับ(ออกแบบและสร้างโดยคนไทยครับ)น่าจะวิ่งได้ความเร็วสูงสุดมากกว่าเพราะไม่ต้องมีมิกเซอร์มาอุดปากท่อไอดี เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเหมือนกันครับ![]()
ไม่ใจ้จ้า หมายถึงคนทั่วๆไปจ้า...ของผมก็เพิ่งเปลี่ยนยกกระบิไปเมื่อ 2 วันนี้เอง(เป็นโรคติดต่อ แบ็คไฟร์หลังนู๋เก๋ 1 วัน..หึ..หึ) ไล่มาตั้งแต่ หัวเทียน สายหัวเทียน ฝาจานจ่าย หัวนกกระจอก คอยล์ แถมลองเปลี่ยนสวิทช์ชิ่ง(Ignition Module)ไปด้วย
![]()