อื่นๆ เบ็ดเตล็ด อยากได้ คำแนะนำ และ ปรึกษา ครับ

ครับอย่างที่พี่ๆเพื่อนๆ ใน BON ตอบกันนะครับ
124 เนี่ย อายุก็เข้าใกล้จะ 20 ขวบ แล้วนะครับ
ถ้าเจ้าของเก่าดูแลรักษาดีก็เจองานเบา แต่ถ้าไม่หละก็ :confused: มีมึนแน่นอน กับค่าบำรุงรักษา
ขนาดผมได้รถที่ค่อนข้างจะดูแลดี ปีนี้ ก็โดนไปหลายแล้วครับ เกือบ 60k แล้ว :(
มันถึงเวลาบำรุงรักษาครั้งใหญ่แล้วหละครับ
ทางที่ดีผมว่าไปหารถญี่ปุ่นใหม่ๆ ที่ไม่มีปัญหาจุกจิกดีกว่าครับ
ไม่งั้นรถที่ได้มาจะจอดที่อู่ซะเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้ใช้หรอกครับ เพราะของผมก็เป็นรถคันที่สองเช่นกัน

ปล.ดีใจมั่กๆ เลยครับที่สมาชิกใน BON เป็นวิศวกรซะเยอะเลย
กระผมก็วิศวกรน้ำเหมือนกันครับคุณ aids :D
 
ขอขอบคุณจากหัวใจให้กับคำแนะนำดีๆจากพี่ทุกคนครับ (ขออนุญาติเรียกพี่ครับ)รู้สึกอบอุ่นดีครับ


คำสารภาพ

เดิมที่ผมไม่ได้สนใจเบนซ์ สักเท่าไหร่ เพราะผมคิดว่า ผมไม่มีปัญญาซื้อ แค่ให้ได้นั่งเป็นบุญตูดยังยาก

:n44: จนวันหนึ่งในช่วงฝึกงานพี่เลี้ยงฝึกงานผมขับรถเบนซ์ s280มา น่าจะรุ่นที่เรียกว่า ปลาวาฬนี่แหละครับ แล้วพี่ก็ชวนผมกับเพื่อนๆเข้าไปนั่ง จากตัวบริษัทไปบ้านพักผนักงาน ผมก็ติดใจแล้วครับ นิ่มมากตกหลุมยังไม่รู้สึกเลย พี่เค้าบอกว่ารถพี่เค้าเป็นสเปครถทูต (พี่เค้าทำงาน ปตท โรงโป๊ะ ชลบุรี ถ้าอยู่ในนี้ก็ติดต่อผมมั้งนะครับ) นั้นก็เป็นจุดเริ่มต้น และติดใจเบนซ์ จนเมื่อเค้าไปอ่านในพันทิพ แล้วมีคนถามหา w124 ผมเลยสงสัย รถไรว่ะ ชื่อแปลกๆๆ จนเข้ามาเจอบอร์ดนี้ ทำผมถึงบางอ้อ เข้าไปแอบดูรถของพี่ในนี้ มีแต่สวยๆ หล่อๆทั้งน้าน แต่จากคำแนะนำของพี่ๆ กว่ารถจะหล่อขนาดนี้ เจ้าของคงต้องสวมวิญญาณ เอ ศุภชัยเลยมั้งเนี่ย ฮ๋าๆๆ:n43: กว่าปั้นได้ขนาดนี้

สำหรับรถคันแรกของผม ผมคงจะไปหาจับรถมือสองยี่ปุ่นรุ่นใหญ่ ทรง SUV หรรือไม่ก็เก๋ง พื้นที่ใช้สอย แม่ชอบ ผมก็ชอบ (แม่ผิดหวังกับ อีอ๊อด ของพี่สาว บอกมันเล็ก)

มีรถแนะนำให้ผมไหมครับ ซื้อผ่อนนะครับ ดาวน์คงไม่เกิน100k- 150k ราคาเต็ม300k-400k

ผมยอมรับว่า ผมไม่รักรถเล็ก และไม่ชอบรถป้ายแดงเท่าที่ควร ถ้าจะเอาป้ายแดง ก็ต้อง Benz แหละครับ ตอนนี้ฝันเอาไว้ครับ กะใช้ไม่เปลี่ยนแหละครับ

ยินดีที่รู้จักทุกคนครับ

Ps ผม วิศวกรคุณภาพ อยู่ออฟฟิส ครับ ไม่ต้องตากแดด สาวเต็ฒออฟฟิส

ปล วิศกรน้ำนี่คือไรครับ ชลประทาน หรึป่าวครับ
 
ขอขอบคุณจากหัวใจให้กับคำแนะนำดีๆจากพี่ทุกคนครับ (ขออนุญาติเรียกพี่ครับ)รู้สึกอบอุ่นดีครับ


คำสารภาพ

เดิมที่ผมไม่ได้สนใจเบนซ์ สักเท่าไหร่ เพราะผมคิดว่า ผมไม่มีปัญญาซื้อ แค่ให้ได้นั่งเป็นบุญตูดยังยาก

:n44: จนวันหนึ่งในช่วงฝึกงานพี่เลี้ยงฝึกงานผมขับรถเบนซ์ s280มา น่าจะรุ่นที่เรียกว่า ปลาวาฬนี่แหละครับ แล้วพี่ก็ชวนผมกับเพื่อนๆเข้าไปนั่ง จากตัวบริษัทไปบ้านพักผนักงาน ผมก็ติดใจแล้วครับ นิ่มมากตกหลุมยังไม่รู้สึกเลย พี่เค้าบอกว่ารถพี่เค้าเป็นสเปครถทูต (พี่เค้าทำงาน ปตท โรงโป๊ะ ชลบุรี ถ้าอยู่ในนี้ก็ติดต่อผมมั้งนะครับ) นั้นก็เป็นจุดเริ่มต้น และติดใจเบนซ์ จนเมื่อเค้าไปอ่านในพันทิพ แล้วมีคนถามหา w124 ผมเลยสงสัย รถไรว่ะ ชื่อแปลกๆๆ จนเข้ามาเจอบอร์ดนี้ ทำผมถึงบางอ้อ เข้าไปแอบดูรถของพี่ในนี้ มีแต่สวยๆ หล่อๆทั้งน้าน แต่จากคำแนะนำของพี่ๆ กว่ารถจะหล่อขนาดนี้ เจ้าของคงต้องสวมวิญญาณ เอ ศุภชัยเลยมั้งเนี่ย ฮ๋าๆๆ:n43: กว่าปั้นได้ขนาดนี้

สำหรับรถคันแรกของผม ผมคงจะไปหาจับรถมือสองยี่ปุ่นรุ่นใหญ่ ทรง SUV หรรือไม่ก็เก๋ง พื้นที่ใช้สอย แม่ชอบ ผมก็ชอบ (แม่ผิดหวังกับ อีอ๊อด ของพี่สาว บอกมันเล็ก)

มีรถแนะนำให้ผมไหมครับ ซื้อผ่อนนะครับ ดาวน์คงไม่เกิน100k- 150k ราคาเต็ม300k-400k

ผมยอมรับว่า ผมไม่รักรถเล็ก และไม่ชอบรถป้ายแดงเท่าที่ควร ถ้าจะเอาป้ายแดง ก็ต้อง Benz แหละครับ ตอนนี้ฝันเอาไว้ครับ กะใช้ไม่เปลี่ยนแหละครับ

ยินดีที่รู้จักทุกคนครับ

Ps ผม วิศวกรคุณภาพ อยู่ออฟฟิส ครับ ไม่ต้องตากแดด สาวเต็ฒออฟฟิส

ปล วิศกรน้ำนี่คือไรครับ ชลประทาน หรึป่าวครับ

รถใหญ่หน่อย มือสอง >>> Accord, Camry, Teana, CRV, Wish เลือกได้เยอะเลยครับ
 
ขอตอบในฐานะคนอายุใกล้กัน แต่ไม่มีรถ แต่เป็นคนดูแลรถ

รถที่มี W124 E280 มือสอง คุณพ่อถอยมาโดยไม่ถาม (ในราคาแพงเกิน) และไม่มีการตรวจสอบที่ดีพอ โดยวิ่งมาแล้ว 26x,xxx กิโล ตอนรับรถ

และเข้าอู่นอกที่ไม่ดีพอ (ใช้อะไหล่เทียบไม่มีคุณภาพ) จนต้องมีค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูสูง

ตอนนั้น น่าจะปี 2552 พ่อไม่ยอมบอกว่าใช้เงินเท่าไหร่ แต่แม่บอก น่าจะเกือบ 700,000 ซึ่งแพงมาก ๆ แล้วโดนค่าเปลี่ยนอะไรรอบแรก ๆ ไม่รู้เท่าไหร่ (ซึ่งใช้อะไหล่เทียบคุณภาพแย่เป็นส่วนใหญ่)

จนต่อมาผมก็เข้ามาขอดูแลแทน เพราะพ่อจะให้ลูกน้องเอารถเข้าอู่ให้ ซึ่งไม่มีความละเอียดและใส่ใจพอ และไปโดนฟันที่หาดใหญ่ชุดใหญ่ ผมเลยทนไม่ไหวต้องเข้ามาช่วยดูแล ไม่งั้นเสียเงินเยอะและไม่ถูกจุดอีกบานแน่

โดนค่าติดแก็ซไป 57,xxx ทั้ง ๆ ที่ ผมหาร้านที่ถูกกว่าและใกล้บ้านกว่า แต่แกไม่ยอมดันเชื่อลูกน้อง (ข้อนี้เซ็งสุด ๆ)

พอผมมาดูแลเอง ก็หาข้อมูลตามเวบจนมาเจอ Bon นี้แหละที่ชี้ทางสว่างและเหล่าทวยเทพที่ชี้แนะ เวลาเข้าอู่ผมเก็บใบเสร็จ เขียนเลขไมล์ และซื้ออะไหล่เองบ้าง

รถใช้เยอะ ปีนึงก็วิ่งประมาณ 20,000 กิโล

ขอชี้แจงคร่าว ๆ

ปีแรก 2552 ค่าบำรุงรักษา แถว ๆ 30,000 มีคอมแอร์ หม้อน้ำ
ปีที่สอง 2553 เริ่มเยอะ และมีชุดใหญ่ (ประเก็นรั่ว) 40,000-50,000
ปีที่ 2554 ก็มาเยอะ หนักตรง overhaul เกียร์ แถว 50,000 (ค่าใช้จ่าย overhaul เกียร์รวมแล้วก็แถว ๆ 30,000)
ปี 2555 เริ่มอยู่ตัวซะที มีเปลี่ยนอะไหล่ตามอายุบ้าง

ด้วยความที่โชคดี รถไม่เคยมีปัญหาจนขับไม่ได้เลยเวลาพ่อผมใช้อยู่ แต่ก็พอมีเบาดับ แต่ยังสตาร์ทแล้วไปต่อได้ สตาร์ทติดยากบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นกินข้าวลิง

ทั้งนี้มีรถอายุขนาดนี้ต้อง

1 เงินสำรองไว้บำรุงรักษา
2 มีความรู้ในการบำรุงรักษา หาอะไหล่ในราคาไม่แพง
3 รู้จักอู่ดี ๆ เชื่อใจได้ฝีมือถึง
4 มีเวลาให้ในการดูแลรถ
5 ใจรักที่พร้อมลงทั้งเงินและเวลา

ซึ่งสำคัญที่ข้อ 3 ส่วนข้อ 2 จะเป็นปัจจัยที่ช่วยประหยัด ส่วนข้อ 5 เป็นปัจจัยชี้ขาด

ด้วยภาพลักษณ์ของรถที่ดูเป็นผู้ใหญ่ ขับสบาย ๆ ไม่สปอร์ตนัก

เทียบราคา กับรถใหม่ ๆ w124 ดีกว่าแน่นอน แต่มันมีค่าบำรุงรักษาเยอะ

ส่วน pantip ข้อมูลส่วนมากจะจับฉ่ายเยอะ เอาลึกจริง ๆ ต้องตามเวบเฉพาะจะดีกว่า

แต่คิดแล้ว พึ่งทำงาน เงินเก็บยังไม่มาก ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ อย่าพึ่งถอยรถเลยครับ เว้นแต่ครอบครัวสนับสนุนจริง ๆ สนับสนุนด้านการเงิน เผื่อฉุกเฉิน เช่น ยืมแบบไม่เสียดอกเบี้ย

ใช้รถภาระค่าใช้จ่ายมันเยอะและไม่แน่นอน ยิ่งรถเก่ายิ่งไม่แน่นอน

ดูรถเก่า ต้องมองข้ามไปที่อู่ด้วยครับ ถ้าไม่มีอู่ก็ตายครับ
 
Last edited:
แนะนำตัวก่อนนะครับ ผมชื่อต้นครับ เป็นวิศกรจบใหม่เพิ่งทำงานได้ครึ่งปี

มีเงินเก็บเดือนหล่ะเจ็ดพัน แบ่งเป็นค่าซ่อมได้เดือนหล่ะสองพันครับ อยากได้รถคันแรกของชีวิต

ลักษณะการใช้งานรถ(ถ้ามี)

วันทำงาน ใช้ในวันที่่ฝนตกตอนเช้า

ส-อา ใช้เที่ยว ตจว หรือ กทม บางอาทิตย์

ใช้กลับบ้าน (ชล - กาญจน์)

ด้วยสถานะทางการเงินผมเหมาะที่จะเป็นเจ้าของเจ้า W124 แต่ยังเลือกรุ่นไม่ได้

ผมขอคำแนะนำด้วยครับ ว่าผมเหมาะจะเป็นเจ้าของรถ Benzไหมครับ

ถ้าคุณสมบัติผมพอจะเป็นได้

(ทุนเดิมเป็นคนชอบรถยุโรป)

นี้เป็นกระทู้ที่ผมไปตั้งในเวบ pantip. http://www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V12247798/V12247798.html

ส่วนใหญ่บอกให้ผมไปซื้อ Eco car แต่ผมไม่ชอบรถเล็กครับ


ยังไงช่วยแนะนำด้วยครับ

ปล ตั้งถูกห้องป่าวไม่รู้ครับ

เชียร์ครับ..ในฐานะคนแก่เล่น 300 อี..มันไม่น่ากลัวอย่างที่คิดหรอก..ถ้าชอบและสนใจที่จะเล่น..ลูกชายผมอายุ 27 ปีเป็นวิศวกรอยู่แถวนครนายกเหมือนกันเงินเดือนก็คงไม่เกินกัน..ก็ใช้ 300 อีเป็นรถคันแรกนะครับ..ดีกว่าไปออกรถใหม่แล้วก็ผ่อน มันก็คงไม่แตกต่างกับค่าซ่อมหรอก..แต่ค่าซ่อมมันอาจยืดหยุ่นได้..ค่างวดยืดไม่ได้นะครับดอกมันแพง..แล้วอีกอย่างในเว็บนี้ก็มีท่านผู้รู้เก่ง ๆ มากมายให้คำแนะนำปรึกษา..ถ้าใจรักแล้วไม่ต้องกลัวครับ...ซื้อรถขาดตัวสบายใจกว่าเรื่องซ่อมสนุกจะตาย..มันมีเรื่องให้คิดทุกวัน 5555..แต่ถ้างบ 450000 แล้วเป็นเงินผ่อนก็ขอแนะนำให้คิดใหม่ครับไม่ไหวแน่ ๆ ถ้าซื้อสด 400000 เหลือเงินสดอีก 50000 สบายมากเลย..ลุยได้
 
Last edited:
ในเมื่อจะหันมาเอารถยุ่น อยากแนะนำเอาป้ายแดงไปเลย
เพราะป้ายแดงคันแรกจะได้สิทธิลดภาษี 1 แสนบาทเชียวน่ะครับ ดอกเบี้ยผ่อนรถใหม่จะถูกกว่ารถมือสองเข้าไฟแนนซ์แน่นอน
มีอีกอันหนึ่งยังหนุ่มยังแน่นอย่างนี้ขับรถใหม่ป้ายแดงสาวๆ อยากนั่งตรึมทีเดียวเชียว

หลักเกณฑ์ รถคันแรก คืนภาษีคร่าวๆ ฉบับเต็มไว้ลองไปหาดู
1. ต้องเป็นรถยนต์คันแรกของผู้ซื้อ
2. ต้องทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2554-31 ธันวาคม พ.ศ.2555
3. เป็นรถยนต์ราคาขายปลีกไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อคัน
4. เป็นรถยนต์นั่ง ขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร/รถกระบะ (Pick up)/รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (Double Cab)
5.เป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศ (รถยนต์จดประกอบ)
6. คืนเงินเท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อคัน
7. ผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
8. ผู้ซื้อต้องครอบครองรถยนต์ไม่น้อยกว่า 5 ปี หากผู้ซื้อรถไม่สามารถผ่อนต่อได้ หรือมีเหตุอย่างอื่น
จะต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับให้กรมสรรพสามิต หากไม่ดำเนินการ ทางกรมสรรพสามิตจะใช้วิธีการทางศาล เพื่อให้สั่งให้คืนทะเบียนรถยนต์
9. การคืนเงินจะคืนเมื่อครอบครองรถยนต์ 1 ปีไปแล้ว โดยจะเริ่มจ่ายคืนให้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป ซึ่งกรมสรรพสามิตจะจ่ายผ่านทางเช็คเงินสดครั้งเดียวเต็มจำนวน
10. สามารถซื้อรถแบบเงินผ่อนผ่านไฟแนนซ์ หรือเงินสดก็ได้
http://men.kapook.com/view38977.html
 
ในเมื่อจะหันมาเอารถยุ่น อยากแนะนำเอาป้ายแดงไปเลย
เพราะป้ายแดงคันแรกจะได้สิทธิลดภาษี 1 แสนบาทเชียวน่ะครับ ดอกเบี้ยผ่อนรถใหม่จะถูกกว่ารถมือสองเข้าไฟแนนซ์แน่นอน
มีอีกอันหนึ่งยังหนุ่มยังแน่นอย่างนี้ขับรถใหม่ป้ายแดงสาวๆ อยากนั่งตรึมทีเดียวเชียว

หลักเกณฑ์ รถคันแรก คืนภาษีคร่าวๆ ฉบับเต็มไว้ลองไปหาดู
1. ต้องเป็นรถยนต์คันแรกของผู้ซื้อ
2. ต้องทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2554-31 ธันวาคม พ.ศ.2555
3. เป็นรถยนต์ราคาขายปลีกไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อคัน
4. เป็นรถยนต์นั่ง ขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร/รถกระบะ (Pick up)/รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (Double Cab)
5.เป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศ (รถยนต์จดประกอบ)
6. คืนเงินเท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อคัน
7. ผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
8. ผู้ซื้อต้องครอบครองรถยนต์ไม่น้อยกว่า 5 ปี หากผู้ซื้อรถไม่สามารถผ่อนต่อได้ หรือมีเหตุอย่างอื่น
จะต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับให้กรมสรรพสามิต หากไม่ดำเนินการ ทางกรมสรรพสามิตจะใช้วิธีการทางศาล เพื่อให้สั่งให้คืนทะเบียนรถยนต์
9. การคืนเงินจะคืนเมื่อครอบครองรถยนต์ 1 ปีไปแล้ว โดยจะเริ่มจ่ายคืนให้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป ซึ่งกรมสรรพสามิตจะจ่ายผ่านทางเช็คเงินสดครั้งเดียวเต็มจำนวน
10. สามารถซื้อรถแบบเงินผ่อนผ่านไฟแนนซ์ หรือเงินสดก็ได้
http://men.kapook.com/view38977.html


ผมยังไม่ได้เอารถปีนี้ครับ กะว่าเป็นปีหน้าอ่ะครับ
 
ผมยังไม่ได้เอารถปีนี้ครับ กะว่าเป็นปีหน้าอ่ะครับ
ประเด็นนี้ถ้าไม่ติดปัญหาอะไรผมว่าขยับเวลามาให้ทันตามเงื่อนไขรถคันแรก
คุ้มดีบางรุ่นได้คืนรั้ง 100000 บาท(ข้อนี้ผมแนะนำน้องทีรู้จักทุกคนว่าถ้าใครจะออกรถในอนาคตอันใกล้นี้ ถ้าเลื่อนเวลาเข้ามาให้เร็วได้ทำเลย) อาทิตย์นี้ตัวผมว่าจะไปจอง ford ranger ตัวใหม่ใช้ชื่อแม่ยายซื้อเพื่อเอาภาษีคืนได้เกือบแสนคุ้มมาก
มาเรื่องรถที่อยากแนะนำ ชัวโมงนี้รถทีเหมาะกะน้องมากที่สุด คงเป็นกระบะสี่ประตูป้ายแดง(ได้คืนภาษีด้วย)ใช้ง่าย สมบุกสมบัน ไม่ต้องดูแลมาก 5 ปีแรกแทบไม่ต้องทำไรเลย เติมน้ำมันเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะ ปลายปีนี้ถ้าน้ำมาอีกเผลอๆได้ทำบุญอีก ปีทีผ่านมาตอนน้ำมาต้องเอาเบนส์แวนไปจอดหนีน้ำจนสตาท์ไม่ติด ขับกระบะไปข้างนอกเจอใครก็รับไปด้วย ทางผ่านเขาได้ไม่ต้องลุยน้ำ
 
เห็นแล้วคันอยากตอบมั่ง ผิดถูกขออภัย ไม่ถูกใจใครต้องขอโทษด้วยคับ
ผมเป็นข้าราชการชั้นผู้น้อยคับ เงินเดือนไม่เท่าไร 2 หมื่นนิดๆ เอาเป็นว่า ไม่เคยใช้เบนซ์ แต่พอได้ใช้ลืมญี่ปุ่นไปเลย

ถามก่อนว่า ตอนนี้ีมีเงินสดเท่าไร
ถ้าท่านมีติดตัว 500000 บ. จัดไปเลย อย่าช้า
แต่ถ้าบอกว่าจะดาวและไปผ่อนเอาเข้าแนนท์ ไปรถยุ่นเลยคับ ดอกมันแพงคับ ปีมันเก่าแล้ว(แนะนำกู้ที่บ้านและเอาเงินสดไปซื้อคับ และผ่อนกับที่บ้านปลอดดอกเบี้ย)

เงิน 500000 ทำไมต้องมี
w124 สวยๆ นะตอนนี้ ต้องมี 4-4.5 แสน ตามจังหวะชีวิต เตรียมเงินสดไว้ ของดีๆ มาในเวปนี้ไม่เกิน 3 วัน มักมีคนตีตราจอง
ค่าซ่อม ควรจะเก็บเงินสดประมาณ 0.8-1 แสนบาท
อะไหล่ ผมบอกได้เลยว่า ณ เวลานี้ ยกเว้นเรื่องเครื่องยนต์ ถูกพอๆกับโตโยต้า ซะอีก
แต่เครืื่องยนต์ มือสองสภาพดีๆ ก็มีให้ใช้กัน ราคาไม่แพงหาไม่ยาก
ก่อนหารถหาอู่ให้ได้ก่อน ปัญหาใหญ่ของเบนซ์ คือเรื่องอู่ เอาแบบว่า รู้จัก เข้าไปอย่าให้เลือดออกเป็นพอซื้ออะไหล่ ไปเองได้ยิ่งดี ไปเลยที่อู่คับ หาเวลาไปคุยกับช่างกับพี่ๆที่ใช้รถรุ่นนีี้แนะนำ อู่ รามอินทรา ซอย 19 แยก 19
แนะนำ หาข้อมูลในนี้ ถามพี่ๆเขาซ่อมอู่ไหน แต่ให้ถามหลายๆคน หลายๆทีม นะคับ เฮไปไหนกันก็ไปตามเขา ติดแก็สที่ไหน ทำแอร์ที่ไหนดี ซ่อมรถที่ไหน อย่าหาเอง(แนะตามรายแทง)
เรื่องอะไหล่ e220 ช่วงล่างซ่อมใหญ่ๆ 20000 กว่าคับ
ติดแก้ส 4 สูบก็ราคาเท่าๆยุ่น 30000 บ.
เกียร์พัง ซ่อม 20000
อะไหล่อย่างอื่นไม่มีไร พ่อค้าในเวปนี้แทบจะมีทุกชิ้น

ได้ข้อมูลแล้ว ท่านลองประเมินว่าไหวไหม
ถ้าไหว
หารถคับ รถดีๆหายาก ไม่ค่อยมีคนขาย ถ้าเขาไม่มีรถใหม่เข้ามา เต็นท์ ไม่ต้องไปดู ของดีราคาแพง ของถูกย้อมทั้งนั้น
หารถ หาคนใช้เบ็นซ์รุ่นนี้ไปดู หาช่างสีช่างเครื่องไป 3 คนนี้บอกผ่าน ซื้อเลย
ถามผมตอนนี้ เอาเป็นว่า ดูโดยรวมแล้ว ถ้ามีเงินสดสัก 5 แสน ไม่ได้น่ากลัวเลยคับ
แต่ถ้าไม่ไหว แนะนำ ไปหารถยุ่นเลยคับ
รถยุ่นที่แนะนำได้ เอาแบบสบายๆ หารถติดแก็ส
1 โตโยต้าคับ โคโรน่า 2.0 seg ปี 96-2000 คับ ติดแก็ส อะไหล่ถูกหาง่าย 2.5-3 แสน
2 โตโยต้า 112 เครื่อง 1800 ซีซี ปี 98-02 คับ ราคา 2.5-2.8 แสน
3 มาสด้าคับ อู่มีแถวดอนเมือง อะไหล่มีเป็นโกดัง แนะำนำ 323 โพทีเจ้ เครื่อง 2.0 ราคาอยู่ 2.7-3แสนบาทคับ อะไหล่ไม่ได้แพงเลย มีทุกชิ้น (คันนี้ได้รถใหม่ปี 2002-2005)
3 รุ่นนี้ติดแก้ส ใช้ดีมากมาย
(เป็นผม เลือก เบอร์ 3 เหตุผล อะไหล่หาไม่ยาก รถสวยๆเพียบ ช่างซ่อมผมรู้จัก )
ลองดูนะคับ
อยากเล่าให้ฟัง
ผมจบมาทำงานราชการ 10 ปี เปลี่ยนรถญี่ปุ่นมือสอง แทบจะทุกปี รวมๆแล้วประมาณ 8 คัน แต่เป็นรถราคาประมาณ 2-3 แสนบาทนะคับ มีแพงสุดคันสุดท้าย ฮอนด้าแอคคอร์ท ปี 05 ราคา 7 แสน ปลายปี 52 จนมาชนเสาไฟฟ้าพังยับ เลยเลิกขับรถยุ่นมาหายุโรป audi a6 วอลโว่ s80 ดูไปดูมา สุดท้ายเลือก w124 ก่อนซื้อหาข้อมูลในนี้5-6 เดือนได้ (ก็ไม่ค่อยรู้ถ่องแท้ มึนๆ)จนเมือกทม.น้ำท่วม 2 วัน จึงตัดสินใจไปซื้อ w124 มา เป็นรถประกอบนอก ในราคา 465000 บ.คิดว่าไม่อยากได้รถย้อมแมว น้ำท่วมมาก คงหายาก เลยซือ้เลย มาเก็บโน่นเก็บนี่ หมดไป 3-4 หมื่น (ประกัน ท่อยาง เช็คเครื่อง ยางแท่นเครื่อง )แก็สก็ยังไม่ได้ติดเลยสุดท้าย กัดฟัน ไปวางเครื่อง 3200 ซีซี่ให้รู้แล้วรู้รอดซื้อมายกคันเลย จากญี่ปุ่น ซื้อที่บางนาเชียงกงในราคา 1.65 แสน ได้ภายใน ดำสวยๆมา ทำไปทำมา แบบ 320 แสตนดาท หมดไป 3.5 แสนได้ (ต่อมาขายอะไหล่ออกไป ได้สัก 1.5 แสน)หักลบแล้วตัวรถ+ที่ทำไป 7.5 แสนได้ (รวมค่าวิชาต่างๆนาๆที่แก้งานไม่จบ)ระยะเวลาทำรถกว่าจะขับได้ ร่วม 2 เดือน ใช้ไปแก้ไป ปัญหาต่างๆมากมาย ปวดใจ ปวดหัว เซ็ง เสียเวลา ทุกอย่าง ผมทำงานต่างจว.เอารถไปใช้ตจว.เลยไม่มีเวลาเก็บงาน(เพราะผมไปแบบวันแมนโชว์นะ หาอู่เองทำเอง ไม่มีปรึกษาใคร ไม่ตามลายแทง) จนเอาแบบว่า เก็บงานเสร็จจริงๆ ก็ร่วม 4 เดือน แบบสมใจ เรื่องจุกจิกไม่มี
่มันน่าเศร้าตรงที่ว่า วันสุดท้ายที่เก็บงานเสร็จเรื่องเพลารถที่หอน เอารถกลับไปที่ทำงานตจว. รถลงคูพลิกคว่ำคับ ผมไม่เป็นไรเลย สุดท้าย ผมก็หา w124 มาใช้อีกและไม่คิดจะหารถยี่ห้ออื่นใช้อีกเลย
เพราะ w124 ทำให้ดีๆขับแล้ว รถหรูยุ่นป้ายแดง คันละ 1 ล้านกว่า ยังสู้ไม่ได้เลยคับ มันคนละเีรื่อง

Thanks: ฝากรูป

ลองดูคับ มีเงินสด สัก 5 แสน อย่าไปกลัวคับ มันไม่ได้แพงอะไรเลย แค่ตอนซื้อรถ หารถดีๆ อย่าเอาแบบพอขับได้ มันจะเจ็บตัวภายหลัง รถ 4 แสน เก็บเงินไว้ซ่อม 1 แสน
บางทีใจเย็นๆได้รถสภาพดีๆจากพี่ในเวปนี้ เงิน 1 แสน อาจจะนอนอยู่ในแบงคืก็ได้
แต่ถ้าท่านไม่มีเงินสด 5 แสน คิดจะดาวและไปผ่อนนะ ผมว่า อย่าไปเล่นเลยคับ ลองพิจารณารถยุ่นด้านบน ที่ผมบอก ผมใช้มาหมด 3 คันแล้ว ดีกันคนละแบบ
สุดท้าย
ถ้าใช้ w124 มีปัญหา โทรหาผมได้คับ เบอร์โทรหาในนี้ละ รับรอง ผมความรู้เรื่องช่างไม่มี พอรู้บ้าง เทพๆ ต้องถามพี่ๆในนี้ รู้แค่ งูๆปลา(เอาแค่ จะทำอย่างไรไปอู่ไหน ซื้ออะไหล่ที่ไหน) แต่เอาตามประสบการณ์ล้วนๆคับ อู่ซ่อม ร้านอะไหล่ การซ่อม รู้หมดคับ แนะนำได้คับ ประเภท ของดี ราคายุติธรรม ไม่ฟันจนเลือดอาบ ทำมาจะครบทั้งคัน pm หรือโทรหาผมก็ได้คับ

สุดท้าย ถ้าจะเล่น w124 นะ ผมแนะนำ เครื่อง 111 (2200ซีซี)หรือ 104(2800 ซีซี) เท่านั้นนะคับ ติดแก็ส มันจบขับดีไม่ปวดหัวทีหลัง แต่ต้องแลกมาด้วยราคาตามที่บอก
 
Last edited:
แจมมั่งค่ะ

พี่เริิ่มด้วยญี่ปุ่นป้ายแดง จนไปเรียนต่อที่อังกฤษ เช่ารถขับเที่ยวเริ่มต้มที่ เปอร์โย ซีตรอง พอกลับบ้านชักไม่อยากขับฮอนด้าซิตี้ซะแล้ว ช่วงล่างห่างชั้นฟ้ากับเหว เลยไปถอยเปอร์โย 405 sri ป้ายแดงมาเลย ใครเตือนก็ไม่เชื่อว่าอย่าขับยี่ห้อนี้ ขับได้เดือนเดียวก็เคลมเปลี่ยนคัน หลังจากนั้นก็ตกหลุมรักสิงห์ยกขามาตลอด รถรักอู่จริงๆ ถอยมือสองมาเล่นเพิ่มอีก 2 คัน เวลาว่่างคือไปอู่ แต่ได้เพื่อนเต็มเลย น้องๆ นักซิ่งทั้งนั้น เมื่อห้าปีที่แล้ว ปล่อยสิงห์หมดฝูง กะว่าเลิกแล้วเรื่องรถ ไม่มีเวลาไปอู้ ก็เลยไปเอานิสสันทิด้าป้ายแดงมาขับ แต่่งช่วงล่างยังไงก็ไม่เท่ายุโรป

ขับมาสามปีจน เมื่อสองปีที่ผ่านมา ความคิดถึงช่วงล่างแบบยุโรปก็กลับมาแบบไม่หยุดยั้ง บอกกับตัวเองว่าผ่านเปอร์โยมาได้ มือสองอะไรก็ได้แล้ว เลยไปสอย e820 code c จากเพื่อนมาค่ะ ประวัติดี ซ่อมมาถึง เลยรอดตัวไป ปีแรกจ่ายไปแค่แปดพัน หลังๆ ก็ทยอยมาเรื่อยๆ

มีฝันอะไรก็วิ่งตามฝันไปเลย เจออะไรก็ถือว่าเป็นบทเรียน อายุยังน้อย มีเวลาเริ่มต้นใหม่
 
แจมมั่ง พาออกทะเล อิ อิ

โจทย์คือเพิ่งจบ งบน้อย ยังโสด ใช้งานหลากหลาย ทำท่าจะต้องไกลช่าง

เอาแบบผมก็ได้
ผมจะเลือกรถที่ดูแลง่าย ค่าใช้จ่ายน้อย ทนทาน ราคาขายต่อดี

เอาไว้ใช้ไปก่อน
แล้วค่อยขายไปซื้อเบ๊นซ์วันหลัง
ที่เหลือเงิน+มีความรู้+เวลาซ่อม มากกว่านี้

ผมจะเลือกเครื่องก่อน
เอาเครื่องดีเซลโบราณ

1. 4AJ1 อยู่ในอีสุมังกร+คาเมโอ
ตัวถังนี้ผมถือว่าเป็นกระบะทรงตัวค่อนข้างดี
2. 2L 3L 5L
อยู่ในโตต้าไมตี้ ไทเกอร์
ขับแล้วคนละเรื่องกะเบ๊นซ์นะ แต่ดูแลง่าย
3. 4D56
อยู่ในมิตซูสตราด้าลงไป
ขับดี ทรงตัวดี แต่ เครื่องอาจกินน้ำมัน+ต้องการการดูแลหน่อยนะ
4.เครื่องBDI ฝาแดง บิ๊กเอ็ม
กระบะเต็มขั้น กระเทือนสุดๆ
5. OM 617 615
เบ๊นซ์สมใจนึก แต่อยู่ในตัวถัง 123 115(เก่ามาก)

ทั้ง5ข้อ เลือกสภาพดีๆ น่าจะใช้งบราวสองแสนรวมปรับสภาพ
ดูแลเดือนละไม่เกินสองพัน
แล้วเหลืออีกสองแสนเก็บไว้ก่อน
วันหลังเก็บเงินเพิ่มได้+ขายรถชั่วคราวได้สัก1-2แสน
มีความรู้+เวลา ค่อยมาเล่น 124 แล้วกันเนอะ

ที่เลือกดีเซลให้เพราะ
ค่าซ่อมทั้งหมดที่พี่ๆเขาบอกมา
ส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าในเครื่องเบนซิน
ที่ดีเซลไม่มี


ผมเองใช้กระบะมา3-4คัน
เพิ่งมีเบ๊นซ์สองสามปีที่แล้วเอง
แต่ก็ยังเป็นเบ๊นซ์ดีเซลนะ
กลัวระบบไฟฟ้าง่ะ
 
ผมก็ตัวจริงสมาชิกตั้งแต่ยุคคุณหมูตอนBenzUserครับ จะเล่าให้ฟังในเวลา10กว่าปีผมลองมาบ้ารถมือ2เปลี่ยนไปเกือบ30คันแล้วลองหมดทั้งของถูกสุดๆอย่างมิตซูแชมป์/ซันนี่FFไปจนถึงBenzลองมา7คันเป็น124ตั้ง4คันนะครับ/BMW2คัน ขอบอกนะครับรถBMแจ๋วสุดราคามือ2ก็ถูกมากอย่างเช่น525iบิ้กโน้ตแจ๋วสุดๆครับมีขอแม้ว่าโชคดีได้รถดีมานะครับใครว่ารถBMจุกจิกซ่อมแพงอย่าไปเชื่อ รุ่นนี้ขับสนุกเกาะถนนแบบมีลีลาไม่เกาะทื่อแบบ124/210 อะไหล่มื1มือ2บานครับถูกด้วยน้อยกว่าBenzนิดหน่อย แต่รถก้าวหน้ากว่า124ในยุคเดียวกันมากเช่นOnBoradแจ้งข้อมูลต่างๆ/ไมล์ดิจิตอล/ไฟฉายในรถ/ถอยหลังกระจกข้างกดลง/แอร์หลัง/แอร์คอนโซน/รีโมท/ปัดฝนตั้งความเร็วตามปริมาณฝนได้/โอยเยอะแยะบรรยายไม่หมด bmมันคิดลึกคิดล้ำหน้ากว่าmbไปเยอะๆจนเหนือกว่ารถคนละยุคอย่างW210ตากลมตัวแรกด้วยซ้ำ มีข้อแม้เดียวได้รถดีมานะครับ แต่ทั้งหมดนั้นทั้งบีเอ็มและเบ้นซ์ก้สู้TOYOTAเก่าๆไม่ได้ครับถ้าคุณใช้ในกทม.รถติดๆอากาศร้อนๆไม่วิ่งทางไกล ใช้รถเก่ายุโรบคุณต้องเรียนรู้การซ่อมด้วยตนเองถ้าไม่รู้อะไรเลยอย่าเล่นเลยเจอปัญหามากมายแบบไม่คาดคิดแค่ฝาสูบอย่างเดียวm111ผมก็เคยโดนมาแล้วเกือบ3หมื่นราคาเมื่อ5ปีที่แล้วราคานี้ซื้อทั้งเครื่องTOYOTAได้หลายเครื่องและเสียเงินเสียเวลาเสียความรู้สึกเวลาโดนช่างหลอกช่างชอบฟันรถBenz/BMเป็นหลักพราะคิดว่าคนขับมีตังส์มากมายสุดท้ายเบื่อครับต้องมี3คันเหมาะสุด..ออกงานใช้ตากลม/ออกตจว.ใช้บีเอ็ม/ในกทม.ใช้รถยุ่นดีกว่า จริงๆนะข้อมูลอีกเยอะขี่เกียจพิมพืครับ
 
ขอออกความเห็น E220 น่าใช้ครับ

:n12:ขอออกความเห็นด้วยคน

ผมใช้ E220 ปี 96 น่าใช้ครับ

โชคดีเจออู่บ้าน เลยหมดปัญหา

ผมติกแก้สด้วย

ลูกผมใช้แล้วก็ยังชอบเลย

สรุป ถ้าเจออู่ที่ใช่ ก็เอาเลยครับ E220 W124
 
ผมอยากให้มองที่"เวลา"ครับ เพราะถ้ารักที่จะขับรถเก่าต้องมีเวลาให้เค้าครับ ยิ่งใช้เป็นรถหลักถ้าไปเจอช่วงที่ครบอายุของอะไหล่จะพาลหงุดหงิดได้นะครับ ต้องวิ่งเข้าออกๆอู่ เปลี่ยนตัวนี้เสร็จอีกตัวเพิ่งออกอาการเป็นต้นครับ *ควรมีอู่ประจำที่สามารโทรติดต่อได้เสมอ แต่ผมก็ใช้รถมือสอง(มือ1ของที่บ้าน)มาตลอด vwเต่า, volvo940/960 และ 230E และโชคดีที่เป็นรถที่ทางบ้านใช้เลยรู้ประวัติการใช้งานอย่างดี โดยสุดท้ายที่มาใช้ w124 ประจำเพราะเป็นรถของคุณพ่อที่ผมนั่งสมัยเด็ก(แต่ท่านเสียไปแล้ว) ตอนนี้ผมกำลังทำใหม่เป็น E220 ยังไม่เสร็จเลยครับ ช่วงนี้เลยต้องใช้ 960(รถสำรองของบ้าน) ไปพลางๆแบบไม่ติด Gas
ตอนมาใช้ w124 ก็มีแต่คนถามครับว่าทำไมไม่ขายให้หมดซื้อป้ายแดง :football4: มาใช้รถเก่าอีกละ แต่ w124 นี่เป็นรถในใจผมมาตลอดถึงจะมีใหม่ก็คงไม่ขายคันนี้แน่นอน :D และเคยขับ jazz พี่สาวรู้สึกหวิวๆ

แต่ถ้าคิดว่าไม่มีเวลาจริงๆ ตื่นมา Start ชี่งออกรถเลย ก็ลองมองที่รถยุ่นป้ายแดงดีกว่าครับ มันจะไม่กวนใจและเอาเวลาไปหาเงินมาถอย Benz ป้ายแดงซะเลย :n12:
 
น้องเรียนพึ่งจบ ช่วงนี้เป็นช่วงที่เปลี่ยนแปลงชีวิตพอสมควร
ทำงานมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ต้องลองถามว่ามีเวลาให้กับรถมากน้อยแค่ไหน
ถ้ารักรถชอบรถ ไปอู่แล้วไม่เบื่อ สามารถเรียนรู้เรื่องเครื่องยนต์กลไกได้ก็น่าจะแฮปปี้กับการมี W124 มาครอบครอง

แต่ถ้าไปอู่บ่อยๆแล้วเบื่อ เสียทั้งเงิน เสียเวลา เสียความรู้สึกเมื่อยามที่รถเสีย หรือรถตายกลางทาง
พี่ได้ 300E code A ตอนเรียนจบน้าสาวให้มา บอกว่าเห็นชอบเครื่องยนต์กลไก ลองเอาไปซ่อมดู
ทำงานช่วงแรกๆมันเวลาว่างเยอะครับ สามปีแรกหมดไปกับรถ 450,000 เปลี่ยนทุกชิ้นที่เปลี่ยนได้
แต่ก็ยังไม่จบ ทำยอดไว้หมด แต่ด้วยใจรักก็ทำไปๆ ญาติหลายคนเห็นเราเหนื่อยบอกให้ขายทิ้ง
แต่ใจก็ยังรัก ไม่ขาย ไม่ซื้อใหม่ เคยนอนไม่หลับเพราะรถเสียมาหลายรอบแล้ว
ต้องชัวร์ว่าใจสู้หากต้องซ่อม ต้องเข้าอู่ ถ้าไม่สู้หารถยุ่นใหม่ๆมาขับจะเหมาะกว่าครับ
แต่ถ้าได้ผ่านการทดสอบและเรียนรู้ w124 ครบแล้วรับรองว่ารถคันต่อๆไปสบายแน่ๆครับ
สักพักคุณจะมองหาปลาวาฬที่คุณเคยนั่งแน่นอน โชคดีครับ :)
 
จากการอ่านคำบอกเล่าของบรรดาเซียนทั้งหลายแล้ว หากยังหลงรัก W124 อยู่ก็ทำตามใจปารถนาเลยครับอาจไม่แย้อย่างที่คิด ยิ่งจบวิศวะด้วยน่าจะเอาอยู่ หากได้รถสภาพดี มีเวลาให้กับเธอ ค่อยๆหาไปครับไม่ต้องรีบร้อน ดูไปเลื่อย ๆ สักวันต้องเจอเนื้อคู่จนได้ หาข้อมูลไว้เยอะๆ ดูรถมากคันเปรียบเทียบกันระดับนี้แล้วเดียวก็เก่งเอง ผมกว่าจะได้รถมาต้องใช้เวลาเกือบ 2 ปี ธรรมดารถเก่าจะให้ถูกใจไปหมดเสียทุกอย่างก็คงเป็นไปบ่ได้ ขอเพียงแต่สิ่งที่เราเห็นในรถนั้นเราทำใจยอมรับได้แล้วค่อยปรับปรุงซ่อมแซมไปจนสมบรูณที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันก็มีความสุขกับมันแล้ว ขอเป็นกำลังใจให้น้องเจอรถที่ใช่นะครับ
 
เห็นความเห็นหลากหลายของเพื่อนๆที่ให้ข้อคิดกับคุณ Kadoke แล้ว รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของบ้านหลังนี้ครับ เอาเป็นว่า ผมขอมองต่างมุมจากเพื่อนๆหลายท่านนะครับ

สมมตินะครับ สมมติ ว่าผมต้องการซื้อรถเบนซ์ 1 คัน โดยไม่สนใจว่าจะเป็นเครื่องเบนซ์หรือมีการเปลี่ยนเครื่องเป็นตระกูล J แล้ว

และก็สมมตินะครับ สมมติว่าบังเอิญผมพบว่า มีผู้ต้องการขาย W124 facelift 1Jge Gas แรงประหยัด ในราคา 3.2 แสนบาท แล้วก็มีรายละเอียดว่า เป็น Gas ระบบดูด ถังแค๊ปซูล 75 ลิตร เครื่องแรงประหยัดไม่เคยมีปัญหา เตรื่องเสียงดี ซับ+แอม+ปรีแอม cd mp3 T.V. ยาง 205/55/16 ใช้ได้อีกเป็นปี จานเบรคผ้าเบรคหนา พึ่งเปลี่ยนยกชุด แอร์เย็นจนหนาว ไม่เคยชนหนัก ทำมาพอสมควร รถใช้ทุกวัน ใช้ในชีวิตประจำวันสบายแรงประหยัด ไม่เหนื่อย สิ่งที่อาจต้องทำเพิ่มเติม คือการแปลงจอเรือนไมล์ กับโช๊คคู่หน้า

หากผมได้พาท่านที่ชำนาญเรื่องการดูสภาพรถไปดูรถคันนี้ แล้วพบว่าคุณภาพดีกว่าราคาที่กำหนดไว้ มิหนำซ้ำยังเหลือเงินเก็บไว้ดูแลสภาพเครื่องต่อไปอีกประมาณ 1 แสนเศษ ผมก็คงตัดสินใจเลือกซื้อรถคันดังกล่าวครับ

ที่เขียนมาทั้งหมดเป็นเรื่องสมมตินะครับ หากพาดพิงไปถึงใคร ขอให้คิดว่าผมมิได้มีเจตนาไม่ดีแอบแฝงนะครับ

โชคดี ขอให้ทุกคนมีความสุขครับ
 
แนะนำตัวก่อนนะครับ ผมชื่อต้นครับ เป็นวิศกรจบใหม่เพิ่งทำงานได้ครึ่งปี

มีเงินเก็บเดือนหล่ะเจ็ดพัน แบ่งเป็นค่าซ่อมได้เดือนหล่ะสองพันครับ อยากได้รถคันแรกของชีวิต

ลักษณะการใช้งานรถ(ถ้ามี)

วันทำงาน ใช้ในวันที่่ฝนตกตอนเช้า

ส-อา ใช้เที่ยว ตจว หรือ กทม บางอาทิตย์

ใช้กลับบ้าน (ชล - กาญจน์)

ด้วยสถานะทางการเงินผมเหมาะที่จะเป็นเจ้าของเจ้า W124 แต่ยังเลือกรุ่นไม่ได้

ผมขอคำแนะนำด้วยครับ ว่าผมเหมาะจะเป็นเจ้าของรถ Benzไหมครับ

ถ้าคุณสมบัติผมพอจะเป็นได้

(ทุนเดิมเป็นคนชอบรถยุโรป)

นี้เป็นกระทู้ที่ผมไปตั้งในเวบ pantip. http://www.pantip.com/cafe/ratchada/topic/V12247798/V12247798.html

ส่วนใหญ่บอกให้ผมไปซื้อ Eco car แต่ผมไม่ชอบรถเล็กครับ


ยังไงช่วยแนะนำด้วยครับ

ปล ตั้งถูกห้องป่าวไม่รู้ครับ
IMG_2012070540840.jpg

IMG_201207053076.jpg

IMG_2012070518150.jpg


แบบนี้พอได้นะครับ
 
Last edited:
Back
Top