อาการ C220 W202 ต้องทำอย่างไร และซ่อมตรงไหนบ้างครับ

LoVeLy

New member
รถ C220 W202 ปี 94 แอร์กด ติดแก๊ส LPG AC 300
ตอนนี้รถวิ่งมาประมาณ 24x,xxx โล ได้แล้วครับ ซื้อต่อมา และค่อยมาติดแก๊สที่หลัง
ตอนประมาณ 190,000 โล ครับ ไม่แน่ใจว่าเจ้าของเก่า Overhaul เครื่อง และเกียร์มาหรือยัง

  • อาการแรก สตาร์ทรถใหม่ๆ ประมาณ 2-3 นาที จนรอบนิ่งที่ประมาณ 800 ความร้อนประมาณ 50-60 พอเหยียบคันเร่งส่ง รอบสวิงนิดนึง แล้วก็ดับไปเลยครับ สตาร์ทใหม่ ต้องรอให้ความร้อนขึ้นมาอีกประมาณหนึ่ง ถึงจะเหยียบคันเร่ง และทำให้รถไม่ดับครับ
  • อาการที่สอง มีอาการเข้าเกียร์ N ไป D , D ไป N มีอาการกระตุกนิดนึง หรือบางครั้งกระตุกแรงเหมือนกัน , และจากเกียร์ 1 ไป 2 ค่อนข้างกระตุกแรงมาก ถ้าความร้อนของเครื่องยังไม่ได้ แต่ถ้าความร้อนเริ่มนิ่งๆ แถวๆ 80 ขึ้นไปแล้ว จะมีกระตุกบ้าง แต่เบาๆ ครับ ส่วนเกียร์ถอยหลัง เข้าเกียร์แล้วกระตุกแรงเกือบทุกครั้งครับ
  • อาการที่สาม ขับๆ อยู่ เหยียบคันเร่งปกติ รอบไม่ตามมา ค้างอยู่ที่เดิม และความเร็วก็ค่อยๆ ตกลง และรถก็ดับไปเลยครับ สตาร์ทใหม่ ติดบ้าง ขับได้ต่อ แต่เดี๋ยวก็เป็นอีก บ้างครั้ง วิ่งได้แต่รถจะตื้อ และก็ความเร็วไม่ขึ้น เกียร์ไม่เปลี่ยน เหยียบคันเร่งเท่าไหร่ ก็ความเร็วเท่าเดิม รถวิ่งไม่ออก สุดท้ายก็ดับไปเหมือนเดิมเลยครับ พอสตาร์ทใหม่ สตาร์ทติด แล้วก็ดับเลย เป็น 10 รอบน่ะครับ บางครั้งมีอาการรอบขึ้นสูง แต่เกียร์ไม่เปลี่ยนครับ
  • อาการที่สี่ ถอดท่ออากาศข้ามเครื่อง เพื่อเช็ดทำความสะอาด Idle Speed จะพบว่ามีคาบน้ำมันเครื่อง บริเวณข้อต่อของท่ออากาศกับพลาสติกสวมต่อ Idle Speed เสมอๆ จะเยิ้มๆ ไม่ได้แห้งเกรอะกรัง ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีทุกครั้งที่ถอดออกมาเช็ดทำความสะอาด (รถมีอาการกินน้ำมันเครื่องด้วยครับ ไม่รู้ว่าเพราะเครื่องหลวมด้วยหรือเปล่า)
  • อาการที่ห้า ความร้อนจะสวิงมาก ระหว่าง 80 - 101 ไม่แน่ใจว่าพัดลมฟรีคลัซ หมดสภาพหรือยัง (ซื้อพัดลมไฟฟ้ามาแล้ว แต่ไม่รู้จะไปติดตั้งที่ไหน) บางครั้งรถติด ก็ไม่สวิงเท่าไหร่ บ้างครั้งก็ขึ้นไปถึง 101 แล้วพัดลม Step 2 ถึงค่อยทำงาน แล้วความร้อนก็ตกลงมาประมาณ 90 แล้วก็ขึ้นไปใหม่ เวลาเปิดแอร์ปุ๊บพัดลม Step 1 ไม่ยอมทำงานทันที ไม่รู้ว่า Contact มีปัญหาหรือเปล่า หรือระบบหล่อเย็น มีปัญหา ก็ไม่ทราบได้ครับ

สุดท้ายนี้ ตอนนี้ รถจอดอยู่นิ่งๆ ไม่ได้ไปไหนเลย จะสอบถามว่าผมควรนำไปซ่อมที่ไหนดีครับ
งบประมาณการซ่อมบำรุง ถึงแสนไหมครับ สำหรับอาการตามนี้
ทำทีละอาการที่เกิดขึ้น ทีละอู่ หรือมีอู่ที่ซ่อมอาการทั้งหมดได้ และจบเลย
ขอให้พี่ๆ ในบอร์ดช่วยแนะนำด้วยนะครับ
ผมอยู่แถวปากน้ำ สมุทรปราการ แนะนำอู่ใกล้ๆ หรือไกลกว่านี้ก็ได้ครับ
ที่ไป แล้วจบเลย (ไม่กล้า ไปซ่อมที่ไหนเท่าไหร่เลย กลัวโดนหลอกน่ะครับ)

ขอบคุณมากมาย พี่ๆ ทุกท่าน ด้วยนะครับ :n45:
 
มีเวลาวิ่งเข้าอู่บ้านเลยครับ ลองค้นหาดูครับ อาการเยอะขนาดนี้ เข้าอู่ไม่รู้จักอาจจะช็อคเอาได้ครับ

อาการทั้งหมดที่เล่ามา ผมผ่านมาหมดแล้วครับ ลองไปค้นกระทู้เก่าๆดูครับ ไม่น่ากลัวอยู่ที่เราจะซ่อมมันจริงจังแค่ไหนครับ:)
 
จากการดูจุกจิก พอสมควร และสาเหตุต้องค่อย ๆ ไล่ น่าจะมาจากอายุการใช้งาน แต่มันต้องไล่ว่าอะไรเสีย อะไรควรเปลี่ยน และการปรับตั้ง

1 เบาดับ ต้องเช็คพวก idle ทำความสะอาด , air mass เช็ค error แล้วต้องไล่พวก หัวเทียน คอยด์ สายหัวเทียน

2 เกียร์กระตุก เบื้องต้นต้อง เช็คน้ำมันเกียร์ เปลี่ยนกรอง ตั้งสายเกียร์ แต่ถ้าอาการหนักต้องยกเกียร์ แต่ดูจากอาการที่ 3 ประกอบ อาจจะถึงคราวยกเกียร์

3 อาการนี้จะเกี่ยวข้องกับอาการแรกด้วย ต้องไล่ตรวจสอบ ถ้าสตาร์ทน้ำมันติดยาก ต้องเช็ค เรกูเรเตอร์

4 อันนี้น่าจะเป็นอาการประจำ อาจจะเป็นที่พวกยางที่เสื่อม

5 ปกติอุณหภูมิจะไม่สวิงมาก และไม่ขึ้นสูงถึง 100 มักจะแค่ 90 ส่วนรถติดอากาศร้อนก็อาจจะเกือบ 100 ถ้าขึ้นถึง 100 จน step 2 ทำงาน ก็อาจจะเป็นรีซิสเตอร์ หรือ สายไฟ แล้วก็เช็คสภาพพัดลม พัดลมฟรีคลัช ไปเลย ถ้าหม้อน้ำ หม้อพักน้ำ ไม่รั่วก็รอดในส่วนนี้

งานนี้ไล่เยอะ ถ้าไปไหวก็อู่ที่บอกแหละครับ เพราะไล่เยอะ ต้องเปลี่ยนอะไหล่ขนาดไหนบอกไม่ได้
 
ถ้าได้อู่ซ่อมแล้ว ประมาณการราคาก่อนด้วยนะครับ ว่าซ่อมทั้งหมดคุ้มมั๊ย
เปรียบเทียบกับ ยกเครื่องเจบวกเกียร์ วางแทน ลองดูเป็นแนวคิดครับ
 
อาการไม่หนักหรอกครับ..
มีเรื่องเครื่องกับเกียร์+แอร์เล็กน้อย ลองหาอู่ในนี้หรืออู่ที่มีเว็บรุ่นนี้ดูครับ ขึ้นทางด่วนง่ายด้วย
อาการสุดท้ายลองเช็คระดับน้ำยาแอร์ดูก่อน
 
ถ้าได้อู่ซ่อมแล้ว ประมาณการราคาก่อนด้วยนะครับ ว่าซ่อมทั้งหมดคุ้มมั๊ย
เปรียบเทียบกับ ยกเครื่องเจบวกเกียร์ วางแทน ลองดูเป็นแนวคิดครับ

ก็เป็นทางเลือกที่ดีนะครับสำหรับการลง jz

อย่างไรก็ตามคงต้องคิดให้ถี่ถ้วนว่า คุ้มจริงหรือไม่

เีิ้อาเรื่องเงิน คุ้มแน่ ถ้าเอาแค่ขับได้เครื่องเรียบแอร์เย็นสตาร์ทชึ่งเครื่องไม่ดับ แต่ถ้าจะเอาแค่ขับดีเท่าๆของเดิมหรือดีกว่านั้น อีกเรื่องครับ

ต้องมาคิดเรื่อง

- หาร้านมือดีๆ ของดีราคาถูกก็ไม่เคยมี มีแต่ดีแล้วแพงเหมาะสม
- การวางการแปลงแท่นเครื่อง จะทำยังไงกะมัน เอาแบบไหนดี อู่เคยพูดไหมว่าเขาจะทำยังไง
- การตัดต่อเพลา ทำไม่ได้ีมีสั่น และมันก็ไม่ค่อยจะ100 ได้99 ก็หรูแล้ว
- ช่วงล่าง ประกอบด้วย สปริง เบรค กันโคลง ต้องเซ็ตใหม่หมด เท่าไร
- แก๊สล่ะ ถ้ามีเดิมก็ใช้ไม่ได้ ต้องไปหาแบบหกสูบอีก
- และเฟืองท้ายล่ะ เอาขับดีก็ต้องเปลี่ยน เท่าไร มีที่ไหนทำจบๆ หาได้น้อยมากจริงๆสำหรับเบนซ์ ได้ 95% ก็หรุแล้ว
- ไมล์ล่ะ ไม่ตรงทำไง วัดรอบล่ะ เป็น 6 สูบ ทำไง ต้องทำอีก เท่าไร
- ไม่รวมค่าเสียเวลาวนเข้าๆออกๆอู่

เอาครบๆจบเนียนๆยอมรับครับว่า มันส์จริงๆ ก็เหมือนขับ C36 รถมันแรงเนียน ไงๆก็มันส์ครับ

เทียบกับเปลี่ยนเอาเครื่องเดิมลง (ในกรณีที่เครื่องเก่าไม่ไหวจริงๆ) ถ้าเทียบกับข้างบน ไงๆก็ใกล้ๆกันหรืออาจถูกกว่าครับ และไม่ต้องเสี่ยง และไม่เสียราคาถ้าจะขาย

ยกเว้นต้องการมันส์ ต้องโน่นเลย เจโบ เบ็ดเสร็จเนียนๆอาจไปถึง แสนห้า บวก

พวก 190E ยังเอา 111 ลงกันเลยครับ ดังนั้น ชั่งใจให้หนัก ตัดสินใจให้ดีถ้าเพลี่ยงพล้ำอาจพลาดได้

เป็นกำลังใจสู้ไป ถ้าจะเปลี่ยนเครื่องคิดให้ดี และตรวจจุดรับได้ของเราอยู่ตรงไหน คุ้มหรือไม่ครับ
 
เท่าที่อ่านดูแล้วอาการทั้งหลายเกิดจากปัญหาที่มาจากรอบเครื่องไม่นิ่งมันเกิดจากหลายสาเหตุเลย

1 ลองถอดไอเดิลมาทำความสะอาดใหม่เปิดฝาดำดูเฟืองถ้าเฟืองยังดีก็ทาจารบีให้เค้าหน่อย

2 ตรวจดูสายแวคคั่มทุกเส้นเลยที่มาจากท่อไอดีเพราะหากมันรั่วหรือแตกก็ทำให้เครื่องเดินสดุดไม่มีแรงโดยเฉพาะสายแวคคั่มที่วิ่งไปที่เกียใต้ท้องรถ

3 ตรวจดูรีเลย์โอเวอร์โหลดว่ายังดีมั๊ยเพราะบางครั้งหน้าคอนแทคสกปรกไฟเดินไม่ดีก็มีผลมากๆถ้าไม่เคยเปลี่ยนมาก่อนหาเปลี่ยนใหม่เลยครับ
 
Back
Top