ฮอลเกียร์

สกรู

New member
300E ช่างบอกว่า เกียร์มีปัญหา ควรเปลี่ยน หรือหรือฮอล
อยากทราบความแตกต่าง และความคุ้มค่า เช่นราคาต่างกันมากไหม
ใช้เวลาในการฮอลหลายวัน.....

(แบบว่า งบน้อย)
 
300E ช่างบอกว่า เกียร์มีปัญหา ควรเปลี่ยน หรือหรือฮอล
อยากทราบความแตกต่าง และความคุ้มค่า เช่นราคาต่างกันมากไหม
ใช้เวลาในการฮอลหลายวัน.....

(แบบว่า งบน้อย)

พังอาการเปนไงอะครับ
 
ผมคิดว่า ถ้าเปลี่ยน เราต้องไปหามาใส่อีก ได้มา ไม่รู้ว่าจะดีมั้ย ไม่รู้ว่าแผ่นคลัชจะหมดหรือยัง ไม่รู้ว่า มันจะพังอีกเมื่อไร แต่ถ้าฮอล จะเหมือนได้เกียร์ใหม่ลูกนึงเลยละครับ เพราะเขาได้ถอดชิ้นส่วนข้างในมาล้างใหม่หมด อะไหล่ชิ้นไหนเสียก็เปลี่ยนไปเลย ผมคิดว่า น่าจะฮอลดีกว่าครับ ยอมเก็บเงินทำทีเดียว ถ้าเปลี่ยนกลัวจะเข้าตำรา "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย" ครับ :D:D
 
อย่างที่เพื่อนๆ ว่าเลยครับ
Overhaul is the best way krub , haaaaaaaa
 
เพิ่งฮอลออกจากอู่เย็นวันจันทร์ครับ
เหมือนได้เกียร์ใหม่จริงๆ
ดีกว่าวัดดวงกะของมือสอง
ใช้เวลาทำสองวันครับ
ช่างแถวๆนี้แหละครับ
เด็กหนุ่มไฟแรง
 
ถ้าถามช่างก็มักจะบอกให้ฮอลเกียร์ดีที่กว่า แต่ถ้าถามคนขายอะไหล่ก็มักจะบอกว่าเปลี่ยนเกียร์มือสองดีกว่าฮอลเกียร์ บางครั้งคนฟังก็มึนๆไปเหมือนกันครับ แต่จริงๆแล้วมันมีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่ายครับ

ถ้าตามหลักการณ์


ไม่มีเกียร์มือสองที่ไหนจะดีไปกว่าการฮอลเกียร์ใหม่ครับ เพราะการฮอล์เกียร์ เป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดและตรงสาเหตุมากที่สุดครับ เปิดออกมาชิ้นไหนไม่ดีก็เปลี่ยน ดังนั้นการฮอลเกียร์จึงถือเป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ

แต่ความจริง

การฮอลเกียร์สมัยก่อนช่างมักจะขอเปิดเกียร์ เพื่อที่จะดูความเสียหายก่อนที่จะตีราคาค่าซ่อม เพราะช่างไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเกียร์เสียหายอะไรบ้าง จะให้ตีราคาก่อนเห็นความเสียหายจริง มันจึงเป็นเรื่องยาก ช่างจึงต้องดูความเสียหายก่อนถึงจะตีราคาค่าซ่อมเพื่อเลี่ยงการขาดทุนครับ

แต่ปัจจุบันมีการแข่งขันด้านราคากันสูงมาก ลูกค้ามักจะเป็นตัวการสำคัญที่ไปบีบการอู่ เพราะจะขอแค่ราคาค่าซ่อม ถ้าอู่ไหนบอกแพงก็ไปทำอู่อื่น อู่ส่วนมากจะบอกราคาค่าซ่อมประมาณสองหมื่นกว่า เพราะบอกแพงกว่านี้ ลูกค้าก็จะหนีไปทำอู่อื่นไม่ก็ไปซื้อเกียร์มือสองมาใส่แทน

ดังนั้นอู่ที่ตีราคาถูกมักจะเปลี่ยนแค่ประเก็น และแผ่นครัชที่เป็นของใหม่เท่านั้น เพราะค่าประเก็นก็ไม่กี่พัน ส่วนผ้าครัชก็แผ่นละไม่กี่ร้อย ส่วนอะไหล่อื่นๆก็จะเป็นอะไหล่เก่าทั้งนั้นแหละครับ
ดังนั้นจึงมีหลายๆอู่ที่ฮอลเกียร์มาแล้ว ใช้ได้ไม่นานเกียร์ก็จะมีปัญหาอีก (ถ้าเกียร์ลูกน้ันช้ำมามากแล้ว)

เพราะเรื่องจริง ถ้าเปลี่ยนอะไหล่ในลูกเกียร์เกือบทั้งหมด ค่าใช้จ่ายจะมีประมาณ 4-5 หมื่นบาทครับ ถ้าสังเกตุให้ดี ร้านซ่อมเกียร์ดังๆ ส่วนมากค่าฮอลเกียร์จะมีราคาสูงครับ





เอาแค่นี้พอนะครับ พิมพ์เยอะไปกลัวจะกลายเป็นเครียดแทนนะครับ :D
 
มิสเตอร์เอ๊กซ์

พูดถูก

เป็นเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นจริง

ไม่ต้องมีสแตนอิน



ซ่อมเกียร์ ดีที่สุด

แต่อยู่ที่ว่า

เกียร เราเละแค่ไหน

ถ้า แค่ผ้าหมด สบาย

แต่ถ้าเป็นหลายๆอย่าง

ซื้อมือสอง สบายตัวคับ



ซ่อมถูกเกิน ช่างก็ต้องบีบค่าใช้จ่ายวัสดุ

อันนี้ต้องเข้าใจนะคับ
 
ด้วยความเคารพนะครับ

ขออณุญาตินะครับ

ของเก่ารับประกันเท่าไรถึง 1 ปีป่าวครับถ้ารับประกัน 1 ปีแล้วใช้ไม่เกิน 1 ปีเสียมาค่าแรงยกขึ้นลงน้ำมันเกียร์ไครรับผิดชอบครับ

ส่วนฮอนรับประกัน 1 ปี ใน 1 ปีเสียทางอู่รับผิดชอบทุกอย่าง ยกเว้นน้ำเข้าเกียร์ สายออยเกียร์แตก สมองเกียร์เสียอยู่นอกประกันครับ
 
Last edited:
ขึ้นอยู่กับ
มุมมอง ความเชื่อ และโชคชะตา ครับ

ถ้ามาทางนี้ผิด
อาจพูดได้ว่า ไปอีกทางอาจเลวร้ายกว่า
ถ้าโชคไม่ดี


ข้อสำคัญ
ทำแล้ว มั่นใจว่าตัดสินใจดีที่สุดแล้ว (ตอนนั้น)
ผิดเป็นครู อย่าไปหลงเสียใจอยู่กับมัน
.. เอาใหม่

ด้วยความเคารพในแต่ละท่านครับ
 
ขอตอบตามความคิดนะคับ ผิดถูกขออภัย

ฮอล 2.5-3 หมื่นหรือมากกว่า ประกัน 6- 12 เดือนแล้วแต่ที่ คงใช้ได้ยาวๆ ถ้าอู่มีฝีมือและจริงใจ
ผมว่า ถ้าคิดจะให้อยู่กับเรานานๆ ก็ฮอลเถอะคับ หาอู่รับผิดชอบงาน ทำเนียนๆ ก็ดี

มือสอง ประกัน 15-30 วัน ค่าฮอลอาจซื้อเกียร์มือสองได้ 2 ลูก ลูกหนึ่ง คงได้3 เดือน 6 เดือน 1ปี 2 ปี หรือมากกว่านั้น ก็แล้วแต่ดวง การใช้งานกับคำยืนยันสภาพจากผู้ขาย ค่ายกขึ้นลง+น้ำมัน คงไม่มาก ไม่น่าเกิน 5000 บ.เหมาะสำหรับคนไม่มีงบมากหรือต้องการใช้รถไม่นานและก็เข็ดจากอู่ที่ไม่จริงใจ

:)นานาจิตตัง คนเคยฮอลมาแล้วใช้ดี ใช้มานานแล้ว ก็อาจบอกว่า ฮอลดีกว่า
ส่วนคนที่เคยฮอลแล้วโดนมา ใช้ ไม่นานพัง ก็อาจบอกว่า มือสองดีกว่า

เป็นผม ถ้าเจออู่จริงใจ มีฝีมือ รับผิดชอบงาน(อันนี้สำคัญ) และผมคิดว่าจะใช้รถยาวๆ บวกกับ ช่วงนั้น มีงบประมาณ มากๆ ผมจะเลือกโอเวอร์ฮอลคับ เพราะถ้าทำดีๆใช้ได้นาน
แต่ถ้างบประมาณจำกัด เจอคนขายเกียร์มือสองจริงใจ หาเกียร์สภาพดีๆวิ่งไม่มากให้และคิดว่าจะใช้รถคันนั้น ไม่เกิน 3 ปี ก็หาเกียร์มือสองคับ เพราะราคามันครึ่งต่อครึ่งคับ
ลองตัดสินใจดู

ขอแนะนำอีกแนวทาง
กรณีเกียร์จาก 300e ผมว่าถ้าให้ดี ก็ทำตามที่พี่ๆหลายคนที่ใช้เครื่องk jetในนี้ทำกัน หาซื้อเกียร์ต่อจากพี่ๆที่เครื่องพังและวางเครื่องใหม่ 104 คับ ลูกหนึ่งคงประมาณ 8- 1 หมื่น หรืออาจถูกกว่ามาเก็บไว้เป็นอะไหล่ ถ้าโช็คดีได้เกียร์ที่วิ่งมาน้อยๆ หรือสภาพดีๆบางทีอาจฮอลมาแล้วคับ ลองประกาศรับซื้อดูในหน้าซื้อขาย บางทีผมว่าน่าจะมีให้ท่านในราคาที่คาดไม่ถึงคับ
 
Last edited:
ขอบคุณทุกความเห็น
อาคารพังที่ว่า คือ
- เกียร์ไม่ค่อยจับ จับบ้างไม่จับบ้าง แล้วบางครั้งเวลาไปที่เกียร์ถอยหลังจะมีเสียงดังแครก ๆๆๆๆ
วิ่งไปหาช่างอู่บ้าน.....ลองวิ่งดู บอกว่าเกียร์ไปแล้ว
 
ผมเห็นด้วยกับคุณ winny88888 ครับ
เพราะไม่ว่าจะOverHual หรือเปลี่ยนมือสองเชียงกง มันก็มีข้อดีข้อเสีย
ที่เจ้าของรถต้องตัดสินใจ ที่จะรับความเสียงในแต่ละทางเลือกครับ

OverHual ถ้าฝีมือดีเครื่องมือถึง ก็คงใช้ดีใช้ยาว ราคาก็สูงตามอุปกรณ์ที่เราเปลี่ยน
ถ้าเจออู่ที่ไม่มีประสบการณ์ เครื่องมือไม่ถึง ยิ่งน่าเป็นห่วงครับ

ถ้าได้แบบที่พี่สมชาย เคย DIY ให้ชม แบบนี้ผมสบายใจครับ
เพราะมีตรวจวัดระยะฟรี ตามหลักวิชาการและคู่มือ

15022009536.jpg


ขอรบกวน ขอผังภายในเกียร์ AUTO E280
http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=13250


ของมือสองเชียงกง ถ้ามากับเครื่องที่วิ่งมาน้อย ๆ ก็น่าสนใจครับ
แต่จะใช้ได้นานแค่ไหน ก็เหมือนซื้อหวยครับ
อาจจะใช้ได้แค่3เดือน6เดือน หรือ อาจจะนาน3ปี 5ปี ก็เป็นได้ครับ
ราคาย่อมเยาว์กว่า น่าเย้ายวน

แต่เกียร์จากเครื่องยกลง ผมไม่เชียร์ครับ
แม้ว่ามันจะยังใช้ดี จากการยืนยันจากเจ้าของเดิม
หรือแม้จะให้เราได้ทดลองขับ ก่อนยกลงก็ตาม
อายุเกียร์มันก็มากโข ตามอายุรถครับ
 
ขอยกกรณีตัวอย่างของรถผมนะครับ

http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=54702

ขอตอบได้ว่า งบประมาณเบื้องต้นในการยกเกียร์ ต้องเปลี่ยนคลัชยกชุด ชุดประเก็น โดยใช้ของแท้เท่านั้น จะทนทานนานปี รวมค่าน้ำมันเกียร์ กรองเกียร์ เบื้องต้นค่าอะไหล่ก็ 10,000 ส่วนที่เหลือต้องไล่เช็คดู แล้วค่าแรงด้วย

งานนี้อย่าดูที่ราคาอย่างเีดียว ดูผลงาน และความคงทนด้วยครับ เพราะเกียร์โรงงานใช้งานจน 10 กว่าปี ทนทานมาก ๆ แล้วครับ

ผมทำอู่ที่พี่ไปเช็คนั่นแหละ จะครบ 20,000 กิโล อีกแค่ 4,500 กิโลเอง ปีนึงพอดี วิ่ง กทม. บนทางด่วนเยอะ กับวิ่ง ตจว. ที่ใกล้ กทม. บ่อย
 
อู่ชัค ทรานมิชชั่น -- > รับซ่อมเกียร์ ออโต้ ทุกรุ่น ทุกอาการ

ด้วยประสบการณ์การซ่อมเกียร์ออโต้มากว่า 40 ปี ใน USA รับประกันได้ว่าจบทุกปัญหาด้วยราคายุติธรรม และ รับประกัน 1 ปี
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ดูที่ web ของอู่ที่ http://www.chucktransmission.com
 
ด้วยประสบการณ์การซ่อมเกียร์ออโต้มากว่า 40 ปี ใน USA รับประกันได้ว่าจบทุกปัญหาด้วยราคายุติธรรม และ รับประกัน 1 ปี
สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ดูที่ web ของอู่ที่ http://www.chucktransmission.com

ยังไม่เลิก

ผมเคยเขียนไว้ในกระทู้นี้ http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=59865

ว่า

" แค่กฎระเบียบสังคมพื้นๆยังไม่อยากรับรู้ ไม่ดู ไม่ใส่ใจ ไม่สนโลก

ห้องสนทนาที่ไหนๆเขาก็ไม่ให้ขายของโดยเฉพาะที่นี่

เข้ามาก็ตั้งหน้าขายของในห้องสนทนาไม่แยแสระเบียบสัง คม

แล้วเรื่องซ่อมรถ เรื่องความรับผิดชอบ จะเอาดีได้อย่างไร "


คนอยู่เมกามานานไม่น่าจะใช่พวกมีพฤติกรรมไม่เคารพสัง คมเยี่ยงนี้เลย ไม่อยากจะเชื่อ
 
E220 M111 เคยฮอลไปครั้งนึง ลูกปืนหลุดเข้าชุดเกียร์ ขบกันซะฟันบิ่นๆ เลยหาเกียร์มาสลับไส้และฮอลล์ไปด้วย
แต่อู่ที่ทำให้ตอนนั้น คงทำไม่ดีเกียร์กระตุก จาก 1 ไป 2 กระชากบ่อยครั้ง ก็ทนใช้มา 6-7 ปี ถึงวันนึงมันก็ไม่ยอมวิ่งแล้ว
เลยชั่งใจระหว่าง มือสองลูกละ 10000-15000 ประกัน 1 เดือน อย่าลืมบวกค่าถอดใส่ด้วยนะ
เทียบกับ ฮอล 25000 ประกัน 1 ปี จากอู่ซ่อมเบนซ์ (เป็นอู่ที่ สมช ในนี้ก็แวะไปใช้บริการเหมือนกัน)
เลยจบที่ฮอลใหม่ นี่ก็ใช้มา 7 เดือนแล้ว จังหวะเปลี่ยนเกียร์นิ่มนวลดีเหมือนฟีลตอนออกป้ายแดงไงงั้นเลย

ถ้างบไหว ฮอลไปเถอะครับ
 
ฮอล์ล ดีกว่าครับ ไม่ต้องลุ้นกับชิ้นส่วนเก่าที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว
เริ่มต้นใหม่ นิ่มๆ ดีกว่า อยู่นานกว่าแน่นอน :D:D:D
 
ถ้าเป็นผม ขอ ฮอลใหม่ครับไม่ต้องลุ้นกับมือสอง เพราะจะได้เกียร์ลูกใหม่เหมือนออกห้างแต่ช่างที่ทำต้องชำนาญนะครับทำทีใช้อีกยาวครับเว้นจะไม่ใช้รถแล้วว
 
ส่วนใหญ่รถปกติทั่วไปที่ไม่ได้ใช้โหดๆ เกียร์ของรถที่เริ่มออกอาการว่าจะเสียแล้วนั้น มักมีสาเหตุมาจาก "คลัชต์" ด้านในเริ่มหมดลงแล้ว ทำให้มีอาการดังนี้ เร่งไม่ไปบ้าง รอบรอบฟรีทิ้งบ้าง ถอยไม่ไหว เข้าเกียร์แล้วไม่ค่อยจะจับ ฯลฯ :chased:

ดังนั้น ประเด็นหลักๆเลยคือ คลัชต์หมด ครับ การซ่อมที่ทำได้คือ "ฮอลใหม่" หรือ "มือสอง"

"มือสอง" อายุอานามที่ผลิตก็พอๆกับเกียร์รถเรานั่นแหละ แม้จะวิ่งมาน้่อยกว่า(มาจากพวกเชียงกง) แต่ผมว่ามันขึ้นอยู่กับอายุมากกว่าระยะทางที่ใช้มา เพราะรถผมคลัชต์หมดตอน 140,000 โล ขณะที่เพื่อนผมวิ่งมา 290,000 โลแล้วยังไม่ออกอาการใดๆเลย รถก็ปีเดียวกัน ในขณะเดียวการ "ฮอลใหม่" นั้นเป็นการเปิดเกียร์ออกมาแล้วเปลี่ยนอะไหล่ที่เสียนั้นออกไป ซึ่งอย่างที่ผมเรียนไว้แล้วว่าส่วนมากมันคือ คลัชต์ ที่อยู่ในเกียร์นั่นเอง(อาจมีรายการอื่นๆด้วยแต่หลักๆคือคลัชต์)

ในอดีต โลกต่างๆไม่กว้างเท่าสมัยนี้เพราะ ไม่มีเน็ต ไม่มีเพื่อนสมาชิกจากทุกสารทิศมาช่วยกันแชร์ข้อมูลข้อเท็จจริง จะซ่อมรถทีก็ต้องอาศัยคนนู่นแนะนำฟังกันต่อๆมาและใช้ความไว้วางใจ จึงเป็นโอกาสทำให้ช่างสามารถตั้งราคาสูงๆได้ ยิ่งช่างมีฝีมือยิ่งตั้งได้สูง เช่น ฮอลเกียร์ทีครั้งละ 80,000 :n28: ถึง 120,000 เลยก็ยังมี :n38: แต่เวลานี้ โลกมันเชื่อมต่อกันหมดแล้ว ทำให้โอกาสที่ช่างจะโก่งราคานั้นน้อยลง ค่าใช้จ่ายในการซ่อมต่างๆจึงอาจน้อยลงได้ ไม่แพงหูฉี่เหมือนสมัยก่อนแล้วครับ
 
Back
Top