คงไม่ใช่เรื่องสบายอย่างเดียวหรอกครับ
เกรงว่า ค้างที่ D นานๆ แล้วเผลอโน่น นี่
เท้าพลาดจากเบรค จะไปทักทายคันหน้าแบบไม่สวยน่ะครับ
อีกอย่างที่กลัว(มาก) คือ
ในขณะที่เราจอดนิ่ง เกียร์อยู่ที่ D แล้วมีใครมากระแทกหลังแรงๆ นี่
เกียร์มันจะเป็นไรเปล่าครับ
ผมคนนึงล่ะครับ
ถ้าจอดต่อกันปรกติริมถนนราบๆ
เวลาจอดผมไม่เข้า P เด็ดขาด ใส่ N ให้เขาเข็นได้
ถ้ากลัวรถไหล ก็เหยียบเบรคมือเบาๆ
เคยเห็นบางคนเขาใช้รถดันคันหน้า คันหลังให้ตัวเองออกได้ไม๊ครับ น่ากลัวเกียร์เป็นอะไรจัง
อีกอย่าง .. เคยได้ยินบางท่านว่า
ถ้าจอดรถติดไฟแดงเฉยๆ
การแช่อยู่ที่ D จะมีน้ำมันไประบายความร้อนดีกว่า N
เท็จจริงอย่างไร วานบอกด้วยครับ
ขอขอบคุณ
คงไม่ใช่เรื่องสบายอย่างเดียวหรอกครับ
เกรงว่า ค้างที่ D นานๆ แล้วเผลอโน่น นี่
เท้าพลาดจากเบรค จะไปทักทายคันหน้าแบบไม่สวยน่ะครับ
อีกอย่างที่กลัว(มาก) คือ
ในขณะที่เราจอดนิ่ง เกียร์อยู่ที่ D แล้วมีใครมากระแทกหลังแรงๆ นี่
เกียร์มันจะเป็นไรเปล่าครับ
ผมคนนึงล่ะครับ
ถ้าจอดต่อกันปรกติริมถนนราบๆ
เวลาจอดผมไม่เข้า P เด็ดขาด ใส่ N ให้เขาเข็นได้
ถ้ากลัวรถไหล ก็เหยียบเบรคมือเบาๆ
เคยเห็นบางคนเขาใช้รถดันคันหน้า คันหลังให้ตัวเองออกได้ไม๊ครับ น่ากลัวเกียร์เป็นอะไรจัง
อีกอย่าง .. เคยได้ยินบางท่านว่า
ถ้าจอดรถติดไฟแดงเฉยๆ
การแช่อยู่ที่ D จะมีน้ำมันไประบายความร้อนดีกว่า N
เท็จจริงอย่างไร วานบอกด้วยครับ
ขอขอบคุณ
ผมสงสัยเกี่ยวกับเกียร็ครับไม่ทราบว่ามันจะมีข้อสรุปไม๊ครับ
คือว่าเกียร็ออโตนี่นะครับเวลาจอดติดไฟแดง
ควรจะอยู่ตรงไหนครับระหว่าง N หรือ D ครับ
วานกูรูช่วยไขข้อข้องใจด้วยครับ
ผมเข้าเกียร์ N ตลอดครับ แค่หยุดก็ผลักไป N แล้ว ไม่เคยเหยียบเบรกค้างไว้
ผมคิดอย่างนี้ครับ ผมว่าวิศวกรเขาเจตนา กำหนดตำแหน่งเกียร์ N กับ D ไว้ใกล้ๆกัน
แถมในรถญี่ปุ่น ยังสามารถเลื่อนไปได้โดยไม่ต้องกดปุ่มที่หัวเกียร์อีกต่างหาก
หรือในวอลโล่รุ่นเก่าที่มีปุ่มหัวเกียร์ ก็ทำแบบนี้เหมือนกันคือไม่ต้องกด
แสดงว่า วิศวกรเขาคงเจตนาทำให้มันสับไปมาง่ายๆ ซึ่งทำได้เพียง 2 เกียร์นี้เท่านั้น (N กับ D)
ผมเลยคิดว่า เขาคงอยากให้ใส่เกียร์ N มากกว่านะครับ
และอีกอย่าง การเหยียบเบรกค้างเอาไว้
ส่วนตัวผมแล้ว รู้สึกเหมือนกับไป ฝืน มันเอาไว้
ล้อไม่หมุนก็จริง จานเบรกไม่หมุนก็จริง ห้องเกียร์ไม่หุนก็จริง
แต่มันต้องมีอะไรหมุนอยุ่แน่ๆ ไม่งั้นทำไมพอปล่อยเบรกแล้วรถไหลได้เลย
คิดว่าลูกทอร์คคอนเวอรืเตอร์คงหมุนๆอยุ่ แต่เราไปเหยียบเบรกห้ามมันไว้
มัน ที่ว่าก็คือลูกทอรืคนี่แหละครับ (เดา)
ปล. เป้นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่ได้อิงหลักฐานหรือการศึกษาใดๆนะครับ![]()
เคยอ่านเจอเหมือนกันครับ น่าจะเป็นเช่นนั้นนะครับเคยอ่านเรื่องเกี่ยวกับเกียร์ออโต้ของอาจารย์ ธเนศร์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา
" เป็นเรื่องของผู้ไม่เข้าใจการทำงานของจักรกลมากกว่าผมเองเสนอไว้หลายครั้งแล้วว่า ควรทิ้งเกียร์เอาไว้ที่ D ขณะจอดรอการติดขัดของการจราจร ถ้าเมื่อยหนักเข้าก็ใช้เบรกมือเอาก็ได้ เคยมีคนเถียงเหมือนกันว่า จะทำให้เบรกสึกหรอเร็ว ตรงนี้คงต้องขอให้มองดีดี ด้วยว่าการสึกหรอนั้นเกิดได้ด้วยการเสียดสี เมื่อรหยุด ล้อไม่ได้หมุน ใช้เบรกมือห้ามล้อไว้ ผ้าเบรกก็ทำหน้าที่เพียงจับจานล้อหยุดนิ่งเฉยเฉยเท่านั้นไม่ใช่หรือ แล้วอะไรจะเสียดสีกันเล่า ภายในของห้องเกียร์ก็เช่นกัน ไม่มีอะไรหมุน แล้วอะไรจะสึกหรออีก ส่วนอื่น เช่นคันเกียร์ ก็ไม่ต้องทำงานบ่อยครั้ง ความสึกหรอก็ลดน้อยลง และที่บางท่านบอกว่าหากทิ้งเกียร์ไว้ที่ D แล้วเบรกไว้ เครื่องจะสั่นมาก ตรงนี้ต้องตรวจซ่อมเครื่องยนต์ครับ ไม่ใช่ไปลงโทษเกียร์ให้ทำงานหนักขึ้น การเปลี่ยนเกียร์จาก D ไป N เมื่อหยุดรรอสัญญาณไฟ เวลาได้ไฟเขียว คุณก็จะต้องเข้าเกียร์จาก N ไป D ตรงนี้เกียร์ต้องใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อให้แบนด์เบรกจับจานคลัทช์ในเกียร์ และส่งกำลังไปยังล้อได้ ปัญหาจะเกิดขึ้นง่ายหากคุณเผลอเหยียบคันเร่งลงไปก่อนคลัทช์จะจับกัน โดยเฉพาะเมื่อมีเสียงแตรจากรถคันหลัง การเร่งเครื่องก่อนคลัทช์จะจับกันแน่นนี้ ส่งผลให้เกิดการเสียดสีรุนแรงของแผ่นคลัทช์กับแผ่นรองรับ ความสึกหรอมีขึ้นสูงมาก ทำเพียงไม่กี่ครั้ง เกียร์ก็จะเสียหายถึงขนาดต้องโอเวอร์ฮอลกันทีเดียว "
และคุ้นๆ ว่า เกียร์ N น้ำมันเกียร์หมุนเวียนน้อยกว่าเกียร์ D
ดังนั้นการที่เข้าเกียร์ N ก่อน แล้วปล่อยรถไหลจนหยุดจะไม่ดี ครับ