เบรค E220 W124 เสียงดัง ตื้รถอไม่หยุด

Nattawat.j

New member
:confused::confused:เรียนท่านผู้รู้ทุกท่าน
เบรค E220 W124 ความเร็วประมาณ 100 ก.ม/ชม. เหยียบเบรคเพื่อจะหยุดจ่ายค่าทางด่วน จะมีเสียงผ้าเบรคกับจานดังอี๊ดยาว น่าอายมากน้องBenz และตื้อรถไม่หยุดควบคุมไม่ได้ บางครั้งเลยช่องจ่ายตัง ถ้าแตะปล่อยๆๆไม่เป็นไร เหมือนกับระบบ ABS ไม่ทำงานหรือเปล่า?แต่ไฟก็ไม่โชว์ ปัญหาจากอะไรแน่ครับขอผู้รู้ช่วยวิเคราะห์ด้วยครับ
 
ลองตรวจสอบผ้าเบรคด่วน ผ้าอาจหมดแย้ว เหลือแต่เหล็กสีกับเหล็ก....อุ..อุ :(
 
:confused::confused:เรียนท่านผู้รู้ทุกท่าน
เบรค E220 W124 ความเร็วประมาณ 100 ก.ม/ชม. เหยียบเบรคเพื่อจะหยุดจ่ายค่าทางด่วน จะมีเสียงผ้าเบรคกับจานดังอี๊ดยาว น่าอายมากน้องBenz และตื้อรถไม่หยุดควบคุมไม่ได้ บางครั้งเลยช่องจ่ายตัง ถ้าแตะปล่อยๆๆไม่เป็นไร เหมือนกับระบบ ABS ไม่ทำงานหรือเปล่า?แต่ไฟก็ไม่โชว์ ปัญหาจากอะไรแน่ครับขอผู้รู้ช่วยวิเคราะห์ด้วยครับ


สมาชิกใหม่


โพสท์ที่1 ก็ เป็นปัญหา อันตรายซะแล้ว


แล้ว ตอบไปนี่ พี่ จะ ยังเข้ามา update รึป่าว ก็ ยังคงสงสัย





เรื่องเบรคไม่อยู่ ขนาด ขับเลย ที่จ่ายตังค์

นี่ ถือว่า พี่เป็น บุคคลอันตราบ บนถนน สุดๆ

ผมกลัวพี่มาก กลัว ในทาง ที่ไม่ดีนะคับ




ไม่มีอะไรต้องวิเคราะห์ให้ ยืดยาว

เข้าอู่ ให้ตรวจสอบระบบเบรค ทั้ง หน้า และหลังเลย พี่

และ สมควรต้อง ถอดลูกสูบเบรคทั้ง หน้า ทั้งหลัง

ออกมาล้าง เปลี่ยนชุดซ่อม ประกอบใหม่เลย


ผ้า ก็เปลี่ยนซะ

จานถ้าสึกมาก ก็เปลี่ยน



นะ ช่วยกัน ช่วยกัน

เรื่องเบรค นี่ พี่ต้อง ให้มาก่อนอันดับแรกเลย

เพื่อ ตัวพี่เอง จริงๆ นะเนี่ย:n08:
 
เรียนพีๆทั้งสองท่านครับ หน้าเจียรจานเปลี่ยนผ้าเบรคใหม่แล้ว หลังผ้าเบรคยังหนาเกินครึ่งถอดมาขัดกระดาษทรายแล้วใส่กลับ จานยังเรียบไม่สึกมาก ลูกสูบชุดเบรคงัดสไลด์ไปมาค่อนข้างสะดวกครับ ไม่ทราบว่า ABS มีผลไหมครับแต่ก็ไม่ใช่ความเร็วสูง
 
เรียนพีๆทั้งสองท่านครับ หน้าเจียรจานเปลี่ยนผ้าเบรคใหม่แล้ว หลังผ้าเบรคยังหนาเกินครึ่งถอดมาขัดกระดาษทรายแล้วใส่กลับ จานยังเรียบไม่สึกมาก ลูกสูบชุดเบรคงัดสไลด์ไปมาค่อนข้างสะดวกครับ ไม่ทราบว่า ABS มีผลไหมครับแต่ก็ไม่ใช่ความเร็วสูง

ถ้าเจียร์เบรคใหม่เอี่ยมสด ๆ ร้อน ๆ ผ้าเบรคและจานเบรคยังไม่สัมผัสกันสนิท
ก็อาจจะเกิดอาการเบรคตื้อได้เหมือนกัน ต้องทำการ Beding in สัก 4-500 กม.
ไม่ก็ไล่ลมเบรคไม่หมด มีลมในระบบ ทำให้ตื้อ
งานนี้ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ ABS

ควรเอากลับไปให้ช่างดูใหม่ไม่ต้องมาวิเคราะห์
อะไรกันให้ยุ่งยากอย่างที่ท่าน
xitrum_dalat บอกโดยด่วน
ต้องหาจุดบกพร่องที่แท้จริง
และแก้ไขทันที
 
Last edited:
ขอบคุณคุณครับพี่ Coffee cup จริงๆก็ต้องรีบเข้าหาศูนย์หาช่างด่วนนะครับ แต่ผมอยากหาความรู้กลัวช่างวิเคราะห์ผิดเปลี่ยนไปเลื่อยๆโดนไปหลายหมื่นแล้วก็ไม่หายเนี่ยเจ็บใจ หากพี่ๆเคยเจอปัญหาแบบนี้มาก่อน ช่วยแชร์จุดประเด็นปัญหาด้วยครับ
 
ขอบคุณคุณครับพี่ Coffee cup จริงๆก็ต้องรีบเข้าหาศูนย์หาช่างด่วนนะครับ แต่ผมอยากหาความรู้กลัวช่างวิเคราะห์ผิดเปลี่ยนไปเลื่อยๆโดนไปหลายหมื่นแล้วก็ไม่หายเนี่ยเจ็บใจ หากพี่ๆเคยเจอปัญหาแบบนี้มาก่อน ช่วยแชร์จุดประเด็นปัญหาด้วยครับ

E220w124 ยังมีเข้าศูนย์กันอยู่รึ ร้านทำเบรคดีๆสบาย
 
เอางี้

1. ถ้าเบรค แล้วยังเบาเท้า ไม่หนักเท้า

สามารถผ่านเรื่องหม้อลมไปได้


2. เบรคแล้ว จมอะป่าว

ถ้าจม ไปที่ แม่ปั๊มเบรค

ถ้าไม่จม ไปที่อื่นต่อ


3. ทดสอบ ที่เบรคหลัง

ดูว่า เวลา เหยียบเบรค น้ำมันเบรค มาดีอะป่าว

ถ้ามาไม่ดี

กลับไปที่แม่ปั๊ม ยางรองกระป๋องอาจบวมมาปิดทางเดินน้ำมัน



4. ถ้าทุกอย่าง 1-3 ไม่มีปัญหาไร


ให้ถอดลูกสูบเบรคทั้งหน้าหลังออกมา

ล้าง เสื้อ และ ลูกสูบ

เปลี่ยนยางชุดซ่อม ทั้งหมด



ลูกสูบเบรคหลัง เวลาประกอบ ช่างต้องเป็นนะ

มันมีมาร์ค การวางตำแหน่งด้วย หมุนไม่ถูกทาง เบรคดัง จี๊ดๆ


ผ้าเบรคหลัง เหลือครึ่ีงนึง ไม่พอ เปลี่ยนเลย

ของแท้ๆ ใบเทาเดียวเอง
 
ขอบคุณครับ คุณxitrum_dalat เป็นแบบข้อ 4 ครับ ถ้ากดแรงจะดังอี๊ด ถ้าไม้แรงก็โอครับ ว่าแต่มาร์ค ลูกสูบหลังต้องจัดอย่างไงจึงถูกอะคับ ถ้ามีเวลาจะได้จัดการเลยครับ ขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ
 
คำถามนี้ ผมอยากจะตอบ




เพราะ คนถามมีความตั้งใจจริง อยากจะรู้

และ ไม่เกี่ยงงอนกับ ยาดี รสขม

นั่นคือ การรับได้ กับ ความคิดเห็นของคนอื่น

โดยไม่พยายามเข้าข้างตนเอง


ไม่เหมือน บางคำถาม

เจอยาดี รสขม ไปหน่อย ก็ โกรธ -งอน หายไป :mad:


หรือ บางคำถาม

ก็ ถามมาแบบ ว่า หาคนสนับสนุน แนวทางแก้ปัญหา ตัวเอง :confused:


ใครแนะอะไร ถ้าไม่อยู่ ในธงที่คิดไว้ ไม่เอา ไม่สน

แล้วสุดท้าย ก็ต้องมาคิดแก้ปัญหา ด้วยตัวคนเดียว ...



เฮ้อ...ได้ระบายออกมาบ้าง สบายใจ :D:D



ทีนี้ มาว่าต่อถึง ปัญหาเจ้าของกระทู้คับ


การทำงานของ ลูกสูบเบรคหลัง ที่จริงสำคัญมากๆ
ช่วยในการเบรค มากมาย

ถ้าเพียงแม้แต่ ลูกสูบเบรคหลังฝืดไปสักหน่อย

เบรคหน้าจะทำงานหนักมาก และ จะหมดไวมาก

ในขณะที่เบรคหลัง หมดไปนิสเดียว

ประสิทธิภาพเบรคก็จะแย่


จึงอยากให้ เจ้าของกระทู้ ให้ช่างถอดล้าง ลูกสูบเบรค

และ เปลี่ยน ยางชุดซ่อม ด้วย

ยางตัวเดิม แม้ไม่รั่ว แต่มัน ก็ สมบุกสมบันมานาน

ไม่อ่อนนุ่ม เหมือนยางใหม่ๆ ยางที มันบวม


ทำให้ เบรคฝืด ด้วยซ้ำ


ส่วน การติดตั้งลูกสูบเบรคหลัง

ตรงนี้สำคัญมาก


เชื่อว่า ช่างหลายๆ อู่ หลายๆ คน ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ

ว่า มันมีมาร์ค ยังไง สำคัญยังไง




ลูกสูบเบรคหลังของ E220 E280 เป็นลูกสูบ 2 pot

ยันเข้าหากัน


และ เป็นแบบ มีเสตป ในการ ดันด้วย แม้ จะเป็นแบบ ข้างละตัวก็ตาม


ที่ ขอบลูกสูบ จะ ไม่้เป็น เหล็กชิ้นเต็ม จะนูน มา ดังรูป

233810.jpg




การหมุนวางตำแหน่งที่ผิด จะทำให้ เกิดอาการ ไม่พึงประสงค์

เช่น เบรคกินไม่เต็มจาน เบรคไม่ดูด เบรคแล้ว มีเสียงดัง น่ารำคาญ




ทำไม ผมถึงรู้



ก็ ผม ลองเล่นกับมัน มาแล้ว ถึงแม้ ผมจะใช้เบรคแตน

แต่ ผมก็ เล่นกะมัน อย่างสนุกสนาน มาพักใหญ่แล้ว

ใครที่เคยอ่านกระทู้ของผม จะทราบดีว่า

ผมเป็นนักทดลอง ค้นคว้า ตัวยง



นี่คือ วิธีการ วาง ตำแหน่งลูกสูบที่ถูกต้อง

รูปอาจขี้เหร่ เพราะ วาดเอง แบบรวดเร็ว

แต่น่าจะเข้าใจได้

untitled-1.jpg




หวังว่า มันจะเป็นประโยชน์กับเจ้าของกระทู้นะคับ

และ หวังว่า มันจะเป็นประโยชน์ กะ เพื่อนสมาชิก

ที่ แว๊ปเข้ามาอ่านกระทู้นี้





แม้ ว่า มันจะมีเสียงบ่น จากผมบ้าง:rotflol:
 


มายืนยันว่าเบรคหลังเบนซ์ from Haynes Benz Manual W202 คู่มือว่าไว้ตามนั้นครับ
ผมไม่ทราบว่า เจ้า C220 นี้เบรคหลังมันเหมือนกับเบรคหลังของ W124 จริงหรือไม่
แต่เวลาไปซื้่ออะไหล่ชุดซ่อมเบรคหลังจากร้านแถวหลังวัดโสม เฮียหยิบชุดซ่อมเบรคหลัง
ของ 124 ทั้งชุดมาให้ บอกใช้กันได้ ผมไม่เคยเห็นเบรคหลังของ 124 จึงไม่กล้ายืนยัน
มันเหมือนกัน หรือต่างกัน

ขอเพิ่มข้อมูลเล็กน้อย ขออภัยท่านเซียนเบ๊นซ์ จากนครพนมด้วยนะครับ พอดีผมเคยคุยกะพรรคพวก เรื่องนี้เมื่อไม่นานมานี้ เรื่องตรงกันพอดี

ผมหารูปตำแหน่งของ Brake Pistons เจอะแล้วครับ ลองดูในภาพนะครับว่ารอยบากเว้าอยู่ด้านไหน
คำอธิบายบอกว่าต้องใช้เครื่องมือพิเศษหาตำแหน่งที่ถูกต้อง เพื่อลดเสียงดังของผ้าเบรคจากการสัมผัส
ผ้าเบรคและจานเบรค ช่างไทยบอก กะ กะ เอาก็ได้ ผมว่าแม้แต่ศูนย์เบนซ์ก็ไม่น่ามีเครื่องพิเศษที่ว่านี้
ยิ่งอู่ข้างถนน ไม่ต้องพูดถึง ประกอบได้ก็เสร็จจะมีสักกี่อู่ที่สนใจเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้
 
Last edited:
สงสัยกันมั้ยครับว่าทำไมต้องใส่อย่างนั้น....หึ..หึ :)
 
สงสัยกันมั้ยครับว่าทำไมต้องใส่อย่างนั้น....หึ..หึ :)

สงสัยครับ..... ปากกากระดาษพร้อมจดแล้วครับรออาจารย์แลคเช่อร์อย่างเดียว
 
สงสัยกันมั้ยครับว่าทำไมต้องใส่อย่างนั้น....หึ..หึ :)


สงสัยคับ พี่ manit :confused:

ช่วยเลคเชอร์ ผมทีคับ

:D:D:D
 
ก่อนที่พี่ MANIT จะมาเลคเชอร์

ผมขอให้ข้อมูล จากการ ทดลอง หมุน ตำแหน่ง การจัดวาง

ลูกสูบดิสก์เบรค ไปในทิศทางต่างๆ


หมุนแบบ 0 องศา คือ ตั้งฉาก กับ จุด 0 กลาง จานเบรค


เวลาเบรค จะไม่เบาเท้า

แตะ เบาๆ ไม่มีการเลียเบรค แบบชลอ


เบรคอยู่ ดี เมื่อกดเท้าหนักๆ



หมุนแบบ อื่น หลายๆแบบ รวมทั้ง กลับหัวกลับหาง



เวลาเบรค จะไม่เบาเท้า

แตะเบาๆ ไม่มีการเลียเบรค

เบรค แรงๆ มีเสียงดัง

ผ้าเบรคกินไม่เต็มจาน สังเกตุได้ จากรอย สนิมที่เกิดขึ้น

ประสิทธิภาพเบรคด้อย
 
ขอปูเสื่อรอพี่มานิตด้วยคนครับ และขอบคุณพี่สมชายที่เป็นผู้ชี้ประเด็นด้วยครับ


ด้วยความเคารพครับ
 
สวัสดีครับคุณพี่สมชาย คุณพีมานิต คุณพี่Coffee Cup และคุณพี่ทุกๆท่าน ผมเจ้าของกระทู้ครับ ขอโทษที่หายไปห่างจังหวัดมาสองวันครับ ขอบพระคุณพีทุกท่านเป็นอย่างสูงครับที่กรุณาให้ความรู้ แต่ความกระจ่างยังไม่เกิดต้องขอทราบจากท่านอาจารย์มานิต ทุกคนเตรียมพร้อมรอแลคเช่อร์แล้วครับ (เสียงBrake Squeal มันน่าอายจริงๆครับ)
 
ต้องขอโทษทีครับ โปรยจั่วหัวไว้แล้วไม่ได้เข้ามาดู นึกว่าคงไม่มีใครสงสัยหรือว่ารู้กันอยู่แล้วอ่ะ..อิ..อิ :)

เราจะสังเกตว่าในคาลิเปอร์เบรคแบบหลายพอท หรือมีหลายลูกสูบช่วยกันดันผ้าเบรคนั้น ในยุคแรกๆอาจมีขนาดเท่ากันทุกลูก ต่อมาได้มีการพัฒนาให้เป็นแบบขนาดไม่เท่ากัน(Differential bore) คือลูกสูบที่เป็นด้านจานหมุนเข้าหา(Leading edge)จะมีขนาดเล็กกว่า ลูกที่อยู่ถัดไปจะใหญ่กว่าเล็กน้อย ทั้งนี้เมื่อเวลาเราเหยียบเบรคลูกสูบเบรคจะดันผ้าเบรคทั้งสองข้างให้เข้าไปบีบจานเบรค ถ้าลูกสูบมีขนาดเท่ากันแรงกดบนผ้าเบรคก็จะเท่ากันทั้งแผ่น แต่เมื่อด้านที่จานหมุนเข้าหากดไปแล้วจานเบรคจะเกิดความร้อนมากขึ้น เมื่อจานร้อนขึ้นจะทำให้สัมประสิทธิ์ความเสียดทานลดลง ตามสูตร แรงเบรค = สัมประสิทธิ์ความเสียดทาน x แรงกดบนผ้าเบรค

ดังนั้นลูกสูบลูกหลังถ้ากดด้วยแรงเท่ากันก็จะได้แรงเบรคน้อยกว่า เพราะกดลงบนจานเบรคที่ร้อนกว่า ดังนั้นจึงต้องใช้ลูกสูบที่มีขนาดใหญ่กว่าเพื่อให้กดแรงกว่า จะได้มีความฝืดเท่ากันทั่วทั้งแผ่นผ้าเบรค และจะทำให้ผ้าเบรคสึกไปพร้อมๆกันทั้งแผ่นอีกด้วย

มาถึงคาลิเปอร์แบบพอทเดี่ยว ก็เลยมีลูกสูบเดียว(มองจากด้านเดียว) ก็เลยมีความพยายามจะทำให้เกิดผลแบบเดียวกัน เนื่องจากมันมีลูกสูบเดียว ก็เลยต้องพยายามทำให้ด้านที่จานหมุนเข้าหามีแรงกดน้อยกว่าเล็กน้อยโดยการทำให้ลูกสูบส่วนที่ออกแรงกดแหว่งไปเกือบครึ่งลูกไม่ยอมกดมันเสียงั้นแหละ แผ่นเหล็กดามผ้าเบรคแม้จะดูแข็งมาก แต่เมื่อมีแรงกดมากๆก็จะมีการให้ตัวยึดหยุ่นได้เล็กน้อยทำให้เกิดผลคล้าย Differential bore เหมือนกัน และจะสังเกตว่ารอยบากนั้นไม่ได้อยู่ในแนวเส้นผ่าศูนย์กลางของจานเบรค มีการเยื้องไปอีกเล็กน้อย นั่นเพื่อลดการสั่นในความถี่สูงของผ้าเบรค เหมื่อนเฟืองฟันเฉียง(Synchromesh)ในเกียร์รถเก๋ง ที่จะขบกันได้เงียบกว่าเฟืองฟันตรง(Sliding gear)ในรถบรรทุก

ที่ว่ามาทั้งหมดนั่นนั่งเทียนเอาล้วนๆ ใครจาเชื่อก็ตามใจ...คิ..คิ :D
 
โอ่โฮ..พระอาจารย์มานิตเข้าใจไปถึงกึ๋นเลยครับ ไม่ใช่นั่งเทียนแล้วครับแบบนี้ยังกะเจ้าของทฤษฎีเองเลยขนาดนี้ ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่อธิบายจนเห็นภาพและส่งเข้าไปเก็บไว้ที่แกนสมองเรียบร้อยแล้วครับทำให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ไม่ต้องท่องจำ เหมือนกับขี่จักรยานเป็นแล้ว เมื่อไรมาขี่อีกก็ไม่ล้มเช่นนั้นเลยครับ พรุ่งนี้ผมจะลงมือภาคปฏิบัติได้ผลเป็นประการใดจะแจ้งให้ทุกท่านทราบต่อไปครับ :):)
 
Back
Top