เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องด้วยการดูด

M@cGyVer

Member
การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องด้วยการดูดนี่ เครื่องมันจะดูดออกมาไม่หมดดีเท่ากับ การไขน๊อตข้างล่างใช่ไหมครับ?
ผมไปเปลี่ยนมา เจ้าเครื่องดูดนี้มีขีดระดับวัดอยู่ ได้ 7 ลิตรหน่อย ๆ เอง ทั้ง ๆ ที่ตอนเติมเข้าไป ตั้ง 8 ลิตร
เครื่องผมคงไม่กินน้ำมันเครื่องขนาดนั้นมั้งครับ

อีกอย่างตอนเปลี่ยนแบบไขน๊อตด้านล่าง ก็ไม่เคยเอามาตวงซะที ว่าได้กี่ลิตรครับ
เลยอยากจะสอบถามจากประสบการณ์พี่ ๆ บ้างครับ ว่าจริง ๆ แล้ว ดูด ไม่ดูด ดีกว่ากันอย่างไรครับ
 
ถ้าว่ากันจริงๆ ก็ ถ่ายออกได้ พอๆกัน

จะเหลือก็ ประมาณ แก้วน้ำชา คับ


เพราะ การดูด ก็ดูดด้วยท่อ ซึ่ง พอจุ่มลงไป ก็ ไม่สามารถควบคุมทิศทางได้ คับ


ตัวผมนั้น ใช้วิธีดูด โดยประดิษฐ์ขึ้น มาใช้เอง

เพราะ ขี้เกียจมุดไปใต้ท้องรถ ขันน๊อตอ่างเครื่อง

ซึ่ง ขันค่อนข้างลำบาก เลอะเทอะ



ก็เลยดูดเอาดีก่า


ส่วน ปริมาณน้ำมันเครื่อง เวลาถ่ายนั้น

10000 กิโล หายไป เกือบลิตร ธรรมดาคับ

เขาเผื่อไว้แล้ว


แต่ คุณ ยักเติม 8 ลิตร

เวลา วัดน้ำมันเครื่อง มันไม่เกินขีด MAX หรือครับ

ถ้าผมจำไม่ผิด ผมเติมไม่ถึง นา....
 
ผมก็ไปเปลี่ยนแบบดูดเมื่อไม่นานมานี้ครับ (W201 M102 2.0 ครับ)

ตอนดูดออกก็ได้แค่ 4.5 ลิตรครับ แต่ของผม คือขับไปถึงแล้วดูดออกเลยครับ

ผมว่าถ้าจะให้ดี น่าขับไปตอนเช้าแล้วดูดสักตอนบ่ายนะครับ

เพราะน่าจะมีน้ำมันเครื่องค้างอยู่ตามส่วนต่างๆนะครับ ของเครื่องยนต์นะครับ

สังเกตุว่าเวลาวัดยังต้องวัดหลังากจอดทิ้งไว้นะครับ

โดยส่วนตัวชอบแบบดูดครับ เพราะเคยเจอขันน๊อตไม่ดีครับ กลัวแถมเกลียวรูดแล้วลำบากนะครับ
 
สังเกตุว่าเวลาวัดยังต้องวัดหลังากจอดทิ้งไว้นะครับ

อันนี้ ไม่ถูกต้องนะคับ

การวัด ไม่ใช่วัดแบบนั้น

ต้องวัด หลังจากติดเครื่อง ซักพัก แล้วดับเครื่อง

ทิ้งไว้ 1-2 นาที

นั่นแหละคับ
 
ตัวผมนั้น ใช้วิธีดูด โดยประดิษฐ์ขึ้น มาใช้เอง


น่าสนใจมากครับ ขอความกรุณาให้รายละเอียดเพิ่มเติมหน่อย ใช้งบประมาณมากไหมครับ

ขอบคุณครับ
 
การดูดถ้าแหย่ท่อดูดลงไปที่จุดต่ำสุดของก้นอ่างจะดูดออกมาได้เกลี้ยงกว่าการถ่ายออกทางก้นอ่างเล็กน้อย แต่ความเห็นส่วนตัวคิดว่าผลดีนั้นคงมีอยู่บ้างเพราะเอาน้ำมันเครื่องเก่าออกไปทิ้งได้เกือบหมด ใครที่มีเครื่องดูดอยู่แล้วก็ใช้ไปเถอะครับ ใครที่ยังไม่มีจะหามาใช้ก็ไม่ว่ากัน หรือใครที่ไม่มีใช้ก็ไม่ต้องกังวลใดๆครับ :)
เรื่องน้ำมันเครื่องนั้นผมว่าสิ่งสำคัญอยู่ตรงที่ใช้ให้ถูกเบอร์ความหนืด(SAE) และมีการเปลี่ยนถ่ายรวมทั้งเปลี่ยนใส้กรองตามกำหนดก็น่าจะมีความสำคัญมากกว่าครับ :)
 
อันนี้ ไม่ถูกต้องนะคับ

การวัด ไม่ใช่วัดแบบนั้น

ต้องวัด หลังจากติดเครื่อง ซักพัก แล้วดับเครื่อง

ทิ้งไว้ 1-2 นาที

นั่นแหละคับ

หุหุ เพิ่งทราบนะครับพี่

:n20::n20::n20:

หลงวัดแบบผิดๆตั้งนาน:bonk:
 
ถ่ายหรือดูด ต้องทำตอนน้ำมันเครื่องร้อนนะครับ เศษตะกอนจะได้ออกมาพร้อมกับน้ำมันเครื่อง
คู่มือเขาว่าไว้ยังงั้น
 
ส่วน ปริมาณน้ำมันเครื่อง เวลาถ่ายนั้น

10000 กิโล หายไป เกือบลิตร ธรรมดาคับ

เขาเผื่อไว้แล้ว


แต่ คุณ ยักเติม 8 ลิตร

เวลา วัดน้ำมันเครื่อง มันไม่เกินขีด MAX หรือครับ

ถ้าผมจำไม่ผิด ผมเติมไม่ถึง นา....

ขอบคุณครับ พี่สมชาย
ผมไปเปลี่ยนที่อู่ ไม่ได้ทำเอง ก็เห็นช่างเค้ากรอกลงไป 2 แกลลอนเต็ม ๆ ทุกทีครับ
ถ้าวัดตอนเครื่องเย็น เช่นตอนเช้า ก็เกิน MAX อยู่ 2-3 mm ครับ
ถ้าเพิ่งจอดดับเครื่องแล้ววัด ก็อีก 1-2 mm แตะ MAX ครับ
หรือว่าก้านวัดผมไม่มาตรฐานครับ? (ยังใหม่อยู่ น่าจะเป็นขอบเทียบ)

อย่างน้ำมันเครื่องที่ผมใช้ ผมจะสังเกตเอาว่า ถ้าเริ่มซึมออกตามรูน๊อตยึกฝาวาล์ว, ยางฝาวาล์ว
ผมก็ตีความเอาว่า เริ่มหมดสภาพความหนือแล้ว เพราะว่าตอนเปลี่ยนใหม่ ๆ จะไม่เป็น
สังเคราะห์ก็แสดงอาการอย่างนี้ซัก 8000 โล กึ่งสังเคราะห์ก็ประมาณ 4000 โล
ไม่ทราบว่าผมใช้วิธีนี้ ตีความ ถูกต้องหรือเปล่าครับ?
แต่ผมก็ดื้อใช้จนทะลุ 10000 แหละครับ

ขอบคุณครับ
 
การดูดถ้าแหย่ท่อดูดลงไปที่จุดต่ำสุดของก้นอ่างจะดูดออกมาได้เกลี้ยงกว่าการถ่ายออกทางก้นอ่างเล็กน้อย แต่ความเห็นส่วนตัวคิดว่าผลดีนั้นคงมีอยู่บ้างเพราะเอาน้ำมันเครื่องเก่าออกไปทิ้งได้เกือบหมด ใครที่มีเครื่องดูดอยู่แล้วก็ใช้ไปเถอะครับ ใครที่ยังไม่มีจะหามาใช้ก็ไม่ว่ากัน หรือใครที่ไม่มีใช้ก็ไม่ต้องกังวลใดๆครับ :)
เรื่องน้ำมันเครื่องนั้นผมว่าสิ่งสำคัญอยู่ตรงที่ใช้ให้ถูกเบอร์ความหนืด(SAE) และมีการเปลี่ยนถ่ายรวมทั้งเปลี่ยนใส้กรองตามกำหนดก็น่าจะมีความสำคัญมากกว่าครับ :)


หลักการเดียวกันเลยคับ ขอบคุณพี่มานิตคับ
 
การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องด้วยการดูดนี่ เครื่องมันจะดูดออกมาไม่หมดดีเท่ากับ การไขน๊อตข้างล่างใช่ไหมครับ?
ผมไปเปลี่ยนมา เจ้าเครื่องดูดนี้มีขีดระดับวัดอยู่ ได้ 7 ลิตรหน่อย ๆ เอง ทั้ง ๆ ที่ตอนเติมเข้าไป ตั้ง 8 ลิตร
เครื่องผมคงไม่กินน้ำมันเครื่องขนาดนั้นมั้งครับ

อีกอย่างตอนเปลี่ยนแบบไขน๊อตด้านล่าง ก็ไม่เคยเอามาตวงซะที ว่าได้กี่ลิตรครับ
เลยอยากจะสอบถามจากประสบการณ์พี่ ๆ บ้างครับ ว่าจริง ๆ แล้ว ดูด ไม่ดูด ดีกว่ากันอย่างไรครับ

แล้วแต่เครื่องครับต้องดูตำแหน่งไม้วัดว่าลงได้ถึงก้นอ่างมั๊ยและขนาดท่อไม้วัดด้วยครับ ของผม เครื่อง m104 ดูดออกมาได้เท่ากับหรือมากกว่าไขน๊อต ผมมีเครื่องดูดครับ ทดลองโดยการดูดจนดูดไม่ขึ้นแล้วลองไขน๊อตดูปรากฎว่าไม่มีน้ำมันเครื่องไหลออกมาอีกเลย แต่ผมลองกับopel corsa ดูดได้แค่นิดเดียวเองครับ ต้องใช้ไขน๊อตถึงจะหมด

แต่ข้อดีของการดูดคือสามารถเอาสายดูดไปดูดตามซอกมุมของกรองเครื่อง และฝาวาวล์ได้น้ำมันออกมาอีกนิดหน่อยและไม่ต้องเสี่ยงกับเกลียวอ่างรูด และถ้าเป็นรถที่มีแผ่นปิดใต้เครื่องก็ต้องถอดแผ่นปิดอีก ถึงแม้บางรุ่นจะมีรูมาให้แต่ถ้าไม่ถอดมันจะเลอะเทอะสุดๆ และไม่ต้องง้อลิฟท์ยกรถหรือหลุมถ่ายน้ำมันเครื่อง ผมเลยถ่ายน้ำมันเครื่องเองได้

ส่วนที่เห็นว่าที่ดูดออกมาไม่ได้เท่ากับที่เติมเข้าไปผมว่าส่วนหนึ่งคือไปติดตามซอกมุมต่างๆในเครื่อง และใส้กรอง และจากที่ผมเคยลองวัดดูสเกลของเครื่องดูดไม่ค่อยตรงเท่าไหร่ด้วยครับ
 
Last edited:
ตัวผมนั้น ใช้วิธีดูด โดยประดิษฐ์ขึ้น มาใช้เอง

น่าสนใจมากครับ ขอความกรุณาให้รายละเอียดเพิ่มเติมหน่อย ใช้งบประมาณมากไหมครับ

ขอบคุณครับ

ขอUpdateหน่อยครับ อยากได้คำตอบจริงๆ อยากเห็นสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ด้วยครับ
 
เติมเกินขีด Max มันจะมีแรงดันสูง ซึมออกทางประเก็นต่างๆ และปัญหาอื่น อีกมากมาย

ถ้าเติมผมจะบอกช่างให้เหลือนิดๆ สัก 0.3-0.5ลิตร แล้วผมค่อยมาวัดเองเติมเองที่บ้าน
วิ่งเครื่องร้อนที่ อ.ทำงาน จอดบนพื้นได้ระดับ รอ 3-5 นาที แล้วชักที่วัดมาเช็ด แล้วใส่กลับ รอ 5 วินาที แล้วถึงชักขึ้นมาอ่านครับ

เรื่องดูดนี่พอทำสัก 2-3 รอบก็ควรเปลี่ยนถ่าย แบบขันน๊อตสัก 1 ที (ช่างเค้าแนะมา)
น๊อตที่เปลี่ยนถ่ายมันจะเป็นแม่เหล็ก คอยดูดผงเหล็กไม่ให้เข้าในระบบด้วยอีกทาง

ได้มา 2 ปียังไม่เคยถอดน๊อตถ่ายเลยครับ คราวนี้ต้องลองหน่อย

ถูกต้องเปล่าครับ?
 
Last edited:
เติมเกินขีด Max มันจะมีแรงดันสูง ซึมออกทางประเก็นต่างๆ และปัญหาอื่น อีกมากมาย

ถ้าเติมผมจะบอกช่างให้เหลือนิดๆ สัก 0.3-0.5ลิตร แล้วผมค่อยมาวัดเองเติมเองที่บ้าน
วิ่งเครื่องร้อนที่ อ.ทำงาน จอดบนพื้นได้ระดับ รอ 3-5 นาที แล้วชักที่วัดมาเช็ด แล้วใส่กลับ รอ 5 วินาที แล้วถึงชักขึ้นมาอ่านครับ

เรื่องดูดนี่พอทำสัก 2-3 รอบก็ควรเปลี่ยนถ่าย แบบขันน๊อตสัก 1 ที (ช่างเค้าแนะมา)
น๊อตที่เปลี่ยนถ่ายมันจะเป็นแม่เหล็ก คอยดูดผงเหล็กไม่ให้เข้าในระบบด้วยอีกทาง

ได้มา 2 ปียังไม่เคยถอดน๊อตถ่ายเลยครับ คราวนี้ต้องลองหน่อย

ถูกต้องเปล่าครับ?

ถูกต้องสมบูรณ์แบบครบถ้วน ไร้ที่ติครับ

ขอบคุณที่ร่วมถ่ายทอดข้อมูลดีๆ :n20:
 
เอ้า...มาแล้ว

เดี๋ยวลูกค้ารอ




ดีใจนะคับ ที่มี คนสนใจ

ถ้ามันดี ก็เอาไปทำใช้กัน

ถ้าไม่ดี ก็ถือซะว่า

ตัวข้าน้อย คนบ้านนอก มาโชว์ห่วย และกัน:thumbup:



สิ่งแรกเลย คือ ไปได้ ปั๊มลม ชนิดดูด จากแถวคลองถม

คาดว่า มาจาก คลีนิคหมอฟัน ที่เขา ขายทิ้ง
แบบว่า มันโทรมแล้ว


(ใครที่ไปทำฟัน คงเคยอ้าปาก ให้หมอเขาเอา SUCTION
ดูดเอาน้ำลายและ เลือด เวลาทำฟัน)

17052010270.jpg


ได้มาแล้ว ก็ ทำอแดปเตอร์ท่อยาง เสริมด้วยวาวล์กันลมกลับ
แล้ว ต่อท่อ ออกมา เพื่อ ใช้งาน

17052010271.jpg
 
มาต่อ...

ทีนี้ ก็ มาต่อ เข้า กระป๋อง
ทางที่ดีได้ ขวดโหลแก้ว แต่ พอดี หาได้เท่านี้แหละ

สำคัญ ที่ ฝา มีทางเข้า ออก 2 ท่อ ห่างๆกัน

17052010273.jpg


นี่ ดู ฝา จะมี ทางเข้า ออก ห่างกัน

ทางนึงเป็นท่อ อีกทางเป็นรู
17052010272.jpg
 
ต่ออีก...

ทีนี้ ก็ หาสาย มาอแดป ให้ได้ขนาดที่ต้องการ

E280 นั้น สาย ที่แหย่เข้าไปดูด

ผมเลือกใช้ สาย PU ขนาด 6 มิล

ถ้าเป็น W211 ผมเลือกใช้ สาย PU ขนาด 4 มิล

17052010274.jpg


หน้าตา รวมๆ มันจะเป็นแบบนี้แหละ


การใช้งาน ก็ เปิดเครื่องดูด พอ ใกล้ เต็ม ก็ ปิด แล้ว ถ่ายออกเข้าแกลลอนไว้ จนกว่าจะหมด


เครื่องตัวนี้ บางโอกาส ผมก็ เอามา ดูดน้ำมันเบรค
จาก คาลิปเปอร์ เวลา ผมเปลี่ยนผ้าเบรค และ
เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเบรค

โดยสามารถ ทำคนเดียวได้ ไม่ต้องให้ลูกมือมากดแป้นเบรค
เพื่อไล่ลม

17052010275.jpg
 
รูปท้ายนี้ ก็ เป็นรูป เพื่อนเล่นของผมเอง

พินิจดูก็ เหงาใจ:(:(

ขนาดหมา กับ แมว มันยังเป็นเพื่อนกันได้เลย:confused:

สร้างสรรค์ ผลงานต่อ ไปในอนาคตดีก่า
อย่าไปคิดอะไรเลย เนอะ:thumbup:

16052010267.jpg
 
Back
Top