เปิดไฟตัดหมอกให้ถูกวิธี "เท่ หรือ ประโยชน์"

E190_2.2

New member
เปิดไฟตัดหมอกให้ถูกวิธี "เท่ หรือ ประโยชน์"
แนะเปิดใช้ไฟตัดหมอกให้ถูกวิธี
“ไฟตัดหมอก” (Fog Lamp) ถือกำเนิดขึ้นมาในแถบประเทศที่
มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง หรือแถบที่อากาศ
หนาวหรือประเทศที่เป็นเกาะล้อมรอบด้วยน้ำ
ทำให้มีฝนตกบ่อยตลอดทั้งปี มีบรรยากาศที่ขมุกขมัว
หรือมีหมอกเป็นส่วนมากหรือมีหมอกมีฝนมากกว่าเวลา
ที่อากาศปลอดโปร่ง ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยในการ
ใช้ยานพาหนะจึงมีการคิดค้นไฟตัดหมอกขึ้นมา

ไฟตัดหมอกจะใช้ไฟที่ให้ความสว่างสูง
ส่วนใหญ่หลอดจะเป็นสปอตไลท์
ส่องในระนาบขนานกับพื้นถนนหรือตกพื้นในระยะไกล
ดังนั้นความสว่างจึงมีมากและไปได้ไกล
เพราะหลอดไฟหน้ามุมจะตกลงพื้นถนน
แต่ไฟตัดหมอกจะส่องขนานไปกับพื้นถนนหรือตัวรถ
หลอดไฟหน้าปกติถ้าเปิดส่องในขณะที่หมอกจัดหรือ
ฝนตกหนักเพราะมุมที่เอียงลงจึงทำให้เกิด
มุมสะท้อนกลับสู่สายตาของผู้ขับขี่
จึงทำให้แสงที่ส่องผ่านไปมีน้อยหรือมอง
เห็นแค่ในระยะไม่เกิน 10-15 เมตร

แถมแสบตากับแสงที่สะท้อนกลับ
แต่ไฟตัดหมอกที่ส่องแบบขนานพื้นจะ
ไม่สะท้อนมาที่ห้องโดยสารสามารถทะลุทะลวงได้มาก
และสะท้อนกลับมาก็ในมุมที่ไม่กระทบผู้ขับขี่
ทำให้มองเห็นได้ในระยะมากกว่า 30-80 เมตร
ในทำนองเดียวกันเมื่อพื้นถนนเปียกหรือ
ฝนหยุดตกใหม่ๆในตอนกลางคืน
ไฟหน้าปกติที่ส่องลงผิวถนนจะถูก
พื้นน้ำสะท้อนออกไปในอีกมุมนึงบางครั้ง
เหมือนกับว่าแทบจะมองไม่เห็นผิวถนนด้วยซ้ำไป
แต่ไฟตัดหมอกที่แทบจะไม่ส่องลงพื้นถนน
ยังสามารถมองเห็นผิวถนนในระยะสายตาได้
อย่างชัดเจน ซึ่งในแถบประเทศเขตเมืองหนาว
ได้ออกกฏบังคับให้รถทุกคัน
ต้องมีไฟตัดหมอกเป็นอุปกรณ์มาตรฐานความจริง
ไฟตัดหมอกมีมานานแล้วแต่ในเมืองไทยยังไม่เป็นที่นิยม
เพราะราคาแพงและไม่มีความจำเป็น
จึงมีให้เห็นเฉพาะกับรถนำเข้าจากเขตเมืองหนาว
หรือเขตเมืองที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลมากๆ เท่านั้น

ต่อมาค่านิยมเริ่มเปลี่ยนไป
เพราะการติดไฟตัดหมอกถือว่าเท่และทันสมัย
ประกอบกับบราคาที่ถูกลงจึงมีการหา
ซื้อมาดัดแปลงติดตั้งเพิ่มเติมกัน
แม้แต่รถที่ผลิตในเมืองไทยก็ยังนิยมติดไฟตัดหมอก

ปัจจุบันคนไทยนิยมตกแต่งรถด้วยไฟตัดหมอก
และมักเปิดใช้อย่างพร่ำเพรื่อผิดวิธี
ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้เส้นทางรายอื่นๆ
กล่าวคือ ไฟตัดหมอก เป็นไฟที่ให้ความสว่างสูง
ส่วนใหญ่หลอดจะเป็สปอตไลท์
จึงสามารถส่องสว่างไปได้ไกล
ซึ่งหากเปิดใช้ในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม
แสงจากหลอดไฟตัดหมอก จะไปแยงและ
รบกวนสายตาผู้ที่ขับรถสวนทางมา
ทำให้ตาพร่ามัว จึงมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้สูงกว่าปกติ
ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยตามหลักมาตรฐานสากล
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
จึงขอเสนอแนะให้ผู้ขับรถเปิดใช้ไฟตัดหมอก
อย่างปลอดภัยและถูกวิธี
โดยให้เปิดใช้ไฟตัดหมอกในกรณีต่างๆ ดังนี้

1. ฝนตกปรอยๆ หรือตกหนัก ไฟตัดหมอกจะมีประโยชน์มาก
แม้จะเป็นช่วงกลางวันก็ตามเพราะมันสามารถ
ช่วยให้รถที่สวนมามองเห็นไฟตัดหมอกอย่างชัดเจน

2. เมื่อขึ้นภูเขาสูงหรือยอดเขา
เช่นภูเรือ-ดอยสุเทพ เป็นต้น
โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวทั้งตอนเช้าและ
ตอนกลางคืน เพราะที่สูงๆนั้นหมอกจะมีมากกว่าปกติ

3. ในช่วงกลางคืนหลังฝนหยุดตกหรือถนนยังเปียกอยู่
ซึ่งไฟตัดหมอกจะช่วยให้ทัศนะวิสัยในการขับขี่ของ
ดีขึ้น เพราะไฟหน้าปกติของเราถูกน้ำสะท้อนไปเกือบหมดแล้ว

4. ทุกกรณีที่มีหมอกหรือควันเกิดขึ้นบนท้อง
ถนนที่บดบังทัศนะวิสัยให้มองเห็นได้น้อยกว่า 50เมตร

5. ปิดไฟตัดหมองทันทีที่มีรถสวนมา
ในระยะที่มองเห็นไฟห้าของรถที่สวนมาได้อย่างชัดเจน
แม้แต่รถที่มีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติก็จะสั่งปิด
ไฟตัดหมอกคงไว้เฉพาะไฟปกติเมื่อสัญญาน
จับได้ว่ามีไฟสะท้อนมาในมุมตรงข้าม

สุดท้ายนี้ จะเห็นได้ว่า การใช้ไฟตัดหมอกอย่างถูกวิธี
จะก่อให้เกิดประโยชน์และช่วยเพิ่มความปลอดภัย
ในการใช้รถใช้ถนน ทำให้สามารถมองเห็นรถคันอื่นๆ
ได้อย่างชัดเจน ในทางตรงกันข้าม
การเปิดไฟตัดหมอกอย่างพร่ำเพรื่อ ไม่มีมารยาท
และผิดวิธีนอกจากจะรบกวนสายตา
และสร้างความรำคาญให้กับผู้ขับรถรายอื่นๆ
ที่ร่วมใช้เส้นทางแล้วยังเพิ่มโอกาสทำให้เกิดอุบัติเหตุ
ได้ง่ายกว่าปกติอีกด้วย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
จึงขอให้ท่านเจ้าของรถที่ติดตั้งไฟตัดหมอก
เปิดใช้อย่างถูกวิธีและใช้เฉพาะในกรณีที่จำเป็นจริงๆ
เท่านั้นตลอดจนต้องมีความเอื้ออาทร
ขับรถอย่างมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง
ก็จะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยลดอุบัติภัยทางท้องถนนได้....

ขอบคุณข้อมูลจาก
ต้นฉบับน่าจะมาจาก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
 
ทุกวันนี้เห็นแล้วก็เหนื่อยใจ เปิดกันเกร่อ ทั้งในกรุง ทั้งภุูธร ทั้งรถเก๋ง รถกระบะ รถ Taxi ขนาดขับกันในเมือง ในซอย บนทางด่วน สว่าง ๆ ไฟถนนไม่ได้มืดเลยนะเนี่ย คงเข้าใจว่ามันเป็นไฟหรี่ หรือ ไม่รู้ว่ามันแยกปิดได้ หรือ เปิดเพราะไม่ทราบผลของมัน ???
 
Last edited:
ผมเปิดไฟตัดหมอกทุกครั้ง เพราะความชอบส่วนตัว แต่ก็ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนด้วยการตั้งให้ไฟต่ำ ทิ่มลงดิน โดยไม่ให้เข้าตาผู้อื่นครับ ใครอยากจะเปิดแล้วไม่อยากโดนผู้อื่น บ่น หรืออวยพรบรรพบุรุษ ก็พยายามดูแลรถของท่านด้วยนะครับ
 
ของพี่ x เป็นไฟล่อปลาหมึก

ของผมเป็นไฟล่อแมง
 
ไฟตัดหมอกหน้า ถ้าเจอก็แค่ขับสวนไป

แต่ที่น่ารำคาญคือพวกที่เป็นรถใหม่ๆที่ชอบเปิดไฟตัดหมอกหลัง ยามรถติดๆหรือวิ่งอยู่ในเมือง หาทางแวงก็ลำบากนี่สิครับ
ยิ่งน่ารำคาญและมองแทบไม่รู้ว่าไฟเบรกกับไฟท้ายทำงานตอนไหน เพราะมันสว่างพอๆกับไฟเบรก ยิ่งถ้าเป็นรถเช่น พวกวีออสตัวใหม่ มี2ดวง แทบจะแยกไม่ออกว่าไฟเบรกหรือว่าไฟตัดหมอก+ไฟท้าย เพราะมันสว่างทั้งคู่ ส่วนรถที่มีไฟตัดหมอกท้ายข้างเดียวเปิดก็แสนน่ารำคาญเหมือนกันครับ ไม่รู้ว่าเขากลัวว่ารถหลังจะมองไม่เห็นเลยต้องเปปิดไฟตัดหมอกหรืออย่างไร

เจอพวกนี้เข้าไปเหนื่อยเลยครับไม่รู้ว่าเขาเคยขับรถตามคันที่เปิดไฟตัดหมอกบ้างไม่ก็ไม่รู้...ใจผมอยากจะแซงไปแล้วเปิดไฟตัดหมอกหลังบ้าง ให้รู้ว่ามันทรมานนะครับ ไม่รู้ว่าเขาจะรู้ตัวกันบ้างหรือเปล่า....
 
ที่ไปติดไฟตัดหมอกเพิ่มเติมภายหลัง ดันใช้สวิทซ์ร่วมกับไฟหรี่หรือไฟหน้า
เวร...เท่ากะแ_ม่มเปิดตลอดเลย คันที่สวนมาแสบตาฉิ_หาย
ไม่รู้ผิดกฏหมายไทยหรือไม่น้อ...เอ้าตำรวจ /ขส.ช่วยตรวจสอบหน่อยคร้าบ
 
ไม่ต้องถึงกะไฟตัดหมอกหรอกครับ...แค่ไฟหน้านี่ก็มีพวกตั้งซะสูงกันแบบไม่เกรงใจใคร....เก๋งเล็ก(พวก city car) กะ ปิคอัพ นี่แหละตัวดี เดี๋ยวนี้ยังมีพวกแมงกะไซ ใส่ซีนอน อีก ...แย่จริง
 
ของผมมันเปิดติดพร้อมไฟหรี่อะครับ ปิดแยกไม่เป็นอะ แต่ก็ลงพิ้นล่อปลาหมึกเหมียนกัน เพราะเป็นคนที่ชอบแสบตาเวลาโดนไฟแยงตาจึงไม่อยากให้เข้าตาคนอื่นเหมือนกันอ่ะ
 
:livid:ไฟตัดหมอกไม่เท่าไหร่ครับ ที่น่ารำคาญคือไฟฉุกเฉินครับ เปิดกันพร่ำเพรื่อ ฝนตกก็เปิด จะวิ่งทางตรงก็เปิด รถวิ่งมาข้างไสำคัญผิดนึกว่าจะเลี้ยวทำให้เกิดอุบัติเหตุมามากแล้ว
 
ไฟตัดหมอกหน้าแบบโคมเดียวกับไฟใหญ่หน้านั้น เช่นในรถเบนซ์หลายๆรุ่น ใช้หลอด H3 มีตัวครอบ ซึ่งหาก aim ให้ถูกต้องจะไม่รบกวนรถที่สวนมาเลย นอกจากเวลาสวนกันในทางชันๆ เช่นตึกจอดรถ เท่านั้น

ผมเปิดตลอดอ่ะ ใครจะว่ายังไงก็ช่าง เพราะไม่แยงตาใคร ที่สำคัญทำให้ผมมองเห็นชัดเจนขึ้นเวลากลางคืน ก็ตาไม่ดีแล้วจะให้ทำยังไง

ที่น่ารำคาญที่สุดคงจะเป็นพวก Xenon โหลๆ ชุดละไม่กี่พันมากกว่า ไม่ว่าจะรถยุ่นกระป๋อง หรือฟีโน่ทั้งหลาย โดยเฉพาะพวกฟ้าจัดๆ โคตรแยงตาและน่ารำคาญ แสงฟุ้งไปทั่ว ดูเหมือนสว่างแต่ไม่เห็นมันจะได้เรื่องเลย
 
รถอีออส เอ้ย... วีออสที่บ้านผมก็มีไฟตัดหมอกครับ แต่ไม่มีใครเปิดนะครับ ไปติดเพิ่มสวยๆเท่านั้น คนนั้นที่บ้านแกชอบน่ะ :p แต่มันใช้ไม่ได้แล้วล่ะครับ เจ้าบางแก้วตัวน้อยๆของผมวางยาซะช๊อตไปแล้วล่ะครับ :n23:

ส่วนตัวแล้วไฟตัดหมอกไม่เท่าไหร่หรอกครับ ผมไม่ถือเพราะมันสวนกันเพียงแปบเดียว แต่ i ไฟซีนอนหรือไฟแรงๆที่เป็นสีเหลืองเอย แดงเอย และฟ้าแสบสุดๆเนี่ย เวลาขับตามหลังโมโหมากครับ สำหรับบางคัน โดยเฉพาะพวกรถยกสูงอย่างวีโก้ตัวพรีรันเนอร์งี้ ดีแมกซ์งี้ ชอบจี้ต
ูดโดยเฉพาะอีโก้แล้วพอมันไม่พอใจก็ขับเผยอๆ มาทางขวาหน่อยเพื่อให้ไฟหน้าแ_ม่มเข้ากระจกข้าง+มองหลังเรา ผมก็จี๊ดทันที จัดการกระตุกตัดหมอกหลัง 3-4 ทีเท่านั้นแหละ หายไปเลย

นี่ยังน้อยนะครับ ถ้าเป็นคนนั้นที่บ้านน่ะ 555+ เลียเบรคทันทีครับ วิ่งด้วยความเร็วคงที่ 40 กม./ชม.ตลอดทางเลย แซงไปทางไหน ก็ตามติดไปที่นั่น :ylsuper: ซักแปบพอมันรู้สึกตัวก็อ่อนข้อลงแล้วจากไปโดยดี :n45:
 
มีวิธีตั้งไฟตัดหมอกตามมาตราฐานรึเปล่าครับ
เคยอ่านในกระทู้เก่าๆ เห็นมีแต่วิธีตั้งไฟหน้าธรรมดา
ยังไงขอรบกวนพี่ๆ ที่ทราบวิธีด้วยครับ :D
 
Back
Top