เฟืองท้ายหอน

chatlp

New member
ใช้ w124 e220 ตอนนี้รถวิ่งแล้วมีเสียงดัง คาดว่าน่าจะเป็นที่เฟืองท้าย ถามไว้ก่อนนะครับว่า ถ้าเป็นที่เฟืองท้ายจริง ก็คงต้องเปลี่ยนหรือซ่อม
1.การเปลี่ยนก็เลือกได้แต่เฟืองมือสอง (มือหนึ่งเห็นว่ากันว่าอย่าได้ถามราคา) การเปลี่ยนเฟืองมือสองก็คงต้องให้อู่เป็นผู้หาให้ ราคาประมาณหมื่นต้นๆ เมื่อเปลี่ยนแล้วก็ไม่รับประกัน 100 เปอร์เซนต์ว่าจะหายดัง
2.อีกทางเลือกคือซ่อม พอดีโทรไปถามร้านแห่งหนึ่ง ร้านบอกว่า เฟืองท้ายโดยทั่วไปดังเพราะเฟืองต่างๆ หรือลูกปืนในเฟืองท้ายสึกหรอ w124 เป็นเฟืองท้ายที่ไม่สามารถตั้งชิมให้เฟืองมันชิดกันกว่าเดิมได้ ได้เพราะมันจะเข้าล็อคเอง เสียงที่ดัง ถ้าโชคดีไม่ใช่ที่เฟืองสึกหรอเป็นรอย ก็อาจเป็นที่ลูกปืนในเฟืองท้าย ตัวซ้ายขวา หรือลูกปืนเดือยหมู ซึ่งเมื่อเปลี่ยนลูกปืนแล้วก็คงจะดังน้อยลง ร้านประมาณค่าใช้จ่ายประมาณ ครึ่งหมื่น
ตอนนี้ก็กําลังชั่งใจว่าจะเลือกทางไหนดี รบกวนถามผู้รู้แนะนําด้วยครับ ขอบคุณครับ
 
อ้ายที่พี่รู้มากับที่ ผมเคยวุ่นกะมัน ไม่เหมือนกันหลายอย่างครับ


เฟืองท้ายเคยดัง ขั้นแรกไปซื้อลูกปืนมาให้ช่าง (เบนซ์ ) เปลี่ยนให้ ค่าของ 8 พันฝ่า ถีบช่างไปอีกพัน รวมเป็น 9 พัน

ผลที่ได้ ..... วิ่งทางยาว สกรูยึดเฟืองบายสี ขาด 1 ตัว ทำให้เฟืองขบหัวสกรูที่ขาด เฟืองบิ่นไปเลย

เอ้าหาเฟืองเก่ามาได้คู่นึง ( เฟืองบายสี กับเฟืองเดือยหมู จะอยู่เป็นคู่ คู่ใครคู่มัน ) เอามายำรวมกับเฟืองท้ายลูกเดิมเพราะ ลูกปืนยังใหม่อยู่ โดยให้อู่ที่เชี่ยวชาญเรื่องเฟืองท้ายเบนซ์ เป็นผู้ลงมือ แต่เฟืองไม่สวยนักมีรอยบ้าง ตั้งดียังไงก็ยังมีเสียง

เลยไปซื้อเฟืองท้าย จากเซียงกงมาอีกลูก เค้ารับประกัน 3 วัน ถ้าดังเปลี่ยนใหม่ได้ เอามาใส่เลย ลองวิ่งดู ก็เงียบดี ....สบายหู แต่ มันก็คือเฟืองท้ายของเก่าที่มีอายุพอพอกับรถผมหละว้าาา คือว่า เค้าว่า เฟืองท้าย มันมีอายุใช้งาน 1.5 แสนโล พอครบต้องเปลี่ยนลูกปืน + ปรับตั้งใหม่ จึงจะใช้ได้อีกแสนห้า ผมเลย ยกลงมาเปลี่ยนลูกปืนและปรับตั้งซะใหม่ เฉพาะตรงนี้ก็อีก หมื่นสอง ศิริรวมแล้ว เฟืองท้ายลูกนี้หมดไปราว 3 หมื่น แต่นี่ก็หลายปีเต็มทีแล้ว ก็ยังเห็นวิ่งดีไม่มีหอน ทั้งที่เปลี่ยนเป็นเท้าที่ 3 แล้วก็ยังรองรับได้สบายมาก

รวมๆกว่าจะจบเรื่องเฟืองท้าย ผมก็หมดไปกว่า ห้าหมื่น ....เลยมีประสบการณ์มากกว่าใคร

นี่ก็ว่าจะเอาเฟืองท้าย 3.06 ไปเปลี่ยน ลูกปืน อยู่เหมือนกัน เพราะนี่ก็วิ่งไป แสนแปดแล้ว ค่าปรับเปลี่ยนลูกปืนราว หมื่นหก ยังคิดไม่ตกว่าจะรอให้มันดังแล้วเปลี่ยนเฟืองท้ายไปเลย จะดีป่าวหว่า .....
 
เราจึงควรใช้น้ำมันเฟืองท้ายเกรดดี ๆ ไงครับ
icon_wink.gif
 
ขอบคุณคุณ 421 และคุณ kris มากครับ
ได้รับข้อมูลแล้วเครียดกว่าเดิม รบกวนถามเพิ่มนะครับว่า ลูกปืนที่คุณ 421 ไปซื้อมาให้ช่างเปลี่ยนให้นี้เป็นของแท้ หรือของเทียบครับราคาพอสมควรเลย ของผมช่างที่ร้านเขาประเมินราคาลูกปืนเทียบ ราคาก็เลยถูก(แต่ไม่รู้ว่าดีแค่ไหน) และร้านที่ซ่อมเฟืองท้ายครั้งสุดท้ายนี่ร้านไหนครับ ขอบคุณครับ
 
ตลับลูกปืน ไม่มีแท้ ไม่มีเทียบ เพราะ โรงงานรถยนต์ไม่อาจผลิตลูกปืนได้เอง ต้องซื้อจากโรงงานลูกปืนทั้งนั้น

แต่ราคาของคุณถูกมากเกินจริง เกรงว่าจะเป็นลูกปืนเก่า เอามาปรับสภาพให้เหมือนใหม่

ที่ผมเขียนไป ...... หากอ่านดีดี จะเห็นว่า ซ่อมถูกถูก ไม่ใช่ช่างเฟืองท้ายตัวจริง จะไม่ได้ผล เสียตังฟรี ( อู่ปรับเฟืองท้าย ก็ยังมีบ้างที่ทำแล้วยังมีเสียงดัง )

ในกรณีของคุณ เชื่อว่าเฟืองท้ายคงดังมานานแล้ว ไม่น่าจะเปลี่ยนลูกปืน + ปรับตั้งใหม่ได้ (ถ้าเพิ่งเริ่มดัง สามารถเปลี่ยนลูกปืน + ปรับเฟืองท้ายได้ ) คงมี 2 ทางเลือก

1. ไปอู่แถวตลิ่งชัน ( ดูชื่ออู่ในหน้าซื้อขาย ) ให้เค้าลองขับ และฟังเสียงดูว่า เสียงแบบนี้ยังพอซ่อมได้ป่าว ? (ขั้นตอนนี้ฟรี ) ถ้าพอซ่อมได้ ก็เตรียมตังไปซัก 12500 หรือถ้าเขาว่าซ่อมไม่ไหวแล้ว เขาก็อาจจะมีเฟืองท้ายมือสองสภาพดีขายในราคา ใกล้เคียงของมือสอง แต่ปรับสภาพแล้ว

2. ไปตามร้านขายอะไหล่เก่า ที่บางแห่ง มีช่างด้วย ก็สามารถถอดเปลี่ยนให้ด้วยได้ ถ้าดังเค้าก็เปลี่ยนให้ใหม่ คือว่า เท่าที่สังเกตุเห็น ผมพบว่า รถในญี่ปุ่นเค้าวิ่งใช้งานราว 1 - 1.3 แสนโลก็พอดีถึงเวลา หมดอายุทะเบียนรถแล้ว ต้องขายทิ้งมาเป็นเศษเหล็ก แต่รถมันยังวิ่งไม่ถึงแสนห้า เลยต้องถือว่า เฟืองท้ายยังอยู่ในสภาพที่ดี ยังใช้งานได้อีกระยะนึง มาก - น้อยแล้วแต่ดวง ราคาราว หมื่นกลาง พอใช้ไปซักปี เอามาเปลี่ยนลูกปืน + ปรับตั้งใหม่ ทีนี้ก็จะใช้ได้อีกยาววววว แต่ก็อีก หมื่น 12500
 
ขอบคุณคุณ 421 มากครับ
ยังไงคงต้องเสียเงินหมื่นแน่เลย ดูเหมือนว่าไปหาอู่ที่แถวตลิ่งชัน แล้วถ้าซ่อมได้ก็ซ่อม ถ้าไม่ได้ก็ซื้อลูกปืนที่เขาบิ้วแล้วจะถูก และใช้ได้อีกนาน น่าจะดีกว่าซื้อมือสองแล้วอาจต้องบิ้วทีหลังอีก
ถามเพิ่มเติมนะครับเฟืองท้าย w124 e220 นี่เบอร์อะไรหรือครับ เห็นกระทู้เปลี่ยนเฟืองท้าย 124 ไป 201 น่าสนใจ ถ้าจะทํากับ124บ้าง โดยนําเอาเฟืองท้ายรถรุ่นใหม่ 210 หรือเก่าพวก 126 140 มาใส่โดยเปลี่ยนฝาหลังจะได้ไหมครับ ขอบคุณครับ
 
E 220 - auto ใช้เฟืองท้าย เบอร์ 3.07 ซึ่งเป็นขนาดเดียวกับ 300E และ 210บางตัว ส่วนเฟืองท้ายที่อยู่ใน 123 , 126 ไม่น่าจะใส่ได้ เพราะ ไม่มี จุดใส่เซนเซอร์ abs และของ 140 ยิ่งไม่น่าใส่ได้เพราะมีขนาดใหญ่ ตามตัวรถ

ที่ว่าจะเอาเฟืองท้ายของอู่ซ่อมเฟืองท้ายมาใส่ ก็ไม่ถึงกับรังเกียจ แต่แครงใจว่าแล้วเค้าไปเอา เฟืองท้ายมาจากไหน ? ประวัติเป็นมายังไง ?

หากเป็นเฟืองท้ายตามเซียงกง ยังต้องสืบอีกว่า ร้านนี้เอาของเข้ามาจากแหล่งไหน ? ญี่ปุ่น หรือ มาเลย์ หรือ สิงค์โปร์ ซึ่งแต่ละแหล่งก็มีภูมิอากาศ และการใช้งานต่างกันไป ดีกับโทรม ใช้แบบรักษากับใช้แบบรอวันทิ้ง มันต่างกันมากครับ ต้องเอาเรื่องนี้มาพิจารณาด้วย ครับ เรื่องอาไหล่ นี่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากครับ
 
ที่คุณ 421 พูด "ที่ว่าจะเอาเฟืองท้ายของอู่ซ่อมเฟืองท้ายมาใส่ ก็ไม่ถึงกับรังเกียจ แต่แครงใจว่าแล้วเค้าไปเอา เฟืองท้ายมาจากไหน ? ประวัติเป็นมายังไง" ก็จริงนะครับ แล้วร้านไปเอาเฟืองท้ายมาบิ้วจากไหน
รบกวนถามเพิ่มนะครับ ตอนนี้เริ่มมีความหวังกับเฟืองท้ายของ 210 น่าจะเป็นรุ่น e230 ใช่ไหมครับ รุ่นนี้ใช้ตัวถังใหม่ แต่เครื่องใช้ 111 ของ e220 w124 แสดงว่าเฟืองท้ายก็น่าจะเป็นเบอร์เดียวกัน และก็น่าจะเหมือนกัน ไม่เปลี่ยนแปลงใช่ไหมครับ ขอบคุณครับ
 
จะเอาเฟืองท้ายของ 210มาใส่จะได้ป่าว ?

อีนี้ผ้มก็ชักไม่แน่ใจซะแล้ว เพราะ210 เป็นรถมี ABS 4 channel ในขณะที่ 124 เป็นแบบ 3 ch. แปลว่าที่เฟืองท้ายจะมี รูabs 2 รู ซึ่งถ้าเราใช้ 1 รู แล้ว อุด 1 รูก็น่าจะได้ ขนาดและ อัตราทดน่ะไม่มีปัญหาแน่ๆครับ
 
ความรู้ล้วนๆ มาถึงเรื่อง abs ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องนี้เลย 4 channel กับ 3 ch นี่ ลองพยายามคิด+ค้นแล้วแต่ก็ยังงงอยู่ดี
"http://www.grandprixgroup.com/gpi/maggrandprix/detail.asp?news_id=782"
ผมเข้าใจว่า รถเรามี 4 ล้อ เซนเซอร์ น่าจะมี 2 หรือสี่ แต่ 3 นี่งงครับ รบกวนถามนะครับ สองแบบนี้ต่างกันยังไงครับ ขอบคุณครับ
 
ถ้าสนใจ เฟือง 3.07 ตามไปหน้าซื้อขายครับผมประกาศขาย
 
มีเพื่อนคนหนึ่งเปลี่ยนเฟืองท้ายมาสองลูกก้อยังหอน ตัดสินใจลองเอาหัวเชื้อน้ำมันเครื่องยี่ห้อหนึ่งขวดละ200mlราคา 100บาทต่อขวดใช้ 6ขวดครึ่ง อัดลงไปโดยไม่ใช้น้ำมันเลย ผลออกมา เงียบสนิทเลยเป็นที่น่าพอใจมากสำหรับเขา
ท่านๆว่าไงครับเป็นไปได้มั๊ย
น่าสนใจนะ และน่าลองด้วย ราคาก้อไม่สูง มาก
 
chatlp said:
ความรู้ล้วนๆ มาถึงเรื่อง abs ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องนี้เลย 4 channel กับ 3 ch นี่ ลองพยายามคิด+ค้นแล้วแต่ก็ยังงงอยู่ดี

สองล้อหลังเซนเซอร์อยู่ที่เฟืองท้าย นับเป็น 1 ch ครับ
 
ขอบคุณคุณ pk124 ครับ
ที่เฟืองท้ายมีเซนเซอร์ 1 อัน ทั้งหมดมี 3 อัน แสดงว่าอยู่ที่ล้อหน้าอีกข้างละ 1 อันใช่ไหมครับ แล้ว abs 3 channel กับ channel นี่ทํางานยังไงและต่างกันยังไงครับ
 
Lee said:
มีเพื่อนคนหนึ่งเปลี่ยนเฟืองท้ายมาสองลูกก้อยังหอน ตัดสินใจลองเอาหัวเชื้อน้ำมันเครื่องยี่ห้อหนึ่งขวดละ200mlราคา 100บาทต่อขวดใช้ 6ขวดครึ่ง อัดลงไปโดยไม่ใช้น้ำมันเลย ผลออกมา เงียบสนิทเลยเป็นที่น่าพอใจมากสำหรับเขา
ท่านๆว่าไงครับเป็นไปได้มั๊ย
น่าสนใจนะ และน่าลองด้วย ราคาก้อไม่สูง มาก

ขอแชร์ประสบการณ์นิดนึงครับ

เคยใช้พวกหัวเชื้อเฟืองท้ายกับรถญี่ปุ่นรุ่นเก่าๆ สมัยที่รถยังใหม่ๆ ซึ่งก็เงียบดี
icon_confused.gif

แต่ศึกษาไปเรื่อยๆ พบว่า หัวเชื้อ มีส่วนผสมอยู่ 2 แบบ แบบทำให้หนืดกว่าเดิม กับ แบบทำให้ลื่นกว่าเดิม

ไอ้เจ้าตัวทำให้ลื่นนี่จะแพงๆ หน่อย ถึง แพงมาก ไม่เคยใช้เอง หัวเชื้อจะออกฤทธิ์เคลือบผิวเฟืองภายในเป็นฟิล์มบางๆ (คล้ายๆ ที่ Prolong โฆษณาตามรายการ Direct sale) เคยถามคนที่เคยใช้บอกว่าเงียบดี แต่ผลเสีย ม่ายรุ๊ครับ

ส่วนประเภทถูกตังหน่อย มักจะเป็นแบบช่วยให้น้ำมันหนืดขึ้น น้ำมันเลยเข้าไปทดแทนช่องว่างระหว่างเฟือง ทำให้หอนเบาลง แต่ผลเสียคือ ความร้อนโดยรวมเฟืองท้ายเพิ่มขึ้น ทำให้ซีล-ยางต่างๆ เสื่อมเร็วขึ้น ลงเอยด้วยซีลรั่ว น้ำมันย้อยลงล้อ+เบรคหลัง ให้ได้เสียวเล่นเป็นที่ครื้นเครง รวมทั้งบริโภคเชื้อเพลิงเปลืองขึ้นเล็กน้อย เพราะต้องสู้กับความหนืดของน้ำมันเฟืองท้ายที่ว่า และท้ายสุด พอถ่ายน้ำมันเฟืองท้ายอีกครั้ง แล้วไม่ใส่หัวเชื้อ สุนัขในเฟืองท้ายเสียงดีขึ้น หอนดังก้องกังวาลกว่าเดิมแยะ เพราะความร้อน กับ ความหนืด ที่เพิ่มขึ้น เร่งให้เฟืองสึกเร็วขึ้นอีก ดังนั้น เติมแล้ว ต้องเติมตลอดไปจนกว่าจะซ่อมหรือเปลี่ยนเฟืองท้ายครับ
 
ถามเพิ่มเติม หน่อยครับ
บางท่าน บอกว่า ใช้ เบอร์ w85/140 ว่าดี เงียบ และบางท่าน ว่า ห้ามใช้ อยากทราบข้อดี ข้อเสีย เป็นอย่างไร ในระยะยาว หน่อยครับ
 
Back
Top