เรื่องการเก็บเสียงในห้องโดยสาร และความนุ่มนวลในการขับขี่ครับ

pompsc

New member
W124 E220 ปี 95 ธนบุรี standard (แตนๆ) นะครับ
ปกติขับไม่เร็วครับ <140
แมกซ์ติดรถ ยาง 205/55/15 เพิ่งเปลี่ยนใหม่
โช้คและสปริง เดิมๆครับ

ตอนนี้มีปัญหาอึดอัดขัดใจอยู่คือ
ความรู้สึกมันบอกว่า เบนซ์มันน่าจะเงียบและนุ่มกว่านี้อ่ะครับ

เวลาขับซัก 120 นี่ ต้องเร่งวิทยุขึ้นมาแข่งกับเสียงอื้อๆในห้องโดยสาร
เวลาผ่านถนนไม่เรียบ หรือผ่าน rumble strip มันก็ดูดซับสู้รถยุ่นบางคันไม่ได้เลยครับ

ยอมรับว่ามันสิบกว่าปีแล้วครับ จะให้เหมือนรถใหม่คงไม่ได้
แต่ถ้าอยากปรับปรุง เราจะทำอะไรกับมันได้บ้างครับ เกี่ยวกับการเก็บเสียงในห้องโดยสาร และความนุ่มนวลในการขับ
เรื่องยางขอบประตู เคยให้ที่รองเมืองดูแล้ว เค้าบอกว่ายังใช้ได้อ่ะครับ ยังไม่แข็ง

พอดีกำลังจะรื้อทำภายในใหม่ ว่าจะทำเรื่องนี้ไปพร้อมกันเลยอ่ะครับ


ขอบคุณล่วงหน้าทุกคำแนะนำครับผม
 
จากประสบการณ์ตัวเอง ในการนั่งรถญี่ปุ่นมาก็มาก รถ W124 ที่ได้มาหลายปีก่อนแบบ ล้อสแตนดาร์ด ขอบ 15 มีดังนี้

* รถญี่ปุ่น ป้ายแดง ตั้งแต่รถเล็ก ไปถึงรถใหญ่ นุ่ม เงียบ เข้าโค้งหนัก ๆ ก็โคลงหน่อย ทางตรงวิ่งเร็ว ๆ ได้ แต่มันดีอย่างนี้ได้ประมาณ 3-4 ปี ถึงแม้จะเปลี่ยนช็อคใหม่หมด ลูกหมาก บุชยาง เกือบหมด ก็ไม่เงียบ ไม่หนึบนุ่ม เท่าเดิม พอรถเก่าแล้ว วิ่ง 120-140 เริ่มรู้สึกเบา ไม่มั่นใจ

* W124 ล้อ 15 เดิม ตอนได้มา ก็นุ่มพอประมาณ ไม่ยวบยาบ ไม่นิ่มมาก ออกไปทาง หนึบแน่น ขับ 120-140 ยังรู้สึกสบาย ๆ แม้จะเข้าโค้งหนัก ก็รู้สึกเอียงหน่อย เพราะรถมันหนักมั๊ง หลังจากได้ทยอยเปลี่ยน บุชยาง ลูกหมากต่าง ๆ ไปเกือบหมด ( ราว ๆ 2 หมื่น บาท ) ก็พบว่า รถหนึบแน่นขึ้นมาก และก็คงความดีอย่างนั้นได้นาน เรียกได้ว่า ซ่อมทีใช้จนลืม ส่วนเรื่องเสียงลมเข้ามาในรถ นี่ก็เงียบกว่ารถอายุเท่า ๆ กันอย่างชัดเจน เสียงอื้อที่หลายคันเป็น อาจจะมาจากเสียงพัดลมเครื่องก็ได้ แต่ผมเปลี่ยนเป็นพัดลมไฟฟ้าไปนานแล้ว ก็ไม่รู้สึกอะไร หลังจาก เปลี่ยนสปริง, ช็อค, กันโคลงใหม่, ล้อขอบ 17 ... การวิ่งบนทางด่วนระดับความเร็ว 170 ก็ยังไม่รู้สึกเครียดครับ ( ลองตอนรถโล่ง ๆ น่ะ แต่ปกติ ผมไม่ใช่คนขับรถเร็ว )

คำว่า เดิม ๆ ที่บอกมาให้ฟัง ไม่รู้ว่าสภาพเป็นอย่างไร หลายอย่างน่าจะถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว โดยเฉพาะ บุช+ลูกหมาก ของเบนซ์ ตัวโต ๆ ทั้งนั้น ทนมาก ไม่แตกเสียหาย ใช้งานได้ แต่มันก็แข็งและไม่ให้ตัวเหมือนของใหม่ ถ้าเปลี่ยนถูกจุด รับรองรถจะกลับมาหนึบแน่น เหมือนเดิม
 
Kris said:
จากประสบการณ์ตัวเอง ในการนั่งรถญี่ปุ่นมาก็มาก รถ W124 ที่ได้มาหลายปีก่อนแบบ ล้อสแตนดาร์ด ขอบ 15 มีดังนี้

* รถญี่ปุ่น ป้ายแดง ตั้งแต่รถเล็ก ไปถึงรถใหญ่ นุ่ม เงียบ เข้าโค้งหนัก ๆ ก็โคลงหน่อย ทางตรงวิ่งเร็ว ๆ ได้ แต่มันดีอย่างนี้ได้ประมาณ 3-4 ปี ถึงแม้จะเปลี่ยนช็อคใหม่หมด ลูกหมาก บุชยาง เกือบหมด ก็ไม่เงียบ ไม่หนึบนุ่ม เท่าเดิม พอรถเก่าแล้ว วิ่ง 120-140 เริ่มรู้สึกเบา ไม่มั่นใจ

* W124 ล้อ 15 เดิม ตอนได้มา ก็นุ่มพอประมาณ ไม่ยวบยาบ ไม่นิ่มมาก ออกไปทาง หนึบแน่น ขับ 120-140 ยังรู้สึกสบาย ๆ แม้จะเข้าโค้งหนัก ก็รู้สึกเอียงหน่อย เพราะรถมันหนักมั๊ง หลังจากได้ทยอยเปลี่ยน บุชยาง ลูกหมากต่าง ๆ ไปเกือบหมด ( ราว ๆ 2 หมื่น บาท ) ก็พบว่า รถหนึบแน่นขึ้นมาก และก็คงความดีอย่างนั้นได้นาน เรียกได้ว่า ซ่อมทีใช้จนลืม ส่วนเรื่องเสียงลมเข้ามาในรถ นี่ก็เงียบกว่ารถอายุเท่า ๆ กันอย่างชัดเจน เสียงอื้อที่หลายคันเป็น อาจจะมาจากเสียงพัดลมเครื่องก็ได้ แต่ผมเปลี่ยนเป็นพัดลมไฟฟ้าไปนานแล้ว ก็ไม่รู้สึกอะไร หลังจาก เปลี่ยนสปริง, ช็อค, กันโคลงใหม่, ล้อขอบ 17 ... การวิ่งบนทางด่วนระดับความเร็ว 170 ก็ยังไม่รู้สึกเครียดครับ ( ลองตอนรถโล่ง ๆ น่ะ แต่ปกติ ผมไม่ใช่คนขับรถเร็ว )

คำว่า เดิม ๆ ที่บอกมาให้ฟัง ไม่รู้ว่าสภาพเป็นอย่างไร หลายอย่างน่าจะถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว โดยเฉพาะ บุช+ลูกหมาก ของเบนซ์ ตัวโต ๆ ทั้งนั้น ทนมาก ไม่แตกเสียหาย ใช้งานได้ แต่มันก็แข็งและไม่ให้ตัวเหมือนของใหม่ ถ้าเปลี่ยนถูกจุด รับรองรถจะกลับมาหนึบแน่น เหมือนเดิม

เห็นด้วยคับ ผ้มก็ขับม่ายเร็วคับ :lol:
 
Kris said:
คำว่า เดิม ๆ ที่บอกมาให้ฟัง ไม่รู้ว่าสภาพเป็นอย่างไร หลายอย่างน่าจะถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว โดยเฉพาะ บุช+ลูกหมาก ของเบนซ์ ตัวโต ๆ ทั้งนั้น ทนมาก ไม่แตกเสียหาย ใช้งานได้ แต่มันก็แข็งและไม่ให้ตัวเหมือนของใหม่ ถ้าเปลี่ยนถูกจุด รับรองรถจะกลับมาหนึบแน่น เหมือนเดิม

ขอบคุณมากครับ K.Kris
อย่างนี้พอจะแนะนำได้ไหมครับว่า ควรเริ่มที่ตัวไหนก่อน แล้วค่อยๆไล่ไป ผมไม่ค่อยอยากให้ช่างไล่เองอ่ะครับ ช่างแถวบ้านผมคงไม่เก่งเท่ารามอินทรา
เนื่องจากรามอินทรานั้นไกลไปหน่อย ผมเลยซื้อของวัดโสมไปเปลี่ยนที่อู่แถวบ้านครับ
 
แนะนำจากใจครับว่าอย่าไล่....
ยกทีเดียวให้หมด....
อาจอนุโลมให้แบ่ง 2 งวดได้...
ข้างหน้าก่อนทั้งชุด... แล้วไปข้างหลังทั้งชุด...
อย่าไล่ทีละเม็ด.... เดี๋ยวไม่จบ....
ไกลบ้านหน่อยจะเป็นไรไป... มาทีเดียวจบ... :lol:
 
ลืมอ่าน ยาง 205/55/15

เล็กไปหน่อย ผิดเบอร์ น่าจะเป็น ยาง 205/60/15 นะครับ



ช่วงล่างถ้าไม่เคยเปลี่ยนมาเลยรถอายุขนาดนี้แล้ว อย่างตาแจ็คว่า เปลี่ยนยกชุดไปเลย
เสียเวลาเสียแรงงานเปล่าๆของมันเสื่อมสภาพหมดแล้ว เปลี่ยนตัวนี้ใหม่มันแน่นเดี๋ยวก็ไปดึงอีกตัวที่มันกำลังจะเจ๊งให้เจ๊งอีก คุณก็จะต้องมาตามไล่อีก วนเป็นงูกินหางให้ช่างปวดหัวเล่น แต่ช่างบางคนที่งานไม่เยอะอาจจะชอบได้ค่าแรงบ่อยๆไง
ถ้ารถเคยเปลี่ยนมาหมดแล้วไม่นาน งี้ค่อยน่าหาหน่อย อาจมีตัวใดดีเฟ็คได้
 
จะเอานุ่ม เอาเงียบ

- ต้องใช้ยางดอกละเอียด โดยสละแล้วซึ่งความเกาะ

- ต้องไม่โหลดเตี้ย ยิ่งเตี้ยเท่าไหร่ เสียงสะท้อนจากยางบดถนน จะยิ่งดังมาก เช่นกัน คุณต้องสละแล้วเรื่องเกาะ + ทรงตัวดี ยิ่งสูงกว่ารถแตน ยิ่งดี


- ต้องใส่ แผ่น กันแคร้ง จะเป็นเหล็ก หรือ ไฟเบอร์ ก็ได้ มันช่วยกันเสียงได้ส่วนนึง ถ้าจะให้ดี ต้องแบบ ยาว ปิดเกียร์ไปเลย

- แผ่นกันร้อน ใต้ฝาโปง มีป่าว ? มันช่วยซับเสียงเครื่องได้ดีนะพี่


- ในประตู จะมีแผ่นพลาสติกกันฝุ่น ปิดอยู่อีกชั้น หลังแผงประตู มันยังอยู่ดี หรือโดนช่างดึงทิ้งไปแล้วล่ะพี่ ถ้าไม่มี ก็ไปซื้อแผ่นพลาสติก ที่เค้าหุ้มปกหนังสือ มาซัก 3 เมตร + กาวยางอีกกระปุกนึง ให้ช่างประตู ติดให้ จะช่วยลดเสียงภายนอกลงได้มาก


- ยางขอบประตูทั้ง 4 บาน เปลี่ยนใหม่เลย ต้องของนอกนะ 4 บานก็ 4 พันมั๊ง แต่ถ้าซื้อทีละบาน สวยแน่ บานละ พันห้าเลย มันยังดี ยังนิ่ม แต่ มันแบนแล้ว กันเสียงไม่อยู่หรอก

- ไหนๆก็เปิดแผงประตูแล้ว ใส่แผ่นซับเสียง ในประตูด้วยก็ดี ร้านเครื่องเสียงใหญ่ๆ มีแน่ กล่องนึงหลายตัง รวมแล้ว กี่กล่องไม่กล้านับ รู้แต่เบ็ดเสร็จ 8 พันเอง

- ในเมื่อกรุในประตูทั้งที อย่าลืม กรุซับเสียง ที่เพดานหลังคาด้วย มันจะช่วยกันร้อนได้อีกทางนึง นอกจากซับเสียง ยิ่งเวลาฝนตก หนักยิ่ง จะเป็น ม่ายงั้นชวนนึกว่าเป็นกบในกะลาทุกทีเลย


สุดท้าย....เปลี่ยนรถไปเลย เพราะทำให้ตาย มันก้อสู้รถประกอบนอกไม่ได้ ไม่เชื่อไปนั่งรถ คุณ Kaz ดูสิ
icon_arrow.gif
 
421 said:
- ยางขอบประตูทั้ง 4 บาน เปลี่ยนใหม่เลย ต้องของนอกนะ 4 บานก็ 4 พันมั๊ง แต่ถ้าซื้อทีละบาน สวยแน่ บานละ พันห้าเลย มันยังดี ยังนิ่ม แต่ มันแบนแล้ว กันเสียงไม่อยู่หรอก

ต้องโชคดีเจอร้านที่ขายด้วยน่ะถ้าซื้อแค่บานเดววว...
เค้าม่ายค่อยแยกขายยย...

ล่าสุดไปชัยยะมายังไม่ได้เล้ยยย...
 
K. Jackrit: ขอบคุณครับ ฟังแล้วมีกำลังใจทำขึ้นเยอะเลย

K.Kaz: ขอบคุณครับ เรื่องยางสงสัยผมจำผิดเองครับ
คันนี้ไม่รู้เจ้าของเก่าเขาเคยเปลี่ยนหมดมาหรือไม่อย่างไร แต่ไม่เป็นไรครับ เพื่อความสบายใจ (แต่ไม่สบายกระเป๋า) เดี๋ยวผม'จัดให้'ครับ

K.421: ขอบคุณมากๆครับ ผมจะทำตามคำแนะนำให้ได้มากที่สุดครับ งานนี้สงสัยครึ่งแสน แต่คงไม่ถึงเปลี่ยนรถหรอกครับ ๕๕๕ เอาแค่ as good as it gets ก็พอใจแล้วครับ

K.bbwong: ขอบคุณครับ ผมคงเปลี่ยนหมด 4 บาน ตามที่พี่4ว่าแหละครับ
 
แล้วขอบพลาสติกที่ติดอยู่ใต้ขอบฝากระโปรงรถหน้ามีหน้าที่อะไรครับ เห็นรถส่วนใหญ่จะไม่ค่่อยมีติดกันแล้ว
 
????????? 124 ?????????? ??????????????? ????? 120 ??????????80 ?????????????????????????? ?????????????????????????????????? ??????????????????????????????????????
 
PONG 124 said:
แล้วขอบพลาสติกที่ติดอยู่ใต้ขอบฝากระโปรงรถหน้ามีหน้าที่อะไรครับ เห็นรถส่วนใหญ่จะไม่ค่่อยมีติดกันแล้ว

น่าจะเอาไว้กันลมและละอองน้ำฝนไม่ให้เข้าไปห้องเครื่อง ซึ่งอาจมีผลหลายเรื่อง เช่น เรื่องความดัน Static ที่ใช้อ้างอิงของความดันในท่อไอดีเพื่อการคำนวณฉีดน้ำมันซึ่งต้องการความคงที่ ,ลดสัมประสิทธิ์แรงต้านของตัวรถ ,อาจช่วยให้ลมเข้าทางหน้าหม้อน้ำได้ง่ายขึ้น(ไม่มีความดันสวนมาจากภายในห้องเครื่อง แบบจารย์ Kaz ว่า) ช่วยในการระบายความร้อน ฯลฯ
icon_smile.gif
 
Back
Top