เท่าที่ทราบ กรรมวิธี มันต่างกันครับ
รถที่ออกจากโรงงานเขาพ่นสีใส่เหล็ก ก่อนจะประกอบชิ้นส่วนต่างๆเข้าหากันครับ โดยเฉพาะตัวถัง/โครงรถ เขานำโครงรถเปล่าทั้งคัน จุ่ม ลงไปในบ่อสีเลยครับ เข้าใจว่าขั้นตอนนี้น่าจะเป็นพวกสีกันสนิมหรือสีรองพื้นอะไรแบบนี้ แถมยังใช้ไฟฟ้าในการทำให้สีเกาะกับเหล็กอย่างแนบทุกตารางนิ้วด้วยครับ โดยให้โครงเหล็กรถเป็นประจุบวก(หรือลบ)แล้วสีในบ่อนั้นเป็นประจุลบ(หรือบวก)ครับ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้แนบแน่น เนื้อสีติดกับแทบทุกโมเลกุลบนผิวสัมผัสของเนื้อเหล็ก ได้อย่างไรครับ :n12: :n45:
เปรียบเทียบกับอู่สีที่ทำกันภายหลัง ต่อให้กรณีที่ว่าดีที่สุดเลยก็คือ รื้อเปลือยทั้งคัน (หมายถึงรื้อทุกสิ่งอย่างออกทั้งหมดให้เหลือเพียงแต่โครงรถเปล่าๆเท่านั้น) ก็ไม่ได้นำลงไปชุบในบ่อสีอะไรครับ ทำได้แค่พ่นเอาเท่านั้น ซึ่งก้ขึ้นกับความละเอียดของช่างอีกแล้วตามซอกตามมุมเล็กน้อยยังไงก็สู้ตอนเอาไปปจุ่มไม่ได้
และตอนอบสี ก็สู้ตอนที่อบกันตอนที่อบกับโครงเปล่าๆโดยไม่มีชิ้นส่วนอะไรเลย(เหมือนตอนในโรงงาน)ไม่ได้ครับ อุณหภูมิ ความสม่ำเสมอ มันทำได้ไม่เหมือนกัน
แต่ทั้งนี้ก็ใช่ว่าทำสีกับอู่ จะแย่อะไร ทำให้ดีก็มีครับ ต้องควบคุม คนทำ ให้ดี ละเอียด รอบคอบ และใจเย็นครับ ไม่รีบ รีบในที่นี้ไม่ได้หมายถึงระยะเวลาที่เอารถไปทิ้งไว้ที่อู่นะครับ(เพราะบางอู่เอาไปดองก็มี :rotflol: ทำจริงๆก็รีบๆ) รีบในที่นี้คือ ระยะเวลาในการทำแต่ละขั้นตอนต่างหากครับ ถ้าอบก็อบให้แห้งสนิทจริงๆ โป๊วก็รอเวลาเซ็ทตัวให้ได้จริงๆ เพราะถ้ารีบหรือทำแบบส่งๆไม่ละเอียดก็อาจจะเกิดปัญหาตามมาภายหลังได้ เช่น สีปูด สีพอง สีแตก สีไม่สม่ำเสมอ สีเป็นคลื่น เป็นต้น ซึ่งมักจะไม่เกิดกับกรณีสีโรงงานครับ เพราะอย่างที่บอก ด้วยกรรมวิธีข้างต้นที่กล่าวมาและเขาเซ็ทเวลาไว้เป็นระบบมาตรฐานอยู่แล้วครับ
ส่วนเรื่องวัสดุ เอาเข้าจริง ตามโรงงาน บางยี่ห้อ ก็ไม่ได้ใช้ของดีอะไรมากมายเลยครับ กลับกันบางครั้งเราทำสีกับอู่ เรากลับสามารถซื้อวัตถุดีที่ดีกว่าที่โรงงานใช้ได้อีกครับ ตามกำลังทรัพย์ของเรา พวกสียี่ห้อดังๆ แพงๆ รุ่นสูงๆ แต่สุดท้ายต่อให้ดีขนาดไหนถ้ามาเจอกรรมวิธีแบบส่งๆก็ไม่แคล้วแพ้วัตถุดิบธรรมดาแต่กรรมวิธีที่ดีหรอกครับ
ปล. ผิดถูกอย่างไรต้องขออภัยด้วยนะครับ หากท่านใดพบว่ามีข้อผิดพลาดอย่างไร ช่วยแก้ให้ด้วยนะครับ ตอบเท่าที่ทราบครับ
