เรื่องพัดลมแอร์กับความร้อน

124300E

New member
124 300E ผมมีปัญหาทุกทีเวลาเข้าไปเจอรถใน กทม. คือความร้อนจะค่อยๆ กะดึ้บๆ ๆไปถึง 100 จนเจอพัดลม step2 แล้วก็จะป้วนเปี้ยวอยู่ประมาณนั้นตราบเท่าที่รถติด
***หลังจากนั้นได้ไปนั่งดูรถญี่ปุ่น สังเกตุว่าพัดลมแอร์มันทำงานปิด-เปิดพร้อมกับคอมแอร์ ก็เลยเอามาลองใช้ครับ โดยต่อสัญญาณจากคอมแอร์ให้พัดลมไฟฟ้าทำงานปิด-เปิดพร้อมกับคอมแอร์
- ทดลองเวลารถติดใน กทม.เมืองศิวิลัย โดยใช้ระบบเดิมก่อนก็เป็นอาการเดิมคือ "ค่อยๆ กะดึ้บๆ ๆไปถึง 100 จนเจอพัดลม step2 แล้วก็จะป้วนเปี้ยวอยู่ประมาณนั้น "
- พอโยกไปใช้ระบบญี่ปุ่น (ผมทำสวิทใว้ใช้ระบบนี้เฉพาะเวลาเข้า กทม.เท่านั้น) ประมาณ 5 นาทีความร้อนก็ลงจากร่วมๆ 100 มาประมาณ 85 ครับ แล้วก็อยู่ที่85-90ตลอดครับ...
- เท่าที่จับเวลาดูพัดลมไฟฟ้าแอร์ เวลาในการทำงานใกล้เคียงกัน แต่ระบบญี่ปุ่นจะปิด-เปิดบ่อยกว่า
?? พี่ๆ คิดว่ายังไงครับ ผมพอจะใช้ระบบญี่ปุนถาวรเลยได้มั้ยครับ และจะมีผลเสียตรงใหนบ้าง ขอคำแนะนำหน่อยครับ
 
ใช่คันเดียวกับที่ใส่พัดลมไฟฟ้า 14 นิ้วลงแทนพัดลมเครื่องหรือเปล่าครับ
1. คุณต่อตรงพัดลมไฟฟ้ากับการทำงานของคอมแอร์ พัดลมไฟฟ้าตัวไหน 2 ตัวหน้าหรือพัดลม 14 นิ้วตัวใน
2.พัดลมไฟฟ้า 2 ตัวหน้าทำงานตามระบบแอร์ คอมแอร์ทำ 2-3 นาที พัดลม 2 ตัวนี้ก็จะทำจังหวะแรก อยู่แล้วนี่ แต่หากคุณต่อตรงเข้ามา เหมือนพัดลมหมุนจังหวะ 2 หมุนแรงและเสียงดังมาก ผมกลัวพัดลมจะทำงานหนักเกินไป
3. พัดลมไฟฟ้า 14 นิ้ว ตัวใน ควรทำงานตามความร้อนเครื่งยนต์ หากร้อนถึง 90-95 มันควรจะหมุน (เหมือนของ 230E) ไม่มีจังหวะ 1 และ 2 ฉะนั้นหากความร้อนถึง 100 หรือ เรี่ยๆ 100 มันต้องหมุนไม่หยุดอยู่แล้ว
4. หม้อน้ำ 300E เล็กเกินไป ตามกระทู้เก่าที่ว่ากัน แล้วของคุณเป็นหม้อน้ำมีเนียมหรือทองแดง ถ้ายังเป็นทองแดง แนะนำให้เปลี่ยนเป็นหม้อน้ำมีเนียม การระบายความร้อนจะดีกว่าที่เป็นอยู่แน่นอนครับ
 
ผมเข้าใจว่า ที่คุณต่อสายไฟแบบนั้น เป็นการป้อนไฟโยไม่ผ่าน รีซีสเตอร์กระเบื้องตัวใหญ่ ทำให้พัดลมไฟฟ้าได้ไฟเต็ม 13.50 V . พัดลมจึงทำงานเต็มที่ ความร้อนจึงลดลงเร็วทันตาเห็น แต่นั้นไม่ใช่การแก้ที่ตรงจุดครับ ก็ในเมื่อ หม้อน้ำและรังผึ้งแอร์มันเล็กไปสำหรับใช้งานในเมืองไทย เราก็ต้องเปลี่ยนหม้อน้ำ และรังผึ้งแอร์ให้ใหญ่เหมาะสมซิครับจึงจะแก้ตรงจุด ที่ต้องออกมาท้วงเพราะ การแก้วิธีเพิ่มรอบพัดลมให้เร็วเต็มกำลังของมันนั้น อันตรายมากครับ เพราะเมื่อพัดลมทำงานเต็มกำลังนานๆเข้า มันจะ น๊อค ไม่หมุนไปเลย ถ้าฟิวส์ขาดก็โชคดีไป ถ้าฟิวส์ไม่ขาด สายไฟจะร้อนจน ไหม้ลุกเป็นไฟ พาลให้ส่วนอื่นไหม้ไฟไปด้วยครับ นี่เป็นเรื่องจริง ผมเคยเห็นรถที่ทำแบบนี้ แล้วไฟไหม้มาแล้วหลายคันครับ

ทีนี้คุณลองคิดแบบผมมั่งครับ รังผิ้งหม้อน้ำมีขนาด 22 x 19 นิ้ว แต่มีบังลมรังผึ้งแอร์ ปิดด้านหน้า ที่มีช่องให้ลมเข้าแค่ 23 x 11 นิ้ว จึงมีพื้นที่ที่ถูกปิดบัง หลายตารางนิ้วมาก แถมยังมีตัวพัดลมไฟฟ้าขวางทางลมอีกถึง 2 ตัว แปลว่า ถ้าจะให้ลมเข้ามาระบายความร้อนอย่างพอเพียงไม่ให้เครื่องร้อน ต้องใช้กำลังพัดลมมากทีเดียว อันเป็นการศูนย์เสียกำลังงานไปเกินความจำเป็นและสิ้นเปลืองมาก

ถ้าคุณขยายหม้อน้ำ + เปลี่ยนรังผึ้งแอร์ ให้มีพื้นที่รับลมมากขึ้น แต่ความหนาลดลง มันจะต้องใช้กำลังในการระบายความร้อน ไม่ถึงครึ่ง ของที่คุณใช้อยู่ขณะนี้ แต่แอร์จะเย็นกว่า และเครื่องก็จะมีความร้อน ต่ำร้อยตลอดเวลา แน่นอนไม่มีของฟีฟีในโลก งานนี้ต้องจ่ายราว หมื่นค่อน จึงจะบรรลุผล ไม่ใช่ เอาสายไฟมาจิ้มจิ้ม ก็จบจะ
 
ดูกันชัดชัด ครับ ในภาพเป็นรังผึ้งหม้อน้ำของวอนโว่ 960 ซึ่งมีขนาดความสูงกว่า 300Eเล็กน้อย และว้างกว่า ( แปลว่า หม้อน้ำของเดิมเล็กกว่านี้ ) แล้วใช้อลูมิเนียมเชื่อมฝาข้าง ซ้าย - ขวา ใส่ท่อน้ำ เข้า - ออก สำหรับ 300E หรือ E 280 เอาพัดลมไฟฟ้า วาง ปิดด้วยแผ่นบังลม เราจะเห็นชัดเจนว่า บังลมของเดิมได้บังทางลมที่จะใหลเข้า ไปกว่า 30% โดยลมจะเข้าได้ทาง ช่องพัดลม 2 ช่อง กับ ส่วนบนสุดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


หมายเหตุ ..หม้อน้ำในภาพทำแล้วรั่ว จึงใช้เป็นแบบอย่างในการสร้างหม้อน้ำใบต่อๆ ไป
 
อ้อ.... ช่องสี่เหลี่ยมยาว 2 ช่องด้านล่างของบังลม เป็นการเจาะเอง ช่วยแก้ปัญหา ความร้อนขณะวิ่งด้วยความเร็วสูงนานๆ เท่านั้น แต่ตอนรถติด กลับจะสร้างปัญหาความร้อนสูงมากขึ้นอีกครับ
 
คือว่าระบบยังเป็นระบบเดิมครับ มีพัดลมหน้าเครือง+พัดลมแอร์ด้านหน้า 2 ตัวเท่านั้นและพัดลมแอร์ก็ทำงานตามแรงดันน้ำยาแอร์เหมือนเดิมครับ ส่วนระบบญี่ปุ่นที่ผมบอกคือแค่ให้พัดลมแอร์(step 1) ทำงานตามการปิด-เปิดของคอมแอร์เท่านั้นครับ
สรุปคือ
1. พัดลมเครื่องเดิม
2. พัดลม step2ไม่ได้แตะต้อง
3. พัดลมแอร์ step1 ทำตามคำสั่งของ
ก.) แรงดันน้ำยาแอร์(เหมือนเดิม)
ข.) การปิด-เปิดของคอมแอร์(ระบบญี่ปุ่นที่ผมบอก)
ซึ่งข้อ 3 ดูๆแล้วน่าจะทำงานหนักขึ้น แต่เอาเข้าจริงๆมันจะทำงานตามข้อ (ข) เท่านั้น
ซึ่งผลที่ได้ก็คือตามที่ผมตั้งกระทู้ครับ ไม่ทราบว่าความร้อนมันลงมาได้ใง.. แต่แอร์ผมคิดว่าน่าจะเย็นแน่ๆ เพราะพอคอมทำงานพัดลมก็พัดช่วยทันที
ก็เลยต้องขอคำแนะนำจากพี่ๆครับว่ามันน่าจะ ok มั้ยครับ เพราะว่าที่ผมลองทำนี่ก็แค่เลียนแบบระบบญี่ปุ่นเท่านั้นไม่ได้คิดจากหลักอะไรเลยครับ
ปล. เดี๋ยวผมจะเขียนการต่อสายไฟให้ดูครับ
 
ฟังจากที่คุณ 124 300E อธิบายมานั้นเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี คือทำสวิทซ์ให้ใช้เฉพาะเวลารถติดใน กทม. เท่านั้น อย่าลืมปิดสวิทซ์เวลาออกต่างจังหวัดก็แล้วกัน มิฉนั้นพัดลมจะทำงานพร้อม คอมแอร์ทุกครั้งไม่ว่าอุณหภูมิเครื่องจะร้อนหรือไม่ ทำให้ เปลืองไฟ เปลืองมอเตอร์และกินน้ำมันเพิ่มขึ้น :(

ทีนี้เมื่อต่อวงจรพัดลมใหม่ให้ทำงานพร้อมคอมแอร์ พอคอมแอร์ทำงานพัดลมก็ทำงานด้วยทำให้มีลมผ่านแผงคอนเดนเซอร์ตั้งแต่มันยังไม่ร้อนด้วยซ้ำ ดังนั้นลมที่ผ่านทะลุไปยังหม้อน้ำก็เป็นลมที่เย็นกว่าเดิม ทำให้ประสิทธิภาพการระบายความร้อนดีขึ้น หม้อน้ำจึงเย็นเร็วกว่าเดิม และความร้อนของหม้อน้ำก็ไม่มีทางที่จะขึ้นไปเหมือนเดิมได้ เนื่องจากวงรอบของการตัดต่อวงจรของพัดลม มิได้ขึ้นอยู่กับความดันของน้ำยาแอร์และความร้อนของหม้อน้ำแล้ว แต่มาทำงานพร้อมคอมแอร์ซึ่งน่าจะทำงานถี่กว่าเดิม นับว่าเป็นการแก้ปัญหาโดยการตัดที่ต้นเหตุ คือลดความร้อนที่มาจากแผงคอนเดนเซอร์ก่อนที่จะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ดังกล่าว :)
 
ระบบใหม่ที่เพิ่มขึ้นมา ไม่ได้แปลงระบบเก่า หรือเอาออกไป
พัดลมไฟฟ้าหน้า 2 ตัวของ 300E ทำงาน 2 จังหวะ
- จังหวะ 2 นะใช่ที่ทำงานตามความร้อนของเครื่องยนต์ แต่ต้องร้อนถึง 105-107 C พัดลมจึงจะหมุนจังหวะ 2
- ส่วนการหมุนจังหวะ 1 นั้นเมื่อแรงดันน้ำยาแอร์ถึง พัดลมจึงจะหมุน detect ด้วย pressure switch ที่หัว dryer และพัดลมจะหมุนตามหลังคอมแอร์ แค่อึดใจเดียว ฉะนั้น ผมเห็นว่าเวลามันไม่ต่างอะไรมากกับที่คุณต่อไฟเพิ่ม คือให้ทำพร้อมคอมแอร์ เว้นไว้แต่
1. pressure switch ของระบบแอร์เสีย สั่งการให้พัดลมทำงานผิดพลาดหรือช้าไป
2. น้ำยาแอร์พร่อง คอมทำงาน หมุนไปนานแล้ว แต่แรงดันน้ำยาแอร์ยังไม่ถึง พัดลมจึงยังไม่หมุน หรือช้ากว่าที่ควรจะเป็น

คุณลองเข็ค 2 อย่างนี้ก่อนครับ ขณะเครื่องเย็น ติดเครื่องยนต์-เปิดแอร์แรงๆ ภายใน 1-2 นาที พัดลมไฟฟ้าคู่หน้าต้องทำงาน และตรวจดู speed ทำปกติเท่าของคนอื่นนะ

ผมถามอีก
1. หม้อน้ำเป็นทองแดงหรือมีเนียม
2. การต่อพัดลมไฟฟ้า ให้ทำงานพร้อมคอมนั้น ไฟต่อตรง ไม่ผ่าน load resistor ความแรงเท่ากับพัดลมหมุน จังหวะ 2 ใช่ไหม๊ หากใช่ผมก็ยังว่าเป็นอันตรายอยู่ดี คือพัดลมหมุนจังหวะ 2 นานๆ ตามคอมแอร์ ที่ไม่ค่อยจะตัดสักเท่าไหร่

ขอบคุณครับ
 
การทำงานของพัดลมไฟฟ้าที่เบนซ์ออกแบบมาเป็นงี้ครับ
 
อย่างที่คุณฉุยว่า จากรูป

1.มันจะทำงานแค่ครึ่งเดียวผ่านรีซิสเตอร์เมื่อแรงดันน้ำยาแอร์ 20 บาร์(ของ 4 สูบจะทำที่ 16 บาร์) พอแรงดันตกก็ตัดที่ดูรูปที่ 1
2. ข้อความในรูปที่ 2 จะทำเต็มที่

เท่าที่ผมเจอมาพบว่า พัดลมสเต็ปแรกไม่ยอมทำอีกสาเหตุนึงก็เพราะรังผึ้งแอร์ตันทำให้แรงดันที่ High Pressure ไม่ถึงที่เซนเซอร์กำหนด พัดลมเลยไม่ทำงาน หลายๆคันไปทำที่สเต็ป 2 เลย
คราวนี้ก็เจออีกว่าไอ้เจ้า Pressure Switch มันมี 2 สี สีเขียวกับสีแดง ทีนี้อันไหนเขียวอันไหนแดง? ที่เคยสั่งจาก Part No. เลยให้ 300E เป็นสีแดงครับ
ที่แน่ๆอันนึงคือถ้าอุณหภูมิสูงเกิน 95 เมื่อไหร่แอร์ไม่เย็นแน่ๆ
icon_sad.gif
 
ขอบคุณครับ พอจะเข้าใจทีคุณ Manit บอกแล้วครับ
อันนี้เป็น Diagram ครับ
 
ระบบเบนซ์ ก็ใช้สวิท สั่งคอม ฯทำงาน จากหัวดรายเออร์ อยู่แล้วครับ ไม่ต้องไปต่ออีกหรอกครับ และมีสวิท ที่หัวอีกตัว สั่งพัดลมทำงานนะครับ
 

Attachments

  • 16925_204743.gif
    16925_204743.gif
    17.2 KB · Views: 290
ถ้าต้องการคงระบบเดิม แนะนำให้ไปล้างคอยด์ร้อน (ล้างภายในและภายนอก) ทำความสะอาดหม้อน้ำ อุณภูมิจะลดลงเห็นได้ชัด และไม่เสียรถ
 
กำลังทดลองใช้งานแบบนี้อยู่คับ
icon_cool.gif
 
มายั่วคนต่างจังหวัด ให้น้ำลายหกอีกแล่ะ... ทั้งหม้อเนียม+คอยเนียม
icon_eek.gif
 
Back
Top