421
New member
รถเบนซ์ ( รวมทั้งรถยุโรปทั้งหลาย ) เป็นรถที่เขาออกแบบมาสำหรับเมืองหนาว เมื่อเราเอามาใช้ในเมืองร้อนก็ย่อมมีปัญหาเรื่องความร้อนบ้างเป็นธรรมดา ยกเว้นรถรุ่นใหม่ๆที่คงรู้ปัญหานี้จากรถรุ่นเก่า จึงแก้ไขมาดีแล้ว
เมื่อผมใช้ 300E ผมก็พบว่า เครื่องยนต์ร้อนมากเกิน เพราะหม้อน้ำมาตฐานมีขนาดเล็กเกินไป
การลดความร้อน มี 2วิธีเท่านั้น
1. เพิ่มพื้นที่รับลมให้มากขึ้น ได้ทดลองเปลี่ยนหม้อน้ำทองแดงใหญ่ขึ้น ก็สามารถแก้ปัญหาได้แล้วในระดับหนึ่ง แต่ก็พบว่า หม้อน้ำทองแดงมีน้ำหนักมากเกินไป ท่านอาจจะคิดว่าน้ำหนักเพิ่มไม่กี่โล แต่เป็นน้ำหนักที่วางอยู่หัวสุดของตัวรถทีเดียว ทำให้รถมีอาการ " หัวหนัก " ขาดความสมดุล ถึงแม้ท่านขับรถช้า แต่ก็จะพบว่า รถที่หัวหนักกว่าท้ายมากๆ ท่านจะรู้สึกว่ารถกระเทือนมาก ขับแล้วเหนื่อยมากครับ จึงเปลี่ยนมาใช้หม้อน้ำมีเนียมที่มีขนาดกว้างกว่าเดิม ก็จะแก้ปัญหาหัวหนักไปได้
2. หากเราไม่เปลี่ยนหม้อน้ำเพราะเสียดายเมียเก่า เราก็สามารถ เพิ่มรอบการหมุนใบพัดได้ เพิ่มให้ลมแรงขึ้น มีลมใหลผ่านหม้อน้ำมากขึ้น เครื่องก็ไม่ร้อนแล้วครับ
วิธีเพิ่มรอบก็ง่ายมากครับ แค่เติมน้ำยา ซิลิโคนลงไปในดุมใบพัดอีกสัก 5 ซีซี เท่านั้น พัดลมก็หมุนเร็วขึ้นแล้ว แต่มันมีข้อเสียมหาศาลทั้งในระยะสั้นและกลาง + ยาว เหลือคณานับครับ
ก.รถจะมีอัตราเร่งที่แย่ลง
ข.เสียงพัดลมจะดังมากราวกับท่านขับเครื่องบินใบพัดก็ไม่ปาน
ค. อัตราบริโภทน้ำมันจะสูงขึ้นอย่างชัดเจนมากครับ
ง.ชิ้นส่วนบริเวณแท่นยึดดุมใบพัดจะชำรุด จนใบพัดอาจหลุดออกมาได้ไม่ยากครับ
ที่นี้มาดูเรื่องใบพัดของเครื่อง 102 , 103 , 104 , 111 ซึ่งล้วนใช้ใบพัดแบบใช้กำลังเครื่อง หมุนตามรอบเครื่อง ซึ่งวิธีนี้น่าจะเหมาะกับพื้นที่ที่มีอากาศไม่ร้อนอย่างบ้านเรามากกว่าครับ เพราะมันจะหมุนช้าลงเมื่ออากาศไม่ร้อน และพออากาศร้อนก็หมุนเร็วขึ้น แต่ก็ยังไม่เร็วพอสำหรับบ้านเรา และข้อเสียอย่างแรงคือ มันหมุนช้ามากในรอบเครื่องเดินเบา จนลมใหลผ่านหม้อน้ำไม่พอเพียง ทำให้เราต้องอาศัยพัดลมไฟฟ้าหน้ารังผึ้งแอร์มาช่วยระบายความร้อนเครื่องอีกทางหนึ่ง เรียกว่า 2 แรงช่วยกัน ทีนี้ ถ้าหน่วยใดทำงานอ่อนแรงไปสักนิดก็ย่อมเกิดเป็นปัญหาขึ้นมาทันที
ในทางตรงกันข้าม พอรถวิ่งเร็ว ใบพัดก็หมุนเร็วตามรอบ ทั้งที่มีอากาศใหลผ่านจากแรงลมที่มาปะทะด้านหน้าอย่างพอเพียง ทำให้เราเสียกำลังเครื่องไปกับหมุนใบพัดโดยปล่าวประโยชน์ครับ
แต่ถ้าเรา ถอดพัดลมเครื่องทิ้ง แล้วใส่พัดลมไฟฟ้าเข้าไปแทน มันก็จะทำงานแบบตรงกันข้ามครับ คือหมุนรอบสูงกว่า ในรอบเดินเบา และ หยุดหมุน เมื่อรถมีความเร็วสูงพอ มีลมปะทะด้านหน้ามากพอ
แน่นอนครับ พัดลมไฟฟ้าย่อมเปราะบางกว่าพัดลมเครื่องแน่ เราจึงต้องผ่อนแรงของมัน ใช้มันแต่น้อย ใช่ว่าให้มันทำงานตลอดเวลาที่ติดเครื่อง อย่างนี้ก็พังสิครับ มันจึงควรทำงานควบคู่กับหม้อน้ามีเนียมขนาดใหญ่กว่าเดิมครับ โปรดอย่าเล่น ถอดพัดลมเครื่องทิ้งแล้วใส่พัดลมไฟฟ้าโดยไม่ขยายหม้อน้ำนะครับ ( ยกเว้น 201 เพราะหม้อน้ำกว้างที่สุดแล้ว แต่ถ้าเปลี่ยนไปใช้หม้อน้ามีเนียมได้ จักเป็นพระคุณยิ่ง )
ทางด้านรังผึ้งแอร์ของ 124 ก็เช่นกัน มันมีขนาดเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับขนาดห้องโดยสาร และเทียบกับรถรุ่นที่เราเห็นว่าแอร์เย็นกว่า อีกทั้งมันยังหนาเกินไปจนลมผ่านได้ยากไปหน่อย ผมจึงต้องเอาของ C หรือ E มาใช้แทน ใช้ครับ มันบางกว่า ใหญ่กว่า และเย็นกว่าอย่างชัดเจนครับ
เรื่องลมใหลผ่าน
ผมพบว่ารังผึ้งหม้อน้ำของ ตากลม นอกจากมีขนาดใหญ่จนแทบยัดลงใน 124ไม่ได้ มันยังให้ลมผ่านสดวกดีที่สุด รองลงมาก็คือ รังผึ้งของ วอนโว่ 960
มอเตอร์พัดลม ขนาด 12 นิ้ว สองตัว ลมจะใหลผ่านสดวกกว่า พัดลม 16 นิ้ว ตัวเดียว ทั้งที่ 16 นิ้วอาจให้แรงลมมากกว่า คือว่า มันต้านลมน้อยกว่า เมื่อรถวิ่งครับ
การที่ผมย้ายแตรไปไว้หลังกันชนนั้นมิใช้เพื่อความโก้นะครับ แต่ตัวแตรมันต้านลม และบังทางลบมที่จะใหลมาปะทะรังผึ้งแอร์ และรังผึ้งหม้อน้ำครับ พอย้ายแล้ว รถวิ่งดีขึ้น เสียงลมน้อยลง และ พัดลมไฟฟ้าทะงานน้อยลงครับ
เมื่อผมใช้ 300E ผมก็พบว่า เครื่องยนต์ร้อนมากเกิน เพราะหม้อน้ำมาตฐานมีขนาดเล็กเกินไป
การลดความร้อน มี 2วิธีเท่านั้น
1. เพิ่มพื้นที่รับลมให้มากขึ้น ได้ทดลองเปลี่ยนหม้อน้ำทองแดงใหญ่ขึ้น ก็สามารถแก้ปัญหาได้แล้วในระดับหนึ่ง แต่ก็พบว่า หม้อน้ำทองแดงมีน้ำหนักมากเกินไป ท่านอาจจะคิดว่าน้ำหนักเพิ่มไม่กี่โล แต่เป็นน้ำหนักที่วางอยู่หัวสุดของตัวรถทีเดียว ทำให้รถมีอาการ " หัวหนัก " ขาดความสมดุล ถึงแม้ท่านขับรถช้า แต่ก็จะพบว่า รถที่หัวหนักกว่าท้ายมากๆ ท่านจะรู้สึกว่ารถกระเทือนมาก ขับแล้วเหนื่อยมากครับ จึงเปลี่ยนมาใช้หม้อน้ำมีเนียมที่มีขนาดกว้างกว่าเดิม ก็จะแก้ปัญหาหัวหนักไปได้
2. หากเราไม่เปลี่ยนหม้อน้ำเพราะเสียดายเมียเก่า เราก็สามารถ เพิ่มรอบการหมุนใบพัดได้ เพิ่มให้ลมแรงขึ้น มีลมใหลผ่านหม้อน้ำมากขึ้น เครื่องก็ไม่ร้อนแล้วครับ
วิธีเพิ่มรอบก็ง่ายมากครับ แค่เติมน้ำยา ซิลิโคนลงไปในดุมใบพัดอีกสัก 5 ซีซี เท่านั้น พัดลมก็หมุนเร็วขึ้นแล้ว แต่มันมีข้อเสียมหาศาลทั้งในระยะสั้นและกลาง + ยาว เหลือคณานับครับ
ก.รถจะมีอัตราเร่งที่แย่ลง
ข.เสียงพัดลมจะดังมากราวกับท่านขับเครื่องบินใบพัดก็ไม่ปาน
ค. อัตราบริโภทน้ำมันจะสูงขึ้นอย่างชัดเจนมากครับ
ง.ชิ้นส่วนบริเวณแท่นยึดดุมใบพัดจะชำรุด จนใบพัดอาจหลุดออกมาได้ไม่ยากครับ
ที่นี้มาดูเรื่องใบพัดของเครื่อง 102 , 103 , 104 , 111 ซึ่งล้วนใช้ใบพัดแบบใช้กำลังเครื่อง หมุนตามรอบเครื่อง ซึ่งวิธีนี้น่าจะเหมาะกับพื้นที่ที่มีอากาศไม่ร้อนอย่างบ้านเรามากกว่าครับ เพราะมันจะหมุนช้าลงเมื่ออากาศไม่ร้อน และพออากาศร้อนก็หมุนเร็วขึ้น แต่ก็ยังไม่เร็วพอสำหรับบ้านเรา และข้อเสียอย่างแรงคือ มันหมุนช้ามากในรอบเครื่องเดินเบา จนลมใหลผ่านหม้อน้ำไม่พอเพียง ทำให้เราต้องอาศัยพัดลมไฟฟ้าหน้ารังผึ้งแอร์มาช่วยระบายความร้อนเครื่องอีกทางหนึ่ง เรียกว่า 2 แรงช่วยกัน ทีนี้ ถ้าหน่วยใดทำงานอ่อนแรงไปสักนิดก็ย่อมเกิดเป็นปัญหาขึ้นมาทันที
ในทางตรงกันข้าม พอรถวิ่งเร็ว ใบพัดก็หมุนเร็วตามรอบ ทั้งที่มีอากาศใหลผ่านจากแรงลมที่มาปะทะด้านหน้าอย่างพอเพียง ทำให้เราเสียกำลังเครื่องไปกับหมุนใบพัดโดยปล่าวประโยชน์ครับ
แต่ถ้าเรา ถอดพัดลมเครื่องทิ้ง แล้วใส่พัดลมไฟฟ้าเข้าไปแทน มันก็จะทำงานแบบตรงกันข้ามครับ คือหมุนรอบสูงกว่า ในรอบเดินเบา และ หยุดหมุน เมื่อรถมีความเร็วสูงพอ มีลมปะทะด้านหน้ามากพอ
แน่นอนครับ พัดลมไฟฟ้าย่อมเปราะบางกว่าพัดลมเครื่องแน่ เราจึงต้องผ่อนแรงของมัน ใช้มันแต่น้อย ใช่ว่าให้มันทำงานตลอดเวลาที่ติดเครื่อง อย่างนี้ก็พังสิครับ มันจึงควรทำงานควบคู่กับหม้อน้ามีเนียมขนาดใหญ่กว่าเดิมครับ โปรดอย่าเล่น ถอดพัดลมเครื่องทิ้งแล้วใส่พัดลมไฟฟ้าโดยไม่ขยายหม้อน้ำนะครับ ( ยกเว้น 201 เพราะหม้อน้ำกว้างที่สุดแล้ว แต่ถ้าเปลี่ยนไปใช้หม้อน้ามีเนียมได้ จักเป็นพระคุณยิ่ง )
ทางด้านรังผึ้งแอร์ของ 124 ก็เช่นกัน มันมีขนาดเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับขนาดห้องโดยสาร และเทียบกับรถรุ่นที่เราเห็นว่าแอร์เย็นกว่า อีกทั้งมันยังหนาเกินไปจนลมผ่านได้ยากไปหน่อย ผมจึงต้องเอาของ C หรือ E มาใช้แทน ใช้ครับ มันบางกว่า ใหญ่กว่า และเย็นกว่าอย่างชัดเจนครับ
เรื่องลมใหลผ่าน
ผมพบว่ารังผึ้งหม้อน้ำของ ตากลม นอกจากมีขนาดใหญ่จนแทบยัดลงใน 124ไม่ได้ มันยังให้ลมผ่านสดวกดีที่สุด รองลงมาก็คือ รังผึ้งของ วอนโว่ 960
มอเตอร์พัดลม ขนาด 12 นิ้ว สองตัว ลมจะใหลผ่านสดวกกว่า พัดลม 16 นิ้ว ตัวเดียว ทั้งที่ 16 นิ้วอาจให้แรงลมมากกว่า คือว่า มันต้านลมน้อยกว่า เมื่อรถวิ่งครับ
การที่ผมย้ายแตรไปไว้หลังกันชนนั้นมิใช้เพื่อความโก้นะครับ แต่ตัวแตรมันต้านลม และบังทางลบมที่จะใหลมาปะทะรังผึ้งแอร์ และรังผึ้งหม้อน้ำครับ พอย้ายแล้ว รถวิ่งดีขึ้น เสียงลมน้อยลง และ พัดลมไฟฟ้าทะงานน้อยลงครับ