เรื่องแบตของ 190E AUTO 2.0

punpone

New member
อาทิตย์ที่แล้วก่อนออกจากห้างมีประสบการณ์คือรถสตาร์ตไม่ติดคือเหมือนเครื่องไม่มีแรงจึงสตาร์ตต่อไปอีก2-3ครั้งคราวนี้เงียบไปเลย ครับแบตหมดโดยดูจากช่องตาแมวของแบตคือไม่มีสีเลย(เป็นแบตของBoleden ถ้ามีไฟพอจะเห็นสีเขียว) จึงขอพ่วงแบตแล้วสตาร์ตได้เหมือนเดิม ขับกลับบ้านใช้เวลาประมาณ10นาที จอดทิ้งไว้1คืนตอนเช้าสตาร์ตได้เหมือนเดิมจึงขับไปร้านแบตให้ตรวจสอบ ผลคือไดชาร์จทำงานปกติ คาดว่าแบตเริ่มเกเรแล้ว(ใช้มาปีครึ่ง) จึงเปลียนแบตใหม่ยี่ห้อใหม่แต่ใช้ขนาด75แอมป์เท่าเดิม ให้ทางร้านชาร์จแบตจนเต็มก่อนจึงนำมาติดตั้งในรถ ใช้มาได้4-5วัน เปิดดูแบตอยู่เรื่อยๆแปลกใจที่ว่าทำไมมันถึงโชว์ไฟอ่อนตลอด(แต่สตาร์ตได้ปกติ) จึงเสียวๆว่าสักวันหนึ่งมันคงเกลี้ยงอีก จึงชักสงสัยว่ากำลังของไดชาร์จกับความจุของแบตมันไม่สัมพันธ์กันหรือเปล่า ใครมีความรู้เรื่องนี้ช่วยอธิบายหน่อยครับ
 
ขนาดแบต 75 แอมป์คือ แบตจะสามารถจ่ายไฟได้ด้วยอัตรา 75 แอมป์และจะหมดเกลี้ยงหม้อภายใน 1 ชม. ถ้าสมมุติว่าไดชาร์ทมีขนาด 75 แอมป์เท่ากันก็จะสามารถชาร์ทแบตจากสภาพไฟเกลี้ยงหม้อได้เต็มภายใน 1 ชม.เช่นกัน.(ตัวเลขคร่าวๆ จริงๆแล้วมีวิธีทดสอบที่ซับซ้อนกว่านี้) แต่แบตที่ชาร์ทจนเต็มแล้วเมื่อนำมาใช้งานไฟจะพร่องไปในช่วงสตาร์ทเครื่องยนต์เท่านั้น คือ มอเตอร์สตาร์ทจะดึงกระแสไฟขณะสตาร์ทประมาณ 200 แอมป์ ในช่วงเวลานั้นแบตที่ดีแรงเคลื่อนไฟฟ้าจะตกลงแต่ต้องเหลือมากกว่า 9.8 V แต่เป็นระยะเวลาสั้นๆเพียงประมาณ 2 - 3 วินาทีเท่านั้น ดังนั้นไฟจึงพร่องไปไม่มาก เมื่อเครื่องยนต์ติดแล้ว ไดชาร์ทจะชาร์ทไฟเข้าไปในระยะแรกจะมากหน่อยประมาณ 15 -20 แอมป์ แล้วแต่ว่าไฟพร่องไปมากแค่ใหน และจะค่อยๆลดลงเมื่อไฟไก้ลเต็ม ประมาณอึดใจเดียวก็เต็มเหมือนเดิมแล้วครับ ถ้าแบตเต็มจริงๆจะวัดแรงเคลื่อนได้ 12.65 V ครับ :-D

คำเตือน อย่าปล่อยให้แรงเคลื่อนไฟฟ้าของแบตเหลือต่ำกว่า 10.5 V แบตจะลากลับบ้านเก่าโดยไม่ร่ำลา
icon_sad.gif
 
Back
Top