เล่าไปบ่นไป (ไร้สาระครับ) เจอเพื่อนใช้รุ่นเดียวกันบ่นมา เลยมาบ่นต่อให้ฟัง 555+

PenockiO

New member
สืบเนื่องจาก เพื่อนผมที่ใช้รถรุ่นเดียวกัน E220 เกิดเหตุการณ์ที่รถกินน้ำมันมากผิดปกติ ซึ่งตอนแรกเปลี่ยน O2 ไปก็ไม่หาย แล้วเปลี่ยน Air Temp ก็ไม่หาย สรุปมาเปลี่ยน MAF แล้วหาย ผมเลยอยากมาเล่าให้ฟังว่า การจะเปลี่ยนอุปกรณ์บางระบบนั้น ควรหาข้อมูลทั้งระบบก่อนเสียหน่อยก็ดีครับ เวลาไล่ปัญหาจะได้แก้ได้ถูกจุด มีหลายระบบ เมื่อเสื่อมแล้ว ควรจะเปลี่ยนไปพร้อมๆ กันทั้งชุด (ถ้าทำได้) ไม่เช่นนั้นปัญหาที่เป็นอยู่ก็อาจจะเป็น ๆ หาย ๆ หรือแก้ไม่หายขาด หรืออาจทำให้สิ่งที่เพิ่งเปลี่ยนไปใหม่เสียอีกรอบหนึ่ง

สาเหตุหลักมาจากรถ W124 ที่ใช้ๆ กันนี่ก็อายุเยอะมากโขแล้ว เจ้าของส่วนใหญ่ก็จะเป็นมือที่สามไปแล้ว เป็นต้น ทำให้คนเก่าเคยเปลี่ยนอะไรไว้ หรือทำอะไรไว้บ้างก็ไม่ทราบได้ หรือบางท่านเป็นรถของตัวเองก็ไม่ได้เข้าศูนย์ รอซ่อมตามอาการอย่างเดียว ไม่เคยสนใจที่จะเปลี่ยนอุปกรณ์ตามระยะหรือเวลาที่ควรจะเป็น จากประสบการณ์ที่ผมซ่อมมาเยอะมาก เพราะส่วนตัวเป็นคนละเอียดมากอะไรนิดหน่อยก็จะไม่สบายใจรีบไปหาสาเหตุ ต้องหาข้อมูลเช่นในเว็บก่อน แล้วค่อยไปหาช่าง บางทีกลัวแก้แล้วไม่จบ

สรุปได้ว่า รถรุ่นนี้ซ่อมไม่ยากครับ ซ่อมให้ถูกแล้วจบ ไม่จุกจิก แต่ก็มีหลายอย่างที่ผมไม่ชอบ เช่น ช่วงล่างแข็งกว่ารถญี่ปุ่นอีก ไปให้ช่างหรือคนอื่นลองก็บอกแน่นดี ปกติ ผมลองไปนั่งคันอื่นก็เหมือนกัน แข็งเป็นปกติ (ใจจริงยังอยากไปใช้ W140 เลย เพราะนิ่มกว่าจริง 555) อะไหล่มือสองหลายรายการราคาแรงมาก ไปเชียงกงอะไหล่จะยี่สิบปีละ ราคาครึ่งหนึ่งของซื้อใหม่เป็นส่วนใหญ่ (กัดฟันซื้อใหม่คุ้มกว่ามากกก) ราคาอะไหล่ใหม่และแท้ด้วย ไ่มได้แพงกว่ารถญี่ปุ่นของแท้เลย (ต้องเทียบกับพวกรุ่นล้านกว่าของญี่ปุ่นนะครับ อย่าเอาไปเทียบกับ vios หรือ altis เป็นต้น)

หลังๆ มานี่มีปัญหาเซ็งสุดตรงศูนย์เบนซ์ควบคุมอะไหล่แท้มากขึ้น หลายตัวเริ่มหายากขึ้น และราคาถีบตัวสูงเกินเหตุมาก ๆ ซึ่งข้อดีของอุปกรณ์ศูนย์แท้คือ ทนมาก และเชื่อถือได้ ตัวอย่างเช่น ยางเต้าคาน และสารพัดยาง ของเทียบสู้ไมไ่ด้เลย คุณภาพห่างไกลกันมาก แต่ส่วนใหญ่ก็มักเป็นอะไหล่ที่ไม่ได้เปลี่ยนกันบ่อย ๆ หรอกครับ เป็นต้น ดังนั้นถ้าคิดจะใช้ยาวๆ ก็คงเหมือนที่กูรูหลายท่านในเว็บบอกว่า ซ่อมให้ถึง จะได้จบแล้วใช้ยาวเลยครับ ใช้จนเบื่อกันไปเลยทีเดียว แล้วก็จะเกิดอาการคัน อยากทำนู่นนี่นั่นเพิ่มเติม 555

และอย่่างว่าแหละครับ รถเก่าแล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้ ผมทุกวันนี้ก็ยังมีปัญหาจุก ๆ จิก ๆ กับรถเช่น เข็มความเร็วไม่นิ่ง ว่าจะไปหาสาเหตุว่าสายสึก หรือว่าเป็นที่ตัวเกจวัดต้องดัดสปริง โคมไฟหน้าเก่าปรับตั้งระดับไม่ได้ (ขาหักหมดแล้ว) ซึ่งก็ปัญหาไม่ได้สำคัญเท่าไหร่ หลายคนก็บอกใช้รถเก่าจะให้เหมือนรถใหม่คงจะยาก ซื้อรถใหม่ง่ายกว่าเยอะ ผมก็ว่าจริงอย่างแรง หลัง ๆ ผมเริ่มทำใจได้ อะไรไม่สำคัญก็ปล่อย ๆ มันไปบ้าง เท่าที่เคยทำมาก็บานปลายจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว หลายคนผมก็เชื่อว่าคงประสบชะตากรรมเดียวกัน

ผมว่าปัญหาที่หลายคนเจอสามารถแก้ได้ไม่ยาก ถ้าเจอช่างที่เชื่อถือได้ ไว้ใจได้ และมีความสามารถระดับหนึ่ง และจะยิ่งดีถ้ามีเครื่องสตาร์ด้วย เพราะหลายปัญหามันหาสาเหตุยากครับต้องจับเครื่องถึงจะเห็น (การอ่านค่าจากสตาร์ก็ไม่ได้ยากอะไรเลย ถ้ารู้หลักการหน่อยก็อ่านง่ายครับ ไม่ซับซ้อน เพียงแต่พวกค่าการทำงานจากกล่อง ECU หลายอย่างเราไม่รู้จะไปดูจากตรงไหนถ้าไม่จับด้วยเครื่องอ่าน) สรุปถ้ามีเครื่องก็วินิจฉัยง่ายขึ้นเยอะครับ (เคยคิดจะซื้อมาใช้เอง แต่เห็นราคาแล้วก็เอื่อม ไว้เปิดอู่ค่อยว่ากัน 555) ทุกวันนี้อู่ดี ๆ ไม่โกง จริงใจ มีความสามารถ และราคาสมเหตุผล หายากมากกกกกก อย่างกับงมเข็มในมหาสมุทร ทั้งที่อู่มีเยอะแยะมากมาย อ้อ แล้วต้องเป็นอู่ที่ไม่ต้องรอคิวนานโอเวอร์ด้วย เพราะถ้าอู่ไหนดีหน่อยและมีแรงเชียร์ จะเกิดอาการแห่กันไปแล้วก็กว่าจะได้คิวทำก็รอไปเหอะ หายอยากเลยทีเดียว เป็นอะไรที่น่าหงุดหงิด และน่าเบื่อมาก ๆ สำหรับผู้ใช้รถที่มีปัญหาต้องการแก้ไข 555

แต่ผมก็ดีใจนะที่ได้ใช้และได้ซ่อม จากที่เสียเงินกับเวลาและอารมณ์ไปเยอะมากกับรถคันนี้ เรียกว่าขาดทุนย่อยยับอัปปางเลยทีเดียว แต่ก็แลกมาด้วยความอบอุ่นจากพี่ๆ น้องๆ ในเว็บ และความรู้เรื่องการซ่อมรถ (คิดจะเปิดอู่เองอยู่เลยครับ) และได้รู้จักอีกหลายคนมากมาย และได้ประสบการณ์เสียวจากรถเสียอีกหลายครั้ง ทำให้ได้รู้ว่าทำไมหลายคนบอกว่าไปออกรถใหม่ดีกว่า แต่ก็แพงกว่ามากๆ (เดิมผมก็ใช้รถมือหนึ่งมาตลอด ไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย) ทุกวันนี้ผมก็สองจิตสองใจว่าจะขายดีหรือเปล่า แล้วไปออกรถวัยรุ่นๆ แต่งเท่ห์​ๆ เพราะหลายคนบอกว่าใช้รุ่นนี้ดูแก่ไปเยอะเลย 555 ผมก็เอื่อม มันก็จริงนะ แต่ก็ตัดใจขายลำบากเนื่องจากซ่อมเสียเงินและเสียเวลาไปเยอะมากๆ เหมือนเพื่อน ๆ หลายคนในเว็บที่ทำใจขายไม่ลงเพราะเจ็บตัวไปเยอะแล้วกว่าจะซ่อมจนใช้ได้ดี

ผมเชื่อว่าที่เขียนเล่ามานี่ถ้ามีคนอ่านหมดก็อาจมีคนที่คิดเหมือนผม หรือผ่านมาเหมือนกัน จะได้รู้สึกว่ามีเพื่อนที่เป็นแบบนี้อยู่ และมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นกับการซ่อมรถรุ่นนี้ (ผมเคยรู้สึกย่ำแย่มากกับการซ่อมรถจนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และอยากรู้ว่ามีคนอื่นที่ประสบปัญหา หรือเคยผ่านมาแบบผมไหม่ เผอิญว่าผมซวยและโชคดีพร้อมกัน ดันไปเจอช่างอินดี้มาก ทำงานช้ามาก แต่เก่งสุด ๆ เช่นกัน เลยเสียอารมณ์ไปหลายรอบมาก) ผมก็ขอเป็นกำลังใจให้คนที่กำลังใช้รถรุ่นนี้อยู่แล้วกำลังมีปัญหาแก้ไม่ตก หรือปัญหาจุกจิก คาใจ และขอยืนยันกับคนที่คิดจะซื้อรถรรุ่นนี้ว่า ซ่อมจบได้ ใช้ยาวๆ แต่งบประมาณขึ้นกับสภาพรถที่ได้มา​ 555+

เวิ่นเว้อจบแล้วครับ ^o^
 
คล้ายกันครับ ผมบ้าหนักกว่าอีก คือ ไปซื้อมาซ่อมอีกคัน
และยุ่งกว่าคันเก่า เพราะเจ้าของเดิมไม่รู้วิธีรักษารถ
 
ชาวBonทุกท่านกับคำว่า"เจอชะตากรรม" ในความหมายของคุณ ผมว่าทุกท่านได้ประสบมาแน่นอน:icon_razz: หากเจอปัญหา? มันต้องมีทางแก้!ว่าแต่จะเร็วหรือช้าแค่นั้นเอง;)ใจต้องสู้ หากท้อ

ใจในการแก้ปัญหา นั่นหล่ะ!ตัวทุกข์เลย ที่จะทำให้ไม่มีความสุขในการใช้รถMB ทั้งๆที่ทั่วโลกก็ยอมรับว่าเป็นรถที่มีสมรรถนะยอดเยี่ยมกระเทียมดองขนาดใหน?จริงป่ะ?:D ให้มองไปข้างหน้าครับ อย่าเหลียวหลัง.....อูยยยย...เสียวตรูดดดดดดด:n21::n21::n21:
 
:D เป็นเหมือนกันครับ W124 E280......ซ่อมมันอยู่นั่นแหละ(แต่ก็...หนุกดีนะ) ถอดใจก็หลายครั้ง...แต่เวลาเขาสมบูรณ์.....กระทืบสายเอเซีย...แซง วีโก้ ฟอร์จูนเนอร์ ฯลฯ นิ่มๆ มันมีความสุขอ่ะครับ รถ 20 กว่าปีแล้ว.....ทามมาย....มันขับมันส์...อย่างนี้...ว่ะ :ylsuper:
:eek: แต่งดีๆ วัยรุ่นเห็นยัง....ร้อง....ว้าว.....:eek:



;) ต้องลดความเป็น.....ตาทิพย์....หูทอง...ลงบ้างครับ รถอายุ 20 กว่าปี ไม่งั้นปวด...หมอง...งานเข้าทุกวัน ขับขี่เขาให้คุ้มกับที่ลงทุนไปครับ :icon_razz:
 
:D เป็นเหมือนกันครับ W124 E280......ซ่อมมันอยู่นั่นแหละ(แต่ก็...หนุกดีนะ) ถอดใจก็หลายครั้ง...แต่เวลาเขาสมบูรณ์.....กระทืบสายเอเซีย...แซง วีโก้ ฟอร์จูนเนอร์ ฯลฯ นิ่มๆ มันมีความสุขอ่ะครับ รถ 20 กว่าปีแล้ว.....ทามมาย....มันขับมันส์...อย่างนี้...ว่ะ :ylsuper:
:eek: แต่งดีๆ วัยรุ่นเห็นยัง....ร้อง....ว้าว.....:eek:



;) ต้องลดความเป็น.....ตาทิพย์....หูทอง...ลงบ้างครับ รถอายุ 20 กว่าปี ไม่งั้นปวด...หมอง...งานเข้าทุกวัน ขับขี่เขาให้คุ้มกับที่ลงทุนไปครับ :icon_razz:

รถสวยมากครับ เห็นล้อก็หนาวเเล้วพี่ฮิวอี้
 
ต้องยอมรับว่าw124เป็นคุณปู่ที่มีเสน่ห์ เพราะหากใช้แบบแตนๆก็ดูภูมิฐานน่านับถือ หากจับมาแต่งก็ดูวัยรุ่นอ่อนกว่าวัยเป็นสิบปี อย่าที่ท่านพี่ว่า ต้องทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่บ้าง ไม่งั้นเครียด แต่ก็ไม่ใช่ปล่อยปละละเลยจนไม่ดูแล ส่วนตัวผมชินกับรถมือสองเนื่องจากเริ่มต้นจากรถที่บ้านมาตลอด พ่อและพี่ชายเป็นช่างจึงติดนิสัยเหล่านั้นมาด้วย และรู้สึกว่าภูมิใจที่ได้ทำเองซ่อมเอง เกิดความผูกพันฉันเพื่อนเนื่องจากเราดูแลห่วงใยกัน (รถนะครับ ฮิฮิ) แต่ไม่ใช่ว่าหนีไปใช้รถมือหนึ่งแล้วจะไม่เกิดปัญหา บางอย่างถึงกะอึ้งว่าทำไมพังง่ายอย่างนี้(วะ) ขับรถไป ศึกษาธรรมะไป "สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปในที่สุด" ไม่ว่าตัวเราว่าตัวของเขาw124 ...ขอขอบคุณพื้นที่ในBon ในการแสดงความคิดเห็นครับ:n45:
 
กินน้ำมันมากผิดปกตินี่ประมาณกี่กิโลต่อลิตรหรอคับ ของผมอยู่ลำาง ใช้ในเมือง กินอยู่ประมาณ7โลต่อลิตรเองอ่ะคับ อย่างนี้มันผิดปกติป่าวคับ
 
:D W124 ถ้าเดิมๆ ก็ดูภูมิฐาน ถือว่าเป็น signature ของ Benz ที่เดียว แต่ถ้าอยากเปรี้ยวขึ้นมา...ทาปาก เขียนคิ้ว จัดรองเท้าใหม่ให้สักหน่อย ก็จะเป็นคนละบุคคลิกเลย.....รถผมใส่ตั้งแต่ Max 8 ช่อง >Masterpeice >CDI 16" >Prodrive 070 (ปัจจุบัน โหลดลงเล็กน้อย)......โดยส่วนตัวก็ว่า...วัยรุ่นขึ้นพอควร.....ก็ได้ พี่ๆ ในเวปช่วยเหลือและ.....รมยา....ครับ :p

 
ใช้เบ็นซ์เก่ามีเรื่องให้ซ่อมทั้งปีต้องมีเบื่อมีถ้อกันบ้างเป็นธรรมดาที่สำคัญคือ
- ต้องมีเวลาสำหรับดูแลกันบ้างพอสมควร
- ต้องเรียนรู้ระบบการทำงานต่างๆ เช่นการระบายความร้อน ระบบแอร์ ซ่อมเองเป็นบ้างดีที่สุดเพราะอู่เบ็นซ์ดีมีไม่มาก
- ใช้รถประจำควรมีมากกว่า 1 คันไว้สลับระหว่างรอซ่อม
- หาข้อมูลจุดที่มักมีปัญหากันประจำ แล้วทำการซ่อมเปลี่ยนของใหม่ล่วงหน้าเลย หรือตัวที่สำคัญซื้อสำรองไว้ก่อน
- เบ็นซ์ออกแบบโดยคำนึงถึงในทุกรายละเอียดจะเรียกว่าจุกจิกก้อไม่ได้ ละเอียดมากชิ้นส่วนต้องมาก อายุมากปูนนี้มันย่อมมีทยอยเสียกันไปไม่มีเบื่อ
- เวลาถ้อแท้อารมย์เสีย ก้ออยากให้คิดเทียบว่าที่ใช้รุ่นเก่ากว่านี้ w123 w126 จะผ่านมาขนาดไหน
ตอนนี้มีปัญหาเข้ามาอีก สวิทช์ไฟเบรคเสียซ่ะแล้ว เห็นจิ๊บๆ อย่างนี้ใช่เล่นไปไหนไม่ได้เชียวน่ะครับ
166770_500953286633867_1300006460_n.jpg
 
กินน้ำมันมากผิดปกตินี่ประมาณกี่กิโลต่อลิตรหรอคับ ของผมอยู่ลำาง ใช้ในเมือง กินอยู่ประมาณ7โลต่อลิตรเองอ่ะคับ อย่างนี้มันผิดปกติป่าวคับ

ปกติครับ กรุงเทพรถติด ๆ ประมาณ 6-7 ครับไม่มีทางรอดจากนี้ ผมเครื่อง 2200 ต้องวิ่งยาว ๆ ถึงจะได้ 10-11 ครับ (เท้านิ่ง ๆ นิ่ม ๆ ด้วยนะครับ) สูงสุดเคยได้ 13 km/l แต่ได้ตอนก่อนโอเวอร์ฮอลระบบทั้งหมดครับ พอโอเวอร์ฮอลแล้วกินน้ำมันมากขึ้น แต่ระบบสมบูรณ์ (พวกแรงดันกระบอกสูบได้ตามเสปค รถผมทำแล้วได้สูงกว่าเสปคหน่อย ปกติตามเสปคคือ 150 ลูกสูบโอเวอร์ไซต์ไปเบอร์นึง และการตั้งสายพานโซ่หน้าเครื่องก็มีผลครับ ผมตั้ง 25 ช่างบางคนก็ตั้ง 30 มีผลต่ออัตราเร่งและการกินน้ำมันครับ)

โดยเฉพาะระบบน้ำร้อนที่ทำให้ปรับอุณหภูมิได้ ดั่งใจ จะทำให้แอร์คอมเพรสเซอร์ทำงานตลอดเวลา ตัดไม่เกิน 14 วินาที ต้องต่อทันที ทำให้กินน้ำมันมากขึ้นมาก จากเดิมที่เคยเอาระบบน้ำร้อนออกไปนานแล้วใส่กลับเข้ามาและเปลี่ยนคอมแอร์ใหม่ก็แรงดีมาก ๆ แต่พอแรงดีขึ้นก็กินกำลังเครื่องมากกว่าคอมเก่า ทีเล่าคืออยากจะบอกว่า รถเก่าถ้าซ่อมให้สมบูรณ์ขึ้นเป็นปกติ มักจะต้องกินน้ำมันมากขึ้นด้วย 555 ตามเหตุผลที่บอก และมันจะเร่งขึ้น ขับมันส์ คุณก็จะเหยียบ เหยียบ แล้วก็เหยียบ มันก็จะยิ่งกินครับ

รถ w124 โดยปกติตัวรถเปล่า ๆ หนักประมาณ 1.5-1.6 ตัน แล้วแต่รุ่น ดูตามนี้
http://www.w124.co.uk/dimensions.html
ซึ่งพอกันกับรถญี่ปุ่นครับแทบจะเท่าๆ กันเลย อย่าง toyota camry หนัก 1.4-1.6 ตันเหมือนกัน (หลายคนชอบคิดว่ารถเบนซ์หนักกว่า 555) การกินน้ำมันรถตั้งแต่ปี 94 กับรถปี 2005 ขึ้นไปเทคโนโลยีพวกระบบคำนวณการฉีดน้ำมันห่างไกลกันคนละชั้นเลยครับ ดูอย่างคอมพิวเตอร์ก็ได้ ทำให้อัตราการกินน้ำมันรถใหม่ๆ หรือสมรรถนะรถใหม่ ๆ อย่างไรก็ดีกว่าพอสมควรอยู่ดี (ไม่นับแต่ความแรงนะครับไม่ได้ช่วยอะไร ถนนเมืองไทยวิ่งได้ก็แค่ 80 ในเมือง)

เพื่อนผมเท้าหนักมากขับ E320 (วางเครื่องใหม่) เคยออกตัวแข่งกับ Accord 3.0 บนทางด่วน ขำมากครับ โดน accord ทิ้งไปก่อนหลายช่วงตัวมาก ๆ เวลาลอยตัวค่อยไล่ทัน และเคยแข่งกะ camry hybride โหไม่อยากจะบอกว่า มันแรงเวอร์มากครับ camry hybride อย่าไปดูถูกเชียว อัตราเร่งเป็นเลิศมาก (มีมอเตอร์ช่วยทำให้เร่งขึ้นทุกช่วงรอบ) เพื่อนผมมันก็โรคจิตครับชอบขับรถเร็วชอบแข่งกะชาวบ้าน ถือว่ามีรถแรง แต่ผมไม่เห็นด้วยเพราะไม่ปลอดภัยอย่างยิ่ง ขำสุดเคยเจอรถเต่าแข่งด้วย วางเครื่องพอร์ชมา โหรถเต่าวิ่งได้ 210 ผมช็อคไปเลยครับ แต่ก็ฮาดี เพื่อนจ๋อยเลย 555+ (ตอนไปติดจ่ายค่าผ่านทางด่วนขาลงรถเต่าเค้าจอดรอครับเลยได้คุยกันด้วยดี เลยรู้ว่าไปวางเครื่องมาใหม่ บอกเห็นรถเพื่อนขับเร็วดี เลยอยากลองด้วย) ผมใจไม่ถึง เพราะกลัวถึงชีวิตครับ

แล้วการขับเนื่องจากรถผมติดแก๊สมาได้ซักสองหมื่นโล ผมเลยเอาคอมไปเสียบกับกล่อง ecu แก๊สเลยทำให้ได้รู้ว่า ลักษณะการขับรถแบบไหนทำให้หัวฉีดจ่ายเท่าไหร่บ้าง ลองเอาข้อมูลมาศึกษา พบว่าช่วงออกตัวกดเร่งจะกินมากขึ้นมากเมื่อรอบเกิน 2000 โดยเฉลี่ย ดังนั้นออกตัวเบา ๆ จะประหยัดได้เยอะในกรณีรถติด ๆ ส่วนเมื่อลอยตัวแล้ว เหยียบ 100 km/h จะได้รอบประมาณ 2,500 รอบ เมื่อลอง plot กราฟเทียบการกินน้ำมันแล้วพบว่า ขับที่ 80 ประหยัดกว่ามากกครับ หัวฉีดจากที่เปิด 8 เพิ่มมาเป็น 12 หรือคิดเป็น 50% ที่เพิ่มขึ้นจากเดิม เพื่อให้ได้ความเร็วขึ้นมาแค่ 20 km/h หรือคิดเป็น 25% ของความเร็วที่ 80 km/h ครับ

และมีอีกเรื่องที่หลายท่านอาจไม่สังเกตคือผมลงเหยียบให้แรงซัก 100 km/h แล้วก็ปล่อยคันเร่งหรือถอนออกมาก ๆ สรุปว่า ถ้าไม่ตัดแคตทิ้ง รถจะวิ่งด้วยแรงเฉื่อยดีมากพอสมควร ผมลองคำนวณแล้ว การขับแบบ เร่งแล้วปล่อย เร่งแล้วปล่อย หรือผ่อนคันเร่ง จะทำให้ประหยัดน้ำมันที่สุดครับ (โดยเฉลี่ย) ผมก็แปลกใจมาก แต่จากผลที่คำนวณได้ก็บอกแบบนั้น เช่น ตอนเร่ง 100 km/h หัวฉีดยก 12 ms พอถอนคันเร่งจะลดลงมาเหลือ 4 ms ครับ แต่ความเร็วค่อย ๆ ลงนิดหน่อยเอง (เพราะรถหนักแรงเฉื่อยสูง) ถ้าคุณเหยียบ 100 km/h เป็นเวลา 10 วิ แล้วไม่ผ่อนคันเร่ง หัวฉีดจะยกไปทั้งหมด 12x10 = 120 ms (คิดแบบง่าย ๆ นะครับ ให้เห็นภาพ) แล้วถ้าคุณปล่อยบ้างเช่น เหยียบ 5 วิ ปล่อย 5 วิ ความเร็วจะตกลงไม่มาก อาจเหลือ 85 km/h แต่หัวจ่ายน้ำมันจะจ่าย (12x5)+(4x5) = 80 ms ซึ่งคิดเป็น 2/3 ของการเหยียบแช่ไว้ แต่เมื่อเร่งขึ้นมาให้ได้ 100 km/h อีก การฉีดการเพิ่มขึ้นจาก 12 ms เล็กน้อยแต่ไม่มากและแป๊บเดียว สรุปว่าขับแบบนี้อย่างไรก็ประหยัดสุด แต่มันจะตลกตกลงที่ต้องเร่ง ๆ ปล่อย ๆ หรือผ่อน ๆ 555+
(อยากให้ท่านที่มีคอมโน๊ตบุ๊กและติดแก๊สลองบันทึกข้อมูลแล้วเหยียบเร่งอย่างที่ผมให้ข้อสังเกต แล้วมาคำนวณดูครับว่าตรงกันหรือไม่)

เวิ่นเว้อตอบยาวอีกแล้ว (ขอโทษทีนะครับ) 555+
 
320 เดิมๆ โดนรถยุ่นใหม่ๆสวนช่วงต้นแน่นอนครับ แต่รอบกลางกะปลาย 320 วิ่งดีมากๆ นี่เป็นเหตุผลนึงว่าทำไมผมถึงอยากได้ 3.6 AMG เพราะ bmw 330i ที่ใช้อยู่ วิ่งช่วงต้นดีมาก กับ ตอนชะลอแล้วเร่งแซง เลยอยากได้เครื่อง 104 ที่ต้นจัดๆ แต่ถ้ารอบกลางกะปลาย330i โดน 320 กินครับ:) ถ้าไล่ทันนะ ผมใช้ทั้ง Bmw e46 330i กับ benz 124 320 สลับไปมาเลยเห็นชัดเจนเวลาขับแต่ละคัน
 
ของผมก็e220 ปี94 ใช้ไปปีกว่าๆ 90,000 กม.ซ่อมไปเกือบสองแสน
ได้มาเพราะภรรยาผ่าตัดเนื้องอกในสมองต้องหารถที่นั่งนิ่มที่สุดใน
การเดินทาง ก็เป็นรถที่ใช้ดีมากๆรู้สึกภูมิใจมากทีได้ครอบครองรถในฝัน
ใช้ไปซ่อมไปสนุกดีตอนนี้เริ่มมีกลิ่นน้ำมันออกจากท่อคล้ายเผาไหม้ไม่หมด
ใครมีประสบการช่วยวิเคราะห์ให้หน่อย ได้รับความรู้และเห็นการช่วยเหลือ
ซึ่งกันและกันของสมาชิกแล้วรู้สึกอบอุ่น ที่ซ่อมมากหน่อยเพราะร้อนวิชา
อยากลองของอ่านเจอใครซ่อมอะไรเหมือนกับของเราจะเป็นด้วย ทั้งที่
ยังไม่เสียดูราคาอะไหล่ก็ไม่แพง เวลานับรวมค่าซ่อมก็เริ่มถอดใจเหมือนกัน
อยากใช้ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้เพื่อรำลึกถึงภรรยาที่จากไป
 
320 เดิมๆ โดนรถยุ่นใหม่ๆสวนช่วงต้นแน่นอนครับ แต่รอบกลางกะปลาย 320 วิ่งดีมากๆ นี่เป็นเหตุผลนึงว่าทำไมผมถึงอยากได้ 3.6 AMG เพราะ bmw 330i ที่ใช้อยู่ วิ่งช่วงต้นดีมาก กับ ตอนชะลอแล้วเร่งแซง เลยอยากได้เครื่อง 104 ที่ต้นจัดๆ แต่ถ้ารอบกลางกะปลาย330i โดน 320 กินครับ:) ถ้าไล่ทันนะ ผมใช้ทั้ง Bmw e46 330i กับ benz 124 320 สลับไปมาเลยเห็นชัดเจนเวลาขับแต่ละคัน


เชงเม้ง ที่ผ่านมา ผมใช้ เทียน่า 2.5 ช่งจากชุมพร เข้า กทม. ได้เจอ W124 Eหลัง เดาว่า 300E ช่วงที่วิ่ง เจอกันแรกๆ เทียน่า เป็นต่อ เบนซ์ คงจะอย่างที่เทพเอ๊าะบอก ช่วงต้น เบนซ์ทำได้แค่ ตามท้าย ไม่สามารถจะแซงเทียน่าได้ แต่ผมนำหน้าอยู่ นานๆ เข้า ต้องยอมให้เบนซ์ แซงไป เพราะ ขับรถญี่ปุ่น บนความเร็ว นานๆ เหนื่อยคับ ฟิลลิ่ง ไม่เหมือนขับเบนซ์

ทีนี้กลับมา ตามหัวเรื่องของ จขกท. ใช่ครับ รถเบนซ์ เป็นรถที่ดี ซ่อมให้ดี ใช้ได้นาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รถเบนซ์พวกเรา อายุมากโข ซ่อมยังไง ก็ซ่อมไม่หมด ต้องมีบ้าง ที่รถต้องจอดอู่ และจำเป็นมากด้วย ที่จะต้องเข้าอู่เบนซ์ ที่ถนัดซ่อมรถเบนซ์ ประสบการณ์ผม เคยเข้าอู่ ที่ไม่ใช่อู่เบนซ์ เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และก็ไม่จบ แต่ตั้งแต่ เข้ามาเป็น สมช.ใน เว็บนี้ และเดินตามรอย พี่ๆ โดยลุงสี่ ที่เคารพ ขออนุญาติเอ่ยนามท่าน ผมเดินตามรอยลุงสี่ ตามที่ลุงสี่เคย พูดอยู่เสมอ "ทำรถเพื่อให้ใช้ทน ไม่ใช่ทนใช้" ขอบคุณลุงครับ ทุกวันนี้ ผมมีความสุขกับการทำรถคันนี้ มากๆ
 
ของผมก็e220 ปี94 ใช้ไปปีกว่าๆ 90,000 กม.ซ่อมไปเกือบสองแสน
ได้มาเพราะภรรยาผ่าตัดเนื้องอกในสมองต้องหารถที่นั่งนิ่มที่สุดใน
การเดินทาง ก็เป็นรถที่ใช้ดีมากๆรู้สึกภูมิใจมากทีได้ครอบครองรถในฝัน
ใช้ไปซ่อมไปสนุกดีตอนนี้เริ่มมีกลิ่นน้ำมันออกจากท่อคล้ายเผาไหม้ไม่หมด
ใครมีประสบการช่วยวิเคราะห์ให้หน่อย ได้รับความรู้และเห็นการช่วยเหลือ
ซึ่งกันและกันของสมาชิกแล้วรู้สึกอบอุ่น ที่ซ่อมมากหน่อยเพราะร้อนวิชา
อยากลองของอ่านเจอใครซ่อมอะไรเหมือนกับของเราจะเป็นด้วย ทั้งที่
ยังไม่เสียดูราคาอะไหล่ก็ไม่แพง เวลานับรวมค่าซ่อมก็เริ่มถอดใจเหมือนกัน
อยากใช้ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้เพื่อรำลึกถึงภรรยาที่จากไป

กลิ่นน้ำมันออกจากท่อ เหมือนเผาไหม้ไม่หมด <--- ลองวัด error code ดูก่อนว่าขึ้น code 13 หรือเปล่า (ถ้าจำไม่ผิด code นี้จะบอกว่า o2 จับได้ว่า rich or lean หนาหรือบาง ไป) ถ้าใช่ก็ลองหาทางแก้ไขดูครับ ระบบเกี่ยวกับการเผาไหม้ก็ตั้งแต่ ตัววัดความหนาแน่นอากาศ, ตัวควบคุมรอบเดินเบา, ตัววัดอุณหภูมิอากาศ, ตัววัดปริมาณ 02 แล้วก็มีรายละเอียดอื่นๆ อีก อย่าปล่อยไว้นาน ไปหาช่างตามที่ใน BON แนะนำก็ได้ครับมีหลายอู่ ขอให้หายไวๆ นะครับ
 
เชงเม้ง ที่ผ่านมา ผมใช้ เทียน่า 2.5 ช่งจากชุมพร เข้า กทม. ได้เจอ W124 Eหลัง เดาว่า 300E ช่วงที่วิ่ง เจอกันแรกๆ เทียน่า เป็นต่อ เบนซ์ คงจะอย่างที่เทพเอ๊าะบอก ช่วงต้น เบนซ์ทำได้แค่ ตามท้าย ไม่สามารถจะแซงเทียน่าได้ แต่ผมนำหน้าอยู่ นานๆ เข้า ต้องยอมให้เบนซ์ แซงไป เพราะ ขับรถญี่ปุ่น บนความเร็ว นานๆ เหนื่อยคับ ฟิลลิ่ง ไม่เหมือนขับเบนซ์

ทีนี้กลับมา ตามหัวเรื่องของ จขกท. ใช่ครับ รถเบนซ์ เป็นรถที่ดี ซ่อมให้ดี ใช้ได้นาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รถเบนซ์พวกเรา อายุมากโข ซ่อมยังไง ก็ซ่อมไม่หมด ต้องมีบ้าง ที่รถต้องจอดอู่ และจำเป็นมากด้วย ที่จะต้องเข้าอู่เบนซ์ ที่ถนัดซ่อมรถเบนซ์ ประสบการณ์ผม เคยเข้าอู่ ที่ไม่ใช่อู่เบนซ์ เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา และก็ไม่จบ แต่ตั้งแต่ เข้ามาเป็น สมช.ใน เว็บนี้ และเดินตามรอย พี่ๆ โดยลุงสี่ ที่เคารพ ขออนุญาติเอ่ยนามท่าน ผมเดินตามรอยลุงสี่ ตามที่ลุงสี่เคย พูดอยู่เสมอ "ทำรถเพื่อให้ใช้ทน ไม่ใช่ทนใช้" ขอบคุณลุงครับ ทุกวันนี้ ผมมีความสุขกับการทำรถคันนี้ มากๆ

เทียน่ารุ่น 2.5 ขับแช่ความเร็วสูง นาน ๆ เจอปัญหาเรื่อง เกียร์ตัดรอบตกเองอัตโนมัติไหมครับ ร้อนจัดระบายความร้อนไม่ทัน เห็นเป็นกันหลายท่านที่ใช้รุ่นนี้ แอบสงสัยน่ะครับ แหมจะว่าไปผมว่าเทียน่าเบาะนั่งสบายกว่าเบนซ์เยอะแยะมากมายครับ ผมคิดว่าขับทางไกลเหนื่อยน้อยกว่า W124 นะ 555+
 
เทียน่ารุ่น 2.5 ขับแช่ความเร็วสูง นาน ๆ เจอปัญหาเรื่อง เกียร์ตัดรอบตกเองอัตโนมัติไหมครับ ร้อนจัดระบายความร้อนไม่ทัน เห็นเป็นกันหลายท่านที่ใช้รุ่นนี้ แอบสงสัยน่ะครับ แหมจะว่าไปผมว่าเทียน่าเบาะนั่งสบายกว่าเบนซ์เยอะแยะมากมายครับ ผมคิดว่าขับทางไกลเหนื่อยน้อยกว่า W124 นะ 555+


ขออนุญาต เจ้าของกระทู้ ด้วยนะครับ :ylsuper:

ที่มีปัญหา เป็นรุ่นแรกๆ น่ะ ครับ ของผมเป็นรุ่น ไมเนอร์แล้ว มีการติดตั้งออยเกียร์ เพิ่มเติม ไม่เหมือนรุ่นแรกไม่มี เลยไม่พบปัญหานี้ เบาะนั่ง ระหว่างเบนซ์ กะเทียน่า เบนซ์นั่งสบายกว่าครับ อาจจะเพราะ สรีระ ร่างกายผม เป็นคนตัวใหญ่ก็ได้ ถ้าขับช้า ก็น่าจะเหนื่อยน้อย ถ้าขับเร็ว เครื่องยนต์เทียน่าไปได้ก็จริง แต่ช่วงล่างของรถ ไม่เหมาะกับการขับเร็วๆ คับ โดยเฉพาะเส้นทางที่มีโค้งด้วย เบนซ์ เข้าโค้งที่ความเร็วสูงๆได้ แต่เทียน่าไม่ได้ครับ อาจจะเป็นเพราะเทียน่าเดิมๆ แต่เบนซ์ ผมเซ็ท ช่วงล่างตามพี่ๆ สมช. ที่นี่ ส่วนตัวผมมองเทียน่า เหมาะวิ่งในเมือง ชีวิตเร่งรีบ รีบด่วน

เทียน่าผม ซื้อเมื่อ 30/12/11 มีการเคลมโช๊คอัพ หลังขวา ที่ 30000 กม. และหน้าขวา 32000 กม. ล่าสุดวันนี้ เปลี่ยนแบตเตอรี่ แล้วครับ ใครว่ารถใหม่ไม่ต้องซ่อม ไม่จริ๊งไม่จริง :n11:

 
Last edited:
Back
Top