อื่นๆ เบ็ดเตล็ด แดมป์รถ 124 จำเปนมั้ย จะทำให้รถเงียบลงหรือเปล่า

Bomberman2299

New member
ท่านใดลองมาแล้ว แนะนำหน่อยครับ ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร
 
มันคืออะไร แนะนำหน่อย ไม่รู้จริงๆครับ

:cool:
 
แผ่นแดมป์สีดำๆ ที่ทำให้รถเสียงลงครับ นิยมสำหรับรถที่ทำเครื่องเสียงมา
 
มันใช้ได้กับรถที่เขาเอาเหล็กบางๆมาทำรถ อย่างรถญี่ปุ่น โดยใช้วิธีพับหยักพื้นผิวให้แข็งแรง แต่ 124 เหล็กมันหนา และเขาขี้โม้ว่าแอร์โรไดนามิคมันดี เสียงเหล็กตัวถังกระพือเนื่องจากลมไม่น่าจะมีผล แต่ที่เสียงเข้าห้องโดยสาร น่าจะเกิดจากการหลวม ระยะห่าง ระยะรุน การซีล มากกว่า และถ้าสังเกตุ 124 เขาพอกแด้มป์มาให้เต็มที่อยู่แล้วครับ นอกจากท่านจะเอารถไปทำสีมาใหม่ครับ
 
เสียงที่ได้ยินในห้องโดยสาร
ถ้าเป็นเสียงจากภายในเอง
เช่น อะไรหลวม ขยับไปมา
การแดมป์คงไม่ช่วยอะไร

ส่วนเสียงจากภายนอก มักจะมาจาก
-ยางขอบประตูซีลไม่สนิท แก้ด้วยการตั้งประตู
หรือเปลี่ยนยางแท้

-กระจกบังลมหน้า มีจุดรั่ว จะมีเสียงลมเข้าแถมน้ำ
และ สนิม

- เสียงมาจาก การซีลไม่สนิท ของตู้แอร์
และตัวถัง

-เสียงจากยางกันฝุ่นสายไมล์หลุด-ขาด

ที่ว่ามานี่ การแดมป์ ไม่ช่วยอะไรเลย

ถ้าสมบูรณ์ๆจริงๆ เงียบมากๆอยู่แล้ว
 
ถ้าอยากทราบ ต้องถามรถคุณช้าง ก็แดมป์ทั้่งคัน ครับ เท่าที่ทราบก็เงียบขึ้น

เพราะการแดมป์ จะลดเสียงรบกวนจากการสั่น กระพือของเหล็กตัวถัง

แต่ไม่ได้ลดเสียง ที่ดังจากปัจจัยอื่นตามที่พี่สมชายบอก

แต่ก็จะได้น้ำหนัก รถที่เพิ่มมากขึ้นมาอีก

จิงแร้วถ้ารื้อ พรหมด้านล่างออก ก็จะพบว่า มีการแดมป์ มาจากโรงงาน บริเวณ พื้นรถด้วย ทั้ง สี่หลุมวางเท้า

เรื่องราคา จำได้ไม่แม่น แผ่นละหลักร้อย ซื้อยกกล่อง ๆล่ะ หกแผ่น จะถูกลงหน่อย 3-400 ต่อแผ่นมั๊งครับ

แต่ถ้าเป็นรุ่นที่มีแผนฟลอยอลูมิเนียมก็จะแพงขึ้นอีกหน่อย
:D
 
ขออนุญาติท่านจขกท.ถามแทรกประเด็นนิดนึงนะครับ :D

-ยางขอบประตูซีลไม่สนิท แก้ด้วยการตั้งประตู
หรือเปลี่ยนยางแท้

การตั้งประตูกับเปลี่ยนยางขอบประตูนี่ จำเป็นต้องมีลำดับการทำก่อนหลังไหมครับพี่สมชาย ? คือผมสงสัยอย่างนี้ครับ ถ้าหากเราเปลี่ยนยางขอบประตูก่อน แล้วค่อยตั้งประตู อันนี้คงน่าจะ ไม่มีปัญหาอะไรเพราะหลังจากที่ตั้งประตูเสร็จแล้ว ระยะห่างหรือช่องว่างต่างๆ มันก็คงจะเข้าล็อกแนบสนิทกันทั้งหมดตามรูปร่างยางอันใหม่(ข้อสันนิษฐานของผมนะครับ :)) แต่ถ้าหากเราตั้งประตูก่อน ระยะต่างๆก็จะถูกฟิกซ์ไว้กับรูปร่างยางอันเก่า พอไปเปลี่ยนยางขอบประตูอันใหม่ มันจะทำให้เกิดช่องว่างหรือไม่พอดี อะไรทำนองนี้หรือเปล่าครับ :confused:
 
Last edited:
เรียน เจ้าของกระทู้ ตามที่พี่ สมชายบอกทุกประการครับ การดัมพ์มีส่วนช่วยจากเดิมบ้างครับ ตั้งประตูเสียงเงียบลงชัดเจน
 
ยางขอบประตูแท้ ราคามันชุดละเท่าไหร่ครับ
 
ยางขอบประตูแท้ ราคามันชุดละเท่าไหร่ครับ

ยางขอบประตู 124 ของรุ่น 4 ประตู แท้เส้นละประมาณ 4000 นี่ราคาร้านอะไหล่แล้วนะครับ

ของเทียบผมลองมาแล้ว ยังไงเก็บเสียงสู้ของแท้ไม่ได้ แถมปิดประตูก็ยากด้วย ของเทียบถ้าได้ยางแข็ง ๆ มาะปิดประตูโคตรยากครับ บางคันมันกัดสีขอบประตูด้วย

ปกติรถออกจากโรงงานเก็บเสียงดีมาก แต่อายุขนาดนี้ การเก็บเสียงย่อมด้อยลง

ถ้าคันไหน ประตูผุ พลาสติกเสื่อมแตกกรอบ จะมีเสียงเล็ดลอดมาได้

ของผมแดมป์ 4 ประตู เสียงตอนจอดเงียบดี เสียงรถวิ่งผ่านก็ไม่ดังมาก

แต่ตอนวิ่งมีเสียงลม เสียงยางบดถนน เพราะประตูดันผุชายขอบข้างล่างฝั่งคนขับพอดี

และยังมีเสียงเร่งเครื่องตามรอบให้ได้ยินด้วย

ดังนั้น อยู่ที่ความสมบูรณ์ของรถ แดมป์ไปก็ช่วยได้ระดับนึง แต่พวกประตู ยางขอบประตูต้องสมบูรณ์พอด้วยครับ
 
แล้วของเทียบราคาเท่าไหร่ครับ จะลองเปรียบเทียบดู
 
ของเทียบ ผมซื้อเส้นละ 1200 เอาแบบนิ่มที่สุดแล้ว ยังนิ่มไม่เท่าของแท้ ใส่ใหม่ ๆ ปิดประตูยาก กว่าจะเข้าที่ก็นาน ระยะนึง

ถ้าของติดรถ ยังไม่ขาด แหว่งเยอะ ๆ แค่หด ๆ ผมว่าอย่าเปลี่ยนของเทียบครับ ไม่คุ้ม

เอาว่า ต่อให้มันขาด แหว่ง แต่ปิดประตูเสียงนิ่ม แน่น ใช้ไปเถอะครับ

ไว้ไปร้านอะไหล่จะถามให้อีกครั้งนึง ราคาเบนซ์ไทยแลนด์ขยันปรับขึ้นประจำ
 
จำเป็นไหม ตอบ ไม่จำเป็น

ช่วยไหม ตอบ ในกรณีคุณติดเครื่องเสียงชุดมันช่วยได้มาก

พอดีผมลงเครื่องเสียง ผมใส่ แต่ถ้าไม่ลงเครื่องเสียงอยู่ดีๆผมคงไม่ใส่หรอก

ผมจะเริ่มที่ทำยางขอบประตูให้สมบูรณ์ก่อนครับ
 
ต้องถามก่อนว่า มีงบเท่าไหร่ คาดหวังว่าจะเงียบขึ้นซักกี่ %
ผมกำลังศึกษาเรื่องการ แดมป์รถเพราะผมว่ามันดังกว่ารถญี่ปุ่นใหม่ๆ เสียอีก เนื่องจากเก่าแล้วอะไร ๆ ก็เสื่อมหลวม หลุด ลอก​ฯ เป็นธรรมดา และ W124 อย่างไรก็เงียบสู้รุ่นใหม่กว่าไม่ได้เลยเช่น W210, W211 เป็นต้น เพราะการออกแบบตัวถังก็พัฒนากันไปเรื่อย ๆ

ในบอร์ดนี้พี่ ๆ หลายท่านเคยกรุณาให้ความรู้ไว้ดังนี้ครับ เท่าที่ผมพอจำได้
เสียงเข้ารถมาจากส่วนต่อไปนี้

- พื้นรถ ยิ่งโหลดเตี้ย เสียงสะท้อนจากถนนจะชัดเจนมากขึ้น
- ประตูสี่บาน จะชัดเจนเวลามีรถมอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านด้านข้าง และเสียงลงที่ความเร็วสูง (โดยเฉพาะที่ติดกันลมประตูด้านบน) ปกติจะมีแผ่นพลาสติกบาง ๆ สีชมพูติดมาให้ชั้นนึง
- ซุ้มล้อด้านหน้าและหลัง เสียงยางจะชัดเจนมากถ้าเป็นยางหน้ากว้างและแก้มเตี้ย หรือยางที่ไม่ได้ออกแบบมาให้เงียบ หรือยางเก่า
- กระโปรงท้าย ที่เก็บของด้านหลัง
- เพดานหลังคารถ เวลาฝนตก
- คอนโซลหน้ารถส่วนตัวถัง ถ้าเปลี่ยนเป็นพัดลมไฟฟ้าเสียงเครื่องจะค่อยลงอย่างชัดเจน

ปัญหาคือ จะต้องแดมป์จุดไหนบ้าง คำตอบคือ แดมป์มันทุกจุดที่เป็นไปได้ (ถ้าแดมป์จุดนึงเงียบขึ้น เราจะได้ยินเสียงจากจุดอื่นชัดขึ้นแทน ก็ต้องไล่ไปเรื่อยๆ จนพอใจ) หรือเรียกว่า แดมป์ทั้งคัน จะเงียบขึ้นชัดเจน มีรถคนรู้จักไปแดมป์มาทั้งคันหมดไปสองหมื่นกว่าบาทเงียบขึ้นชัดเจนมาก ก่อนกับหลังต่างกัน 50-60% เห็น ๆ วัดด้วยโปรแกรมวัดเสียงในมือถือ (ง่าย ๆ) ก็เงียบขึ้นจากปกติ ดังประมาณ 65-75 dB ก็ลดลงเหลือ 55-65 dB วัดเส้นทางเดียวกัน ทำความเร็วใกล้กันทั้งสองการทดสอบ

จุดไหนแดมป์แล้วเห็นผลที่สุด จากที่ได้อ่านผ่านตามาจากรถหลายยี่ห้อส่วนใหญ่แนะนำ พื้นรถ กับ ประตู เป็นหลัก หรืออาจมีเลยไปถึงเบาะหลังติดกับห้องเก็บสัมภาระ และใต้คอนโซลด้านหน้า

ผมได้สังเกตรถ w124 แดมป์ได้ในบริเวณเหล่านี้ครับ
- ที่นั่งเบาะหลัง เพราะยกเบาะออกมาจะเห็นเป็นเหล็กแผ่นเชื่อมกันอย่างสวยงามเรียบร้อยเป็นแผ่นใหญ่ ๆ ทั้งพนักพิงและส่วนก้นนั่ง ถ้าแดมป์ก็จัดให้เต็มพื้นที่เลย ซึ่งมีระดับความสูงให้แดมป์พอสมควร ส่วนลำโพงด้านหลังก็เป็นช่องลงไปถึงที่เก็บของท้ายรถ เสียงจากท้ายรถก็อาจก้องเข้ามาได้ ถ้าแดมป์รอบดอกลำโพงได้ช่วยให้เงียบขึ้น (ส่วนด้านหลังรถผมทำแล้วเงียบขึ้นจริง แต่เงียบเฉพาะด้านหลังคนนั่งหลังจะรู้สึกชัดเจน)

- ส่วนใต้ท้องรถด้านนอกเนื่องจากผมทำงานแถวบางขุนเทียนทำให้กลัวหลายอย่างผุ จึงไปให้ช่างฉีดพวกโคทแบบที่เป็นสีดำเนื้อคล้ายยางมะตอยจะนิ่มหน่อยวันแรก ๆ พอเซตตัวแล้วจะแข็งปกติ ก็ช่วยให้เสียงลดลงได้ ฉีดทั้งใต้ท้องรถและซุ้มล้อทั้งสี่

- ส่วนประตู ควรเปลี่ยนจากพลาสติกสีชมพูเป็นแผ่นแดมป์แบบบางมีฟลอยด์ก็ได้ (เพราะไม่มีที่เผื่อถ้าแผ่นหนาเวลาใส่แผงประตูกลับเข้าไปจะไม่สนิทไม่ลงล็อค) มีพี่ท่านหนึ่งในบอร์ดแนะนำแบบประหยัด ใช้ได้ผลดีเหมือนกัน โดยใช้พลาสติกเหนียว ๆ ขาดยาก เช่นพลาสติกปูโต๊ะกินข้าวแล้วก็ทากาวติดให้สนิท ก็ช่วยให้เงียบขึ้นมาก จะชั้นเดียวหรือสองชั้น (คือยัดแผ่นยางแดมป์แปะประตูด้านที่ติดกับนอกรถด้วยก็ได้ แต่จะติดได้ไม่เต็ม จำไม่ผิดของเดิมติดรถมาจะมีแผ่นยางแปะไว้ครึ่งบนของประตูอยู่แล้ว เราก็แปะเพิ่มด้านล่างได้) สังเกตุได้จากเวลามีรถมอเตอร์ไซค์ขับผ่าน

- ส่วนปัญหาที่หนักหนาคือยางขอบประตู ผมเปลี่ยนของเทียบเส้นละพันสองก็ว่านิ่มดี (ของแท้ห้างเส้นละห้าพัน) สังเกตุดี ๆ ของเทียบกับของแท้ยางจะทรงไม่เหมือนกัน ของแท้ติดรถจะมีปีกที่ขอบด้านบนประตูยื่นออกมา ของเทียบไม่มี (ผมว่ามีผล) ของเทียบแรก ๆ ก็เงียบดี แต่ไปเรื่อยๆ ก็ชักไม่เงียบแล้วแค่ปีกว่าเอง (เท่ากับของเก่าติดรถมาจะยี่สิบปี) ส่วนประตูปิดยาก โดยธรรมชาติประตูรถ W124 ปิดยากอยู่แล้วในกรณีที่ปิดทุกบานแล้วเหลือเปิดอยู่บานเดียว ถ้าปิดจะมีลมอัดสะท้อนกลับมา ลองแง้มกระจกหน่อยค่อยปิด จะเห็นว่าง่ายขึ้นเยอะ ส่วนปิดยากกรณีอื่นอาจเป็นเพราะ ประตูตกไม่ได้ตั้งนานแล้ว ไม่ลงล็อคกับกลอนล็อกประตูที่ติดกับตัวถัง ซึ่งหลายคันกลอนก็อาจไม่ดีแล้วด้วยพลาสติกแข็งหรือยุบไปมากแล้ว

- ส่วนกันลมติดประตูจะแบบติดกาวของเทียบ หรือแบบมีขอเกี่ยวของแท้ เวลาขับเร็วๆ ก็มีเสียงลมปะทะอยู่ดี เหมือนกับออกแบบไว้ไม่ได้รองรับกันดีอย่างรถรุ่นใหม่ๆ จะมากจะน้อยก็แล้วแต่ว่าขอบประตูเก็บเสียงดีไหมด้วย ทางที่ดีถ้าไม่ได้ใช้ก็เอาออกดีสุด (ผมติดเพราะจอดตากแดดจะแง้มกระจกประตูไว้หน่อยนึง ตัวกันลมมันบังสายตาคนทั่วไปมองไม่เห็นว่าแง้มกระจกอยู่)

- ส่วนเพดานถ้าอยากประหยัดและได้ผลดีก็ไปหาแผ่นโฟมที่ด้านหนึ่งเป็นฟลอยด์แบบติดใต้กระโปรงรถแต่เป็นแบบตัวบาง ๆ มาติดก็จะกันความร้อนจากหลังคาและลดเสียงฝนตกกระทบได้ดี (ข้อดีคือมันเบามากและมีกาวในตัวติดเองได้ไม่ยาก)

- ส่วนพื้นรถใต้พรมที่เป็นโฟมอย่างหนา ผมก็ไม่แน่ใจว่าแดมป์แล้วจะมีผลมากน้อยแค่ไหนถ้าทำเฉพาะส่วนนี้ (ว่าจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ) ความเห็นส่วนตัวอยากรื้อคอนโซลตรงกระปุกเกียร์ทำด้วยเลย จะได้เนียนๆ เต็ม ๆ แต่โฟมกับยางแดมป์ มันมีคุณสมบัติต่างกัน ผมว่าถ้าติดยางเข้าไปก็น่าจะมีผลให้เงียบขึ้น

- ส่วนซุ้มล้อหน้าหลัง (ด้านหลังแดมป์ไปพร้อมกับใต้เบาะและพนักพิงพอแล้วครับ) ด้านหน้าเนี่ยควรแดมป์ภายในตั้งแต่แป้นเหยียบคันเร่งขึ้นไปจนถึงใต้คอนโซล หรือใครได้รื้อคอนโซลมาทำแอร์ก็จัดซะเลยทีเดียวก็ดีครับ ผมว่าน่าจะช่วยได้ (อะไรที่มีรูอยู่เช่น รูร้อยสายไฟหรือสายคันเร่ง ก็จะได้ตรวจดูว่าเรียบร้อยดีไหม ยางอยู่ครบไหม จะใช้ซิลิโคนซีลให้สนิทเลยไหม) แต่ปกติใต้คอนโซลหน้าจะมียางเหนียว ๆ ทาอยู่แล้วหนาประมาณนึง

- ส่วนพวกเสา A, B, C ด้านหน้า กลางรถ และด้านหลัง ผมไม่รู้ว่ามีผลแค่ไหน แต่ถ้าคันไหนไปทำเบาะภายในทั้งคันเค้าต้องรื้อหมด จัดไปเลยก็ดีครับทีเดียวจบ พื้นที่ไม่มากไม่เปลืองเท่าไหร่

- ในห้องเครื่องก็มีพวกฉนวนไฟล์วอลล์ถ้าหายไปก็หามาใส่ แล้วใต้ฝากระโปรงรถถ้าแผ่นเก่ามันดูแย่แล้วก็ไปหาซื้อแบบมีฟอยด์หนา ๆ มีกาวสำเร็จ สำหรับรถยุโรปมาตัดแปะเข้าไปไม่ยาก

- ห้องสัมภาระด้านท้าย จะแดมป์ก็ดีครับเพราะมันมีรูเยอะ ตัวถังมันกลวงเสียงมันก้องถึงกันได้หมด ก็แดมป์ปิดรูให้เกือบสนิท (ผมก็ไม่ทราบว่าถ้าปิดสนิททุกรูจะไปปิดทางระบายน้ำในตัวถังรถหรือไม่) หลุมล้ออะไหล่ก็แดมป์แบบบาง ๆ ถูก ๆ ได้ ปิดถึงถังน้ำมันด้านหลังก็ได้ครับ

- ส่วนเสียงภายในห้องโดยสารที่เกิดจากพลาสติกตัวล็อกหลวม หัก กรอบ เสียดสีกัน สปริงในเบาะ และเบาะหนังแข็งอะไรสีโดนก็มีเสียง เหล่านี้แก้ไม่ยากไปหุ้มหนังภายในใหม่หมดก็จะหายครับ แต่เปลืองตังค์

- เสียงยางรถยนต์มีผลชัดเจน ใช้ยางแก้มหนาๆ เงียบ ๆ นุ่ม ๆ และอย่าโหลดรถให้เตี้ย ก็ช่วยได้มากครับ

ปัญหาถัดมาคือเมื่อพอทราบว่าจะแดมป์ตรงไหนได้บ้างคร่าว ๆ แล้ว สิ่งทีปวดหัวสุดคือจะแดมป์ด้วยวัสดุอะไรดี ส่วนใหญ่ร้านก็จะทำง่าย ๆ เอาแผ่นแดมป์แบบยาง หรือมีฟลอยด์หน่อย (แพงกว่า) มาแปะให้เท่านั้นเลยชั้นเดียวบางๆ หลายชั้นก็เปลืองมาก บอกเลยว่าได้ผลแต่ไม่เท่าไหร่ เพราะวัสดุช่วยเก็บเสียงมันมีหลายแบบ แต่ละแบบจะเหมาะกับความถี่ของเสียงหรือลักษณะการเกิดเสียงที่ไม่เหมือนกัน เช่น กันสั่น ก้นเสียง ซับเสียง เป็นต้น เช่น มีแบบแผ่นฟลอยด์เหมือนแปะกะทะรั่วก็มีครับแพงมากด้วยไว้กันสั่น เมืองไทยผมไม่ค่อยเห็นมี ยางก็ช่วยกันสั่นได้ครับและซับเสียงด้วย และก็มีโฟมก็ซับเสียงได้ดีมาก และมีพวกผ้าห่มหรือผ้าขี้ริ้วก็ซับเสียงได้ดี สรุปคือ มันต้องใช้วัสดุหลายชั้นในแต่ละจุดให้เหมาะสม โดยเฉพาะพื้นรถกับซุ้มด้านหน้าและหลัง (รวมถึงที่รองนั่งเบาะหลังและพนักพิงด้วย และห้องสัมภาระท้ายรถด้วย)

ถามว่ามีสูตรสำเร็จไหม ตอบเลยว่า มี ซึ่งได้จากประสบการณ์ของช่างติดตั้งแต่ละคน หรือแม้แต่เว็บบริษัทแม่ที่ขายของเหล่านี้ก็มีแนะนำไว้ครับ แต่ต้องศึกษาและค้นหาพอสมควร เพราะจะรถยี่ห้อไหน ก็วางองค์ประกอบรถไม่ต่างกันเท่าไหร่ เช่น จะแดมป์ประตู ของยี่ห้อ STP จะมีแนะนำไว้ว่าจะแดมป์สองชั้นแตละจุดต้องเป็นวัสดุอะไรบ้าง เป็นต้น

ปล. แดมป์ทั้งคันอย่างดี ก็เงียบขึ้นจริง แต่อาจไม่เท่ารถใหม่ ๆ หรือรถรุ่นที่เงียบกว่าเช่น S-class ได้ บางทีก็อย่าคาดหวังมากครับ ที่มันไม่ได้สนิทเลยเพราะ คนทำไม่มีความรู้เพียงพอ มันเป็นเรื่องยากครับ อย่างที่อธิบายว่า จุดไหนบ้าง แต่ละจุดจะต้องแดมป์ด้วยวัสดุแบบไหนเท่าไหร่อย่างไร (ผมว่าถ้าเอาสุดยอดเลยคงแพงมากประมาณนึง) เอาแค่ตั้งประตูก็ใช่ว่าช่างคนเดียวกันฝีมือดี จะตั้งได้ 4 บานเป๊ะหมดนะครับ เจอมาแล้ว มันก็ได้ระดับหนึ่ง ถ้าปัญหาเสียงเป็นปัญหาหนักหนาสาหัส ก็เปลี่ยนรถง่ายสุดครับ 555+


ผมกำลังศึกษาว่าจะแดมป์อย่างไรดีครับ ถือเป็นความท้าทายทีสนุกสนาน ปัญหาสองอย่างตอนนี้คือ ไม่มีเวลาจะศึกษาหาข้อมูลกับ ไม่มีเงินไปทดลอง 555+

ขอให้โชคดีครับ
 
แนะนำว่า ควรจะ โหลด app Sound Meter วัดเสียงรบกวน
แล้วก็ Vibration meter วัดแรงสั่นสะเทือน มาวัดผล ก่อนติดตั้งและหลังติดตั้งดูด้วยครับ จะได้เก็บไว้เป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จริงๆ ว่าแบบนี้ช่วยได้แค่ไหน แบบนั้นช่วยได้แค่ไหน
ปล.แหล่งกำเนิดเสียงรบกวนที่สำคัญอยู่ที่ซุ้มล้อทั้ง4 และ เบาะโดยสารข้างคนขับครับ ;)

3oGtn16vtmMq95QsLSDcNaZH9fpxdXx_GTby8BuPL_xU7MSOL-Q1P-uq2z4Vp0ivyQ=w300-rw

HZuPJoh7CjgV-jCK6SN6Tk8YeumZpYo9FLIRklHbxr4QMkvfdTbrI_2nWs2t2A2lIg=w300-rw
 
เมื่อก่อนผมก็มีปัญหาเรื่องเสียงมาจากยางขอบประตู ผมเลยได้ทดลองซื้อยางขอบประตูลดเสียง ราคาไม่เกิน 500 บาท (สวมเข้าไประหว่างช่องประตูหน้าและประตูหลัง เพราะระหว่างประตูหน้าและประตูหลัง จะมีรูที่ทำให้ลมตีกลับเข้าไปได้ และทำให้ช่วยลดเสียงลมที่จะวิ่งผ่านช่องไฟระหว่างประตู) เงียบขึ้นเยอะเลยครับ ไม่ต้องเสียเงินไปเปลี่ยนยางขอบประตูใหม่ครับ
 
Dampพื้น น่าลดไดในส่วนเสียงที่ยางรถสัมผัสพื้นอะคับ แต่ถ้ามีงบ damp แล้ว เค้าก้อมักจะทำร่วมกะ sound clad ที่ใต้ท้องรถคับ (ของคู่กัน)
ส่วน damp ประตู ปกติเค้าทำกะรถที่มีลำโพงอยู่ที่ประตูคับ เสมือนเปนตู้ลำโพงกันลมรั่วอะไรแบบนั้น
แต่คงไม่ได้ทำ w124 เพราะประตูไม่มีลำโพงอะคับ ทำไปประตูจะดูทรุดเปล่าๆ คับ damp แผ่นนึงกอหนักพอควร
Damp หลังคาเพื่อกันเสียงลม.....อันนี้ผมก้อไม่รุอะคับ

สรุป หลักๆ ตามที่ผมทำ damp ในหมวดเครื่องเสียงอะคับ
ผม damp เพราะต้องการทำตู้ให้ลำโพง ลดความก้อง การกำทอนเสียงในรถคับ(พยายามให้เสียงสัมผัสเหล็กกะกระจกน้อยที่สุด)
และคนเล่นเครื่องเสียงส่วนใหญ่ ก้อจะจอดรถเพื่อลองฟังเครื่องเสียงคับ ไม่ค่อยเหนใครขับรถวนรอบถนนหน้าร้านหรือที่ meeting เพื่อพาเพื่อนไปทดลองเครื่องเสียงคับ
 
Back
Top