แอร์ ความร้อน แอร์เย็นไม่ค่อยฉ่ำ

deen

New member
190e แอร์เย็นไม่ค่อยฉ่ำครับ อยากให้แอร์เย็นกว่านี้ผมควรจะต้องทำอย่างไรบ้าง

ข้อมูลที่ดูมาเบื้องต้น
1.วัดน้ำยาแอร์ได้ 30 น้อยไปไหม ที่ดีควรเท่าไรครับ
2.ล้างแผงคอยร้อนหน้ารถแล้ว ดีขึ้นนิดนึง
3.ตอนวัดน้ำยาแอร์รู้สึกว่าคอมแอร์ตัดต่อเร็วมาก
4.ปรับสวิต์น้ำยาจนเกือบสุดก็ตัดต่อเร็ว
5.เปลี่ยนคอมแอร์มือสองมาสัก 2 ปีแล้ว

ขอบคุณครับ
 
190e แอร์เย็นไม่ค่อยฉ่ำครับ อยากให้แอร์เย็นกว่านี้ผมควรจะต้องทำอย่างไรบ้าง

ข้อมูลที่ดูมาเบื้องต้น
1.วัดน้ำยาแอร์ได้ 30 น้อยไปไหม ที่ดีควรเท่าไรครับ
2.ล้างแผงคอยร้อนหน้ารถแล้ว ดีขึ้นนิดนึง
3.ตอนวัดน้ำยาแอร์รู้สึกว่าคอมแอร์ตัดต่อเร็วมาก
4.ปรับสวิต์น้ำยาจนเกือบสุดก็ตัดต่อเร็ว
5.เปลี่ยนคอมแอร์มือสองมาสัก 2 ปีแล้ว

ขอบคุณครับ

30 นี่สุดยอดแล้ว เปลี่ยนคอมกับดายเออร์ใหม่ยังทำได้ยากเลย ความน่าจะเป็นมาจากคอมตัดเร็วเลยเย็นไม่ฉ่ำ sensorเพี้ยนหรือตู้เป็นน้ำแข็งล่ะ
 
30 psi ที่รอบเครื่องเท่าไหร่ หรือว่าเดินเบา ครับ
 
30 ที่รอบเดินเบาครับ แล้ว sensor ที่ว่าเพี้ยนนี่อยู่ตรงไหนครับ จะได้แก้ไขถูก
 
แรงดันน้ำยาฯน่าจะมีผลนะครับ ทำให้คอมพ์ตัดต่อเร็วและถี่เนื่องจากสวิทช์แรงดันสั่งให้หยุดทำงานบ่อยป้องกันคอมพ์น๊อกหรือสายระเบิดเนื่องจากแรงดันสูงเกินไป
หาทางทำยังงัยให้คอมพ์ไม่รีบตัด ลดแรงดันน้ำยา หรือเปลี่ยนสวิทช์แรงดัน ลองปรึกษาช่างที่มีประสบการณ์ซ่อมแอร์เบนซ์มาเป็นสิบๆปี ผมว่าเขาเจอปัญหาร้อยแปดจนรู้ทางแก้ได้ไม่ยาก
 
ช่างแอร์ก็รู้ เขาจะดูแรงดันทั้งเดินเบาและเร่งเครื่อง วาว์ลดีหรือไม่ดีเกจ์มันฟ้อง
 
แค่สงสัย...

น่าจะเป็นที่คอมแอร์นะครับ..
 
วัดฝั่ง HI ด้วยน่าจะรู้ประสิทธิภาพของคอมครับ
 
จะลองวัดดูครับ

รู้สึกว่า ฝั่ง low 30-40 ฝั่ง hi จะ 200 ไม่เกิน 250 ไม่แน่ใจครับ ขอค่าที่เป็นมาตรฐานหน่อยครับ

ตอนนี้ดูที่ตาแมวที่ไดเออร์ มีฟองมากเกมือนกัน ถ้าผมเติมน้ำยาสัก 35 จะเป็นไรไหม จะเย็นขึ้นหรือเปล่า

ขอบคุณครับพี่ๆ ผมมือใหม่ครับ
 
190E ไม่แน่ใจว่ามีน้ำร้อนหรือปล่าว

ถ้ามี และอุดไว้ ส่วนใหญ่จะอุดด้วยยางขาโต๊ะแล้วเสียบท่อไว้เหมือนเดิม น้ำก็วิ่งเข้าไปไม่ได้ เอาปลั๊ก duo valve ออก พอใช้นานไป ยางขาโต๊ะขาด น้ำก็วิ่งผ่านอย่างเดียว ทำไงก็ไม่ฉ่ำ

ลองดูครับ เผื่อว่าจะใช่
 
ยางขาโต๊ะหุ้มไว้ ถ้าจาดน้ำไม่พุ่งกระฉูดออกมาหรือครับ ขออภัยอ่านแล้วไม่เข้าใจจริงๆ:confused:
 
ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือน รบกวนขอรูปและอธิบายอีกทีครับ ขอบคุณมากครับพี่
 
ของผมก็ 190 อี เมื่อไม่กี่เดือนก่อนผมตัดสินใจเปลี่ยนวาวล์น้ำยาเพราะมีความรู้สักว่าแอรืเย็นไม่ค่อยฉ่ำ ก่อนทำช่างยืนยันว่าเคยทำเบ๊นซ์มาก่อน ช่างแอร์ใช้เวลารื้ออยู่พักใหญ่รวมทั้งรื้อตรงหน้าปัทม์ภายในรถด้วย แท้จริงแล้วการเปลี่ยนวาวล์จะรื้อแค่ด้านหน้าตรงที่ปัดน้ำฝนก็พอแล้ว เลยเป็นงานใหญ่พอควร เมื่อดำเนินการเสร็จช่างบอกว่ารถผมจะให้เย็นฉ่ำและลมแรงๆ ได้อย่างไรล่ะเพราะมีแผงรังผึ้งสำหรับฮีทเตอร์ด้วย แผงนี้จะตั้งขวางพัดลมโบว์เวอร์ไว้ด้วย จะให้เย็นฉ่ำลมแรงๆ ต้องเอาแผงนี้ออก ผมเสียดายที่ไม่ได้อยู่กับช่างตลอดจึงไม่เห็นดังที่ช่างว่าไว้ แต่ก็คงเป็นเรื่องจริงเพราะไม่มีเหตุผลที่จะบอกเช่นนั้น ปัจจุบันแอร์ผมไม่เย็นฉ่ำทั้งลมแอร์ไม่แรงนัก ใคร่ขอสอบถามท่านผู้รู้ว่ารถผมคงยังมีแผงรังผึ้งฮีทเตอร์อยู่และคงยังเดินท่อระบบน้ำร้อนไว้แน่ๆ ทีนี้ก็ขอถามวิธีการปรับปุ่มควบคุมการทำงานของแอร์และฮีทเตอร์ว่าต้องปรับอย่างไร ทั้งนี้ 190 อี มีที่ปรับ 3 ปุ่ม ครับ หลักการปรับฮีทเตอร์คือการลดด้านที่เป็นน้ำร้อนให้น้อยแอร์เย็นก็จะมากขึ้นใช่ไหมครับ (แรกๆ ในความคิดผมนึกว่าฮีทเตอร์จะใช้ระบบขดลวดเหมือนเตาไฟฟ้าแล้วใช้ลมเป่าเข้ามาในเก๋ง จริงๆ คงไม่ใช่แต่เป็นเรื่องเอาน้ำร้อนวิ่งผ่านรังผึ้งและใช้โบวเวอร์เป่าลมร้อนเข้ามา) ขอความชัดเจนในหลักการด้วยครับ ขอบคุณยิ่งครับ/นิโรจน์
 
นึกภาพปลายท่อเมื่อเอาแผงรังผึ้งฮีทเตอร์ออกก็จะเหลือปลายท่อน้ำร้อนที่มาจากระบบหล่อเย็น 2 ข้าง การไม่ให้น้ำผ่านก็โดยใช้ยางที่เรียกว่ายางขาโต๊ะปิดไว้โดยรัดเข็มขัดให้แน่นก็จบ (ที่เราเรียกว่ายางขาโต๊ะ เพราะยางตัวนี้จะคล้ายๆ กับยางที่หุ้มปิดปลายขาโต๊ะกันพื้นบ้านเราเป็นรอยนั่นแหละครับ แต่ยางนี้ต้องทำมาเพื่อให้ทนความร้อนได้พอควรด้วยครับ ตามร้านอะไหล่มีหลายขนาดราคาประมาณตัวละ 20 บาท) ยางตัวนี้มักใช้เป็นตัวปิดปลายระบบน้ำหล่อเย็นรอบๆ เครื่องยนต์ มีหลายครั้งที่ความร้อนเครื่องยนต์ขึ้นสูงจนเครื่องฮีทเพราะยางขาโต๊ะนี่แหละที่ใช้งานนานๆ แล้วยางบวมและขาดน้ำไหลออกหมดจนฮีท ฝากเพื่อน สมช พยายามมองโดยรอบเครื่องยนต์อาจเห็นว่ายางตัวนี้บวมแล้วก็รีบจัดการเปลี่ยนซะ เรื่องเล็กอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ครับ
 
ถ้าเป็นช่างที่ซ่อมรถผม ผมจะถามช่างว่าเมื่อก่อนตอนรถใหม่ๆ มันก็มีฮี้ทเตอร์ติดมา ทำไมมันถึงเย็น แล้วอยู่ๆก็มาหาว่ามันขวางทางลม ทำให้แอร์ไม่เย็น ครับ

เรื่องอุดท่อน้ำร้อนเป็นรถผม ผมจะเหลาแกนไม้ทาทรีบอลตอกอัดก่อนเอายางปิดครับ
 
นึกภาพปลายท่อเมื่อเอาแผงรังผึ้งฮีทเตอร์ออกก็จะเหลือปลายท่อน้ำร้อนที่มาจากระบบหล่อเย็น 2 ข้าง การไม่ให้น้ำผ่านก็โดยใช้ยางที่เรียกว่ายางขาโต๊ะปิดไว้โดยรัดเข็มขัดให้แน่นก็จบ (ที่เราเรียกว่ายางขาโต๊ะ เพราะยางตัวนี้จะคล้ายๆ กับยางที่หุ้มปิดปลายขาโต๊ะกันพื้นบ้านเราเป็นรอยนั่นแหละครับ แต่ยางนี้ต้องทำมาเพื่อให้ทนความร้อนได้พอควรด้วยครับ ตามร้านอะไหล่มีหลายขนาดราคาประมาณตัวละ 20 บาท) ยางตัวนี้มักใช้เป็นตัวปิดปลายระบบน้ำหล่อเย็นรอบๆ เครื่องยนต์ มีหลายครั้งที่ความร้อนเครื่องยนต์ขึ้นสูงจนเครื่องฮีทเพราะยางขาโต๊ะนี่แหละที่ใช้งานนานๆ แล้วยางบวมและขาดน้ำไหลออกหมดจนฮีท ฝากเพื่อน สมช พยายามมองโดยรอบเครื่องยนต์อาจเห็นว่ายางตัวนี้บวมแล้วก็รีบจัดการเปลี่ยนซะ เรื่องเล็กอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ครับ

ขอบคุณครับที่ช่วยอธิบาย เพิ่มเติมว่าช่างกลัวจะไม่เรียบร้อยจึงสวมท่อยางทับไว้ให้เหมือนเดิม ดังนั้นเมื่อยางขาโต๊ะขาด น้ำก็จะไหลเข้าไปในระบบเหมือนเดิม ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น duo valve ของท่านก็เสียไปแล้ว จึงมีโอกาสที่น้ำจะไหลเข้าไปในระบบตลอดเวลา จึงทำให้แอร์ถูกความร้อนจากน้ำไปเฉลี่ยเอาความเย็๋นออกมา แอร์จึงไม่ค่อยจะเย็นครับ
 
ขอบคุณครับที่ช่วยอธิบาย เพิ่มเติมว่าช่างกลัวจะไม่เรียบร้อยจึงสวมท่อยางทับไว้ให้เหมือนเดิม ดังนั้นเมื่อยางขาโต๊ะขาด น้ำก็จะไหลเข้าไปในระบบเหมือนเดิม ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น duo valve ของท่านก็เสียไปแล้ว จึงมีโอกาสที่น้ำจะไหลเข้าไปในระบบตลอดเวลา จึงทำให้แอร์ถูกความร้อนจากน้ำไปเฉลี่ยเอาความเย็๋นออกมา แอร์จึงไม่ค่อยจะเย็นครับ

ขยายความตรงนี้หน่อยครับ
 
รถผมน่าจะโดนตัดท่อน้ำร้อนออกแล้วมั๊งครับ
 
Back
Top