รถW202(C220) ได้ยกเกียร์มาใหม่ ในช่วงแรกที่รับรถออกมาจากอู่ ช่วงเช้าขับรถออกจากบ้านประมาณ3-4นาทีหลังสตาร์ทเครื่อง ไม่ว่าจะขับรถในโหมดEหรือS ในช่วงเกียร์ต้นๆมันจะลากรอบถึง3500รอบ แล้วค่อยเปลี่ยนเกียร์ให้พอเปลี่ยนเกียร์เป็น2ก็ลากอีก3,500รอบทั้งEและS เหมือนกันครับ จะเป็นแบบนี้ทุกเช้า พอเลย3-4นาทีก็ขับได้เป็นปกติแล้ว ไม่มีอาการลากรอบอีกเลย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเอารถหลับไปหาช่าง ช่างได้ปรับตั้งสายเกียร์ และสายคันเร่งที่อยู่ในห้องเครื่อง และขึ้นแม่แรงปรับตั้งกระป๋องคันเร่งเกียร์ที่อยู่ใต้ท้องรถ โดยใช้หกเหลี่มตัวเล็กๆปรับแต่ง และได้ถอดสายแวคคั่มEและSที่อยู่หน้ากระป๋องน้ำมันเกียร์ ใช้ปากดูดเพื่อเช็คดูว่าสายแวคคั่มแตกหรือรั่วไม๊ ปรากฎว่ายังดูดลิ้นอยู่สายไม่แตกไม่รั่ว พอปรับตั้งเสร็จแล้วเอารถไปลองกัน ใช้ได้ไม่ลากรอบมากมาย เช่นในโหมดEตอนออกตัวจะเปลี่ยนเกียร์ต้นๆที่3,000รอบ จะมีลากรอบนิดหน่อยตอน0-45กม. คันเร่งคลิ๊กดาวน์ตอบสนองได้ดี จนถึง80กม.
ส่วนในโหมดSตอนออกตัวต้นๆไม่มีลากรอบเหมือนE
ปัญหาเกิดขึ้นในวันรุ่งขึ้น หลังจากที่สตาร์ทเครื่องแล้ว หากเกียร์อยู่โหมดEแล้วเปิดแอร์ ช่องแอร์คู่กลางไม่มีลมออกมาเลย จะออกแต่ข้างขวาและซ้ายเท่านั้น แต่มีเสียงลมดังมากในตู้แอร์ พอสลับโหมดเกียร์เป็นSปุ๊ป ลมแอร์กลางออกทันทีครับ
หรือทดลองใหม่อีกครั้ง จอดติดเครื่องอยู่ ปิดแอร์ให้หมดแล้วเกียร์อยู่ในโหมดS พอเปิดแอร์ปุ๊ป แอร์ช่องกลางออกทันทีครับ แต่หากปิดแอร์แล้วค้างเกียร์ไว้ในโหมดE ลมแอรืกลางก็ไม่ออกอีกแล้ว พอสลับมาเป็นSปุ๊ปลมแอร์ก็จะมาทันที จะเป็นแบบนี้แม้ว่าจะจอดรถอยู่กับที่ก็ตาม
แต่หากสลับมาเป็นโหมดSแล้วลมแอร์กลางออกมาแล้ว จะสลับกลับไปเป็นโหมดEก็ไม่เป็นไรแล้ว ยังงัยลมแอร์กลางก็ออกตามปกติ
จะเป็นตอนที่เปิดแอร์ตอนแรกเมื่ออยู่ในโหมดEเท่านั้นจริงๆ เท่าที่ผมทราบโนโหมดEมันต้องใช้ลมแต่Sมันไม่ต้องใช้ลม ผมดูจากที่ช่างวให้ผมเอานิ้วแตะที่หัวท่อแยกสีดำๆเล็กๆที่หน้ากระป่องน้ำมันเบรค ซึ่งเวลาโหมดEจะมีลมดูดนิ้ว แต่Sไม่มี
สรุปว่าปัญหามันเป็นที่ตัวไหนครับผมจะได้กลับไปให้ช่างเช็คอีกครั้ง หรือว่านี่คือเป็นปกติครับสำหรับEและSเกี่ยวกับแอร์ช่องกลาง
รบกวนชี้แนะด้วยครับ
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเอารถหลับไปหาช่าง ช่างได้ปรับตั้งสายเกียร์ และสายคันเร่งที่อยู่ในห้องเครื่อง และขึ้นแม่แรงปรับตั้งกระป๋องคันเร่งเกียร์ที่อยู่ใต้ท้องรถ โดยใช้หกเหลี่มตัวเล็กๆปรับแต่ง และได้ถอดสายแวคคั่มEและSที่อยู่หน้ากระป๋องน้ำมันเกียร์ ใช้ปากดูดเพื่อเช็คดูว่าสายแวคคั่มแตกหรือรั่วไม๊ ปรากฎว่ายังดูดลิ้นอยู่สายไม่แตกไม่รั่ว พอปรับตั้งเสร็จแล้วเอารถไปลองกัน ใช้ได้ไม่ลากรอบมากมาย เช่นในโหมดEตอนออกตัวจะเปลี่ยนเกียร์ต้นๆที่3,000รอบ จะมีลากรอบนิดหน่อยตอน0-45กม. คันเร่งคลิ๊กดาวน์ตอบสนองได้ดี จนถึง80กม.
ส่วนในโหมดSตอนออกตัวต้นๆไม่มีลากรอบเหมือนE
ปัญหาเกิดขึ้นในวันรุ่งขึ้น หลังจากที่สตาร์ทเครื่องแล้ว หากเกียร์อยู่โหมดEแล้วเปิดแอร์ ช่องแอร์คู่กลางไม่มีลมออกมาเลย จะออกแต่ข้างขวาและซ้ายเท่านั้น แต่มีเสียงลมดังมากในตู้แอร์ พอสลับโหมดเกียร์เป็นSปุ๊ป ลมแอร์กลางออกทันทีครับ
หรือทดลองใหม่อีกครั้ง จอดติดเครื่องอยู่ ปิดแอร์ให้หมดแล้วเกียร์อยู่ในโหมดS พอเปิดแอร์ปุ๊ป แอร์ช่องกลางออกทันทีครับ แต่หากปิดแอร์แล้วค้างเกียร์ไว้ในโหมดE ลมแอรืกลางก็ไม่ออกอีกแล้ว พอสลับมาเป็นSปุ๊ปลมแอร์ก็จะมาทันที จะเป็นแบบนี้แม้ว่าจะจอดรถอยู่กับที่ก็ตาม
แต่หากสลับมาเป็นโหมดSแล้วลมแอร์กลางออกมาแล้ว จะสลับกลับไปเป็นโหมดEก็ไม่เป็นไรแล้ว ยังงัยลมแอร์กลางก็ออกตามปกติ
จะเป็นตอนที่เปิดแอร์ตอนแรกเมื่ออยู่ในโหมดEเท่านั้นจริงๆ เท่าที่ผมทราบโนโหมดEมันต้องใช้ลมแต่Sมันไม่ต้องใช้ลม ผมดูจากที่ช่างวให้ผมเอานิ้วแตะที่หัวท่อแยกสีดำๆเล็กๆที่หน้ากระป่องน้ำมันเบรค ซึ่งเวลาโหมดEจะมีลมดูดนิ้ว แต่Sไม่มี
สรุปว่าปัญหามันเป็นที่ตัวไหนครับผมจะได้กลับไปให้ช่างเช็คอีกครั้ง หรือว่านี่คือเป็นปกติครับสำหรับEและSเกี่ยวกับแอร์ช่องกลาง
รบกวนชี้แนะด้วยครับ