เสก
Active member
M103 3.6 Brabus Twin Turbo Elecronic Fuel Injection
ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ได้ยามคิกออฟเสียที สำหรับอภิมหาโปรเจคระดับโลก .. M103 หัวฉีดไฟฟ้า !!
อ้างอิงกระทู้เดิมซะหน่อย
3.6
http://www.benzowner.net/forum/viewtopic.php?t=2017
3.6 Part II : Dancing with the Devil
http://www.benzowner.net/forum/viewtopic.php?t=3130
วันนี้ส่งรถเข้าอู่ไปแล้ว งานนี้ต้องบอกก่อนว่า ต้องใช้ความบ้ากันหน่อย เจ้าของรถก็ต้องบ้า อู่ก็ต้องบ้า กองเชียร์ก็ต้องบ้า คนอ่านกระทู้ก็ต้องบ้าด้วย..ฮ่า..ฮ่า.. :lol: ..
ทำกันไปทำกันมา มันบ้ากันไปใหญ่ ทั้งเจ้าของรถทั้งเจ้าของอู่ผู้เป็นทั้งเจ้าของคอนเซ็พท์ทั้งหมดแล้วก็เป็นหมอรมยาเทอร์โบตัวจริง ที่ตอนนี้ยังคันมือยิกๆอยากจะยัดโบเครื่อง 104 แต่ยังหาคนไข้ไม่ได้ซักที..ฮ่า..ฮ่า..
เนื้อหาหลัก ก็คือว่า จะถอดระบบจ่ายน้ำมันเคเจ็ทกะระบบไฟจุดระเบิดของมันออกทั้งหมด แล้วก็เอาระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีดไฟฟ้าพร้อมระบบไฟจุดระเบิดของรถยุ่นใส่เข้าไปแทน
มองไปมองมาก็ไปโดนเครื่อง นิสสันหกสูบ RB25DE
เฮียก็ไปจัดการหิ้วมาแล้วก็เลาะเอาระบบสายไฟ กล่องสมอง แล้วก็ท่อทางเดินอากาศทั้งหมดออก เหลือแต่เครื่องเปล่าๆชั่งกิโลขายไป เอาที่เลาะออกมาทั้งหมดมาทดลองยัดลงบนเครื่อง 103 ที่กองๆอยู่เต็มอู่ ไวร์ริ่งสายไฟ ต่อท่อน้ำมัน สตาร์ทติดเร่งเครื่องได้ เมื่อเคลียร์คิวรถในอู่ได้แล้วก็หลอกให้ผมไปดู พอไปถึงเฮียก็ยึดรถไว้เลย..ผมก็เลยเอาตัวไม่รอด..ต้องทิ้งรถไว้ให้เค้าปู้ยี่ปู้ยำ..อิ..อิ.. :twisted: ..ไม่ค่อยคันเลยอ่ะนะ.. :mrgreen:
รางหัวฉีดใช้ของเครื่อง 104 เพราะตำแหน่งหัวฉีดมันตรงกะ 103 พอดีเป๊ะ
หัวฉีดเดิมของ RB25DE มันเล็กไปหน่อย สามร้อยซีซีต่อนาทีหรือไงเนี่ยแหละ กลัวมันจ่ายไม่ทันตอนเทอร์โบบูส เลยไปจัดการหิ้วหัวฉีดของ RB26DETT ขนาด 444 ซีซีต่อนาที มาใส่แทน
อีกอย่าง..หัวฉีด RB25 มันรูปร่างไม่เหมือนหัวฉีดเดิมของ 104 ด้วยแหละ ถ้าจะใช้ราง 104 ต้องไปหาหัวฉีดที่รูปร่างมันเหมือนของเบนซ์มาใส่
RB26DETT เลยโดนแบบสองเด้งเลย ทั้งซีซีที่ใหญ่ขึ้น ทั้งรูปร่างของมัน
ระบบเดินเบาชดเชยรอบก็ใช้ของอาร์บีเค้านั่นแหละ ต้องมีการเจาะท่อไอดีแล้วก็ต่อท่อทางให้มันเหมือนจำลองระบบของนิสสันมาวางบนท่อไอดีของ 103 ไงงั้นเลย
ทีนี้อ้ายเจ้ากล่อง RB25 นี่มันจ่ายน้ำมันสำหรับเครื่อง 2.5 ลิตรแล้วจะให้มันมาจ่ายน้ำมันให้พอดีกะเครื่อง 3.6 ลิตรทวินเทอร์โบได้งัย
มันก็ต้องใช่กล่องขี่หลัง Piggy Back ไงล่ะทั่น..จัดการพ่วงกล่องอีมะเหงกสีฟ้า ไปปรับจูนคำสั่งที่ไปสั่งหัวฉีด ให้มันเปิดให้เหมาะสมกะพี่ 3.6 เค้าซะ ก็น่าจะเป็นอันโอเค..
กล่องสมองมันไม่รู้หรอกว่ามันถูกจับแต่งงานกับเครื่องเบนซ์ มันก็จะทำงานของมันไปเมือมีสัญญานต่างๆอินพุทเข้าไป มันก็เอาไปคิดแล้วก็ให้เอาท์พุทออกมา สั่งจ่ายน้ำมันจ่ายไฟจุดระเบิดตามจังหวะไปตามปกติ
เปรียบเสมือน เอาเครื่อง RB25DE มาขยายความจุเป็น 3.6 ลิตรแล้วก็ยัดโบเข้าไปอีกสองตัว เมื่อพ่วงด้วยกล่องขึ่หลังอย่างที่ว่า ก็ไม่น่าจะแปลกประหลาดอะไรมั้ยล่ะ..อิอิ.. :twisted:
หัวใจของเรื่องทั้งหมดคือ แคมชาฟท์แล้วก็แคมชาฟท์เซนเซอร์ที่จะไปบอกกล่องถึงตำแหน่งของลูกสูบ ว่าจังหวะไหนต้องจ่ายน้ำมันแล้วก็จังหวะไหนต้องจุดระเบิด ส่วนการจ่ายน้ำมันมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับแรงดันน้ำมันเบนซินในรางหัวฉีด กับช่วงเวลาที่หัวฉีดยกเข็มขึ้นเพื่อจ่ายน้ำมันว่าจะยกนานกี่มิลลิวินาที
อ้ายเจ้าเครื่องอาร์บีนี่มันเหมาะตรงที่ แคมชาฟท์แล้วก็แครงชาฟท์เซนเซอร์ของมันจับอยู่ที่หัวแคมชาฟท์ เวลามันหมุนไปตามแคมมันก็จะส่งสัญญานออกมาบอกกล่องสมองว่าตอนนี้ลูกสูบไหนอยู่ตรงไหน ด้วยรูปร่างของอ้ายเจ้าเซนเซอร์ตัวเนี้ย เมื่อนำมาทำอแดปเตอร์ต่อแกนของมันให้หมุนตามแคมเครือง 103 ได้ก็เป็นอันได้เรื่องทันที เหลือแค่ปรับจูนน้ำมันแล้วก็ตำแหน่งไฟจุดระเบิดให้เหมาะสมด้วยกล่องขี่หลังก็เป็นอันวิ่งแร่ดได้แล้วววว... :lol:
สัญญานอย่างอื่นที่กล่องต้องการที่ต้องมีเป็นอย่างน้อยร่วมกับตำแหน่งแครงชาฟท์ก็คือแอร์แมสเซนเซอร์ ก็ใช้ของเดิมของอาร์บี รอบเครื่องก็นับจากแคมชาฟท์เซนเซอร์(มั้ง) มีเท่านี้ ก็สามารถสั่งงานได้แล้ว ส่วนสัญญานอุณหภูมิอากาศ อุณหภมิน้ำระบายความร้อนนี่จะมีก็ดี ไม่มีก็ยังทำงานได้..
เมื่อติดตั้งทุกอย่าง ไวริริ่งสายไฟ เดินท่อน้ำมัน ยึดท่อทางต่างๆได้แล้ว ต้องจูนอัพแบบเบื้องต้นแล้วก็ไม่โบไปก่อน เอาแค่ติดเครื่องวิ่งได้ เพื่อขับออกมาทำท่อมิเนียมของเทอร์โบใหม่ เพราะต้องติดตั้งแอร์แมสเซนเซอร์ของอาร์บีบนระบบท่ออากาศเข้าเครื่องด้วย ..ตอนที่รื้อของเก่าออกมาวันนี้ก็เจอว่าอินเตอร์น้ำ 1G ของเดิมมันรั่วซะแล้ว..ตามอายุสิบกว่าปีของมัน ก็ได้ฤกษ์ทำอินเตอร์น้ำใหม่พร้อมกันไปพอดี...ได้เสียเงินมากขึ้นอีกหน่อย.. :evil:
เมื่อติดตั้งอินเตอร์อันใหม่พร้อมเดินท่ออากาศเข้าเครื่องใหม่แล้ว(ร้านท่อไอเสีย) ก็ต้องนำกลับไปจูนอัพอีกทีแบบละเอียด...เที่ยวนี้แว่วๆมาว่าอาจจะไปนั่งจูนกันบนไดโน่หรือไงเนี่ยแหละ..เท่ห์ไปเลย.. :mrgreen: :mrgreen: ...ขืนไปถึงสิบห้ายี่สิบปอนด์คงขับลำบากอีกหลายเท่า..เป็นเวรกำของคนรถแรง...ฮี่..ฮี่... :mrgreen:
ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ได้ยามคิกออฟเสียที สำหรับอภิมหาโปรเจคระดับโลก .. M103 หัวฉีดไฟฟ้า !!
อ้างอิงกระทู้เดิมซะหน่อย
3.6
http://www.benzowner.net/forum/viewtopic.php?t=2017
3.6 Part II : Dancing with the Devil
http://www.benzowner.net/forum/viewtopic.php?t=3130
วันนี้ส่งรถเข้าอู่ไปแล้ว งานนี้ต้องบอกก่อนว่า ต้องใช้ความบ้ากันหน่อย เจ้าของรถก็ต้องบ้า อู่ก็ต้องบ้า กองเชียร์ก็ต้องบ้า คนอ่านกระทู้ก็ต้องบ้าด้วย..ฮ่า..ฮ่า.. :lol: ..
ทำกันไปทำกันมา มันบ้ากันไปใหญ่ ทั้งเจ้าของรถทั้งเจ้าของอู่ผู้เป็นทั้งเจ้าของคอนเซ็พท์ทั้งหมดแล้วก็เป็นหมอรมยาเทอร์โบตัวจริง ที่ตอนนี้ยังคันมือยิกๆอยากจะยัดโบเครื่อง 104 แต่ยังหาคนไข้ไม่ได้ซักที..ฮ่า..ฮ่า..
เนื้อหาหลัก ก็คือว่า จะถอดระบบจ่ายน้ำมันเคเจ็ทกะระบบไฟจุดระเบิดของมันออกทั้งหมด แล้วก็เอาระบบจ่ายน้ำมันหัวฉีดไฟฟ้าพร้อมระบบไฟจุดระเบิดของรถยุ่นใส่เข้าไปแทน
มองไปมองมาก็ไปโดนเครื่อง นิสสันหกสูบ RB25DE
เฮียก็ไปจัดการหิ้วมาแล้วก็เลาะเอาระบบสายไฟ กล่องสมอง แล้วก็ท่อทางเดินอากาศทั้งหมดออก เหลือแต่เครื่องเปล่าๆชั่งกิโลขายไป เอาที่เลาะออกมาทั้งหมดมาทดลองยัดลงบนเครื่อง 103 ที่กองๆอยู่เต็มอู่ ไวร์ริ่งสายไฟ ต่อท่อน้ำมัน สตาร์ทติดเร่งเครื่องได้ เมื่อเคลียร์คิวรถในอู่ได้แล้วก็หลอกให้ผมไปดู พอไปถึงเฮียก็ยึดรถไว้เลย..ผมก็เลยเอาตัวไม่รอด..ต้องทิ้งรถไว้ให้เค้าปู้ยี่ปู้ยำ..อิ..อิ.. :twisted: ..ไม่ค่อยคันเลยอ่ะนะ.. :mrgreen:
รางหัวฉีดใช้ของเครื่อง 104 เพราะตำแหน่งหัวฉีดมันตรงกะ 103 พอดีเป๊ะ
หัวฉีดเดิมของ RB25DE มันเล็กไปหน่อย สามร้อยซีซีต่อนาทีหรือไงเนี่ยแหละ กลัวมันจ่ายไม่ทันตอนเทอร์โบบูส เลยไปจัดการหิ้วหัวฉีดของ RB26DETT ขนาด 444 ซีซีต่อนาที มาใส่แทน
อีกอย่าง..หัวฉีด RB25 มันรูปร่างไม่เหมือนหัวฉีดเดิมของ 104 ด้วยแหละ ถ้าจะใช้ราง 104 ต้องไปหาหัวฉีดที่รูปร่างมันเหมือนของเบนซ์มาใส่
RB26DETT เลยโดนแบบสองเด้งเลย ทั้งซีซีที่ใหญ่ขึ้น ทั้งรูปร่างของมัน
ระบบเดินเบาชดเชยรอบก็ใช้ของอาร์บีเค้านั่นแหละ ต้องมีการเจาะท่อไอดีแล้วก็ต่อท่อทางให้มันเหมือนจำลองระบบของนิสสันมาวางบนท่อไอดีของ 103 ไงงั้นเลย
ทีนี้อ้ายเจ้ากล่อง RB25 นี่มันจ่ายน้ำมันสำหรับเครื่อง 2.5 ลิตรแล้วจะให้มันมาจ่ายน้ำมันให้พอดีกะเครื่อง 3.6 ลิตรทวินเทอร์โบได้งัย
มันก็ต้องใช่กล่องขี่หลัง Piggy Back ไงล่ะทั่น..จัดการพ่วงกล่องอีมะเหงกสีฟ้า ไปปรับจูนคำสั่งที่ไปสั่งหัวฉีด ให้มันเปิดให้เหมาะสมกะพี่ 3.6 เค้าซะ ก็น่าจะเป็นอันโอเค..
กล่องสมองมันไม่รู้หรอกว่ามันถูกจับแต่งงานกับเครื่องเบนซ์ มันก็จะทำงานของมันไปเมือมีสัญญานต่างๆอินพุทเข้าไป มันก็เอาไปคิดแล้วก็ให้เอาท์พุทออกมา สั่งจ่ายน้ำมันจ่ายไฟจุดระเบิดตามจังหวะไปตามปกติ
เปรียบเสมือน เอาเครื่อง RB25DE มาขยายความจุเป็น 3.6 ลิตรแล้วก็ยัดโบเข้าไปอีกสองตัว เมื่อพ่วงด้วยกล่องขึ่หลังอย่างที่ว่า ก็ไม่น่าจะแปลกประหลาดอะไรมั้ยล่ะ..อิอิ.. :twisted:
หัวใจของเรื่องทั้งหมดคือ แคมชาฟท์แล้วก็แคมชาฟท์เซนเซอร์ที่จะไปบอกกล่องถึงตำแหน่งของลูกสูบ ว่าจังหวะไหนต้องจ่ายน้ำมันแล้วก็จังหวะไหนต้องจุดระเบิด ส่วนการจ่ายน้ำมันมากน้อยก็ขึ้นอยู่กับแรงดันน้ำมันเบนซินในรางหัวฉีด กับช่วงเวลาที่หัวฉีดยกเข็มขึ้นเพื่อจ่ายน้ำมันว่าจะยกนานกี่มิลลิวินาที
อ้ายเจ้าเครื่องอาร์บีนี่มันเหมาะตรงที่ แคมชาฟท์แล้วก็แครงชาฟท์เซนเซอร์ของมันจับอยู่ที่หัวแคมชาฟท์ เวลามันหมุนไปตามแคมมันก็จะส่งสัญญานออกมาบอกกล่องสมองว่าตอนนี้ลูกสูบไหนอยู่ตรงไหน ด้วยรูปร่างของอ้ายเจ้าเซนเซอร์ตัวเนี้ย เมื่อนำมาทำอแดปเตอร์ต่อแกนของมันให้หมุนตามแคมเครือง 103 ได้ก็เป็นอันได้เรื่องทันที เหลือแค่ปรับจูนน้ำมันแล้วก็ตำแหน่งไฟจุดระเบิดให้เหมาะสมด้วยกล่องขี่หลังก็เป็นอันวิ่งแร่ดได้แล้วววว... :lol:
สัญญานอย่างอื่นที่กล่องต้องการที่ต้องมีเป็นอย่างน้อยร่วมกับตำแหน่งแครงชาฟท์ก็คือแอร์แมสเซนเซอร์ ก็ใช้ของเดิมของอาร์บี รอบเครื่องก็นับจากแคมชาฟท์เซนเซอร์(มั้ง) มีเท่านี้ ก็สามารถสั่งงานได้แล้ว ส่วนสัญญานอุณหภูมิอากาศ อุณหภมิน้ำระบายความร้อนนี่จะมีก็ดี ไม่มีก็ยังทำงานได้..
เมื่อติดตั้งทุกอย่าง ไวริริ่งสายไฟ เดินท่อน้ำมัน ยึดท่อทางต่างๆได้แล้ว ต้องจูนอัพแบบเบื้องต้นแล้วก็ไม่โบไปก่อน เอาแค่ติดเครื่องวิ่งได้ เพื่อขับออกมาทำท่อมิเนียมของเทอร์โบใหม่ เพราะต้องติดตั้งแอร์แมสเซนเซอร์ของอาร์บีบนระบบท่ออากาศเข้าเครื่องด้วย ..ตอนที่รื้อของเก่าออกมาวันนี้ก็เจอว่าอินเตอร์น้ำ 1G ของเดิมมันรั่วซะแล้ว..ตามอายุสิบกว่าปีของมัน ก็ได้ฤกษ์ทำอินเตอร์น้ำใหม่พร้อมกันไปพอดี...ได้เสียเงินมากขึ้นอีกหน่อย.. :evil:
เมื่อติดตั้งอินเตอร์อันใหม่พร้อมเดินท่ออากาศเข้าเครื่องใหม่แล้ว(ร้านท่อไอเสีย) ก็ต้องนำกลับไปจูนอัพอีกทีแบบละเอียด...เที่ยวนี้แว่วๆมาว่าอาจจะไปนั่งจูนกันบนไดโน่หรือไงเนี่ยแหละ..เท่ห์ไปเลย.. :mrgreen: :mrgreen: ...ขืนไปถึงสิบห้ายี่สิบปอนด์คงขับลำบากอีกหลายเท่า..เป็นเวรกำของคนรถแรง...ฮี่..ฮี่... :mrgreen: