300Eวิ่งแล้วดับเคยฟังแต่คนอื่นเป็น เพิ่งเจอกับตัวเอง

chatup2u

New member
เคยอ่านเจอครับ เกี่ยวกับอาการวิ่งมาในความเร็วแล้วดับกลางอากาศ ต้องรีบเข้าเกียร์ N แล้วบิดกุญแจสตารท์ใหม่ ตั้งแต่ใช้รถมาเพิ่งเจอกับตัวเองเดือนนี้เองครับ เป็น 2 ครั้งแล้วในรอบ 15 วัน เท่าที่หาข้อมูลมาส่วนใหญ่จะคอมเม้นท์ว่าให้ไปล้างไอเดิล ก็เลยอยากสอบถามว่า
1 ) "ถ้าผมเพิกเฉยอาการนี้ไว้ก่อนคือยังไม่ว่างไปทำ รอให้มันเป็นถี่ๆกว่านี้ แล้วค่อยไปทำ จะเป็นผลเสียกับส่วนอื่นๆ หรือเป็นผลในระยะยาวไม๊ครับ "
2 ) " ล้างแล้ว มีความเสี่ยงอย่างอื่นตามมาหรือไม่ เช่น รอบไม่นิ่ง หรือต้องทำอย่างอื่นเพิ่มเติมด้วยไม๊ครับ"
ขอบคุณทุกท่านที่สละเวลาอ่านและแนะนำครับผม
 
วิ่งมาในความเร็วสูงแล้วดับกลางอากาศ สตาร์ทติดก็ไม่เป็นไรหรอก

แต่บังเอิญวันนึงถ้าสตาร์ทไม่ติดขึ้นมาก็แค่เบรคแข็ง เบรคไม่อยู่ ชนข้างหน้า รถพัง รถเสีย ชาวบ้านเดือดร้อน ตัวเองเดือดร้อน ก็ไม่ค่อยเสี่ยงอะไรใช่มั๊ยครับ หรือคุณคิดว่างัย
 
พี่ PK พูดซะเสียวเลย เออ ๆๆๆ แล้วแก้อย่างไรดีกันล่ะ ถ้าเกิดอาการนี้ จะกดเบรคมือ(เท้า) ก็กล้วหมุน ยุ่ง แน่ ๆ
 
มี 2 ตัวที่น่าสงสัย idle สกปรกกับ airflow sensor เพี้ยน
 
เข้าไปถามช่างแล้วครับ เค้าบอกว่าล้างไอเดิล แต่มันใช้เวลานาน พอดีผมจำเป็นต้องใช้รถอ่ะครับ ก็เลยว่าจะต้องทำวันหลัง สรุปว่าควรทำ 2 รายการนี้เหรอครับ ค่าใช้จ่ายอยู่ประมาณเท่าไรครับ กรณีล้างเฉยๆ แล้วผลข้างเคียงอื่นๆ ควรระวังจุดไหนเพิ่มเติมมั๊ยครับ
 
ถ้าดับแล้วเข้า N จะอันตรายหรือเปล่า

จำเลยอีกตัว รีเลย์ปั๊มติ๊ก ครับ ถอดแกะมาเอาแว่นขยายส่องดูลายปรินท์วงจรหรือยังว่า มันร่อนหลุดมั๊ย
 
มีช่วงหนึ่งก็เกิดอาการนี้ คือดับการอากาศขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่ บ่อยมาก
ผมเลยทำแบบนี้ (ไม่แน่นใจว่าถูกต้องหรือไม่?)
อย่าตกใจ ! ..รักษาทิศทางรถให้อยู่ในเลนของตัวเอง (รถยังมีแรงเฉื่อยอยู่)
เปลี่ยนเกียร์ว่าง (N) เพื่อสตาร์ทรถใหม่ ..เปลี่ยนเกียร์กลับเป็น D

วิธีแก้ไข ก็คงเหมือนที่ข้างบนแนะนำ ...พวก airmass , ลิ้นผีเสื้อ และอื่นๆ
 
ถ้าดับตอนวิ่งตรงๆก็ไม่ตกใจเท่าไหร่ ทำอย่างที่คุณ jazz2u ว่าได้สบายๆ แต่ถ้ากำลังเข้าโค้งอยู่พวงมาลัยจะหนักขึ้นมาอย่างกระทันหันทำให้ต้องออกแรงมากขึ้นแถมพอแตะเบรคก็วิ่งทื่อ อาการเสียววาบจะมาเยือนทันที แต่ถ้าดับบ่อยๆปัญหาจะน้อยลงเพราะชินไปเอง..อิ..อิ
icon_lol.gif
 
jazz2u said:
มีช่วงหนึ่งก็เกิดอาการนี้ คือดับการอากาศขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่ บ่อยมาก
ผมเลยทำแบบนี้ (ไม่แน่นใจว่าถูกต้องหรือไม่?)
อย่าตกใจ ! ..รักษาทิศทางรถให้อยู่ในเลนของตัวเอง (รถยังมีแรงเฉื่อยอยู่)
เปลี่ยนเกียร์ว่าง (N) เพื่อสตาร์ทรถใหม่ ..เปลี่ยนเกียร์กลับเป็น D

วิธีแก้ไข ก็คงเหมือนที่ข้างบนแนะนำ ...พวก airmass , ลิ้นผีเสื้อ และอื่นๆ

ไม่ถึงกับต้องเข้าเกียร์ว่างแล้วใช้มอเตอร์สตาร์ทหรอกครับ
.. ปิดสวิทช์กุญแจ แล้วเปิดใหม่ไม่ต้องถึงจังหวะสตาร์ท ให้แรงจากล้อไปหมุนเครื่องให้ติดได้ครับ
 
สรุปจำเลย เรียงตามความสำคัญก่อนหลัง ( เข้าใจถูกต้องไม๊ครับคือแก้จากของง่ายก่อน ) ได้แก่
1 ล้างไอเดิล
2 เช็ค airflow sensor
3 รีเลย์ปั๊มติ๊ก ( แต่อันนี้ ผมสังเกตว่าก่อนบิดกุญแจสตารท์มันได้ยินเสียงทำงานประมาณ 2-3 วินาที แบบนี้ถือว่ายังปกติอยู่ใช่ไม๊ครับ )

และที่คุณ q แนะนำว่า
"ไม่ถึงกับต้องเข้าเกียร์ว่างแล้วใช้มอเตอร์สตาร์ทหรอกครับ
.. ปิดสวิทช์กุญแจ แล้วเปิดใหม่ไม่ต้องถึงจังหวะสตาร์ท ให้แรงจากล้อไปหมุนเครื่องให้ติดได้ครับ "
อันนี้ช่วยอธิบายนิดนึงครับว่า ค้างที่ตำแหน่ง D ไว้ขณะรถยังมีแรงเฉื่อย แล้วเปิดสวิตซ์กุญแจใหม่แต่ไม่ต้องบิดสตารท์เครื่องแล้วไงต่อครับ เครื่องมันจะติดเลยหรือ?
 
chatup2u said:
และที่คุณ q แนะนำว่า
"ไม่ถึงกับต้องเข้าเกียร์ว่างแล้วใช้มอเตอร์สตาร์ทหรอกครับ
.. ปิดสวิทช์กุญแจ แล้วเปิดใหม่ไม่ต้องถึงจังหวะสตาร์ท ให้แรงจากล้อไปหมุนเครื่องให้ติดได้ครับ "
อันนี้ช่วยอธิบายนิดนึงครับว่า ค้างที่ตำแหน่ง D ไว้ขณะรถยังมีแรงเฉื่อย แล้วเปิดสวิตซ์กุญแจใหม่แต่ไม่ต้องบิดสตารท์เครื่องแล้วไงต่อครับ เครื่องมันจะติดเลยหรือ?

ครับ เครื่องจะติดเอง ผมและเพื่อนๆ มักจะทำกัน เวลาที่อยากรีสตาร์ทระบบแอร์
 
ถ้าความเร็วรถยังสูงอยู่ก็เหมือนเราเข็นรถเวลาสตาร์ทไม่ติดไงครับ
เพียงแต่ในรถเกียร์ออโตไม่เข็นกันเวลาที่แบตหมด เนื่องจากการเข็นรถเกียร์ออโตมันต้องเร็วรู้สึกว่ากว่า 30 กม/ชม หรือไงนี่ละ ซึ่งสูงมากสำหรับการที่จะใช้คนเข็น
ถ้าเอารถลากแล้วกระตุกให้ติดก็อันตรายมากๆ
 
คุณ q ครับ ที่คุณบอกว่าเครื่องจะติดเอง ผมและเพื่อนๆ มักจะทำกัน เวลาที่อยากรีสตาร์ทระบบแอร์ ผมอยากทราบว่า restart ระบบแอร์เพื่ออะไรหรือครับ แล้วคุณต้องทำขณะรถวิ่งอยู่แล้วคุณหมุนกุญแจปิดสวิตซ์ให้เครื่องดับไปหนือครับ อันนี้ต้องขอประทานโทษจริงๆครับที่ถาม ขอเป็นความรู้ด้วยครับ
 
เวลาที่ระบบแอร์มีปัญหาจะด้วยสาเหตุจากอะไรก็ตามรีเลย์แอร์มักจะสั่งตัดการทำงานของแอร์ จากคำสั่งที่มาจากตัวคอนโทรลแอร์
ทีนี้ไอ้เจ้าคอนโทรลแอร์ของเบนซ์มีอยู่ 2 ยี่ห้อ

- อันนึงตัดแล้วตัดเลย หลังจากนั้นต้องดับเครื่องสตาร์ทใหม่ มันจึงจะสั่งให้รีเลย์แอร์สั่งคอมทำงานได้
- อีกอันเมื่อต้ดแล้ว ภายใน....นาที มันจะสั่งให้รีเลย์ต่อเองทำให้แอร์ทำงานใหม่ แต่ถ้าตัดอีก มันจะต่อให้เพียง 3 ครั้งเท่านั้น หลังจากนั้นต้องดับเครื่องสตาร์ทใหม่ มันจึงจะสั่งให้รีเลย์แอร์สั่งคอมทำงานได้

เท่าที่สังเกตุรถในบ้านเรามันจะเป็นแบบแรกซะส่วนใหญ่ ทีนี้เวลาแอร์ตัดมันก็ร้อนสิครับ
พวกประดาเรากำลังซิ่งกันมันๆ แอร์ยัีงซ่อมไม่จบหรือหาสาเหตุยังไม่เจอ
ไอ้ครั้นที่จะจอดรถดับเครื่องมันก็เสียจังหวะซิ่ง
พอแอร์คัดรู้แล้วว่ารีเลย์มันสั่ง
มือขวาประคองพวงมัย
มือซ้ายถือขัน เอ๊ย.....จับลูกกุญแจ
บิดข้อมือ ฉึบ-ฉับ ซ้าย-ขวา แอร์มาทันใจ
:lol:
icon_lol.gif
 
บางทีรีเลย์แอร์ขี้เกียจบ้าง
บางทีสายพานลื่นบ้างครับ
 
ปาดหน้าตาq แค่เสี้ยววินาที อิิอิ
 
อืม.... น่าจะมาลองนั่งรถพี่ 4 ดูครับ
train นิดเดียวแต่จะจำไปนานเลยครับ ........ :lol:
icon_lol.gif
 
Kaz said:
ปาดหน้าตาq แค่เสี้ยววินาที อิิอิ

เผลอมองสาวแว่บเดียว
 
ไม่ถึงกับต้องเข้าเกียร์ว่างแล้วใช้มอเตอร์สตาร์ทหรอกครับ
.. ปิดสวิทช์กุญแจ แล้วเปิดใหม่ไม่ต้องถึงจังหวะสตาร์ท ให้แรงจากล้อไปหมุนเครื่องให้ติดได้ครับ
อืม ! ถ้าดับคราวหน้าจะลองวิธีนี้ดู ..แล้วจะมีผลกับเกียร์ออโตเปล่าครับ ?
 
jazz2u said:
ไม่ถึงกับต้องเข้าเกียร์ว่างแล้วใช้มอเตอร์สตาร์ทหรอกครับ
.. ปิดสวิทช์กุญแจ แล้วเปิดใหม่ไม่ต้องถึงจังหวะสตาร์ท ให้แรงจากล้อไปหมุนเครื่องให้ติดได้ครับ
อืม ! ถ้าดับคราวหน้าจะลองวิธีนี้ดู ..แล้วจะมีผลกับเกียร์ออโตเปล่าครับ ?

ถ้าอยากลองจริง หาช่วงว่างๆ บิดกุญแจกลับไปกลัมมาดูก่อนดีกว่ามั้งครับ
 
Back
Top