หลังจากที่อ่านกระทู้ที่นี่มาหลายกระทู้ พบว่ากระทู้หลักๆ ของ Kjet ที่ผมอ่านเจอจะแบ่งเป็น
ติด gas mixer แบบดูด 100%
หัวฉีดอำไพ
ติดสองกล่องพ่วง (Zenith +กล่อง gas)
และหัวฉีดไฟฟ้า
โดยสิ่งที่ผมกังวลสุดๆ กับการติดแก๊ส kjet คือเรื่อง back fire เบาดับ ความร้อนที่เพิ่มขึ้นของเครื่องและงบประมาณคับ
สิ่งต่างๆ โดยรวมๆ ทำให้ผมลังเลต่อการติด gas มากๆ จากวันนั้นจวบจนวันนี้ก็เกินปีนึงแล้ว งบประมาณที่เคยจำกัดก็เพิ่มขึ้น สภาพรถที่ทะยอยๆ ซ่อมจากเรื่องความร้อน เครื่องยนต์ จนตอนนี้ก็เริ่มวนกลับไปที่ช่วงล่าง(ซึ่งมีความจำเป็นน้อยกว่าเครื่องยนต์)อีกแล้ว ดังนั้น ผมเริ่มน่าจะหาตัดสินใจติดแก๊สก่อนที่ผมจะระบมกะค่าน้ำมัน (กม.ละ 8 บาท) ไปกว่าที่ควรจะเป็นแล้วคับ
รถคันนี้แม่ผมขับไปจ่ายตลาด พ่อขับไป super merket และผม(เคย)ขับไปทำงานบ้าง ดังนั้นหลักๆ คือ แม่ขับ หากเกิด backfire ตอนแม่ผมใช้ ชีวิตผมคงไม่มีเหลือ ดังนั้น mixer ผมคงเสียงไม่ได้
ผมจึงตัดสินใจติด gas หัวฉีดคับ แต่จากเงื่อนไขของหัวฉีดไฟฟ้าทำให้ผมต้องเพิ่มงบอีก 4-5 หมื่นบาท ผมจึงคิดว่าถ้าสุดท้ายต้องจ่าย ผมก็ควรจะจ่ายเป็นรายการสุดท้าย เลยตัดสินใจติดแก็สไปก่อน
จากที่อ่านกระทู้่หลังๆ มา เค้าแนะนำให้ ติดสองกล่องพ่วง (Zenith +กล่อง gas) ผมก็ยังไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่ผมคิดว่าค่าใช้จ่ายคงจะไม่เยอะ เลยลองไปถามที่ร้านดู ปรากฎว่าร้านเค้าบอกว่ากล่อง Zenith เค้าเลิกผลิต หรือเลิกนำเข้ามาขายไปแล้วคับ เค้าแนะนำให้ใช้กล่องอำไพ เค้าก็ยืนยันว่าจบแน่ๆ ผมเลยลองโทรถามร้านที่สองว่าเค้ามีความเห็นเหมือนกันมั้ย ผลก็คือเหมือนกัน
สรุปว่าผมเลยตัดสินใจติด gas กล่องอำไพคับ
สุดท้ายไปลอกข้อสรุปจากกระทู้ของพี่มานิตมา สรุปได้แบบนี้อะคับ ไม่รุ้ว่าถูกมั้ยคับ
http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=39403
1. หัวฉีดเป็นของ Valtek 3 โอหม์ เจาะรูที่หัวฉีด (เห็นว่าจบที่ 2.2)และ ECU อำไพ
2. หม้อต้ม โทมา Arctic (หลังทอง) 120 - 240 แรงม้า ปรับแรงดัน 1 bar เร่งให้ไป 1.5 bar
3. รีเลย์ปั้มติ๊กแบบ 5 ขา
4. ท่อยางที่ต่อจากวาวล์หัวฉีดไปยังหัวจ่ายแก๊สที่ติดอยู่ที่ท่อร่วมไอดีควรยาวเท่ากันทุกเส้น และมีความยาวไม่ควรเกิน 18 ซม. ให้หัวฉีดตั้งอยู่ในแนวดิ่งให้มากที่สุด เพื่อให้เป็นไปตามที่ออกแบบไว้ในเรื่องของการใช้แรงดึงดูดของโลก
5. ต่อท่อลมดูดจากหม้อต้มไปที่ท่อร่วมไอดีเพื่อชดเชย ความดันแก๊สที่จ่ายไปยังหัวฉีดตามโหลดของเครื่องยนต์
6. ต่อแวคคั่มแอร์ของโตโยต้า มาบายพาสอากาศ คร่อมไอเดิ้ลสปีดคอนโทรล แล้วต่อสายไฟให้วาวล์ไฟฟ้าทำงานพร้อมติ้กแก๊ส และต้องใช้ท่อยางขนาดใหญ่ที่สุดเสียบลงไปที่หัวนิบเปิ้ลได้มาต่อกัน (แนะนำ 6 มม. ขั้นต่ำ และน่าจะโตได้กว่านี้) ใส่ relay ตัด idle speed เดิมออกเวลาจ่ายแก๊ส
7. ติด relay ตัด idle speed
โดยหลักๆ 7 ข้อนี้ถือว่าครบหรือยังคับกับการติดแก๊ส 300E ถ้ายังไม่ครบรบกวนแนะนำเพิ่มด้วยคับ
และที่ผมคุยกับร้านแรกกะร้านที่สองมีข้อแตกต่างกันที่ว่า ร้านแรกให้ผมติดกล่องที่เกียร์เพิ่มคับ เพื่อชดเชย(เพิ่มรอบเครื่อง)เฉพาะเวลาที่เข้าเกียร์ เช่นจากเกียร์ D ไป R หรือ N ไป D ผมอยากรู้ว่ากล่องแบบนี้มีจริงมั้ยคับ หรือร้านเค้าอำ(เรียกเงินเพิ่ม) และถ้ามีจริงมันคือกล่องอะไรคับ ต่อมาร้านที่สองเค้าแนะนำให้ผมจูนรอบเครื่องเพิ่มจากเดิม 100-150 รอบเพื่อลดปัญหาเบาดับจากการเข้าเกียร์คับ แต่ผมกลับไปกังวลว่าจะเปนการเพิ่มภาระเรื่องความร้อนให้เครื่องยนต์หรือไม่คับเพราะรถใช้ในเมืองเปนส่วนใหญ่คับ
ทั้งสองร้านที่ผมคุย เค้าพูดเหมือนกันเรื่องท่อ 6 กะ 8 มม. คับ เค้าบอกว่าท่อ 6 มม. รับได้ 10 bar เราเพิ่งใช้งานจริงๆ แค่ 2 bar เหลืออีก 8 bar ยังไงก็ไม่จำเป็น และสำคัญคือวาวที่ร้านเค้ามีเนี่ยยังไงก็มีแต่ออก 6 มม. ไม่มีออก 8 มม. ยังไงก็คอขวดที่วาว สำคัญคือการเดินท่อคับ ความเรียบร้อยของการเดินท่อ 6 กะ 8 มม. มีผลต่อการยึดท่อกะตัวถังรถคับ อันนี้จริงเท็จยังไงอะคับ รบกวนแนะนำสั่งสอนผมทีคับ
สุดท้ายสำหรับคำถาม ณ ตอนนี้ น้ามานิต เจาะ vacuum กี่มม. คับ เบื้องต้นผมอ่านเจอว่าตอนแรก ใส่ nipple 6 มม. แล้วปัจจุบันเจาะกี่ มม. คับ
ถ้าพี่ๆ ทุกท่านมีอะไรแนะนำเพิ่มเติม ขอเรียนเชิญเลยนะคับ วันจันทร์นี้ผมจะไปโมช่วงล่าง ใส่เพลากลาง e280 เฟืองท้าย และเพลาข้างของ e280 ที่อู่บ้าน และหลังจากนั้นคงจะดำเนินการติดแก๊สเลยคับ เพราะผมจะเอา comment ของทุกท่านไปโมลงรถผมคับ ขอบคุณคับ:ylsuper:
ติด gas mixer แบบดูด 100%
หัวฉีดอำไพ
ติดสองกล่องพ่วง (Zenith +กล่อง gas)
และหัวฉีดไฟฟ้า
โดยสิ่งที่ผมกังวลสุดๆ กับการติดแก๊ส kjet คือเรื่อง back fire เบาดับ ความร้อนที่เพิ่มขึ้นของเครื่องและงบประมาณคับ
สิ่งต่างๆ โดยรวมๆ ทำให้ผมลังเลต่อการติด gas มากๆ จากวันนั้นจวบจนวันนี้ก็เกินปีนึงแล้ว งบประมาณที่เคยจำกัดก็เพิ่มขึ้น สภาพรถที่ทะยอยๆ ซ่อมจากเรื่องความร้อน เครื่องยนต์ จนตอนนี้ก็เริ่มวนกลับไปที่ช่วงล่าง(ซึ่งมีความจำเป็นน้อยกว่าเครื่องยนต์)อีกแล้ว ดังนั้น ผมเริ่มน่าจะหาตัดสินใจติดแก๊สก่อนที่ผมจะระบมกะค่าน้ำมัน (กม.ละ 8 บาท) ไปกว่าที่ควรจะเป็นแล้วคับ
รถคันนี้แม่ผมขับไปจ่ายตลาด พ่อขับไป super merket และผม(เคย)ขับไปทำงานบ้าง ดังนั้นหลักๆ คือ แม่ขับ หากเกิด backfire ตอนแม่ผมใช้ ชีวิตผมคงไม่มีเหลือ ดังนั้น mixer ผมคงเสียงไม่ได้
ผมจึงตัดสินใจติด gas หัวฉีดคับ แต่จากเงื่อนไขของหัวฉีดไฟฟ้าทำให้ผมต้องเพิ่มงบอีก 4-5 หมื่นบาท ผมจึงคิดว่าถ้าสุดท้ายต้องจ่าย ผมก็ควรจะจ่ายเป็นรายการสุดท้าย เลยตัดสินใจติดแก็สไปก่อน
จากที่อ่านกระทู้่หลังๆ มา เค้าแนะนำให้ ติดสองกล่องพ่วง (Zenith +กล่อง gas) ผมก็ยังไม่รู้ว่าเป็นยังไง แต่ผมคิดว่าค่าใช้จ่ายคงจะไม่เยอะ เลยลองไปถามที่ร้านดู ปรากฎว่าร้านเค้าบอกว่ากล่อง Zenith เค้าเลิกผลิต หรือเลิกนำเข้ามาขายไปแล้วคับ เค้าแนะนำให้ใช้กล่องอำไพ เค้าก็ยืนยันว่าจบแน่ๆ ผมเลยลองโทรถามร้านที่สองว่าเค้ามีความเห็นเหมือนกันมั้ย ผลก็คือเหมือนกัน
สรุปว่าผมเลยตัดสินใจติด gas กล่องอำไพคับ
สุดท้ายไปลอกข้อสรุปจากกระทู้ของพี่มานิตมา สรุปได้แบบนี้อะคับ ไม่รุ้ว่าถูกมั้ยคับ
http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=39403
1. หัวฉีดเป็นของ Valtek 3 โอหม์ เจาะรูที่หัวฉีด (เห็นว่าจบที่ 2.2)และ ECU อำไพ
2. หม้อต้ม โทมา Arctic (หลังทอง) 120 - 240 แรงม้า ปรับแรงดัน 1 bar เร่งให้ไป 1.5 bar
3. รีเลย์ปั้มติ๊กแบบ 5 ขา
4. ท่อยางที่ต่อจากวาวล์หัวฉีดไปยังหัวจ่ายแก๊สที่ติดอยู่ที่ท่อร่วมไอดีควรยาวเท่ากันทุกเส้น และมีความยาวไม่ควรเกิน 18 ซม. ให้หัวฉีดตั้งอยู่ในแนวดิ่งให้มากที่สุด เพื่อให้เป็นไปตามที่ออกแบบไว้ในเรื่องของการใช้แรงดึงดูดของโลก
5. ต่อท่อลมดูดจากหม้อต้มไปที่ท่อร่วมไอดีเพื่อชดเชย ความดันแก๊สที่จ่ายไปยังหัวฉีดตามโหลดของเครื่องยนต์
6. ต่อแวคคั่มแอร์ของโตโยต้า มาบายพาสอากาศ คร่อมไอเดิ้ลสปีดคอนโทรล แล้วต่อสายไฟให้วาวล์ไฟฟ้าทำงานพร้อมติ้กแก๊ส และต้องใช้ท่อยางขนาดใหญ่ที่สุดเสียบลงไปที่หัวนิบเปิ้ลได้มาต่อกัน (แนะนำ 6 มม. ขั้นต่ำ และน่าจะโตได้กว่านี้) ใส่ relay ตัด idle speed เดิมออกเวลาจ่ายแก๊ส
7. ติด relay ตัด idle speed
โดยหลักๆ 7 ข้อนี้ถือว่าครบหรือยังคับกับการติดแก๊ส 300E ถ้ายังไม่ครบรบกวนแนะนำเพิ่มด้วยคับ
และที่ผมคุยกับร้านแรกกะร้านที่สองมีข้อแตกต่างกันที่ว่า ร้านแรกให้ผมติดกล่องที่เกียร์เพิ่มคับ เพื่อชดเชย(เพิ่มรอบเครื่อง)เฉพาะเวลาที่เข้าเกียร์ เช่นจากเกียร์ D ไป R หรือ N ไป D ผมอยากรู้ว่ากล่องแบบนี้มีจริงมั้ยคับ หรือร้านเค้าอำ(เรียกเงินเพิ่ม) และถ้ามีจริงมันคือกล่องอะไรคับ ต่อมาร้านที่สองเค้าแนะนำให้ผมจูนรอบเครื่องเพิ่มจากเดิม 100-150 รอบเพื่อลดปัญหาเบาดับจากการเข้าเกียร์คับ แต่ผมกลับไปกังวลว่าจะเปนการเพิ่มภาระเรื่องความร้อนให้เครื่องยนต์หรือไม่คับเพราะรถใช้ในเมืองเปนส่วนใหญ่คับ
ทั้งสองร้านที่ผมคุย เค้าพูดเหมือนกันเรื่องท่อ 6 กะ 8 มม. คับ เค้าบอกว่าท่อ 6 มม. รับได้ 10 bar เราเพิ่งใช้งานจริงๆ แค่ 2 bar เหลืออีก 8 bar ยังไงก็ไม่จำเป็น และสำคัญคือวาวที่ร้านเค้ามีเนี่ยยังไงก็มีแต่ออก 6 มม. ไม่มีออก 8 มม. ยังไงก็คอขวดที่วาว สำคัญคือการเดินท่อคับ ความเรียบร้อยของการเดินท่อ 6 กะ 8 มม. มีผลต่อการยึดท่อกะตัวถังรถคับ อันนี้จริงเท็จยังไงอะคับ รบกวนแนะนำสั่งสอนผมทีคับ
สุดท้ายสำหรับคำถาม ณ ตอนนี้ น้ามานิต เจาะ vacuum กี่มม. คับ เบื้องต้นผมอ่านเจอว่าตอนแรก ใส่ nipple 6 มม. แล้วปัจจุบันเจาะกี่ มม. คับ
ถ้าพี่ๆ ทุกท่านมีอะไรแนะนำเพิ่มเติม ขอเรียนเชิญเลยนะคับ วันจันทร์นี้ผมจะไปโมช่วงล่าง ใส่เพลากลาง e280 เฟืองท้าย และเพลาข้างของ e280 ที่อู่บ้าน และหลังจากนั้นคงจะดำเนินการติดแก๊สเลยคับ เพราะผมจะเอา comment ของทุกท่านไปโมลงรถผมคับ ขอบคุณคับ:ylsuper: