เครื่องยนต์ E220 ปี 95 ประกอบนอก มีอาการหลายอย่าง

Sathian

New member
ได้รถมาเมื่อเดือน ตุลา 55
1) เกียร์พัง ซ่อมเกียร์ (15,xxx)
2) เปลี่ยนของเหลวทั้งหมด น้ำหล่อเย็นใช้ของเบ๊นซ์ สีเขียว
3) เปลี่ยนโชคหน้า จานเบรค ผ้าเบรค ทั้งหน้า และหลัง เปลี่ยนยอยเพลากลาง สองตัว
4) ออกตัว 0-20 กม/ชม เกียร์หอน (เสียง วือ ๆ) แต่ เดินเบา กับวิ่งมากกว่า 20 กม/ชม. ไม่หอน ช่างบอกไม่เป็นไรใช้ไปก่อน
:chased:
 

Attachments

  • IMG_1073.JPG
    IMG_1073.JPG
    51.9 KB · Views: 518
  • IMG_1161.JPG
    IMG_1161.JPG
    54.3 KB · Views: 508
  • IMG_1164.JPG
    IMG_1164.JPG
    57.2 KB · Views: 503
Last edited:
ต่อข้อ 5)

5) ไปต่างจังหวัดตอนปีใหม่ สังเกตุเห็นหม้อพักน้ำหล่อเย็นมีน้ำมันเครื่องลอยอยู่ด้านบน ข้อมูลใน เวป BON บอกว่า งานเข้าแล้ว เลยไปที่อู่ให้ช่างเปลี่ยนประเก็นฝาสูบ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง กรองเครื่อง น้ำหล่อเย็น(เปลี่ยนมาใช้ของ Toyota สีแดงแทน) ประเก็นฝาวาว หัวเทียน ผลที่ได้ น้ำมันเครื่องไม่รั่ว แต่มีสนิมมาปนในน้ำหล่อเย็น
6) เปลี่ยน วิทยุ เป็น CD ของ ไพโอเนียร์ แบบมี Bluetooth เยี่ยมมาก
7) หลังจากนั้น หนึ่งอาทิตย์ น้ำหล่อเย็นซึมตรงปลายท่อตรงแค้มรัด สั่งให้ช่างที่อู่ เปลี่ยนใหม่หมด ทุกเส้น และอุดท่อ ฮีตเตอร์ เข้า-ออก ในท่อที่เข้าฮีตเตอร์ ยังมีโคลนสนิมเต็ม ช่างบอกไม่เป็นไร เมืองไทย ไม่ต้องใช้ก็เลยอุดท่อพร้อมสนิม
8) หลังจากนั้น หนึ่งอาทิตย์ สายเพาเวอร์ ซึม สั่งให้ช่างที่อู่ ไปย้ำหัวใหม่ ทั้งสองเส้น
9) สองอาทิตย์ต่อมา กระจกหลังซ้ายลงแล้วไม่ยอมขึ้น ส่วน หน้าซ้ายใช้ได้เป็นบางวัน เลยไปหาช่างสมควร ซ่อม ปรากฏว่า กระจกหลังซ้าย พลาสติคดึงกระจกแตก (กรอบมาก) หน้าซ้าย เฟืองมอเตอร์รูด จึงใช้ได้บ้าง ไม่ใช้ได้บ้าง ซ่อมแล้วอาการหายมั่นใจมากเพราะนั่งเฝ้าทั้งวัน เลยถือโอกาสนี้ ตั้งประตูไหม่ (ปิดยาก) ซ่อมเบาะไฟฟ้าใหม่คู่หน้าทั้งสองตัว ประปิดง่ายขึ้น เบาะไฟฟ้าทำงานได้เป็นปกติ
10) อาทิตย์ที่แล้ว ไฟถอยไม่ติด คอมแอร์ ไม่ทำงาน เปิดฝากระโปงดูฟิวส์ ปรากฏว่า ฟิวส์เบอร์ 7 ขาด และสังเกตุเห็น ตัวอื่นๆเก่ามากจนเป็นสีตะกั่ว เลยซื้อมาเปลี่ยนใหม่หมด อาการหาย คอมฯ แอร์ทำงาน ไฟถอยติด
 

Attachments

  • IMG_1250.JPG
    IMG_1250.JPG
    57 KB · Views: 504
  • IMG_1255.JPG
    IMG_1255.JPG
    57.6 KB · Views: 503
  • IMG_1299.JPG
    IMG_1299.JPG
    38.3 KB · Views: 520
11) อาการทีเหลือเป็นคิวต่อไป
a. เกจ์ วัดแรงดันน้ำมันเครื่องค้างที่เลข3 ทั้งติดเครื่องและไม่ติดเครื่อง อ่านในเวปแล้วต้องเปลี่ยนสวิทซ์ใหม่
b. คอมฯ แอร์ไม่ยอมตัด ทำงานตลอด ยังไม่ทราบสาเหตุ โปรดช่วยชี้แนะ
c. น้ำระบายแอร์ที่ไหลตรงตำแน่งใต้เกียร์ มีสนิมปนมากับน้ำด้วย สังเกตุเห็นพื้นมีรอยสนิมแดง (จอดที่ไหนแดงที่นั่น ช่วงแรกๆ เยอะมาก ช่วงหลัง มีน้อย) ยังไม่ทราบสาเหตุ โปรดช่วยชี้แนะ
 

Attachments

  • IMG_1421.JPG
    IMG_1421.JPG
    56.5 KB · Views: 515
  • IMG_1311.JPG
    IMG_1311.JPG
    37.2 KB · Views: 510
  • IMG_1299.JPG
    IMG_1299.JPG
    38.3 KB · Views: 506
ขอบคุณทุกท่านที่ให้คำชี้แนะครับ:ylsuper::n45:
 

Attachments

  • IMG_1025.JPG
    IMG_1025.JPG
    57.8 KB · Views: 509
11) อาการทีเหลือเป็นคิวต่อไป
a. เกจ์ วัดแรงดันน้ำมันเครื่องค้างที่เลข3 ทั้งติดเครื่องและไม่ติดเครื่อง อ่านในเวปแล้วต้องเปลี่ยนสวิทซ์ใหม่
b. คอมฯ แอร์ไม่ยอมตัด ทำงานตลอด ยังไม่ทราบสาเหตุ โปรดช่วยชี้แนะ
c. น้ำระบายแอร์ที่ไหลตรงตำแน่งใต้เกียร์ มีสนิมปนมากับน้ำด้วย สังเกตุเห็นพื้นมีรอยสนิมแดง (จอดที่ไหนแดงที่นั่น ช่วงแรกๆ เยอะมาก ช่วงหลัง มีน้อย) ยังไม่ทราบสาเหตุ โปรดช่วยชี้แนะ

ตอบ
bตอนตัดฮิดเตอร์ไม่ทราบทำอะไรเพื่มหรือเปล่าครับน่าจะเกียวกับการตัดฮิดเตอร์
cสนิมมาจากฮิดเตอร์ที่ตัดออกครับ
 
พี่ครับ คอมแอร์ในสภาพใช้งานปกติของเบนซ์พวกนี้ไม่ตัดอยู่แล้วครับ

ระบบคือ คอมทำงานตลอด ปรับอุณหภูมิโดยใช้น้ำร้อนวิ่งผ่านมากน้อยแล้วแต่จะต้องการให้แอร์มันอุ่นขึ้นเท่าไร ดังนั้นถ้าตัดท่อน้ำฮีทเตอร์ออก รถพวกเราจึงมีแอร์ยะเยือกครับ

เห็นรถเบนซ์เวลาจะขายหลายคันเขียนว่า แอร์เย็นจนหนาว จริงแล้วมันหมายความว่าระบบปรับอุณหภูมิใช้งานไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าโฆษณาเล๊ย
 
ตอบ
bตอนตัดฮิดเตอร์ไม่ทราบทำอะไรเพื่มหรือเปล่าครับน่าจะเกียวกับการตัดฮิดเตอร์
cสนิมมาจากฮิดเตอร์ที่ตัดออกครับ


ไม่ได้ทำอะไรกับมันเลย อุดเฉยๆ ก่อนอุดเห็นช่างเหลาไม้เสียบก่อน
 

Attachments

  • IMG_1437.JPG
    IMG_1437.JPG
    25.6 KB · Views: 408
  • IMG_1438.JPG
    IMG_1438.JPG
    31.9 KB · Views: 402
พี่ครับ คอมแอร์ในสภาพใช้งานปกติของเบนซ์พวกนี้ไม่ตัดอยู่แล้วครับ

ระบบคือ คอมทำงานตลอด ปรับอุณหภูมิโดยใช้น้ำร้อนวิ่งผ่านมากน้อยแล้วแต่จะต้องการให้แอร์มันอุ่นขึ้นเท่าไร ดังนั้นถ้าตัดท่อน้ำฮีทเตอร์ออก รถพวกเราจึงมีแอร์ยะเยือกครับ

เห็นรถเบนซ์เวลาจะขายหลายคันเขียนว่า แอร์เย็นจนหนาว จริงแล้วมันหมายความว่าระบบปรับอุณหภูมิใช้งานไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าโฆษณาเล๊ย


ขอบคุณ คุณ Peace_Keeper ที่ให้ความกระจ่างเรี่องแอร์
 
ประทานโทษครับรถคันนี้พี่ซื้อจากที่ไหน รู้ประวัติรถบ้าง หรือเปล่าครับ

เลขไมล์ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ทำไมต้องซ่อมมากจริง ๆครับ
 
ประทานโทษครับรถคันนี้พี่ซื้อจากที่ไหน รู้ประวัติรถบ้าง หรือเปล่าครับ

เลขไมล์ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ทำไมต้องซ่อมมากจริง ๆครับ


ผมซื้อต่อจากเจ้าของบริษัท ผลิตเเละจำหน่ายยา เเก้ปวดลดไข้ ยี่ห้อหนึ่ง อู่ที่เขาซ่อมประจำแนะนำ ไม่เคยชนหนัก เเละจอดมากกว่าใช้งาน คือเขามีรถหลายคัน ตอนนั้นกำลังซ่อมเกียร์อยู่ที่อู่
ตอนรับรถเอาไปล้างห้องเครื่องมีเศษใบไม้เต็มเลย
ล้างหม้อน้ำไปสามรอบ (ล้างธรรมดา) สนิมยังมีให้เห็น

เมื่อวานอยู่ว่างๆเลยถอดประตูด้านคนขับมาซ่อมเอง เพราะมือจับมันหลวม ปรากฏว่าคลิบล็อคหล่นเป็นแถบ หักเกือบครึ่งแผง เป็นเพราะเจ้าของเดิมทำ เเก้ไขแบบง่ายๆ เอาสกรูยึดซะเลย แน่นปึ๊ก
 

Attachments

  • IMG_1439.JPG
    IMG_1439.JPG
    34.4 KB · Views: 329
  • IMG_1447.JPG
    IMG_1447.JPG
    49.8 KB · Views: 343
พี่ครับ คอมแอร์ในสภาพใช้งานปกติของเบนซ์พวกนี้ไม่ตัดอยู่แล้วครับ

ระบบคือ คอมทำงานตลอด ปรับอุณหภูมิโดยใช้น้ำร้อนวิ่งผ่านมากน้อยแล้วแต่จะต้องการให้แอร์มันอุ่นขึ้นเท่าไร ดังนั้นถ้าตัดท่อน้ำฮีทเตอร์ออก รถพวกเราจึงมีแอร์ยะเยือกครับ

เห็นรถเบนซ์เวลาจะขายหลายคันเขียนว่า แอร์เย็นจนหนาว จริงแล้วมันหมายความว่าระบบปรับอุณหภูมิใช้งานไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่าโฆษณาเล๊ย

ถูกต้องและถูกใจอย่างที่พี่ผมว่าเลยครับระบบเค้าทำมาดีแล้วต้องรักษาระบบเดิมๆไว้เวลาซ่อมก็ง่าย

สำหรับเรื่องเกียรนี่มันอธิบายกันยากจังเลยว่าทำไมซ่อมมาแล้วจึงไม่ดีเหมือนเดิม

จะเห็นว่ามีสมาชิกของเราเอาเกียรไปซ่อมมีตั้งแต่ 10000- 35000 บาทจะเอาอะไรเป็นมาตรฐาน

บอกได้เลยว่ายากมากเพราะทั้งนี่ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับร้านซ่อมว่ามีความจริงใจกะลูกค้ามากน้อยแค่ไหน

อู่ที่เราให้ถอดเอาไปซ่อมล่ะนั่นก็ตัวดีแอบกินหัวคิวค่าซ่อมเราอีก

การซ่อมเกียรนั้นหากซ่อมแบบเปลี่ยนหมดจริงๆจะเหมือนเราได้เกียรใหม่มาใช้อันนี้ไม่พูดถึงฝีมือนะ

แต่ในความเป็นจริงนั้นเวลาเปลี่ยนอะไหล่ทางอู่หรือร้านซ่อมจะเปลี่ยนให้เฉพาะตัวที่เสียเท่านั้นแหละ

ตัวที่ยังไม่เสียแต่ใกล้ล่ะจะยังไม่เปลี่ยนแต่เวลาคิดเงินบอกว่าเปลี่ยนอะไรไม่รุเต็มไปหมด

อ้อยเข้าปากช้าง ผีถึงป่าช้าแล้ว ยังไงเราก็ต้องจ่ายอย่างไม่มีทางปฎิเสธใดๆเลยใช่ป่ะ:n44:
 
ผมอ่านเรื่องของท่าน จขกท แล้วเครียดตามเลยครับ ซื้อรถที่พิจารณาจากผู้ใช้หรือเจ้าของรถแล้วไม่น่าจะซ่อมเยอะมากมายขนาดนี้ ลองอย่างนี้ดีไม๊ครับ ลองเปลี่ยนอู่โดยเลือกพิจาณาจากเพื่อน สมช ในเว็ปเรานี่แหล่ะ แล้วค่อยๆทำ เก็บงานไปทีละนิด เอางานหลักๆก่อน อะไรที่พอปล่อยๆมันไปก่อนได้ก็ทนไปก่อน เอาใจช่วยครับผม
 
ก็เป็นปกติไปตามวัยของรถและวิธีการใช้รถ รถจอดมากกว่าใช้ ถ้าใช้ประจำเค้าก็คงซ่อมให้มันดีครับ ก็เป็นถึงเจ้าของบริษัทยา มีรถหลายคันอีก แถมรวยด้วย 124เลยไม่อยู่ในสายตา:n11:
 
ผมก็เพิ่งได้ w 124 e220 มาจากเจ้าของโรงานผลิตยา เช่นเดียวกัน

ได้มาแล้วซ่อมไปเยอะเหมือนกัน ทำสี และเครื่องยนต์ เปลี่ยนกล่อง ecu ช่วงล่าง ล้อ เบรค ยาง

แม้แต่กุญแจสตาร์ท ก็ยังชำรุดเลยครับ ใช้เวลาซ่อมอย่างเดียวนาน 2 เดือนเศษ

ตอนนี้ติดแก๊สแล้วทุกอย่างจบ เหลือเบาะอีกอย่างเดียว พอดีหมดงบเสียก่อน

แต่ก็สามารถขับใช้งานประวันได้ตามปกติ

สำหรับท่านเจ้าของกระทู้ พี่ไม่ต้องกังวน ค่อย ๆ เก็บไปเรื่อย ๆ เดียวก็จบเองครับ

เลือกหาอู่ที่ฝีมือดี ราคาไม่แพง ในเวปนี้ก็มีอยู่หลายแห่งลองหาดูนะครับ
 
Back
Top