E240 AV ตากลม คุณชายปวรรุจของน้าหมู

น้ำมันเครื่องขาด

น้ำมันเครื่องเขาวัดกันตอนไหน ทำยังไงเนี่ย

ก่อนเดินทางไปทำงานต่างแดน ก็เห็นแล้วหล่ะว่าน้ำมันเครื่องมันขาด เพราะไฟเตือนโชว์ ประมาทอย่างแรงเลยค่ะ เพราะเอารถไปเที่ยวสามทริปติดต่อโดยไม่ได้เช็ค ไปจันทบุรี สุพรรณ ต่ออยุธยา ที่บ้านมี 5w-40 สังเคราะห์ เหลือติดก้นกระป๋องก็เติมไปหน่อย พอไฟหายโชว์

พอกลับมาก็ต้องเช้คซะหน่อย เนื่องจากงงๆ ว่าเขาวัดน้ำมันเครือ่งกันตอนไหนกันแน่ เครือ่งเย็นหรือร้อน ก็เลยต้องเปิดคู่มืออ่านซะหน่อย เริ่มจากหน้า 315

1. คู่มือเขาว่าน้ำมันเครือ่งขาด 1 ลิตรต่อการวิ่ง 1000 กม. ไม่เป็นไร พอไหวเนอะ วิ่งมา 8000 กม. เพิ่งจะเตือน ว่า low (คิดปลอบใจตัวเองล้วนๆ)

2. ให้ติดเครื่องจนถึงอุณหภูมิปกติของการทำงาน ก็วอร์มเครื่องให้ถึง 88 องศาแล้วกัน ขี้เกียจรอให้ถึง 90 เช็คจากจอแอร์หมายเลข 6 ค่ะ และดับเครื่องประมาณ 5 นาที ค่อยเช็คระดับน้ำมันเครื่อง

3. แล้วเติมเท่าไหร่ดี ปกติก็ไม่เคยทำเองซะด้วย คู่มือบอกว่าจากขีด max - min ใช้น้ำมันเครื่องประมาณ 2 ลิตร กระโดดมาอ่านต่อหน้า 120 เขาว่าให้บิดกุญแจไปตำแหน่งที่ 2 รอให้ระยะทางขึ้นแล้วเลือกปุ่มมัลติฟังก์ชั่นไปเรื่อย จนกระทั่งถึงตำแหน่งวัดน้ำมันเครื่อง (ให้อ่านหน้า 96) จนกระทั่งเจอคำว่า

When measuring car must be level รอจนเห็นคำสั่ง
Engine oil level ระบบก็จะเริ่มอ่านค่าแล้ว

จากหน้าจอ ที่ว่า Engine oil level add 1 liter คุณชายต้องรับประทานนำมันเครื่องขึ้นอีก 1 ลิตร ก็จัดการเติมเลย

Oil%20level%20check_zpsib3qak0n.png


ปล. ตอนแรก ขี้เกียจรอให้อุณหภูมิเครื่องขึ้น คิดว่าแค่ 60 องศาก็พอ แต่ระบบไม่ยอมวัดค่าให้ และขึ้นเตือน "measuring now not possible" กลับไปอ่านอีกที เขาบอกว่าต้องรอให้อุณหภูมิขึ้นถึงระดับการทำงานของเครื่องยนต์ค่ะ
 
Last edited:
ระบบมันออกแบบไว้สุดยอดจริงๆ ปกติก็ดูแต่ระดับที่ก้านวัดว่าเย็นหรือร้อนระดับน้ำมันอยู่ในย่านที่กำหนดหรือไม่

ปล. ผมว่าน้ำมันพร่องเป็นลิตรๆนี่น่าจะหาสาเหตุหน่อยก็ดีครับ ถึงแม้คู่มือยอมให้พร่องได้แต่หลายๆคันไม่พร่อง น่าสนใจ?
 
เรือนไมล์ 240 top speed มีแค่ 240 เองหรือครับ เพ่ิงรู้
ของผม top speed 260
 
ผ้ายาง

สิ่งที่เหมาะเจาะที่สุดสำหรับตากลมที่เอามาจาก 124 คือ ผ้ายางในรถค่ะ สีเทาเข้ากับตัวเบาะและภายใน เข้ารูปอย่างสวยงาม แถมมีตราเบ๊นซ์ และเป็นผ้ายางของแท้อีกต่างหาก ใส่แล้วดูดีมีชาติตระกูลมากจริงๆ


image.jpg1_zpsleek595e.jpg
 
ระยะทางเข้า service

ปกติเวลาเปลี่ยนนมค. ก็จะมีการเซ็ทระยะเข้าเซอร์วิสครั้งต่อไปที่ 10000 กม. (ช่างเซ็ทให้ค่ะ ทำเองไม่เป็น:p) ก็ดูมาเรื่อยๆ ว่าเมือ่ไหร่จะถึง ก่อนที่จะน้ำมันเครื่องจะลดต่ำเหมือนที่เล่ามา ก็เห็นแล้วหล่ะว่าเหลือระยะอีก 2700 กม. จะครบรอบเปลี่ยนนมค. อีกที

เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่า เมื่อเช้าจอดรถที่ทำงาน ก็อยากเช็คระดับนมค. อีกทีว่ายังได้อยู่ป่าว ก็ปรากฏว่า ok ค่ะ แต่ที่ทำเอาประหลาดใจจนอึ้งไปเลย คือ .. เขามีการคำนวณระยะเข้าเปลี่ยนนมค. ครั้งต่อไปให้ใหม่ ปรับเพิ่มขึ้นจาก 2700 กม. เป๋น 3500 กม. อุ๊ย..ฉลาดขนาดนี้เลยเหรอ พอเลือดใหม่เข้าไปผสม ก็ต่อระยะทางให้อีก:n12::n45:

Oil%20level_OK_zpszjkcjwyi.jpg
 
Last edited:
พักโฆษณา _ตามน้าหมูไปทำงาน

ตามน้าหมูไปทำงาน-เมืองกัมพงชะนัง กัมพูชา (ไม่ได้ขับรถมาสองอาทิตย์แล้ว)

วันนี้เดินทางจากเมืองหลวงพนมเปญเข้าสู่เมืองเล็กๆ ที่ชื่อกำพงชะนัง ริมทะเลสาบเขมร แต่ละเมืองก็มีเรื่องเล่าประเภทนิทานพื้นบ้านประจำเมือง เรื่องนี้สนุกค่ะ มั่วๆ ดี เพื่อนร่วมงานชาวเขมรเล่าให้ฟังตอนนั่งรถปุเลงๆ ข้ามเมืองมา

เพื่อนเขาบอกว่าเมืองนี้มีเจ้าหญิง 12 คนถูกยักษ์จับไป แถมยังถูกควักลูกตาให้ตาบอดอีก คุ้นๆ มั๊ยว่าชักเหมือนเรื่องนางสิบสองของไทย เจ้าหญิงองค์สุดท้ายมีลูกชายหนึ่งคน ที่คนเล่าก็ไม่บอกว่าเป็นลูกใครมาจากไหน เอาเป็นว่า ลูกชายคนนี้ตั้งใจขี่ม้ามาช่วยแม่และน้าๆ ให้หลุดรอดจากการถูกกักขัง ลูกชายคนนี้ชื่อ'อภัยมณี' ฟังๆ ชักงง ทำไมสองเรื่องมาเจอกันได้ไงเนี่ย แต่สงสัยไม่มีฝีมือพอ อภัยมณีพลาดท่าถูกยักษ์จับตัวได้ ถูกบังคับให้แต่งงานกับลูกสาวยักษ์ เพื่อนเล่าต่อว่า อภัยมณีได้ครองคู่กับลูกยักษ์ชื่อนางกองรี . ถึงแม้ว่านาง จะแปลงกายเป็นคนเพื่อเอาใจสามี แต่อภัยมณีก็รู้อยู่แก่ใจว่า มีเมียเป็นยักษ์

เมื่อมีโอกาส อภัยมณีก็ขโมยม้าหนีนางยักษ์ไปจนได้ นางไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ จนมาถึงเมืองกำพงชะนัง คงเหนื่อย เลยล้มลงคว่ำหน้าขาดใจตาย กลายเป็นภูเขาที่ต้องใข้จินตนาการในการมองหน่อยว่าเป็นยักษีนอนคว่ำ ยังมีบทส่งท้ายอีกหน่อยว่า ก่อนขาดใจตาย นางยักษ์ได้ตั้งจิตอธิษฐานขออยู่เป็นคู่อภัยมณีทุกชาติไป และขอให้เขาเป็นฝ่ายวิ่งตามเธอ

ฟังเรื่องเล่าแล้วก็หัวเราะสนุกกันว่า ถ้าเป็นเรื่องของไทย ต้องสินสมุทรตั้งหากที่จะขี่ม้านิลมังกรไปช่วยพ่อ-พระอภัยมณี
 
Last edited:
ท่อร่วมไอดีผุ

เริ่มเรื่องอยู่ที่ว่าน้ำมันเครื่องหายค่ะ ทำเฉยๆ ปล่อยไปก็ได้ เพราะคู่มือเขาบอกว่ามันหายได้ แต่พี่สุวิทย์ติงมาว่า น่าจะหาสาเหตุหน่อยนะ. ด้วยความที่วิตกจริตเกี่ยวกับรถพอสมควร (รักษามาหลายทีแล้วไม่หาย) ก็เลยเอารถเข้าอู่เช็คเรื่องนมค. และพอดีมีอีกอาการนึงแทรกเพิ่มเข้ามานานพอสมควรแล้ว คือ รถเขาร้องหวีด เสียงเหมือนเราเป่าปากขวดแก้วที่มีน้ำอยู่ ดังตลอดเวลา แต่ก็ขับไปได้เรือ่ยๆ ไม่มีสะดุด ไม่มีดับ

ตอนแรกก็คิดว่าเป็นประเก็นฝาวาวล์ธรรมดา และ ประเก็นท่อร่วม เปลี่ยนไม่ยากธรรมดา กลับกลายเป็นงานงอกขึ้นมา เพราะ ท่อร่วมไอดีผุ ตรงขอบๆ เกินเยียวยา (ช่างบอก) สุดท้ายก้เลยได้เปลี่ยนมือสองใส่ไป ช่างบอกว่าเป็นอาการประจำของตากลม 240 ค่ะ :confused:

พอเปลี่ยนยกชุดแล้ว เสียงเครื่องเงียบ ไม่หวีด ตอนออกจากอู่ รถขับดีขึ้น เหมือนมีกำลังรีดออกมาได้มากขึ้น จ่ายไป 11 ใบเทาค่ะ อุตส่าห์ไปทำงานตากแดดแบกหามที่ทะเลสาบเขมรมาสิบวัน เหนื่อยแสนสาหัส เบี้ยเลี้ยงได้มาก็เอามาแบ่งคุณชายครึ่งนึง :(
 
เริ่มเรื่องอยู่ที่ว่าน้ำมันเครื่องหายค่ะ ทำเฉยๆ ปล่อยไปก็ได้ เพราะคู่มือเขาบอกว่ามันหายได้ แต่พี่สุวิทย์ติงมาว่า น่าจะหาสาเหตุหน่อยนะ. ด้วยความที่วิตกจริตเกี่ยวกับรถพอสมควร (รักษามาหลายทีแล้วไม่หาย) ก็เลยเอารถเข้าอู่เช็คเรื่องนมค. และพอดีมีอีกอาการนึงแทรกเพิ่มเข้ามานานพอสมควรแล้ว คือ รถเขาร้องหวีด เสียงเหมือนเราเป่าปากขวดแก้วที่มีน้ำอยู่ ดังตลอดเวลา แต่ก็ขับไปได้เรือ่ยๆ ไม่มีสะดุด ไม่มีดับ

ตอนแรกก็คิดว่าเป็นประเก็นฝาวาวล์ธรรมดา และ ประเก็นท่อร่วม เปลี่ยนไม่ยากธรรมดา กลับกลายเป็นงานงอกขึ้นมา เพราะ ท่อร่วมไอดีผุ ตรงขอบๆ เกินเยียวยา (ช่างบอก) สุดท้ายก้เลยได้เปลี่ยนมือสองใส่ไป ช่างบอกว่าเป็นอาการประจำของตากลม 240 ค่ะ :confused:

พอเปลี่ยนยกชุดแล้ว เสียงเครื่องเงียบ ไม่หวีด ตอนออกจากอู่ รถขับดีขึ้น เหมือนมีกำลังรีดออกมาได้มากขึ้น จ่ายไป 11 ใบเทาค่ะ อุตส่าห์ไปทำงานตากแดดแบกหามที่ทะเลสาบเขมรมาสิบวัน เหนื่อยแสนสาหัส เบี้ยเลี้ยงได้มาก็เอามาแบ่งคุณชายครึ่งนึง :(

อ่านมาเรื่อยๆ จนเกือบจะจบแล้วมาสะดุดกับประโยคสุดท้าย คิดย้อนกลับไปว่าอยู่เขมรสิบวันรายได้ 11,000*2= 22,000 ถ้าไปทั้งเดือนก็ซัดไป 66,000 ยังไม่รวมเงินเดือนประจำอีก รู้งี้ตั้งใจเรียนไปทำงานตากแดดตากลมกับน้าหมูดีก่า:D:D
 
อ่านมาเรื่อยๆ จนเกือบจะจบแล้วมาสะดุดกับประโยคสุดท้าย คิดย้อนกลับไปว่าอยู่เขมรสิบวันรายได้ 11,000*2= 22,000 ถ้าไปทั้งเดือนก็ซัดไป 66,000 ยังไม่รวมเงินเดือนประจำอีก รู้งี้ตั้งใจเรียนไปทำงานตากแดดตากลมกับน้าหมูดีก่า:D:D
ไปด้วยคนครับ.. 55555
 
เริ่มเรื่องอยู่ที่ว่าน้ำมันเครื่องหายค่ะ ทำเฉยๆ ปล่อยไปก็ได้ เพราะคู่มือเขาบอกว่ามันหายได้ แต่พี่สุวิทย์ติงมาว่า น่าจะหาสาเหตุหน่อยนะ. ด้วยความที่วิตกจริตเกี่ยวกับรถพอสมควร (รักษามาหลายทีแล้วไม่หาย) ก็เลยเอารถเข้าอู่เช็คเรื่องนมค. และพอดีมีอีกอาการนึงแทรกเพิ่มเข้ามานานพอสมควรแล้ว คือ รถเขาร้องหวีด เสียงเหมือนเราเป่าปากขวดแก้วที่มีน้ำอยู่ ดังตลอดเวลา แต่ก็ขับไปได้เรือ่ยๆ ไม่มีสะดุด ไม่มีดับ

ตอนแรกก็คิดว่าเป็นประเก็นฝาวาวล์ธรรมดา และ ประเก็นท่อร่วม เปลี่ยนไม่ยากธรรมดา กลับกลายเป็นงานงอกขึ้นมา เพราะ ท่อร่วมไอดีผุ ตรงขอบๆ เกินเยียวยา (ช่างบอก) สุดท้ายก้เลยได้เปลี่ยนมือสองใส่ไป ช่างบอกว่าเป็นอาการประจำของตากลม 240 ค่ะ :confused:

พอเปลี่ยนยกชุดแล้ว เสียงเครื่องเงียบ ไม่หวีด ตอนออกจากอู่ รถขับดีขึ้น เหมือนมีกำลังรีดออกมาได้มากขึ้น จ่ายไป 11 ใบเทาค่ะ อุตส่าห์ไปทำงานตากแดดแบกหามที่ทะเลสาบเขมรมาสิบวัน เหนื่อยแสนสาหัส เบี้ยเลี้ยงได้มาก็เอามาแบ่งคุณชายครึ่งนึง :(

ผมตั้งข้อสังเกตุหน่อยเดียวน้าหมูต้องจ่ายเงินไป11ใบเทา ต่อไปจะต้องระมัดระวังเดี๋ยวเพื่อนสมาชิกจะเสียตังค์เยอะ:D แต่ก็ยินดีที่แก้ปัญหาได้และรถวิ่งดีขึ้นครับ:n45:
 
ผมตั้งข้อสังเกตุหน่อยเดียวน้าหมูต้องจ่ายเงินไป11ใบเทา ต่อไปจะต้องระมัดระวังเดี๋ยวเพื่อนสมาชิกจะเสียตังค์เยอะ:D แต่ก็ยินดีที่แก้ปัญหาได้และรถวิ่งดีขึ้นครับ:n45:

รู้ว่าราคาที่ทำไป ไม่ใช่ถูก แต่เมื่อถอดทุกอย่างออกมาแล้ว ต้องเดินหน้าต้องตัดสินใจทันที คือ เดินหน้าหาของใส่ ที่แพงคือท่อร่วมไอดี ถ้าเพื่อนสมาชิกหามาล่วงหน้าคงจะได้ถูกกว่านี้ค่ะ

อีกอย่างนึง สำหรับอู่นี้เราคงต้องยกเว้น และต้องมีทั้ง"ให้และรับ" ต่อกัน ถ้าพี่เขาให้จอคอมมานด์มาแกะเอาแต่จอให้ฟรีๆ เสียเวลาทำให้ฟรี เช็คสตาร์เพื่อดูว่าคอมมานด์เราสมบูรณ์หรือไม่ ขาดอะไร พาร์ทอะไรแบบไม่คิดอะไรเลย อะไหล่มือสองตัวคุมไฟใหญ่ลองใส่แล้วใช้ได้ไม่ดี ก็บอกว่าทนใช้อันเก่าไปก่อน อย่าเอาไปเลย เดี๋ยวหาให้ใหม่

พี่เขาให้เราก่อน ดังนั้นเมื่อเวลาที่เราจะเป็นฝ่ายที่ให้คืนบ้าง ก็ถือว่าแฟร์ๆ ต่อกันค่ะ ..
 
รู้ว่าราคาที่ทำไป ไม่ใช่ถูก แต่เมื่อถอดทุกอย่างออกมาแล้ว ต้องเดินหน้าต้องตัดสินใจทันที คือ เดินหน้าหาของใส่ ที่แพงคือท่อร่วมไอดี ถ้าเพื่อนสมาชิกหามาล่วงหน้าคงจะได้ถูกกว่านี้ค่ะ

อีกอย่างนึง สำหรับอู่นี้เราคงต้องยกเว้น และต้องมีทั้ง"ให้และรับ" ต่อกัน ถ้าพี่เขาให้จอคอมมานด์มาแกะเอาแต่จอให้ฟรีๆ เสียเวลาทำให้ฟรี เช็คสตาร์เพื่อดูว่าคอมมานด์เราสมบูรณ์หรือไม่ ขาดอะไร พาร์ทอะไรแบบไม่คิดอะไรเลย อะไหล่มือสองตัวคุมไฟใหญ่ลองใส่แล้วใช้ได้ไม่ดี ก็บอกว่าทนใช้อันเก่าไปก่อน อย่าเอาไปเลย เดี๋ยวหาให้ใหม่

พี่เขาให้เราก่อน ดังนั้นเมื่อเวลาที่เราจะเป็นฝ่ายที่ให้คืนบ้าง ก็ถือว่าแฟร์ๆ ต่อกันค่ะ ..

ผมก็แพ้คนมีน้ำใจเช่นกันครับ
ล่าสุดก็ซื้อแม็กมาชุดนึงกับน้องที่ห้องอะไหล่
เพราะส่งชิ้นส่วนกระจกมองหลังมาให้ถึงบ้าน(EMS)

แวะมาชื่นชมและขอรบกวนรูปบริเวณคอไอดีที่ผุ
ผมเจอเสียงหวีดแบบน้าหมู แต่เครื่องM104นะครับ
ได้ยินเหมือนมาจากเขาอันในฝั่งผนังห้องเครื่อง
คาเบรคเกียร์Dเบรคจมลง1นิัว และค่อย ๆกลับขึ้นมา
สงสัยแวคคัมรั่ว อยากไล่จากคอไอดีก่อน
ขันท่อยางเขาอันหน้าแน่นแล้ว. ท่อยางเหน่อไอเดิัลก็แน่น
เลยอยากเห็นภาพและอยากทราบว่าควรเช็คจุดไหนต่ออ
 
แวะมาชื่นชมและขอรบกวนรูปบริเวณคอไอดีที่ผุ
ผมเจอเสียงหวีดแบบน้าหมู ...อยากไล่จากคอไอดีก่อน
ขันท่อยางเขาอันหน้าแน่นแล้ว. ท่อยางเหน่อไอเดิัลก็แน่น
เลยอยากเห็นภาพและอยากทราบว่าควรเช็คจุดไหนต่ออ

จากรูปมองไม่ชัด ต้องตาเปล่าค่ะ เริ่มผุตรงขอบๆ แถวๆ รูน็อตค่ะ ทำเฉยๆ ก็ได้ เพระามีแค่เสียง แต่ยังวิ่งได้ดี ไม่มีสั่น แต่น้าหมูชอบอะไรเนียนๆ เลยจัดไปค่ะ
 
ขอบคุณครับน้าหมู
อย่างน้อยก็ทำให้เล็งไปเรื่องแวคคัม
ขอบคุณครับ
 
Last edited:
วาสลีนธรรมดา

ลืมไปเลยว่าไม่ได้หล่อลื่นซันรูฟมานานค่ะ หยิบโซแน็กกระป๋องส้มประจำบ้านมา เขย่าเสียงดังกร็อกๆ ดังลั่น พ่นออกมาก็มีแต่ลม..สรุปว่าวันอาทิตย์ก็ไม่ได้ทำ

ในเว็ปเมืองนอกแนะนำจารบีขาว white lithium เพื่อนๆ ในไลน์W210-G แนะนำสารพัดยี่ห้อ แต่ก็ยังไม่ได้ซื้อ จนวันนี้แวะไปอู่ประจำบอกว่าหล่อลื่นซันรูฟให้หน่อย .. กระป๋องนี้เลยที่อู่ใช้ค่ะ "วาสลิน ปิโตรเลียมเจลลี" ธรรมดานี่เอง ใส่แค่จุดเดียวจบ ใช้ไขควงปากแบบเล็กๆ ป้ายๆ เข้าไปในช่องสี่เหลี่ยม

image.jpg3_zpsgt8mdmqn.jpg


image.jpg1_zpsgurr8npl.jpg
 
Last edited:
Lamp Defective

ปัญหาบางอย่างไม่ได้แก้ให้เสร็จได้ในครั้งเดียว เช่นเดียวกับกรุงโรม

เรื่องของการขี้ฟ้อง Lamp Defective ค่ะ ถ้าจำได้เคยเล่าว่าไฟซีนอลหน้าขวาติดแล้วก็ดับ ก็ได้ตั้งแต่ลองเองง่ายโดยเปลี่ยนฟิวส์ เปลี่ยนหลอดไฟ ก็ยังไม่หายขาด แถมบางทีไฟหน้าติดทั้งสองดวงแต่ระบบก็ยังขี้ฟ้องอยู่ดี ทีนี้ก็ไล่ตั้งแต่ง่ายสุด

เสต็ปหนึ่งเช็คหลอดไฟท้าย ไฟเบรค ยันไฟหน้าเลยค่ะ เปลี่ยนไฟเบรกไปสองหลอดเพราะหลอดดำแล้ว (จะได้สว่างเท่ากันด้วยค่ะ) สตาร์ทเครื่อง เปิดไฟหรี่ ไฟใหญ่ ไฟเลี้ยว เหยียบเบรค ก็ยังมีการฟ้องว่ามีอะไรผิดปกติ

สเต็ปสอง ตรวจเช็คลูกบิดไฟหน้าพร้อมกล่องฟิวส์ เอากล่องที่เรามั่นใจว่าใข้งานได้ดีมาลองสลับ (รูปที่ 1) ไฟหน้าขวาก็ยังติด (แต่ก็ดับเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง) แต่สัญญานขี้ฟ้องก็ยังขึ้นอยู่ ดังนั้นจึงไม่น่าใช่ตัวนี้แล้วค่ะ เพื่อนๆใน W210-G บอกว่าถ้าเสียเอาไปซ่อมได้ แถวๆวังหิน ไม่แพง

สเต็ปสาม ตรวจเช็คกล่องคุมไฟซีนอล ปัญหาอยู่ข้างขวา ก็ลองเอาด้านซ้ายที่มันดีๆ มาลองสลับใส่ จะลองแค่เนี่ย แต่ต้องถอดกันชน รื้อกันวุ่นวายค่ะ (รูป 2) และแล้วก็พบว่าจำเลยคือกล่องควบคุมนี้เองค่ะ เสียเวลาหากันเกือบทั้งวัน สุดท้ายต้องเอามือสองมาเปลี่ยน เพราะไม่สามารถซื้อใหม่ได้แพงหลักหมื่น

รูปที่ 1 กล่องฟิวส์ในรถพร้อมลูกบิดไฟหน้า

image.jpg1_zpsosyxzgyk.jpg

รูปที่ 2 กล่องคุมไฟและสาย

image.jpg2_zpskkwwiwbk.jpg


E240 รุ่นนี้มีระบบปรับระดับไฟอัตโนมัติด้วย โดยจะเป้นลูกหมากปรับตั้งไฟหน้า ปรากฏว่าแตกอีก ก้เลยจัดไปอีกหนึ่งรายการ

จบแล้วค่ะ เรื่องของไฟ :D:n45: แต่ได้บทเรียนนะ ถ้าจะเปลี่ยนหลอดไฟสองหลอด กับกล่องคุมไฟข้างนึง ราคาก็ครึ่งของชุดไฟหน้ามือสองแล้ว ก็น่าจะยกชุดมาเลย น่าจะคุ้มกว่า เพราะซื้อไฟหน้าก็ต้องได้กล่องคุมไฟมาด้วย (ยกเว้นแต่จะเข้าใจผิด)
 
Last edited:
ขึ้นไดโน่รอบสาม ติด Catalytic Converter และ หม้อพักปลาย AMG

พอปรับปรุงอะไรก็ต้องมีเรื่องมาเล่าค่ะ บอกแล้วว่าขี้โม้ทางตัวหนังสือ (ตัวจริงเรียบร้อย ไม่ค่อยพูด)

ในการขึ้นไดโน่งวดนี้ เพื่อดูผลของการติดแคทตาไลติก คอนเวอร์เตอร์มา หลายคนตัดออกเพิ่อเอาม้าเพิ่ม แต่คุณชายต้องติด เพราะคุณหญิงน้าหมูทำงานด้านสิ่งแวดล้อม รักษ์โลก อันนี้ติดมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว หลังจากนั้นก็มีซ่อมรถมาเรื่อยๆ จนมาล่าสุดเมิ่อสามวันที่ผ่านมา ก๊ไปสอยท่อ AMG A210 490 0401 ซึ่งเป็นท่อที่ออกแบบสำหรับ E320 ตากลม ท่อก่อนเข้าหม้อพักปลายจะเป็นสองเส้น ต้องทำท่อตัว Y เพื่อไปต่อกับของเดิม พอทำเสร็จแล้วก็ต้องทดสอบซิ ก็เริ่มจากทดสอบด้วยตัวเอง ถนนติดๆ บนลาดพร้าวนี่แหละ เอาความรู้สึกล้วนๆ นะคะ คือ เสียงดังขึ้น ดุดันขึ้นนิดนึง แต่ไม่ดังจนเหมือนรถซิ่ง หรือ จนรำคาญ ช่วงตีนต้นรอบต่ำๆ มีกำลังดีขึ้น

image.jpg1_zpszviidnye.jpg

image.jpg3_zpsfpswqoi6.jpg

image.jpg2_zpsqmua1cee.jpg


เอาเป็นว่าวัดด้วยแรงใจผ่านฉลุย แต่เราต้องมีเหตุผลด้วยไม่ใช่ว่าเห็นเป็น AMG ก้อุปทานว่าดีเลย ก็เลยตัดสินใจมาขึ้นไดโนเทสต์เพื่อดูผลด้วย เพราะ หม้อพักปลายตัวนี้มันออกแบบสำหรับ E320 ไม่ใช่สำหรับ E240 จะได้รู้กันไปว่ามันเข้ากันได้หรือไม่ด้วย โดยครั้งนี้มีการเปรียบเทียบกับครั้งที่แล้วด้วย

* เส้นสีน้ำเงิน วัดครั้งที่แล้ว Mode S, no catalytic converter น้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ หัวเทียนใหม่ ค่า Max power = 144.02 (ดูสูงกว่าที่เคยแจ้ง เพราะปรับซอฟท์แวร์จากระบบ SAE มาเป็น STD
* เส้นสีแดง วัดครั้งนี้ Mode S, catalytic converter, หม้อพักปลาย AMG น้ำมันเครื่องใหม่ น้ำมันเกียร์และหัวเทียนเดิม

กราฟที่แสดง เป็นการรวมกันจากสามรัน คือ เส้นเบสไลน์เดิม (สีน้ำเงิน) และ การวิ่งจับในช่วง 2500-3500 รอบ และ 4000 รอบขึ้นไป ทำให้กราฟขาดหายไปในช่วง 3500-4000 เหตุผลที่ต้องเป็นสามช่วง เพราะในช่วง 3500-4000 รอบ ถ้าใช้วิธีคิกดาวน์ ทอร์คจะหายไปเลย แต่จะไต่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ต้องใช้วิธีแบบค่อยๆ เลี้ยงรอบให้ขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อให้วัดได้
ผลออกมา ก็น่าพอใจแต่ก็อึ้งไปเหมือนกัน และต้องนั่งถกกันในกลุ่มเพื่อนนักเล่นรถที่มีฝีมือมากว่าเพราะอะไรเหมือนกัน ผลที่อ่านได้คือ

• ในภาพรวม ได้ม้าเพิ่ม 1.47 ตัว ดีใจมาก นี่ขนาดใส่แคทไปนะ กำลังยังไม่ลด
• ในช่วงรอบต่ำและไล่รอบไปถึง 3500 ทั้งกำลัง (power) และแรงบิด (torque)มาสูงกว่าที่เคยวัดครั้งที่แล้ว หลัง 4000 รอบไปแล้ว กำลังมาเรื่อยๆ ไม่มีตก เส้นดีกว่าครั้งที่แล้ว

ในช่วงที่มีปัญหา เซียนบีเอ็ม เขาสันนิษฐานฯว่าท่อของ 320 โล่งไปหน่อยสำหรับ 240 ทอร์คมาไม่ทัน ให้ไปลดขนาดของท่อก่อนเข้าหม้อพัก AMG ทั้งนี้ทั้งนั้น เขาสรุปมาว่า เพิ่งใส่หม้อพักปลายมาใหม่ แล้วเอามาวิ่งไดโน่เลยทันที สมองของรถยังไม่ทันปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลง ขอให้ไปวิ่งให้นานๆ ก่อนแล้วค่อยกลับมาใหม่

เพื่อนบอกว่าแคทมักจะทำม้าหาย 5-10 ตัว แต่ด้วย AMG ใบท้าย มาหักลบกลบนี้ ได้ม้าเพิ่มมา 1.5 ตัว ..แค่นี้ก็ดีใจแล้ว

3rd%20run_zps3t8sys6c.png
 
Last edited:
ด้วยความเคารพ
Runแยกที่รอบ 2500-3500 และที่รอบ4000ขึ้นไปทำให้กราฟไม่ต่อเนื่อง
แปลว่าเราวิ่งคนละเกียร์ ซึ่งต่างจากกราฟดั้งเดิมครับ
การวัดที่ผ่านมาทุกครั้ง ทำไมถึงวิ่งวัดต่อเนื่องได้ไม่ต้องแยกวัดแบบนี้
การขับในชีวิตจริง เราก็ต้องสามารถกดคันเร่งได้ต่อเนื่อง
โดยไม่จำเป็นต้องยกเท้าที่3500 แล้วมากดคันเร่งใหม่ที่4000นะครับ

น้าหมูมีกราฟตัวจริงที่ไม่ใช่ลายมือ ของทั้ง
2500-3500 ตลอดจนเส้นที่เลยต่อไปเรื่อย ๆ ไหมครับ
และกราฟจริงของ 4000+

งานนี้เป็นการวิ่งคนละเกียร์ ไม่เหมื่อนเดิมแน่
และเจ้าจองDinoมีแนวโน้มที่ อยากให้น้าหมูสบายใจ มากกว่าบอกข้อเท็จจริงครับ

ผมชอบกระทู้คุณชาย และติดตามมาตลอด
เลยขออนุญาต พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กันนะครับ
 
ขอบคุณคุณเอดส์ที่ชี่แนะ ตอนอยู่ที่ไดโนก็คุยกันแบบเปิดๆ เลย ไม่มีกัํกให้สบายใจ ลายมือนั้นเป็นอันที่น้าหมูเอามาลงเองต่อเพื่อสร้่างภาพเป็นภาพเดียวเพื่อวิเคราะห์ค่ะ ถ้าจะดูเปรียบเทียบจริงๆ แล้วให้ดูหลัง 4000 รอบ

จริงๆ แล้วในช่วงนั้นนั้น กราฟตกท้องช้างเลยลงต่ำติดลบเลย เหมือนกับน้ำมันไม่พอ เห็นแล้วก็ไม่สบายใจเหมือนกัน แต่ขอลองวิ่งซักระยะก่อนรอให้สมองเครื่องปรับกับท่อก่อนแล้วจะขึ้นอีกรอบค่ะ คงจะบอกได้ว่าท่อ 320 จะเหมาะกับ 240 ป่าว
 
Last edited:
Back
Top