เครื่องยนต์ m111 e220 วิ่งแสนสาม ฝาสูบผุ เอาอย่างไรดีครับ

Bomberman2299

New member
w124 สี่ประตู เกียร ช่วงล่าง แอรเย็น ถึงเวลาต้องซ่อมใหญ่ละ สอบถามความเห็นสมาชิกครับ
1 ซ่อมแล้วใช้ต่อ น่าจะราวๆสองหมื่น เปลี่ยนฝาสูบใหม่ ประเก็น
2 วางเครื่องใหม่ ครึ่งแสนถึงแสนนึง m111 m104
3 ทำใจขายเปลี่ยนรถใหม่

ขอบคุณทุกท่านครับ
 
เลือกข้อ1ครับ

ถ้าฝาไม่ผุมาก ให้เชื่อมพอก แล้วปาดเอาครับ
อย่าเชื่อช่างมากครับ ถ้าผุน้อยทำแล้วอยู่ได้อีก
หลายแสนโลยกเว้นฝาผุมากล่ะก้อค่อยเปลี่ยนฝาฮ่ะ มีไรต้องเปลี่ยนเพื่อความกระชับแน่น ก้อเปลี่ยนเลยฮ่ะจะได้วิ่งมันส์ๆเครื่องแน่นๆ
 
Last edited:
คิดแบบผมคือซ่อมคืนสภาพในงบที่รับได้ จะ 3-4 หมื่นอะไรก็ว่าไป
ถ้าซื้อใหม่ก็เอาคันนี้ไว้เป็นรถสำรอง จะไม่เปลี่ยนเครื่องให้ยุ่งยาก
และไม่ขายทิ้งเพราะราคามันต่ำจนทำใจไม่ได้
กับคุณสมบัติเบนซ์ในราคาแสนนิดๆ
 
เปลี่ยนฝาสูบมือสอง(ดี) ขัดหน้าฝาสูบ(ไม่ใช่เจียร์)บดวาวล์ เจียร์บ่าวาวล์(เช็คก่อน) ปะเก็น ยางตีนวาวล์ จบและใช้ยาว
ส่วนราคา...ของถูก ของฟรี ของดีไม่มีในโลก ตามที่เหมาะสมครับ
 
แชร์ครับ จากประสบการณ์ m111 2 คันที่บ้าน
คันนึงลูบตามดออกบางๆ พอกใหม่ และปาด ทำเมื่อหลายปีมากแล้ว 7-8 ปี กับอู่บ้านๆทำมะดาๆ หมดไปไม่เกิน 5 พัน ใช้มาไม่มีปัญหาอะไรเลย จนขายรถไปแล้ว

อีกคันผุเยอะหน่อย เป็นไล่ๆ กับคันแรก โชคดีอู่เดียวกันไปหาฝามือสองมาให้ได้ ร้านยกมาให้ทั้งเครื่อง(จากยุ่น)แล้วถอดเอาแต่ฝา ไร้รอยเพราะวิ่งมาน้อยมาก เบ็ดเสร็จหมดไปสองหมื่นรวมเปลี่ยนหม้อน้ำ BEHR ใหม่ด้วยและไล่ระบบหล่อเย็นใหม่ เอาฝาเดิมขายไปได้อีก 7500 นี่ก็ใช้มา 8 ปีละ ทุกอย่างปกติดี

ในมุมผม ถ้าหาฝาสวยๆ ได้ ก็เปลี่ยนเถอะ
ถ้าตามดไม่เยอะ ลบ พอก ปาด ก็น่าจะใช้ได้อีกนาน ช่างบอกมาว่าชิ้นส่วนเบนซ์มันทนกว่าเครื่องยุ่นเยอะ ถ้าแค่ความร้อนขึ้นเครื่องสะดุดน้ำเป็นสีชาเย็นเพราะตามดไม่ได้ดันทุรังใช้ ยังพอแก้ไขได้ แต่ถ้าถึงฝาขนาดโก่งนี่ ช่างก็ไม่มั่นใจ
ส่วนเปลี่ยนเครื่องก็ต้องหาแบบวิ่งน้อยๆ สวยๆ จริงๆ ทั้ง2คันที่บ้านเป็นตอนประมาณ 130-140k โล ครับ

ลองดูครับ
 
วิ่งมาแสนกว่าๆจิบๆครับสำหรับเครื่องเบนซ
เหนสมาชิกบางท่านสี่ห้าแสนแล้ว

เหนต่างประเทศ มีอยู่คันนึง วิ่งมาล้านกว่าโลแล้ว
ทางเบนซเยอรมันเอาเข้าพิพิธภัณทไปแล้ว
แถมรถเบนซรุ่นใหมให้กลับบ้านไปอีกคัน

เหล็กเยอรมันไงก้อเหนียวก่าเหล็กยุ่นอยุ่แล้ว
 
ขออณุญาติครับ
จากทางเลือกสามทาง หากมองผลลัพที่ได้
จะไม่เหมือนกันนะครับ
1. ซ่อมมาเดิมๆ ได้รถคันเดิมที่สภาพเครื่องดี ส่วนที่เหลือ ก็น่าจะดี เพราะวิ่งมาแค่นี้เอง ประหยัดงบสุด แถมรู้มือกันดี
2. ลงเครื่องใหม่ อันนี้ ถ้าเดิมๆมันขัดใจเรื่องกำลัง โดนไฟท้าย eco car มารบกวนจิตใจอยู่เป็นนิจ ก็คงไม่พ้นทางนี้ แรงตามตัง ใช้งบสูงขึ้น แถม ราคาขายต่อตอนจำเป็นต้องเปลี่ยนรถก็แทบไม่ได้ดีขึ้นด้วย
3. ขาย หาคันใหม่ อันนี้ท่าจะเจ็บตัวสุด เพราะราคาขายออกปัจจุบัน น่าใจหายเป็นอย่างยิ่ง แต่ ได้คันใหม่ ไฉไล

ลองพิจรณามุมนี้ร่วมด้วยนะครับ:icon_rolleyes:
 
ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือน่ากลัวอย่างที่คิดครับ รถอายุ 20 ปี แถมไม่ค่อยได้วิ่ง-ถ่ายคูลแลนท์ น้ำก็หมุนเวียนอยู่ในนั้น เป็นปกติครับ ผมก็ทำมาแล้วเหมือนกัน ออพชั่นแรกครับ แต่ ไม่ได้เปลี่ยนฝาสูบ เปลี่ยนแค่ ประเก็นฝาสูบ ครับ รถผมตอนนั้นแสนสี่กม. ทำแบบคุณ pppcguy ครับ คือ ส่งไปโรงกลึง ของผมเปลี่ยนตาน้ำไปด้วย ฟลัช+น้ำมันเครื่องใหม่ด้วย(ตอนนั้นน้ำหม้อน้ำกลายเป็นสีกาแฟ) และอะไรจุกจิกอีกนิดหน่อยจำไม่ได้แล้ว :p ออกมาหมื่นต้นๆครับ (ถ้ายังไม่เป็นสีกาแฟหรือทำอะไรมากก็อาจจะไม่ถึงหมื่นอย่างคุณ pppcguy ครับ) ใช้มาจะ 3 ปีแล้ว ไม่เคยไปยุ่งกับเครื่องอีกเลย ความร้อนปกติ เครื่องเดินเบาเงียบ ฉิว วิ่ง 140 สบายๆ มีความสุขครับ ;)

วางเครื่องใหม่ ผมมองว่าอาจหนีเสือปะจรเข้เพราะอายุเครื่องก็พอๆกัน(เครื่องที่ลงคิดว่าไม่น่ามีที่คนเดิมเปิดฝาสูบเปลี่ยนประเก็นใหม่แล้ว) เปลี่ยนรถคันใหม่ยิ่งแล้วใหญ่เลยครับ ต้องมานั่งนับหนึ่งรีเซ็ทประวัติใหม่ งานช้างทั้งสองข้อ :)
 
Last edited:
หากใจยังรัก"W124"ของผมใช้ไปบำรุงรักษาไปตัวไหนเสียก็ซ่อม(กูรูสมชาย ณ.นครพนมกล่าวใว้)ให้กลับมาใช้งานได้ปกติเพราะหากบำรุงรักษาดีๆสภาพสวยงามจอดตามที่ไหนได้เกียรติพอสมควรทุกวันนี้อย่าลืมเมื่อก่อนใครๆก็ยากได้ทรงคลาสสิค.อย่างแรงขับไปไหนเราก็แก่รถก็แก่.เจอรุ่นเดียวกันคนขับก็ยิ้มให้กันแต่ปลอดภัยเหนือว่ารถเบนซ์ป้ายแดงหากอุบัติเหตุ.สุดจะคิดเอาอย่างน้อยคิดหน่อยอะไรได้มากยากๆมันใว้ใจได้นะบนท้องถนนครับ.
 
แล้วตกลง ฝาสูปเบนซ์นี่ เป็นมีเนียม หรือเหล็กครับ
 
แล้วตกลง ฝาสูปเบนซ์นี่ เป็นมีเนียม หรือเหล็กครับ


อัลลอยด์หรือโลหะผสม
ภาษาชาวบ้านทั่วไปเรียกอลูมิเนียม
 
Back
Top