เกียร์ m111 e220 สี่เกียร์ เดิมไม่แกส จำเป็นต้องติดออยเกียร์แยกมั้ยครับ

Bomberman2299

New member
แยกแล้วฟิลลิ่งการขับแตกต่างกว่าเดิมมั้ย คชจเท่าไร

ขอบคุณทุกท่านครับ:n45:
 
แยกแล้วฟิลลิ่งการขับแตกต่างกว่าเดิมมั้ย คชจเท่าไร

ขอบคุณทุกท่านครับ:n45:

ที่เห็นเค้าแยกๆกันส่วนมากเพราะกลัวออยเกียร์ในหม้อน้ำรั่วเลยจับมันแยกซะเลยผลที่ได้จากการติดคืออุณหภูมิน้ำมันเกียร์เย็นลงช่วยยืดอายุน้ำมันเกียร์ออกไปได้อีก

ชิ้นส่วนภายในเกียร์เสื่อมสภาพช้าลง หม้อน้ำรถเย็นขึ้นเพราะตัดความร้อนจากน้ำมันเกียร์ออกไปแล้ว จังหวะการเปลี่ยนเกียร์นุ่มขึ้นและต่อเนื่องกว่าก่อนติดออยแยกอย่างเห็นได้ชัดครับ

สนนราคาค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับค่าของเป็นหลักว่าจะเอายี่ห้อไหนรุ่นอะไรค่าแรงและอะไหล่จิปาถะบวกน้ำมันเกียร์ไม่น่าเกินพันนึง ลองพิจารณาดูครับ
 
เอาตามตำราที่"เขา"สอนมานะ
อุณหภูมิที่เหมาะสมกับการทำงานของเครื่องยนต์ เกียร์ คือ ๘๕-๙๐ องศาซี เนื่องจากโลหะขยายตัวพอดีตามที่ออกแบบไว้ ชิ้นส่วนโลหะขยายตัวพอดี เคลื่อนที่คล่องตัวแรงเสียดทานน้อยที่สุด
ถ้าสูงเกินไปขยายตัวมากสึกหรอมาก ขยายตัวน้อยอย่าไปคิดว่าไม่สึกหรอนะคร๊าาาา
ถ้าว่าตามตำราแล้วก็ต้องเอา นมก.ไปแลกเปลี่ยนความร้อนกับอุณหภูมิของน้ำหล่อเย็น รักษาทั้งเครื่องยนต์และเกียร์ให้มีอุณหภูมิคงที่ตามที่ออกแบบมา ทีนี้ถ้าหม้อน้ำมันใช้มานานมากจนอุดตันระบายความร้อนไม่ดี แถมผุกร่อนเพราะใช้นำหล่อเย็นไม่ถูกต้อง สนิมแหร๊ก นมก.ก็ร้อนจัด เครื่องก็ร้อน ถ้าหนักมากก็รั่วปนกันทั้ง นมก. น้ำหล่อเย็น

ก็เลยหาทางแก้กันแบบบ้านๆด้วยการแยก นมก.ออกมาระบายความร้อนแบบอากาศด้วยการหาที่แปะไว้แถวๆหน้าเครื่อง เสียตังค์สามสี่พัน แต่หม้อน้ำยังเน่าเหมือนเดิม แถมไม่รู้ด้วยว่าอุณหภูมิ นมก.มันขึ้นๆลงๆขนาดไหน

ฝรั่งอยากขายของ เลยแนะนำให้เปลี่ยนหม้อน้ำซะ เอาแบบตรงรุ่นไม่ต้องเพิ่มช่องให้วุ่นวาย เพื่อให้การระบายความร้อนของเครื่องยนต์และเกียร์เป็นไปตามที่ถูกออกแบบมา พัดลมฟรีปั๊มก็ต้องเปลี่ยนน้ำยาซิลิโคนของแท้ พัดลมไฟฟ้าก็ต้องหมุนคล่องได้รอบ รังผึ้งแอร์ก็ต้องใช้น้ำฉีดล้างคราบฝุ่นและแมลงบ้าง เลือก นมค.ให้ตรงเกรด หัวเทียนและสายหัวเทียนที่มีคุณภาพ เหนื่อยหน่อยนะครับ เขาเลยไม่ชอบทำกัน มันยาก เอาง่ายๆบ้านๆแบบข้างบนดีกว่า

ชอบแบบไหนครับ
 
Back
Top