W124 E 220 ปี 95 ประกอบนอก ราคา 630,000 น่าสนไหม

630000บ. ปล่อยให้เค้าขายไปเถอะอย่าไปเอาเลยครับ
 
ราคานี้ น่าจะหรือเกือบจะได้ สองประตูแล้วนะคับ ลองใจเย็นๆ เปรียบเทียบราคากับออฟชั่น ของคันอื่นๆ ดูก่อนคับ สองแปดศูนย์ สวยๆ ราคายังต่ำกว่านี้เลยคับ :ylsuper:
 
โหดไปหน่อยครับ ผมว่า 450 000 - 550000 อยู่ใน ราคาที่เหมาะสมครับ
 
รถผมก้อ option นี้น่ะ..

5 แสนผมยังว่าแพงไปเลย..

ตัวนี้ยังไม่ top น่ะ sun roof ไม่มีเหยอ..

double air bag ป่าวเอย..

:rolleyes:
 
รถสีไม่เดิม

ติดฟิล์ม ราคาถูกๆ แล้วขายรถแพงได้ไง ?

การใส่ ชิ้นส่วน , เปลี่ยนอะไหล่ , เปลี่ยนอุปกรณ์ราคาถูกเข้าไป มันบ่งบอกว่า รถคันนี้ ซ่อมบำรุงแบบเอาถูกเข้าว่า

ลึกซึ้งจริงๆพี่สี่ ผมอ่านตั้งหลายรอบ ยังเดาไม่ออกเลย ว่าพี่จะตอบยังไง คิดไม่ออกจริงๆ
ไม่น่าล่ะ รถผมเองถึงได้ติดฟิล์มแพง แต่รถแฟนผมติดฟิล์มถูกให้ 555...ลึกซึ้งจริงๆ คิดไม่ทันครับ :n30:

ข้าน้อยด้อยประสบการณ์ :thumbup:
 
ลึกซึ้งจริงๆพี่สี่ ผมอ่านตั้งหลายรอบ ยังเดาไม่ออกเลย ว่าพี่จะตอบยังไง คิดไม่ออกจริงๆ
ไม่น่าล่ะ รถผมเองถึงได้ติดฟิล์มแพง แต่รถแฟนผมติดฟิล์มถูกให้ 555...ลึกซึ้งจริงๆ คิดไม่ทันครับ :n30:

ข้าน้อยด้อยประสบการณ์ :thumbup:


ของข้าน้อยซื้อเพราะเครื่องเสียงไฮเอนด์ :bonk:
 
ราคาสามแสนกลาง ถึงสี่แสนต้น เต็มที่แล้วครับ

ผมว่าแพงมากกกกกกกกก
 
รถที่ราคาดีต้องเป็นสีเดิมๆจากโรงงานครับ ไม่ใช่รถที่ทำสีมาแล้ว แล้วเครื่องเคยเปิดมาแล้ว เพราะอะไรครับ อาจจะเคยฮีตมาก่อนก็หรือเปล่า คงไม่มีคนไหนอยู่ดีๆเอาไปเปิดฝาสูบเล่นหรอกมั้งครับ วิ่งมา 1.6 แสนกม.ไม่มีทางหลวมแน่นอน
 
ลึกซึ้งจริงๆพี่สี่ ผมอ่านตั้งหลายรอบ ยังเดาไม่ออกเลย ว่าพี่จะตอบยังไง คิดไม่ออกจริงๆ
ไม่น่าล่ะ รถผมเองถึงได้ติดฟิล์มแพง แต่รถแฟนผมติดฟิล์มถูกให้ 555...ลึกซึ้งจริงๆ คิดไม่ทันครับ :n30:

ข้าน้อยด้อยประสบการณ์ :thumbup:

เป้าหมายการซ่อมรถ

ควรอยู่ที่ ซ่อมให้ดีเหมือนเดิม หรือ ดีกว่าเดิม เพื่อที่จะได้ไม่ต้องย้อนกลับมาซ่อมตรงจุดนี้อีกนานนนนนปี

เราควรจะใช้อะไหล่ที่ดีที่สุด เท่าที่จะหาได้

แต่ต้องไม่ลืมว่า อะไหล่ใหม่เอี่ยม บางอย่างบางรายการก็มีคุณภาพด้อยกว่า ของที่ประกอบรถขึ้นมา ทำให้ บางชิ้น ควรใช้ ของมือสอง แต่ ก็ต้องรู้ที่มาที่ไปด้วย

การใส่อะไหล่ใหม่ เอาถูกๆเข้าว่า ก็แน่นอนของย่อมไม่ทนไม่ทาน ไม่ช้าก็ต้องกลับมาเปลี่ยนจุดนี้อีก ...และ ต้องมาเปลี่ยนพร้อมกับจุดอื่นๆที่เสียตามวาระด้วย ทีนี้ ค่าซ่อมบำรุงก็บาน ต้องใช้เงินก้อนโตเลย


ฉนั้น การหาซื้อรถ เราย่อมไม่เคยมีรถรุ่นนั้นๆ ก็ย่อมดูไม่เป็น ย่อมไม่รู้ในรายละเอียด

การตัดสินใจซื้อ หรือ ไม่ ก็ไม่ง่ายแล้ว ยิ่งมีเงินก้อนโต หลายแสน หรือเป็น ล้าน เป็นเดิมพันด้วย ยิ่งตัดสินใจยากเข้าไปใหญ่ แบบว่า ข้อมูลมีไม่มากพอให้ตัดสินใจน่ะ


วิธีตัดสินใจ อีกวิธีนึง แม้ไม่ใช่วิธีที่ดี แต่ก็พอจะเอามาประกออบการตัดสินใจได้

เช่น นี่ เอาของจริงๆ มาเป็น ต.ย. เลยนะเนี่ย

หมอ พิทักษ์ ประกาศขาย 210 / 240

ราคา ค่อนข้างถูกกว่าท้องตลาด

เราดูรถไม่เป็น ก็ไม่เป็นไร เดินรอบรถ 1 -2 รอบ ไม่เห็นไร ผิดหูผิดตา ก็ใช้ได้แล้ว

เพราะตัวเจ้าของ เป็นผู้ที่สนใจ สภาพรถมาก , มีตังพอซ่อมรถให้ดีได้โดยไม่เดือดร้อนแน่นอน เรื่องพวกนี้ เราสามารถมองเห็นได้เอง ไม่ต้องมีใครบอก

เอาแบบมีคนบอก ก็ต้องว่า...

หมอพิทักษ์ รู้จักเจ้าของร้านอะไหล่ ( เบนซ์ ) ดี เพราะเป็นคนบ้านเดียวกัน สามารถสั่งซื้ออะไหล่ ได้ง่ายๆ

ง่ายขนาด ผมไปเอาอะไหล่จาก ร้าน นี้ แล้ว บอกให้ไปเก็บตังกับหมอเอาเอง ก็ย่อมทำได้แล้วกัน ....เสียดายจริงๆ ที่หมอรู้จักแค่ร้านเดียว ม่ายงั้นจะเซ็นให้ทั่วเมืองไทยเรย :n35:

พอมาเทียบกับรถของ ผม

ความที่เจ้าของเล่นรถมากไป 124 ทั้งคัน มีแต่ตัวถังเท่านั้นที่แท้ แต่ก็เหมือนเหมือน หม้อต้มยำ มีของสารพัดรุ่น ตั้งแต่ 201 , 124 , 210 , 129 , 140 อยู่ในคันเดียวกัน อะไรดีกว่าเอามาใส่หมด ใครซื้อไป ปวดหัวตาย :1:
 
เป้าหมายการซ่อมรถ

ควรอยู่ที่ ซ่อมให้ดีเหมือนเดิม หรือ ดีกว่าเดิม เพื่อที่จะได้ไม่ต้องย้อนกลับมาซ่อมตรงจุดนี้อีกนานนนนนปี

เราควรจะใช้อะไหล่ที่ดีที่สุด เท่าที่จะหาได้

แต่ต้องไม่ลืมว่า อะไหล่ใหม่เอี่ยม บางอย่างบางรายการก็มีคุณภาพด้อยกว่า ของที่ประกอบรถขึ้นมา ทำให้ บางชิ้น ควรใช้ ของมือสอง แต่ ก็ต้องรู้ที่มาที่ไปด้วย

การใส่อะไหล่ใหม่ เอาถูกๆเข้าว่า ก็แน่นอนของย่อมไม่ทนไม่ทาน ไม่ช้าก็ต้องกลับมาเปลี่ยนจุดนี้อีก ...และ ต้องมาเปลี่ยนพร้อมกับจุดอื่นๆที่เสียตามวาระด้วย ทีนี้ ค่าซ่อมบำรุงก็บาน ต้องใช้เงินก้อนโตเลย


ฉนั้น การหาซื้อรถ เราย่อมไม่เคยมีรถรุ่นนั้นๆ ก็ย่อมดูไม่เป็น ย่อมไม่รู้ในรายละเอียด

การตัดสินใจซื้อ หรือ ไม่ ก็ไม่ง่ายแล้ว ยิ่งมีเงินก้อนโต หลายแสน หรือเป็น ล้าน เป็นเดิมพันด้วย ยิ่งตัดสินใจยากเข้าไปใหญ่ แบบว่า ข้อมูลมีไม่มากพอให้ตัดสินใจน่ะ


วิธีตัดสินใจ อีกวิธีนึง แม้ไม่ใช่วิธีที่ดี แต่ก็พอจะเอามาประกออบการตัดสินใจได้

เช่น นี่ เอาของจริงๆ มาเป็น ต.ย. เลยนะเนี่ย

หมอ พิทักษ์ ประกาศขาย 210 / 240

ราคา ค่อนข้างถูกกว่าท้องตลาด

เราดูรถไม่เป็น ก็ไม่เป็นไร เดินรอบรถ 1 -2 รอบ ไม่เห็นไร ผิดหูผิดตา ก็ใช้ได้แล้ว

เพราะตัวเจ้าของ เป็นผู้ที่สนใจ สภาพรถมาก , มีตังพอซ่อมรถให้ดีได้โดยไม่เดือดร้อนแน่นอน เรื่องพวกนี้ เราสามารถมองเห็นได้เอง ไม่ต้องมีใครบอก

เอาแบบมีคนบอก ก็ต้องว่า...

หมอพิทักษ์ รู้จักเจ้าของร้านอะไหล่ ( เบนซ์ ) ดี เพราะเป็นคนบ้านเดียวกัน สามารถสั่งซื้ออะไหล่ ได้ง่ายๆ

ง่ายขนาด ผมไปเอาอะไหล่จาก ร้าน นี้ แล้ว บอกให้ไปเก็บตังกับหมอเอาเอง ก็ย่อมทำได้แล้วกัน ....เสียดายจริงๆ ที่หมอรู้จักแค่ร้านเดียว ม่ายงั้นจะเซ็นให้ทั่วเมืองไทยเรย :n35:

พอมาเทียบกับรถของ ผม

ความที่เจ้าของเล่นรถมากไป 124 ทั้งคัน มีแต่ตัวถังเท่านั้นที่แท้ แต่ก็เหมือนเหมือน หม้อต้มยำ มีของสารพัดรุ่น ตั้งแต่ 201 , 124 , 210 , 129 , 140 อยู่ในคันเดียวกัน อะไรดีกว่าเอามาใส่หมด ใครซื้อไป ปวดหัวตาย :1:


:n30: ขายไม่ออก หรือ ขายไม่ลง เลยต้องทำไปเรื่อยๆ :chased::n32:
 
ขายน่ะ พอขายได้

มีอยู่วันนึง ใครไม่รุ ไปบอก.........ว่ารถผมจะขาย

พวก หูผึ่ง เตรียมวางเงินเรย

ทีรถตัวเองไม่ขาย :livid:


ขายไม่ลงก็ใช่...

นายเค้าว่า รถคันนี้ ที่ลงไปน่ะ ซื้อ ตากลมดีดีได้เลยนะ


อีกเรื่องนึงคือว่า ..

รถใหม่ เค้าใช้ คอนเซฟ. " ใช้แล้วทิ้ง " ไม่ใช่ ทำให้รถซ่อมได้ บางอย่างเสียแล้วจึงซ่อมไม่ได้

รถใหม่ มักใช้ เทคโนโลยี่สูงมากไป เช่น ต้องใช้น้ำมันดีมากๆ ที่เมืองไทยยังไม่ผลิต

ที่สำคัญที่สุด... ตัวผมจะขับรถได้อีกนานแค่ไหนเชียว เรื่องไร ต้องไปหาเงินมาลงเยอะๆๆๆๆ ทำแค่นี้ก็ดีถมไปแล้วพี่

เปี่ยนเครื่องใหม่ ก็เหมือนได้รถใหม่ เหมือนกันนะพี่ ....ไม่เชื่อลองได้เลย :n42:
 
ถ้ากล้าลองไปต่อให้ได้ ไม่เกิน
500,000 ถึง 530,000. บาท
แต่ไม่เอาป้ายทะเบียนขาวดำเลขสวย เลขxxyy
จะดีไหมครับ แล้วค่อยหาป้ายใหม่สวยๆเอง

ราคาไหนจะเหมาะสมครับ
:n20::n20::n20:
 
เค้าตั้งราคาแบบว่า ไม่อยากขาย แต่ถ้าสู้ราคาจึงจะปล่อยน่ะ

ฉนั้น โอกาสที่จะต่อรองสำเร็จ = 0%

หรือ ถ้าต่อได้ ซัก 580000 up ผมว่า ไปต่อรองรถคุณ Kaz ดีกว่า จ่ายมากกว่าเยอะก็จริง แต่ ได้ ของเพิ่มกว่ามากๆด้วย เรียกว่า รถคนละชั้น ห่างกันมากส์ :yelclap:
 
124 วิ่งบนถนนมีจำนวนมาก แต่รถแต่ละคันกลับมีรายละเอียดต่างกันมากส์ๆ

ถ้าเอาจอดต่อกัน โดนเรียงลำดับ จัดเกรดกัน รถคันนี้ ก็แค่ อยู่กลางๆแถวของ 220 แต่รถ คุณ Kaz น่ะ อยู่หัวแถว ของ 320 นะ มันห่างกันขนาดนั้นแหละ :icon_wink:
 
รบกวนพี่ ๆ ช่วยดูรถคันนี้ให้หน่อย มันเป็นรถรุ่นไหนกันแน่ครับ เครื่องยนต์น่าจะเป็นตัว V เห็นลงประกาศว่าเป็นรุ่น อี 280 w 210 รุ่นนี้ลง เครื่องตัวนี้ด้วยหรือครับ ขอบคุณ

http://www.taladrod.com/w20/Search/CarDet3.aspx?cib=618310
 
รบกวนพี่ ๆ ช่วยดูรถคันนี้ให้หน่อย มันเป็นรถรุ่นไหนกันแน่ครับ เครื่องยนต์น่าจะเป็นตัว V เห็นลงประกาศว่าเป็นรุ่น อี 280 w 210 รุ่นนี้ลง เครื่องตัวนี้ด้วยหรือครับ ขอบคุณ

http://www.taladrod.com/w20/Search/CarDet3.aspx?cib=618310

มีครับ ผมใช้รุ่นนี้อยู่ เครื่อง V6 เกียร์ไฟฟ้า แต่มีไม่มากคันครับ อ.Kaz ท่านรู้มากกว่า คงมีสาระมากกว่าที่ผมทราบครับ ที่แน่ๆ คันผมยังไม่minor change หรือพวงมาลัย multi functionเหมือนE240 ในปีเดียวกัน แต่วิ่งดีกว่าE240 (แอบเชียร์รถตัวเองหน่อย)
 
เค้าตั้งราคาแบบว่า ไม่อยากขาย แต่ถ้าสู้ราคาจึงจะปล่อยน่ะ

ฉนั้น โอกาสที่จะต่อรองสำเร็จ = 0%

หรือ ถ้าต่อได้ ซัก 580000 up ผมว่า ไปต่อรองรถคุณ Kaz ดีกว่า จ่ายมากกว่าเยอะก็จริง แต่ ได้ ของเพิ่มกว่ามากๆด้วย เรียกว่า รถคนละชั้น ห่างกันมากส์ :yelclap:

พี่สี่ครับ รบกวนขอ link. ที่เข้าไปชม รถของท่านอ.Kazด้วยครับ
น่าสนใจมากๆครับ
:n20:
 
เสียใจคับ...

รถคุณ Kaz ไม่ได้บอกขาย แต่เป็นรถที่น่า " ขอซื้อ " ที่สุดคับ

เวลาไปขอซื้อ มีเบียร์ ป๋องติดมือไปซักหน่อย

แล้วอีกซัก 1 -2 ช.ม. ค่อยเอ่ยปากขอซื้อ ..... จบ




ที่น่าซื้อเพราะ เป็นรถ ประกอบนอก ปี 95 E 280 แท้ มีซันรูฟจาก ร.ง.

ควักไส้เป็น 320 แล้ว

5 เกียร์ , บาลานซหลัง , ASD. ,แก็ส ,เบรคใหญ , ล้อ ฟอล์ค 17

ความสามารถพิเศษ ของเจ้าของรถ คือ ทุบเจ้าของร้านอะไหล่เบนซ์ได้ จึงทำให้เป็นรถที่น่าซื้อมากอีกประการนึง :n43:
 
Back
Top