w140 มีหลายคำถามมากครับ เพิ่งได้รถมา ขอบคุณครับ

PenockiO

New member
ผมเพิ่งได้ W140 S280ME ปี 97 มา 5 เกียร์ไฟฟ้า เป็นเพื่อนคุณ LeMan24 ละครับ สีเดียวกันอีกต่างหาก metallic green black (ตอนแรกหา W220 สีดำ แล้วหาไม่ได้ ดันไปเจอ W140 คันนี้ก่อน เลขไมล์สูงไปหน่อย 2.3 แสนโล) ตอนนี้กำลังซ่อมชุดใหญ่ จัดหนัก เพราะเจ้าของเดิมไม่ได้ทำอะไรเท่าไหร่เลย ใช้อย่างเดียว ภายนอกภายในดูดี แต่มีพลาสติกกรอบแตกเพราะช่างเครื่องเสียงไปหลายชิ้นมาก ไว้ต้องไปหาท่ีซ่อม (ยังไม่ทราบว่าที่ไหนรับซ่อมบ้าง) ???

ผมเช็คจาก EPC แล้วว่า s280ME กับ S320ME ใช้กล่อง ECU เครื่อง เกียร์​ สมองแห้งและเปียกเกียร์ เบอร์เดียวกันหมด ต่างกันแค่อย่างเดียวคือตัวเกียร์ 280 ใช้ 722.4 ส่วน 320 ใช้ 722.5 ต่างกันแค่ผ้าคลัชต์เกียร์ 722.5 มีมากกว่า 2 แผ่น (ถ้าจำไม่ผิด) นอกนั้นเหมือนกันหมด

ส่วนที่ผมยังไม่ได้เช็คคือ ลูกสูบกับกระบอกสูบของ S280 เท่ากับ S320 หรือไม่ ถ้าเท่ากัน ระยะของก้านลูกสูบเกียร์ของ S320 น่าจะยาวกว่าเพราะ ปริมาตรต่อสูบเพิ่มขึ้น จาก 700->800 (เพิ่ม 100cc) ผมก็น่าจะแค่เปลี่ยนเฉพาะก้านสูบทั้งหลายก็พอ (ลูกสูบและแหวนเก่าแล้วก็น่าจะเปลี่ยนไปด้วยกัน) ใครทราบเรื่องนี้ช่วยบอกผมด้วยครับ ???

พัดลมไฟฟ้าคู่หน้าของเดิมรุ่นนี้เป็นแบบปรับความเร็วตามอุณหภูมิ ผมยังไม่เจอปัญหาความร้อน เพิ่งรับมาก็ส่งฮอลมันทุกอย่างที่ฮอลได้ทั้งรถ สภาพมันดูเสื่อมหมดแล้ว เครื่อง เกียร์ ช่วงล่าง ใหม่หมด กะใช้ยาว)

เนื่องจากเกียร์ไฟฟ้าโอเวอร์ฮอลแพงมากกกก น้ำมันเกียร์ก็แพงมากกกก ดังนั้นผมจึงอยากถนอมเกียร์หน่อย จึงอยากติด oil cooler แต่ปัญหาคือ ผมไม่รู้ว่าจะติดรูปทรงไหนดี ??? ถ้าไม่ทำพัดลมไฟฟ้าสูตรลุงสี่ ตอนแรกคิดไว้คือหลังแผ่นทะเบียนจะมีช่องลมล่างพอดีตรงกลางรถเลย น่าจะไม่โดนล้อทั้งสองด้าน (เดาเอา) กะจะใช้แบบกล่องหนาทรงสี่เหลี่ยม (ไม่ติดพัดลม) เพราะแบบบาง ผมไม่รู้จะไปแปะตรงไหน ???

หรือผมจะทำเป็นพัดลมไฟฟ้าแบบสูตรลุงสี่ไปเลยดีครับ ค่าทำเดี๋ยวนี้ก็ไม่แพงแล้ว แต่ปัญหาคือ รุ่นนี้ตัววัดความร้อนไปอยู่กับวาล์วน้ำแล้ว ไม่มีปลั๊กหน้าเครื่องแบบก่อนแล้ว ผมก็ไม่รู้จะไปเจาะเสียบสามขาสีเทาตรงไหนดี ??? ฝาข้างหม้อน้ำก็เป็นพลาสติก ตอนแรกผมจะใช้ cube alarm เป็นตัวสั่งงานก็ไม่มั่นใจ ???

(cube alarm รถอีกคัน W124 ตอนนี้ติดอยู่ก็ใช้งานได้ดี มีปัญหาตอนกล่องแรกที่เค้าส่งมาเสีย ส่งซ่อมก็เสีย เค้าเลยเปลี่ยนให้ แล้วก็ใช้เป็นปกติดีแล้ว เคยช่วยชีวิตผมไว้ครั้งนึงจากฟิวส์พัดลมไฟฟ้าไหม้ พัดลมไม่ทำงาน ความร้อนขึ้น แล้วมันก็แจ้งเตือน ตอนเข้าจอดรถในห้างพอดี เลยรอดไป คิดว่ายังไงก็ต้องติดตัวเตือนความร้อนนะครับ ให้มีเสียงเตือน จะแบบไหนก็ได้)

สรุปคำถาม

1. ภายในมีพลาสติกกรอบแตก (จากช่างทำเครื่องเสียงก่อนที่ผมได้รถมา) และความเก่าใช้ไม่ระวังเลยแตก ไม่ทราบจะไปซ่อมที่ไหนได้บ้าง

2. เครื่อง S280 และ S320 ใช้เครื่องร่วมกันได้ไหม ต่างกันแค่ระยะชักของลูกสูบแค่นั้นใช่หรือไม่ครับ หรือส่วนอื่นด้วย เช่น ชาร์ป

3. ถ้าไม่ทำพัดลมไฟฟ้าสูตรลุงสี่ จะติดออยเกียร์ทรงไหนดี และไว้ตรงส่วนไหนดีครับ

4. ถ้าทำพัดลมไฟฟ้าสูตรลุงสี่เลยจะดีไหม เพราะพัดลมหน้าเครื่องเป็นแบบไฟฟ้าปรับตามอุณหภูมิอยู่แล้ว (ไม่ทราบว่าจะพอไหม) + ถ้าทำแล้วจะเอาเซ็นเซอร์สามขาสีเทา วัดอุณหภูมิไว้ตรงไหน (หน้าเครื่องไม่มีให้เจาะแล้วรุ่นนี้) หรือ จะใช้กล่อง cube alarm เป็นตัวควบคุมแทนดี

ขอบคุณครับ
 
Last edited:
ผมไม่มีรถรุ่นนี้แต่อยากเล่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพัดลมและออยเกียร์ให้ฟังครับ

รถผมเครื่อง 2jz GTE vvti หม้อน้ำวอลโว่ ๙๖๐ ทำพัดลมสูตรลุงสี่ ใช้แค่ด้านหลังอย่างเดียวข้างหน้าไม่ต้อง ความร้อนไม่เคยเกิน ๙๐

พัดลมที่เป่าอยู่ข้างหน้า ใช้งานไม่ดีหรอกครับ ลองดูรถญี่ปุ่นสิส่วนใหญ่เขาไม่ใช้พัดลมข้างหน้า

ออยเกียร์คูลเลอร์ผมลองแล้ว ของผมกว้างประมาณ ๔ นิ้ว ยาวปมาณ ๘ นิ้ว ผมเอาเซนเซอร์เทอร์โมมิเตอร์ดิจิตอลไปติดท่อขากลับ อุณหภูมิตอนกลางวันร้อนที่สุดหน้านี้ ๗๐ องศาเซลเซียส ยังไม่ถึงเกณฑ์ปกติด้วยซ้ำ ผมเลยถอดทิ้งใช้ออยรวมดีกว่า

ตอนที่ติดออยแยกผมแปลงติดตรงหน้าล้อหน้าขวา ทำสกุ๊ปลมให้มัน ความร้อนแค่นี้ไม่น่ามีปัญหากับล้อหรอกครับ
 
เรื่องตัวคุมพัดลมในฐานะที่ผมเคยใช้คิวอลามมาก่อน
ให้มันทำงานในสปีด แรก สปีดที่ 2 ใช้ สวิทช์ สีเทาและถอดทิ้ง
คิวอลามแล้วเนื่องจากมันไม่เสถียร หลักการมันดี แต่วัสดุและ
โปรแกรมคุมมันห่วย ใช้ไม่ทน ดีเฉพาะ 1-2 ปีแรก หลังจากนั้นต้อง
อยู่กับความไม่แน่นอนของมัน ซ่อมและเปลี่ยนเซ็นเซอร์บ่อยเปลืองตัง
ผมเลยถอดทิ้งใช้เพียงแต่
สวิทช์ 3 ขาอย่างเดียว ลดจังหวะพัดลมเหลือเพียง
speed เดียว เอาอยู่ จริงๆ ใช้สปีดเดียว(ลมอ่อน)มาพักใหญ่
ถ้าต้องการลมแรงก็ใช้สวิทช์ต่อตรงเอา ถ้าใช้รถคนเดียวไม่มี
ปัญหา แต่รถผมบางทีมีคนอื่นใช้ด้วย อาจจะทำให้ผู้ใช้
สับสน จึงตัดปัญหาโดยให้มันเหลือสปีดเดียว ลมแรงเต็ม
ที่ ไม่ต้องทำลมอ่อน 2 สเตป แต่โดยสรุปใช้ได้ดี อาจจะ
เป็นเพราะรถผมเครื่องสูบน้อยก็ได้ ถ้า 6 สูบไม่มีประสบการณ์
 
เรื่องตัวคุมพัดลมในฐานะที่ผมเคยใช้คิวอลามมาก่อน
ให้มันทำงานในสปีด แรก สปีดที่ 2 ใช้ สวิทช์ สีเทาและถอดทิ้ง
คิวอลามแล้วเนื่องจากมันไม่เสถียร หลักการมันดี แต่วัสดุและ
โปรแกรมคุมมันห่วย ใช้ไม่ทน ดีเฉพาะ 1-2 ปีแรก หลังจากนั้นต้อง
อยู่กับความไม่แน่นอนของมัน ซ่อมและเปลี่ยนเซ็นเซอร์บ่อยเปลืองตัง
ผมเลยถอดทิ้งใช้เพียงแต่
สวิทช์ 3 ขาอย่างเดียว ลดจังหวะพัดลมเหลือเพียง
speed เดียว เอาอยู่ จริงๆ ใช้สปีดเดียว(ลมอ่อน)มาพักใหญ่
ถ้าต้องการลมแรงก็ใช้สวิทช์ต่อตรงเอา ถ้าใช้รถคนเดียวไม่มี
ปัญหา แต่รถผมบางทีมีคนอื่นใช้ด้วย อาจจะทำให้ผู้ใช้
สับสน จึงตัดปัญหาโดยให้มันเหลือสปีดเดียว ลมแรงเต็ม
ที่ ไม่ต้องทำลมอ่อน 2 สเตป แต่โดยสรุปใช้ได้ดี อาจจะ
เป็นเพราะรถผมเครื่องสูบน้อยก็ได้ ถ้า 6 สูบไม่มีประสบการณ์

ของผมเครื่อง ๖ สูบ ๓,๐๐๐ ซี.ซี. ใช้พัดลมดูดแค่ ๒ ตัว อย่างที่บอกครับ พัดลม ๓ สเต็ป ดัดแปลงเอา ถ้าหน้าหนาวพัดลมไม่ต้องทำงานเลย เซนเซอร์มันใช้เทอร์โมสตัทที่ขายตามร้านอะไหล่อิเลคทรอนิคส์ตัวละ ๑๐ ถึง ๓๕ บาท ใช้กาวมหาอุดแปะใส่จุดที่ต้องการวัดอุณหภูมิโดยไม่ต้องเจาะรถ ใช้มา ๓ ปีกว่าแล้วไม่เคยเปลี่ยนอุปกรณ์ตัวใดๆเลย
 
Last edited:
ของผมเครื่อง ๖ สูบ ๓,๐๐๐ ซี.ซี. ใช้พัดลมดูดแค่ ๒ ตัว อย่างที่บอกครับ พัดลม ๓ สเต็ป ดัดแปลงเอา ถ้าหน้าหนาวพัดลมไม่ต้องทำงานเลย เซนเซอร์มันใช้เทอร์โมสตัทที่ขายตามร้านอะไหล่อิเลคทรอนิคส์ตัวละ ๑๐ ถึง ๓๕ บาท ใช้กาวมหาอุดแปะใส่จุดที่ต้องการวัดอุณหภูมิโดยไม่ต้องเจาะรถ ใช้มา ๓ ปีกว่าแล้วไม่เคยเปลี่ยนอุปกรณ์ตัวใดๆเลย

ขอบคุณสำหรับการแชร์ประสบการณ์ครับ
ผมก็อยากจะทำแบบนี้โดยไม่ต้องอาศัยวงจรอีเล็คโทรนิก
ที่ทำใน รง.บ้าน ๆ ไม่เสถียรแบบนี้ แต่ผมมีความรู้ทาง
ไฟฟ้าค่อนข้างน้อย ต้องหาความรู้เพิ่มเติมก่อนครับ
ยังสงสัยว่าเซ็นเซอร์เทอโมสตรัท จากร้านอะไหล่อีเล็คทรอนิก
แบบไม่แพงแบบนี้เราจะใช้ต่าเท่าไร เหมือนกับสวิทช์สีเทา
3 ขาของเบนซ์ไหมครับ

เอาเป็นว่าถ้าเป็นไปได้ ขอความอนุเคราะห์ท่านช่วยเขียน
การต่ออุปกรณ์และภาพของเทอร์โมที่ว่าด้วยจะได้ไหม
ถ้าไม่สะดวก ก็ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับ
 
ขอบคุณสำหรับการแชร์ประสบการณ์ครับ
ผมก็อยากจะทำแบบนี้โดยไม่ต้องอาศัยวงจรอีเล็คโทรนิก
ที่ทำใน รง.บ้าน ๆ ไม่เสถียรแบบนี้ แต่ผมมีความรู้ทาง
ไฟฟ้าค่อนข้างน้อย ต้องหาความรู้เพิ่มเติมก่อนครับ
ยังสงสัยว่าเซ็นเซอร์เทอโมสตรัท จากร้านอะไหล่อีเล็คทรอนิก
แบบไม่แพงแบบนี้เราจะใช้ต่าเท่าไร เหมือนกับสวิทช์สีเทา
3 ขาของเบนซ์ไหมครับ

เอาเป็นว่าถ้าเป็นไปได้ ขอความอนุเคราะห์ท่านช่วยเขียน
การต่ออุปกรณ์และภาพของเทอร์โมที่ว่าด้วยจะได้ไหม
ถ้าไม่สะดวก ก็ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับ

ยินดีครับ เทอร์โมสตัทที่ว่าเป็นแบบข่างล่างนี้ อันนี้ราคาถูกครับ แต่มันใช้ดีนะครับ มีหลายค่า ๖๐ ถึง ๑๒๐ องศาครับ

SANGI-KR-2N-THERMOSTAT(1).jpg


1233578101.jpg


แบบตัวล่างนี้จำราคาไม่ได้ แบบนี้ดี ทน แต่มันมีค่าเดียว คือ ๕๕ องศา เขาใช้ในเครื่องใช้ไฟฟ้าพวกหม้อหุงข้าวครับ ตัวนี้เมื่อก่อนผมใช้เปลี่ยนจากน้ำมันเป็นแก๊ส

เวลาทำระบบพัดลมใช้ประกอบกับรีเลย์ Bosch ๕ ขา แบบ ๒ หน้า

วงจรที่ผมใช้คือข้างล่างนี้ครับ แต่อันนี้ผมตัดมาแค่ ๑ ใน ๓ ไดอะแกรมมีในคอมผมจะทำรายละเอียดให้เห็นว่า ที่สเต็ปไหนเทอร์โมฯ ตัวไหนตัด มันเป็นภาพขนาดใหญ่ครับ ถ้าพี่สนใจขอส่งทาง Mail ครับ

_zpsqjli0khk.jpg
 
ขอบพระคุณอย่างสูงครับ
สนใจครับ

ขอบพระคุณอย่างสูงครับ
สนใจครับ
ค่าการต่อที่ผมต้องการคือ 85-87 องศา
ครับ หาซื้อที่ไหนได้ตรับ


people335@hotmail.com

ขอบคุณครับ
 
Last edited:
ขอบพระคุณอย่างสูงครับ
สนใจครับ

ขอบพระคุณอย่างสูงครับ
สนใจครับ
ค่าการต่อที่ผมต้องการคือ 85-87 องศา
ครับ หาซื้อที่ไหนได้ตรับ


people335@hotmail.com

ขอบคุณครับ

๘๕ เป็นขนาดเล็กผมเคยซื้อมาใช้ แต่ความจริงเราให้มันทำงานเร็วกว่านิดหน่อยก็ดีครับ กันพลาดครับ ไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะเย็นเพราะรายังมีวาล์วน้ำเป็นตัวควบคุมอุณหภูมอีกทีหนึ่งครับ ไดอะแกรมเดี๋ยวสักครู่ผมส่งให้ครับ มันอาจอ่านยากนิดหน่อยนะครับเพราะผมปรับบ่อย บางทีปรับแก้เฉพาะตอนบน ข้างล่างไม่ได้แก้ ยังไรค่อยแกะนะครับ
 
1. ภายใน หาของมือสอง น่าจะดีกว่า
2. 280 กับ 320 ต่างกันที่ ลูกสูบ, ก้าน, ข้อเหวี่ยง, ท่อร่วมไอดี, ECU
ครับ
 
ขอแสดงความเห็นเรื่องความร้อนก่อนครับ ถ้าไม่มีปัญหาใดๆส่วนตัวผมเห็นว่ายังไม่น่าไปดัดแปลง รุ่นนี้ห้องเครื่องกว้างขวางการระบายความร้อนดีกว่าE class รอดูหน้าร้อนนี้ดีกว่าไหม ถ้าใช้งานไม่มีปัญหาก็ใช้ไปเรื่อยๆ เบื้องต้นแค่เปลี่ยนถ่ายน้ำและเติมน้ำยาหล่อเย็นก็น่าจะเพียงพอ รถผมเครื่อง500ก็ยังใช้เดิมๆครับ ร้อนสุดๆก็ไม่เกิน90องศา
 
เพิ่มเติมเรื่องออยล์เกียร์นะครับ การติดตั้งแล้วแต่รูปทรงของออยล์เกียร์ที่เราได้มา บางรุ่นเป็นแบบแถบเล็กแต่ยาว แบบนี้ติดยาวตามแนวกันชน แต่ที่เห็นส่วนใหญ่จะทรงเหลี่ยม จุดติดตั้งจะอยู่ในซุ้มหน้าล้อด้านซ้าย ข้างในจะมีจุดยึดน๊อตพร้อม ถ้าไม่สะดวกหาของก็ไปอู่ที่เขารับทำเลย ราคาก็สามพันติดๆ แพงหน่อยแต่สะดวกไม่ต้องหาของ แต่ถ้าซื้อของเองแล้วให้ช่างติด ค่าใช้จ่ายก็ถูกกว่าประมาณ2พัน+/-แต่ต้องเสียเวลาหาของเช่นออยล์เกียร์ ท่อนมก. ตัวรัดสายน้ำมันเป็นต้น
 
ขอตามด้วยคนนะครับ เพิ่งได้ปลาวาฬมาเพิ่มเหมือนกันครับ
 
ยินดีด้วยนะครับคุณ Penockio ยังไงอย่าลืมลงรูปให้ชมด้วยนะครับ
 
ขอปรึกษา จขกท และความเห็นจาก สมช ครับ
อ่านดูเข้าใจว่า จขกท จะทำการควักไส้เป็น 320 ใช่ไหมครับ.

ผมอยากทราบข้อแตกต่าง ข้อดี ข้อเสียระหว่าง ควักไส้เป็น 320 กับ การลง short block 320 ในปลาวาฬครับว่าแบบไหนดีกว่ากันครับ

ได้ปลาวาฬ s280 ME .6 มาเหมือนกันครับ

ขอบคุณครับ
 
ขอปรึกษา จขกท และความเห็นจาก สมช ครับ
อ่านดูเข้าใจว่า จขกท จะทำการควักไส้เป็น 320 ใช่ไหมครับ.

ผมอยากทราบข้อแตกต่าง ข้อดี ข้อเสียระหว่าง ควักไส้เป็น 320 กับ การลง short block 320 ในปลาวาฬครับว่าแบบไหนดีกว่ากันครับ

ได้ปลาวาฬ s280 ME .6 มาเหมือนกันครับ

ขอบคุณครับ

ผมแนะนำให้ใช้ไปเถอะครับ ไม่ต้องเปลี่ยนเครื่องและเกียร์ เพราะมันแพงไม่คุ้มครับ รถผมบังเอิญเจ้าของเก่าบอกเคยฮีตเปลี่ยนช็อตบ็อก 320 จริงไหมทุกวันนี้ผมยังไม่แน่ใจเลยครับ เพราะพวกก้านพวกหลายอย่างมันดูไม่รู้และในระบบ EPC บอกให้ร่วมกันได้ ก็ งง ตาม ๆ กัน (ผมถึงกับลงโปรแกรม EPC ในเครื่องตัวเองเลย อยากรู้ไรขุดเอาไม่ยาก ได้เลขก็เอาไปสั่งร้านอะไหล่ร้านไหนก็ได้ แนะนำร้านพี วัดโสม โทรให้ติดให้ได้ก่อน แล้วก็สั่งกระจายทีเดียว ราคาถูกสุดที่ผมเช็คมาละ ให้มาส่งที่อู่ที่เรารู้จักที่จะทำรถ)

ถ้าอยากทำ แนะนำไปซื้อ 1. ช็อตบ็อกล่าง + 2. เกียร์ 722.605 (ตรงรุ่นกับเครื่อง 320) ที่มีผ้าคลัชเพิ่มมา 2 แผ่น + 3. ท่อไอดีของ 320 ใหญ่กว่าชัดเจนครับ
(ฟลายวีล ใช้เบอร์เดียวกัน 280 กับ 320 ส่วนเฟืองท้ายรถผมเป็น 3.45 ใช้กันได้อยู่แล้ว ผมว่ารถคุณก็คงเบอร์เดียวกัน ก็ไม่ต้องเปลี่ยน และกล่อง ecu กับกล่องเกียร์ รุ่น ME ใช้ด้วยกันได้หมดไม่ต้องทำอะไร) ประเด็นคือเมืองนอกเช่นเมกาไม่มีรุ่น 280 มีแต่ 320 จึงมีการใช้อะไหล่แทนกันได้เกือบทั้งหมด

พอได้ 1-3 มาแล้วก็เอามาโอเวอร์ฮอลให้มันดี ๆ ใช้ยาว ๆ มีข้อแนะนำว่าถ้า เกียร์ได้จากญี่ปุ่นจะดีสุดเพราะผ้าคลัชดีสุดไม่ค่อยเสียหายมาก แต่ก็ควรทำทีเดียว ก็ต้องผ่าทอล์กด้วยถ้าจะใช้ยาว

ผมถามราคาเกียร์มาจากพรรคพวก 722.605 จากหัวญี่ปุ่นรับประกันตั้ง 14 วันราคา 2.8 หมื่น ส่วนช็อตบ็อกผมยังหาไม่ได้ แต่คาดว่าประมาณไม่เกินหมื่นนึง เอามาผ่าฮอลเครื่องหมดไปอีกอย่างน้อยก็ 2 หมื่น ทำเกียร์ไฟฟ้าผ่าทอล์ก (แค่น้ำมันก็ห้าพันปลายแล้ว) ก็ต้องมีอย่างน้อยอีก 5 หมื่น รวมเบ็ดเสร็จ 1 + 2.8 + 2 + 5 = 1.08 แสนบาท ไม่รวมค่าแรง ซึ่งต้องมี 4 หมื่น รวมก็แสนห้าไปแล้ว

ไหวก็เอาครับ 555+ ผมกำลังคิดหนักว่าจะไปต่อหรือหยุดแค่นี้ (ฮอลเครื่องกับเกียร์ปัจจุบัน ถ้าไปต่อต้องเพิ่มอีก 3.5 หมื่นก็เหมือนจะไม่เยอะ) เพราะตอนนี้ทำช่วงล่าง รวมพวกระบบบังคับเลี้ยวทั้งหมด และเพลากลาง ก็หมดไป 1 แสนแล้วครับ 555+ (เครียดอยู่เบยครัช) แต่ถ้ากล้าทำแบบผมว่าก็ใช้ยาวไปเลย 2 แสนโลเหนาะ ๆ จะกี่ปีก็ไม่ทราบ (น่าจะ 10 ปี) ตกปีละ 1.5 หมื่น (ไม่รวมเปลี่ยนของเหลวตามระยะ และจุกจิกพวกยางต่าง ๆ รวมถึงเซ็นเซอร์บางตัว เช่น O2 เป็นต้น)

ถ้าไม่ได้ 1-3 ครบทุกรายการ อย่าทำ ไม่เกิดประโยชน์ แรงบิดไม่ได้ ใช้เครื่องเดิม ๆ ดีแล้วครับ

ปล. บ่นให้ฟัง เพราะผมเครียดจัด เดาว่าค่าซ่อมคันนี้อีกไม่นานน่าจะหลุดไป 3 แสน ตามที่คำนวณไว้ตั้งแต่ต้น เพราะผมเป็นคนซ่อมแล้วต้องถึงต้องดีไม่ใหม่ก็ใกล้เคียงล่ะ คันเก่าขนาด e220 w124 ผมซ่อมถึงก็หมดไป 3 แสนกว่าครับ เปลี่ยนกระจายมาก แลกมาด้วยการใช้อย่างสบายใจไม่จุกจิก กล้าเอาไป ตจว ไกล ๆ ได้สบาย 555+

ล่าสุดราคาอะไหล่ศูนย์ เช่น ยางเต้าคานหน้า 4 ตัวปาไป 5 หมื่นละครับ เต้าคานหลังหน้ากับหลังชุดละหมื่น จะแพงไปไหน เมืองนอกราคาครึ่งนึงของบ้านเราแท้ศูนย์เหมือนกัน ผมเปลี่ยนระบบพาวเวอร์เป็นของแท้หมดไปทั้งระบบ 3.7 หมื่นนะครับ แค่ยอยพวงอย่างเดียวก็ 7 พันแล้วครับ ส่วนบุชกล้องยาของเทียบไม่ทนเลย febi 750 ช่างห้ามเลย สั่งแท้ 4 พันจ้าาา เครียดเบย อะไหล่แท้ขึ้นหมด สิงคโปร์ไทยเทศ มีแต่อเมกาที่เช็คแล้วยังไม่ค่อยขึ้นเป็นบางที่ บางชิ้น ว่าจะลองหาทางสั่งมาให้ได้เช่น ท่อยางตูดถังน้ำมันไทยตอนนี้แท้ศูนย์ราคาแรงมาก 1 หมื่น เมืองนอกศูนย์ยังแค่ $60 เอง ผมก็รับไม่ได้หลายอย่าง ตอนนี้อะไหล่สารพัดมีเวลาผมสั่ง ebay ตลอดเลยครับพวกของแท้ พยายามหาเอา หรือรู้ว่าคนขายคนไหนเคยสั่งแล้วโอเค ก็ฝาก PM ไปถามให้หาของที่ต้องการมาขายให้เราก็ได้ เช่น หัวฉีดที่ซ่อมดีแล้วผมสั่งไป 6 หัวชุดนึง 3,xxx รวมค่าส่งก็ตก 4,xxx ผมรับได้ก็สั่งมาครับ ดีกว่าไปซื้อมือสองที่พร้อมพัง หรือถ้าอยากลองของชุดซ่อมก็มีไม่ถึงพันให้ลองซื้อมาทำเอง แต่ผมขี้เกียจ ไว้ว่างก่อนจะลองสั่งมาทำเองดูแก้คัน

มีโอกาสทำเสร็จแล้วอีกซักเดือนสองเดือน ผมจะเอารายการทำทั้งหมดพร้อมราคาคร่าว ๆ มาให้ดูกันครับ จริง คันเก่า w124 E220 ผมก็อยากแชร์นะ ไว้จัดพร้อมกันเลย เพราะบันทึกใน excel ไว้อย่างละเอียดมากว่าทำอะไรไปเท่าไหร่เมื่อไหร่บ้าง เพื่อเป็นแนวทางประเมินค่าอะไหล่ครับ T_T
 
Last edited:
ผมก็เพิ่งโดนไปครับ ได้มาทีแรกรู้สึกเหมือนจะดี มาดูท่อน้ำกับวาวล์
อ้าวฝาวาล์น้ำผุ ท่อปูดนิดหน่อย ไหนๆกะใช้ยาวเลยจัดไป
พอสังเกตุหน่อยเสียงนั่นเสียงนี่ ลูกปืนล้อหลัง ใต้ท้องมีน้ำมันหยด
พวงมาลัยเบาเบาผิดปกติ โช๊คพวงมาลัย
โดนลูกหมากคันชัก แท่นเครื่องเหมือนจะทรุดไล่เปลี่ยนอีก
ลองขับอัดเร็วๆ ความร้อนขึ้นสูง เอามือแตะหม้อน้ำทางเข้าร้อน ทางออกเย็น อ้าวหม้อน้ำตัน ก็เปลี่ยนอีก
ติด cube alarm เพิ่มรีเลย์สั่งให้พัดลมทำงานก่อนความร้อนขึ้นถึง 95 องศาซะเลย
กระปุกพาวเวอร์มีน้ำมันซึมออกมา ก็เปลี่ยนชุดซ่อม ให้ช่างเช็คลูกปืนล้อหลัง
โดนอีกครับ จี้ลงไปตรงไหนก็โดน 5555
อีกกระทู้ตั้งถามเรื่องสวิทช์ปรับไฟหน้ากับเบาะดันหลังคงไม่ทำละครับ
เดี๋ยวโดนอะไรจะมาขอมาช่วยบ่นนะครับ
 
เทอร์โมสตัท ตามที่พี่ Cobra4971 ได้นำเสนอ น่าสนใจดีครับ สำหรับความร้อนในเครื่อง M104

ขอปรึกษาหน่อยครับ สมมติว่า เราต้องการให้ เทอร์โมสตัท ทำงาน เมื่ออุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นที่ 95 องศา และหยุดทำงานที่ 90-92 องศา

- ไม่แน่ใจว่าผิวโลหะของหม้อน้ำ หรือโครงปั๊ม ที่จะเอา เทอร์โมสตัทไปติด จะมีอุณหภูมิต่ำกว่าน้ำด้านในรึป่าว ถ้าใช่ เช่น ต่ำกว่า 5 องศา เราควรเลือกเทอร์โมสตัทที่ทืำงาน 90 องศา ไรงี้ ใช่ป่ะครับ
- จาก E280 ที่ความร้อนค่อนข้างขึ้นไว ผมกำลังคิดจะใช้ตัวนี้ไปสั่งพัดลม step 2 ทำงานเร็วขึ้นนิดนึง แต่ยังไม่ทราบว่า เทอร์โมสตัท จะหยุดทำงานที่กี่องศา เพราะเกรงว่าพัดลมทำงานนานไป เด้วจะมีปัญหาเรื่องไดชาร์ท กับไฟเกินตามมารึป่าวครับ
- สวิทซ์สีฟ้าคุมพัดลม Step 2 นี่เป็นแบบ NC ใช่ไหมครับ เพราะสังเกตุถ้าดึงปลั๊กออก (วงจรเป็น NO) พัดลม Step 2 ทำงาน จึงคิดว่า ถ้าตัดสายไฟเส้นนึงมาต่ออนุกรมกับ เทอร์โมสตัท NC น่าจะทำได้ไหม เพราะ เทอร์โมสตัทจะ NO เมื่อ Temp ถึง 95 องศาไรงี้ หรือควรใช้ Relay ช่วยอีกตัวนึงดีครับ

คือไม่อยากให้อุณหภูมิน้ำหล่อเย็นขึ้นไปถึง 100 องศา

ขออภัยอาจจะถามยาว และออกนอกประเด็นไปครับ :n20:
 
เทอร์โมสตัท ตามที่พี่ Cobra4971 ได้นำเสนอ น่าสนใจดีครับ สำหรับความร้อนในเครื่อง M104

ขอปรึกษาหน่อยครับ สมมติว่า เราต้องการให้ เทอร์โมสตัท ทำงาน เมื่ออุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นที่ 95 องศา และหยุดทำงานที่ 90-92 องศา

- ไม่แน่ใจว่าผิวโลหะของหม้อน้ำ หรือโครงปั๊ม ที่จะเอา เทอร์โมสตัทไปติด จะมีอุณหภูมิต่ำกว่าน้ำด้านในรึป่าว ถ้าใช่ เช่น ต่ำกว่า 5 องศา เราควรเลือกเทอร์โมสตัทที่ทืำงาน 90 องศา ไรงี้ ใช่ป่ะครับ
- จาก E280 ที่ความร้อนค่อนข้างขึ้นไว ผมกำลังคิดจะใช้ตัวนี้ไปสั่งพัดลม step 2 ทำงานเร็วขึ้นนิดนึง แต่ยังไม่ทราบว่า เทอร์โมสตัท จะหยุดทำงานที่กี่องศา เพราะเกรงว่าพัดลมทำงานนานไป เด้วจะมีปัญหาเรื่องไดชาร์ท กับไฟเกินตามมารึป่าวครับ
- สวิทซ์สีฟ้าคุมพัดลม Step 2 นี่เป็นแบบ NC ใช่ไหมครับ เพราะสังเกตุถ้าดึงปลั๊กออก (วงจรเป็น NO) พัดลม Step 2 ทำงาน จึงคิดว่า ถ้าตัดสายไฟเส้นนึงมาต่ออนุกรมกับ เทอร์โมสตัท NC น่าจะทำได้ไหม เพราะ เทอร์โมสตัทจะ NO เมื่อ Temp ถึง 95 องศาไรงี้ หรือควรใช้ Relay ช่วยอีกตัวนึงดีครับ

คือไม่อยากให้อุณหภูมิน้ำหล่อเย็นขึ้นไปถึง 100 องศา

ขออภัยอาจจะถามยาว และออกนอกประเด็นไปครับ :n20:

ขอแนะนำแบบสรุปว่า ถ้ากลัวก็ไปทำพัดลมไฟฟ้าสูตรลุงสี่เลยครับ เครื่อง 280 (M104) ในบอดี้ W124 ร้อนแน่นอน

ส่วนเรื่องจะเอาค่าอุณหภูมิน้ำมาจากไหน ส่วนใหญ่จะต้องใช้เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิที่มีขาจุ่มลงไปในระบบทางเดินน้ำหล่อเย็นครับ ถ้าสูตรลุงสี่ก็จะใช้สามขาสีเทาของ 190E มาเป็นตัวกำหนดช่วงอุณหภูมิทำงาน (ใช้เซ็นเซอร์แบบหางปลาไปขับหนีบกับน็อตและเสื้อต่าง ๆ ไม่ค่อยดี (ไม่ค่อยแม่น คลาดเคลื่อนสูง)

เรื่องตัดต่ออย่างไรเสียก็ต้องมี relay ครับ ไม่มีไม่ได้เพราะพัดลมไฟฟ้ากินไฟสูงมากและต่อเนื่อง ตัดต่อก็กระชากแรงพอสมควร วงจรตามสูตรลุงสี่ก็มีให้แล้วครับง่ายดายทั้ง 2 เสต็ป (เพราะพัดลมไฟฟ้าญี่ปุ่นที่ใช้รองรับ 2 เสต็ปอยู่แล้ว)

ส่วนจะควบคุมสั่งการตัดต่อระบบพัดลมอย่างไร มี 2 ทางเลือกคือ
1. ใช้แบบ mechanical ก็เช่นสวิตช์สามขาสีเทา ที่บอกไป เป็นตัวควบคุมช่วงอุณหภูมิเปิดปิดวงจรไฟฟ้า
เสต็ป 1 อาจจะให้พัดลมเริ่มทำงานไปพร้อมกับคำสั่งที่มาจากสวิตช์แรงดันน้ำยาแอร์เหมือนพัดลมไฟฟ้าหน้าเครื่องเลยก็ได้ครับ

2. ใช้กล่องอิเล็กทรอนิกส์ที่สารพัดจะหาได้ เช่น cube alarm, TEN .... กล่องพวกนี้จะต้องรับค่าจากเซ็นเซอร์อุณหภูมิน้ำมาจากที่ใดที่หนึ่งก่อน (ซึ่งกล่องจะต้องรู้จักตัวเซ็นเซอร์เป็นอย่างดี ไม่งั้นจะไม่รู้ว่าค่าที่อ่านได้คืออุณหภูมิเท่าไหร่ ส่วนใหญ่มาเป็นชุด) สามารถตั้งค่าได้ว่าจะให้ทำงานช่วงอุณหภูมิเท่าไหร่ และหยุดทำงานที่เท่าไหร่ โดยจะมีชุดสายไฟไปสั่งงานผ่านรีเลย์อีกทีหนึ่ง (บางกล่องจะตั้งได้ 2 เสต็ป บางกล่องได้ 1 เสต็ป)

*** ส่วนนี้ขอให้ระวังเรื่องฟิวส์ที่ใช้ให้ดี ว่าพัดลมกินไฟมากน้อยเพียงใด ฟิวส์กระดูกงูไม่รอดนะครับถ้ากินไฟเยอะๆ ฐานแป้นฟิวส์จะจมและไหม้ ถ้าเป็นฟิวส์แบบใบสองขาก็แล้วไป เลือกเดินสายไฟเส้นใหญ่ๆ หรือสายไฟเบนซ์แท้นะครับจะได้ไม่เกิดสายไหม้

ส่วนสวิตช์สีฟ้า เสต็ป 2 ที่ 105-107 องศาก็ช่างมันครับ ปล่อยไปยังงั้นแหละ เพราะมันสั่งพัดลมหน้าเครื่อง ถ้าทำพัดลมไฟฟ้าสูตรลุงสี่ก็ถอดพัดลมหน้าเครื่องทิ้งไปแล้ว เสต็ป 2 ตรงนี้จะเอามาใช้หรือไม่ก็ได้ (หรืออาจกลายเป็น เสต็ป 3 ไปเลยก็ได้ครับ เป็นแบ็คอัพเสต็ป ป้องกันอีกชั้นนึง)

เรื่องพัดลมทำงานตลอดเวลาแล้วจะพังเร็ว ผมไม่อยากให้มองแบบนั้น พัดลมไฟฟ้าหน้าเครื่องทำงานตลอดก็ไม่เห็นจะพัง ถ้าไม่ถึงอายุของมัน พังก็แค่บางส่วนเช่น ลูกปืน หรือแปรงถ่าน มอเตอร์... ก็ว่าไป ของพวกนี้ออกแบบมาใช้กับรถนะครับ ดังนั้นต้องทำงานภายใต้อุณหภูมิห้องเครื่องได้อยู่แล้ว ถ้าคิดว่ามือสองได้มาจะไม่ทนก็ไปหาซื้อมือหนึ่งก็ไม่ได้แพงมาก พัดลมรถญี่ปุ่นสองเสต็ปหาได้หลากหลายครับ เลือกตามใจชอบ จะยี่ห้ออะไรดูขนาดเอา ประสิทธิภาพไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่เลยครับ

ส่วนเรื่องไฟฟ้าที่ไดชาร์จจะจ่ายพอไหม E280 ไดชาร์จ 90A แบตเตอรี่ 75A ผมว่าเค้าทำเผื่อไว้แล้วครับถ้าพี่ไม่ได้ติดเครื่องเสียงอลังการอะไร พัดลมไฟฟ้ากินอย่างมากก็ 15-25A น่าจะไม่กระทบต่อระบบครับ (สูตรลุงสี่ก็ถอดพัดลมไฟฟ้าคู่หน้าออก จ่ายให้กับคู่หลังแทน ดังนั้นการกินไฟน่าจะใกล้เคียงเดิมครับ)

สรุป ฟังธงให้เลยครับ ไปทำพัดลมไฟฟ้าครับ ชีวิตจะแฮปปี้ เดี๋ยวจะได้แปลกใจว่า เอ๊ะทำไมพละกำลังรถมาจากไหน ออกตัวไหลลื่นขึ้น ขับสนุกขึ้น 555+
 
เทอร์โมสตัท ตามที่พี่ Cobra4971 ได้นำเสนอ น่าสนใจดีครับ สำหรับความร้อนในเครื่อง M104

ขอปรึกษาหน่อยครับ สมมติว่า เราต้องการให้ เทอร์โมสตัท ทำงาน เมื่ออุณหภูมิของน้ำหล่อเย็นที่ 95 องศา และหยุดทำงานที่ 90-92 องศา

- ไม่แน่ใจว่าผิวโลหะของหม้อน้ำ หรือโครงปั๊ม ที่จะเอา เทอร์โมสตัทไปติด จะมีอุณหภูมิต่ำกว่าน้ำด้านในรึป่าว ถ้าใช่ เช่น ต่ำกว่า 5 องศา เราควรเลือกเทอร์โมสตัทที่ทืำงาน 90 องศา ไรงี้ ใช่ป่ะครับ
- จาก E280 ที่ความร้อนค่อนข้างขึ้นไว ผมกำลังคิดจะใช้ตัวนี้ไปสั่งพัดลม step 2 ทำงานเร็วขึ้นนิดนึง แต่ยังไม่ทราบว่า เทอร์โมสตัท จะหยุดทำงานที่กี่องศา เพราะเกรงว่าพัดลมทำงานนานไป เด้วจะมีปัญหาเรื่องไดชาร์ท กับไฟเกินตามมารึป่าวครับ
- สวิทซ์สีฟ้าคุมพัดลม Step 2 นี่เป็นแบบ NC ใช่ไหมครับ เพราะสังเกตุถ้าดึงปลั๊กออก (วงจรเป็น NO) พัดลม Step 2 ทำงาน จึงคิดว่า ถ้าตัดสายไฟเส้นนึงมาต่ออนุกรมกับ เทอร์โมสตัท NC น่าจะทำได้ไหม เพราะ เทอร์โมสตัทจะ NO เมื่อ Temp ถึง 95 องศาไรงี้ หรือควรใช้ Relay ช่วยอีกตัวนึงดีครับ

คือไม่อยากให้อุณหภูมิน้ำหล่อเย็นขึ้นไปถึง 100 องศา

ขออภัยอาจจะถามยาว และออกนอกประเด็นไปครับ :n20:

อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนว่าเทอร์โมฯพวกนี้เป็นแบบร้อนแล้วตัด ดังนั้นการใช้ระบบนี้จึงต้องใช้ร่วมกับรีเลย์ พอเราเปิดกุญแจไฟจะวิ่งผ่านเทอร์โมไปทริกรีเลย์ให้รีเลย์ต่อตำแหน่ง NO พอ พัดลมราเจะต่อทาง NC พอเทอร์โมร้อนมันตัดรีเลยจะดีดกลับมาต่อที่ NC พัดลมก็จะหมุน พอน้ำในหม้อน้ำเย็นลงเทอร์โมจะต่อ รีเลย์ก็จะสลับไปที่ NO พัดลมก็จะหยุดครับ

พัดลมจะหยุดทำงานเมื่ออุณภูมิลดลงถึงค่าที่ระบุไว้ที่ตัวมัน ไม่ค่อยเพี้ยนครับ ค่าเทอร์โมที่ผมใช้ก็ตามข้างบนเลย ถ้าจะเอาให้สบายใจเผื่อไว้ซัก ๑๐ องศา ก็เหลือเฟือครับ

เทอร์โมสีฟ้า ๖๐ องศาตามไดอะแกรม เป็นสเต็ปความเร็วต่ำ ผมเรียกสเต็ป ๒ สเต็ปแรกของผมคือ ไม่หมุนเลย เทอร์โมตัวนี้ต่ออนุกรมกับรีเลย์ตัวเล็กซึ่งเอาไฟคลัทซ์คอมแอร์มาทริก ถ้าไฟคลัทซ์คอมแอร์มา รีเลย์ตัวนี้ตัด หรือถ้าไม่เปิดแอร์แต่เครื่องร้อนแล้วเทอร์โม ๖๐ องศาตัด รีเลยหมายเลข ๓ ดีดไป NC ไฟพัดลมลงกราวด์ได้ พัดลม ๒ ตัวต่อกันแบบอนุกรม เลยหมุนช้า

ระบบพัดลมนี้ไม่ใช้รีซิสเตอร์ไปทำให้พัดลมหมุนช้านะครับ เพราะการใช้รีซิสเตอร์ทำให้เกิดความร้อนและสูญเสียพลังงาน

อยากให้ลองดูครับ แล้วจะรู้ว่าตอนกลางคืนเราขับรถออกจากบ้านมันไม่มีเสียงรบกวนใครเลย ขับนอกเมืองพัดลมไม่ทำงานเลย

ผมชอบคิดอะไรที่แอดวานซ์ เดิมๆเฉพาะส่วนที่ดี อันไหนทำให้เราเปลืองหรือวุ่นวายไม่เอาครับ
 
ขออนุญาตท่านเจ้าของกระทู้ ขอตอบคุณ sommit ต่ออีกนิดครับ เอาเทอร์โมต่อสายไฟที่ดึงออกได้ครับ ทำอย่างนี้เราจะได้เซนเซอร์ ๒ ตัว ตัวใดตัวหนึ่งตัดสเต็ป ๒ ก็ทำงาน

ปัญหาเรื่องความร้อนเท่าที่เจอมีสาเหตุ ๒ อย่าง คือ เครื่องร้อน กับการระบายไม่ดี เครื่องร้อนที่เจอมาสาเหตุมาจากเครื่องหลวม ฝาสูบโก่ง ปะเก็นรั่ว ทำให้เราเร่งเครื่องมากขึ้นเครื่องก็ร้อน

ส่วนการระบายที่พบบ่อยมี ๒ อย่าง คือ หม้อน้ำตันกับพัดลมไม่แรง จะเอาให้สบายๆต้องหม้อน้ำวอลโว่ ๙๖๐ ใช้พัดลมดูดแบบลุงสี่เพียง ๒ ตัว แต่ต้องทำบังลมให้ดูดได้ดี ไม่จำเป็นต้องเป็นแอสติน่า ผมใช้พัดลมเด็นโซ๋แบบบางทรงสามเหลี่ยมขนาด ๑๒ นิ้ว เป็นของเซียงกงใช้มาน่าจะ ๒ ปีแล้ว ตอนนี้แม้จะล้าลงบ้างแต่ยังไม่เจอปัญหาความร้อน

๑๐๐ องศา สำหรับผมถือเป็นเรื่องน่าวิตก แค่เลย ๙๐ ผมก็ต้องหาทางแก้ไขแล้วครับ
 
Last edited:
Back
Top