แอร์ ความร้อน W140 เปลี่ยนหม้อน้ำเป็นอลูฯ แล้ว ปัญหาความร้อนยังไม่จบ/ใช้น้ำมันเกรดต่ำลงได้หรือไม่

olemag

New member
ผมใช้ w140 s280 M104 ติดแก๊สเรียบร้อยแล้ว มีปัญหาจะสอบถามดังนี้ครับ

ขอเล่ารายละเอียดให้ทราบพอสังเขปดังนี้ครับ

ตอนที่ผมได้รถมาเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน ผมได้นำรถไปติดแก๊สเลย (ยังไม่เคยใช้น้ำมันวิ่งทางยาวๆ หรือรถติดแต่ประการใด) พอติดแก๊สมาแล้วก็นำมาใช้งานทั่วไป ส่วนใหญ่ใช้ใน กทม. ช่วงรถวิ่ง ความร้อนก็จะปกติ (ประมาณ 91 องศา) แต่พอรถชะลอตัวหรือติด หรือต้องไต่ขึ้นสะพานแขวนทีไร ความร้อนก็พุ่งพรวดๆ (ร้อนสุดเท่าที่กดปุ่ม REST ดู คือ 107 องศา) ถามอู่เบ๊นซ์พรรคพวกกันก็บอกว่าน่าจะเป็นที่หม้อน้ำ (ที่ติดรถมาเป็นทองแดง) ระบายความร้อนไม่ดี แต่ช่วงหลังมีปัญหาพิษเศรษฐกิจ จึงไม่ค่อยได้ใช้รถ จึงทิ้งปัญหานี้ไว้ยังไม่ได้แก้ไข
พอมาช่วงนี้พอเก็บเงินได้ จึงซื้อหม้อน้ำอลูฯ มาจัดการเปลี่ยนแทนที่ของเดิม ปรากฏว่าก็ระบายความร้อนได้ดีกว่าเดิม แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความร้อนเวลารถติดได้ โดยเฉพาะผมสังเกตุเวลาแอร์ทำงาน จะทำให้ความร้อนสูงกว่าปกติ และขึ้นเร็วกว่าเวลาปิดไม่ให้คอมแอร์ทำงาน เวลารถวิ่งเปิดคอมแอร์ ความร้อนจะประมาณ 91 องศา แต่ถ้าหากปิดคอมแอร์ความร้อนจะเหลือประมาณ 89-90 ในช่วงกลางวัน และ 87-89 ในช่วงกลางคืน ผมจึงมีปัญหามาสอบถามดังนี้ครับ

1. ถ้าเปลี่ยนเป็นพัดลมไฟฟ้าสูตรลุงสี่ ปัญหาความร้อนรถผมจะจบไหมครับ
2. จำเป็นต้องเปลี่ยนคอมแอร์ตามสูตรของช่างในคลับเราไหม ครับ (คอมเดิมก็ยังเย็นจัดอยู่ เย็นจนต้องกดปุ่มปิดคอม คอมแอร์ก็ตัดต่อตามปกติครับ แต่เสียงค่อนข้างดังนิดนึง) เห็นช่างในคลับแนะนำให้เปลี่ยนเป็นคอมของ W210 หรือ W211 นี่แหล่ะไม่แน่ใจ

3. หรือเป็นที่คอยล์ร้อนของแอร์ระบายความร้อนได้ไม่ดี ทำให้เกิดความร้อนสะสมในระบบ

ในปัญหา 3 ข้อนี้ ผมรู้สึกว่าเวลาคอมแอร์ทำงานทำให้เกิดปัญหาความร้อนม ากที่สุด

อีกเรื่องหนึ่งครับ ตอนนี้ผมใช้น้ำมันโซฮอล์ 91 ผสมกับโซฮอล์ 95 อยู่ครับ อัตราส่วนประมาณ 91:60% 95:40% เครื่องยนต์ก็ทำงานปกติดีอยู่ เวลาวิ่งด้วยน้ำมันก็ไม่มีสะดุดหรือน็อคแต่อย่างใด ถ้าหากว่าผมจะเติมโซฮอล์ 91 อย่างเดียวเลยจะมีผลในระยะยาวหรือไม่ครับ
 
6สูบมีปันหาความร้อนอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ
ความร้อนที่สูงขึ้นตอนรถติดเกิดจากระบบพัดลม
ฟรีคลัชและพัดลมแอร์หน้ารถประสิทธิภาพลดลง
เนื่องจากอายุมากแล้วสมควรอย่างยิ่งที่จะอัพเป็นพัดลมไฟฟ้า
1.
พัดลมไฟฟ้าสูตรลุง4จบแน่นอนแต่คุณต้องวิ่งไป
โชคชัยไดนาโม สูตรลุงเค้าอยู่ที่นั้นบอกเค้าเอาสูตรลุงสี่จบ
2.
คอมเย็นจัดอยู่หมายภึงคอมยังสุขภาพดีอยู่
ส่วนเรื่องเสียงดังให้ช่างร้านโชคชัยจัดการให้
อาจเป็นลูกปืน อีกอย่างคอมรุ่นใหม่มันต้องแปลงระบบมันไม่เดิมรอคอมเสียค่อยตัดสินใจอีกที
3
ถ้าแผงคอยลร้อนระบายไม่ทันแอรมันจะไม่เย็น
แต่นี่แอร์เย็น ก็หมายฟามว่ามันยังดีอยู่อย่าหาเรื่อง

ปันหา3ข้อของท่านจบได้ด้วยพัดลมที่โชคชัยไดนาโม ร้านอื่นผมไม่เฟิรม ส่วนช่างแอรที่เค้าแนะนำท่านต้องวิแคะด้วยคอมแอรเรายังสุขภาพดีอยู่จะเปลี่ยนให้เสียตังทำไม ถ้าคอมมันแย่ไม่มีกำลังอัดค่อยตัดสินใจอีกที่ว่าจะเลือกทางไหน

แต่ส่วนตัวถ้าคอมแอรไมมีกำลังอัดคือไม่เย็น
ผมก็เบิกร้านอะไหล่ร้านวรจักรวัดโสมรุ่นเดิมๆ
เอาไปให้ช่างเค้าใส่ให้ ยังไงวิศวกรเยอรมันเค้าออกแบบมาดีแล้ว ไม่ต้องแปลงเหมือนที่ช่างแอรแนะนำ

สิ่งที่อาจต้องทำถ้ามีตังเพิ่ม
1.ให้ร้านเค้าล้างระบบหม้อน้ำทั้งหมด ล้างคอยล
หน้ารถให้สะอาดเพื่อระบายความร้อนที่ดี
2.ให้ร้านล้างระบบแอรทั้งหมดแวกน้ำยาใหม่
เพื่อนับ1ใหม่

ผมรวมๆดูแล้วไม่เกินหมื่นหรอกครับท่าน
ให้จบที่โชคชัยไดนาโมนะ ที่อื่นผมไม่เฟิรม
 
เรื่องน้ำมันรถตระกูลโซฮอลทั้งหมด
มันไม่เหมาะที่จะใส่ในระบบครับ
เพราะโซฮอลมันจะกัดยางในระบบน้ำมัน
ทั้งหมด ปัมติกอายุสั้น ท่อยางแตกง่าย
ลูกลอยน้ำมันเสีย 9ล9

รถท่านใช้แกสอยู่แล้ว ใช้น้ำมัน95แท้ๆใส่ใว้เพื่อ
สตารทเครื่อง และใช้ตอนแกสหมดก้อพอครับ
 
รถปีอะไรครับ..แต่w140คงไม่ต่ำกว่า20ปีระบบระบายความร้อนต้องด้อยประสิทธิภาพลงแน่..พัดลมฟรีปั้ม ที่ติดกับเคร่ืองเคยเปลียนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ครับ..ไม่แนะนำให้เติมน้ำยาฟรีปั้มนะครับเปลียนใหม่เลย..ราคาไม่แพงมาก..น่าจะวิเคาะห์เปลียนอะหลั่ยจากถุกไปหาแพงนะครับ..เปลียนหม้อน้ำชึ่งคงไม่ต่ำกว่าห้าพันบาท..ก็ไม่หายน่าจะล้างดูก่อนครับเห็นว่าเป็นทองแดง...ฟรีปั้มน่าจะราคาไม่เกิน2พันบาทของแท้ใช้กันอีกยาวๆครับ
 
รถปี 1996 ครับ
- ลืมเล่าไปอีกอย่างครับ เมื่อปีที่แล้ว มีอาการน้ำมันเครื่องรั่วเข้าไปในเบ้าหัวเทียน ทำให้มีอาการเดินไม่เต็มสูบ เลยให้ช่างจัดการเปิดฝาสูบเพื่อเช็คผุ และให้ทำการไล่น้ำที่ค้างอยู่ในระบบออกเรียบร้อย และเปลี่ยนตาน้ำใหม่ไปเลย ปรากฎว่าช่างเปิดฝาสูบออกมา (ตอนนั้นรถวิ่งมาแล้ว 220,xxx กว่าโลแล้ว) ช่างบอกว่าสภาพฝาสูบเรียบร้อยดี ไม่มีผุเลย ช่างยังบอกอีกว่าสภาพเสื้อสูบ ลูกสูบ ฝา เหมือนยังไม่ถึงครึ่งชีวิตเลย (โม้หรือเปล่า) เลยจัดการเปลี่ยนยางเบ้าหัวเทียน และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเรียบร้อย รวมถึงได้เปลี่ยนฟรีคลัชพัดลมหน้าเครื่องเรียบร้อย
หลังจากซ่อมอาการน้ำมันเครื่องเข้าเบ้าหัวเทียนได้ไม่นาน ผมก็นำรถไปร้านหม้อน้ำ ให้จัดการทะลวงขี้สนิม ตะกรันในหม้อน้ำออกมา ก็ได้น้ำสีชาเย็นออกมาเพียบเลย แต่ปัญหาความร้อนก็ยังไม่หมดไป แค่ระบายความร้อนได้ดีขึ้น แต่เวลารถติด หรือขึ้นเขาขึ้นเนิน ก็ยังร้อนเหมือนเดิม
ผมจึงไปให้อู่พรรคพวกอีกอู่ ซึ่งเจ้าของเขาใช้ W124 E280 ซึ่งเขาติดตั้งเซ็นเซอร์ ให้พัดลมทำงานเร็วขึ้น โดยเซ็นเซอร์ดังกล่าวพี่เขาติดไว้บริเวณเสื้อวาล์วน้ำ สั่งให้พัดลมทำงานสเต็บ 2 เมื่ออุณหภูมิถึง 93 และสั่งตัดการทำงานเมื่อ 87 (เซ็นเซอร์สีฟ้า ขาเดียว) ผมจึงให้เขาติดตั้งให้ผมบ้าง ปรากฎว่าก็สามารถคุมอุณหภูมิได้ แต่รำคาญเสียงพัดลม เพราะสำหรับรถผม พอติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวนี้เข้าไป มันเหมือนพัดลมสเต็บ 2 ทำงานตลอดเวลาเลย (เพราะอุณหภูมิปกติเวลาเปิดแอร์ไม่เคยต่ำกว่า 90 เลย จึงให้พี่เขาเปลี่ยนเซ็นเซอร์เป็นสีแดง ซึ่งทำงานที่อุณหภูมิ 103 และตัดการทำงานที่ 97 (แทบจะอุณหภูมิเดียวกับระบบเดิมๆของรถเลย) แต่อันนี้ก็ทำงานช้าไป กว่าจะทำงานความร้อนก็ทะลุจุดเดือดไปแล้ว จะหาเซ็นเซอร์ที่มันทำงานอยู่ระหว่างกึ่งกลางก็ไม่มี :n01::confused:

ณ ปัจจุบัน พัดลมฟรีคลัชหน้าเครื่องก็ยังหนืดดีอยู่ครับ ให้กำลังลมเต็มที่เหมือนปกติ สเต็บต่อไปหลังจากไล่ๆ อ่านจากในบอร์ดมาแล้ว ผมว่าจะเปลี่ยนคอยซ์ร้อนแอร์ เป็นของตากลมก่อน (เห็นว่ายอมให้ลมผ่านดีกว่า) แล้วถ้ายังแก้ปัญหาไม่ได้ คงต้องเปลี่ยนไปใช้พัดลมไฟฟ้าสูตรลุงสี่แล้วหล่ะครับ:ylsuper:
 
คอยด์ร้อนหลอดแบน
ตรงรุ่น140ก็มีนิ

ผมเพิ่งเปลี่ยนเมื่อเดือนก่อน
 
3ต้นๆครับ
พอๆกับแผงตากลม

ดีตรงไม่ต้องแปลง
แอดไลนผม
เด๋วส่งเบอร์ให้ครับ

ปล. ผมมีหม้อน้ำ140
ให้ยืมเป็นนายแบบ
ตีบังลมทำพัดลมไฟฟ้าด้วยนะ
 
Last edited:
เรื่องน้ำมันรถตระกูลโซฮอลทั้งหมด
มันไม่เหมาะที่จะใส่ในระบบครับ
เพราะโซฮอลมันจะกัดยางในระบบน้ำมัน
ทั้งหมด ปัมติกอายุสั้น ท่อยางแตกง่าย
ลูกลอยน้ำมันเสีย 9ล9

รถท่านใช้แกสอยู่แล้ว ใช้น้ำมัน95แท้ๆใส่ใว้เพื่อ
สตารทเครื่อง และใช้ตอนแกสหมดก้อพอครับ

สมมตินะครับ พี่ harm_c220

หากผมถอดแก๊สออก และคิดจะใช้น้ำมันอย่างเดียว จะมีวิธีจูนรถของผม (W140 S280 M104) ให้สามารถใช้น้ำมันโซฮอล์ 91 E10 ได้อย่างไม่มีปัญหาเลยมั้ย (แบบไม่ต้องพ่วงกล่อง) โดยมีเงื่อนไขที่ว่า ผมได้ดำเนินการเปลี่ยนท่อทางเดินน้ำมัน ปั๊มติ๊ก ลูกลอย ฯลฯ ให้รองรับน้ำมันโซฮอล์ได้ จะสามารถปรับให้ใช้ได้มั้ยครับ:)

(ปูลู : ตอนนี้รถใช้น้อยมากครับ อาจจะถอดชุดแก๊สขายรับประทานครับ)
 
โซฮอลล์ 91 ใช้ได้โดยไม่ต้องปรับแต่ง ผมใช้อยู่ครับ(S280)
 
สมมตินะครับ พี่ harm_c220

หากผมถอดแก๊สออก และคิดจะใช้น้ำมันอย่างเดียว จะมีวิธีจูนรถของผม (W140 S280 M104) ให้สามารถใช้น้ำมันโซฮอล์ 91 E10 ได้อย่างไม่มีปัญหาเลยมั้ย (แบบไม่ต้องพ่วงกล่อง) โดยมีเงื่อนไขที่ว่า ผมได้ดำเนินการเปลี่ยนท่อทางเดินน้ำมัน ปั๊มติ๊ก ลูกลอย ฯลฯ ให้รองรับน้ำมันโซฮอล์ได้ จะสามารถปรับให้ใช้ได้มั้ยครับ:)

(ปูลู : ตอนนี้รถใช้น้อยมากครับ อาจจะถอดชุดแก๊สขายรับประทานครับ)

เรียกผมพี่ เด่วขี้รังแคจะขึ้นหัวผมซะก่อน
ผมเพิ่งจะสิบสี่หมาดๆเองครับ

คือถ้าท่านจะใช้โซฮอลจะ91 95 หรือE20
จะไม่มีเบาดับแน่ๆ เพราะมันรองรับหมดยก
เว้นอี85
(แต่จริงๆตามคู่มือM111M104กำหนดให้ใช้
ออกเทน95 ออกเทน91อาจจะมีเขก)

น้ำมันข้างต้นใช้ได้แต่ยังไงติกน้ำมันก็อายุสั้นกว่า
เดิมแน่ๆ เพราะใส้ติกยางมันไม่ทนโซฮอล แต่ก็สรุปใช้ได้ครับ ลองค้นข้อเสียของตระกูลโซฮอลเอาครับ

เรื่องแผงคอยลร้อนเอาตามท่านนุสรณก็ไดฮ่ะ
หลอดแบนระบายความร้อนได้ดีกว่า ท่านซื้อไปให้ช่างเลยฮ่ะง่ายดีเด่วช่างหาให้ไม่ถุกใจอีก

สปีดพัดลมจริงๆแล้วมีทางแก้ครับ คือให้ใช้
สวิท3ขา สีเทามันมีสามขา ขา1ลงกราวน ขา2ทำงานที่93 ขา3ทำงานที่99

ฉะนั้นบอกช่างติดตั้งพัดลมว่า ให้ขา2สั่งรีเลย
สเตป 1 และให้ขา3สั่งรีเลยสเตป2 จะแก้ปันหาเสียงดังที่ท่านกล่าวมาได้ แต่ความร้อนจะเอาอยุ่เปล่าก็คิดว่าน่าจะอยู่

จริงๆแล้วแนวคิดข้างต้นบอรดบีเอ็มเค้าจะสั่ง
พัดลมกันอย่างนี้แหละ ลองเข้าไปค้นดู แต่ถ้า
ตามสูตรลุงสี่ใช้พัดลม4สายพร้อมแผงร้อนแบบ
แบนน่าจะอยู่ครับ

ที่สำคัญทำให้ถูกอู่ด้วยล่ะครับผม
 
รถปี 1996 ครับ
- ลืมเล่าไปอีกอย่างครับ เมื่อปีที่แล้ว มีอาการน้ำมันเครื่องรั่วเข้าไปในเบ้าหัวเทียน ทำให้มีอาการเดินไม่เต็มสูบ เลยให้ช่างจัดการเปิดฝาสูบเพื่อเช็คผุ และให้ทำการไล่น้ำที่ค้างอยู่ในระบบออกเรียบร้อย และเปลี่ยนตาน้ำใหม่ไปเลย ปรากฎว่าช่างเปิดฝาสูบออกมา (ตอนนั้นรถวิ่งมาแล้ว 220,xxx กว่าโลแล้ว) ช่างบอกว่าสภาพฝาสูบเรียบร้อยดี ไม่มีผุเลย ช่างยังบอกอีกว่าสภาพเสื้อสูบ ลูกสูบ ฝา เหมือนยังไม่ถึงครึ่งชีวิตเลย (โม้หรือเปล่า) เลยจัดการเปลี่ยนยางเบ้าหัวเทียน และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องเรียบร้อย รวมถึงได้เปลี่ยนฟรีคลัชพัดลมหน้าเครื่องเรียบร้อย
หลังจากซ่อมอาการน้ำมันเครื่องเข้าเบ้าหัวเทียนได้ไม่นาน ผมก็นำรถไปร้านหม้อน้ำ ให้จัดการทะลวงขี้สนิม ตะกรันในหม้อน้ำออกมา ก็ได้น้ำสีชาเย็นออกมาเพียบเลย แต่ปัญหาความร้อนก็ยังไม่หมดไป แค่ระบายความร้อนได้ดีขึ้น แต่เวลารถติด หรือขึ้นเขาขึ้นเนิน ก็ยังร้อนเหมือนเดิม
ผมจึงไปให้อู่พรรคพวกอีกอู่ ซึ่งเจ้าของเขาใช้ W124 E280 ซึ่งเขาติดตั้งเซ็นเซอร์ ให้พัดลมทำงานเร็วขึ้น โดยเซ็นเซอร์ดังกล่าวพี่เขาติดไว้บริเวณเสื้อวาล์วน้ำ สั่งให้พัดลมทำงานสเต็บ 2 เมื่ออุณหภูมิถึง 93 และสั่งตัดการทำงานเมื่อ 87 (เซ็นเซอร์สีฟ้า ขาเดียว) ผมจึงให้เขาติดตั้งให้ผมบ้าง ปรากฎว่าก็สามารถคุมอุณหภูมิได้ แต่รำคาญเสียงพัดลม เพราะสำหรับรถผม พอติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวนี้เข้าไป มันเหมือนพัดลมสเต็บ 2 ทำงานตลอดเวลาเลย (เพราะอุณหภูมิปกติเวลาเปิดแอร์ไม่เคยต่ำกว่า 90 เลย จึงให้พี่เขาเปลี่ยนเซ็นเซอร์เป็นสีแดง ซึ่งทำงานที่อุณหภูมิ 103 และตัดการทำงานที่ 97 (แทบจะอุณหภูมิเดียวกับระบบเดิมๆของรถเลย) แต่อันนี้ก็ทำงานช้าไป กว่าจะทำงานความร้อนก็ทะลุจุดเดือดไปแล้ว จะหาเซ็นเซอร์ที่มันทำงานอยู่ระหว่างกึ่งกลางก็ไม่มี :n01::confused:

ณ ปัจจุบัน พัดลมฟรีคลัชหน้าเครื่องก็ยังหนืดดีอยู่ครับ ให้กำลังลมเต็มที่เหมือนปกติ สเต็บต่อไปหลังจากไล่ๆ อ่านจากในบอร์ดมาแล้ว ผมว่าจะเปลี่ยนคอยซ์ร้อนแอร์ เป็นของตากลมก่อน (เห็นว่ายอมให้ลมผ่านดีกว่า) แล้วถ้ายังแก้ปัญหาไม่ได้ คงต้องเปลี่ยนไปใช้พัดลมไฟฟ้าสูตรลุงสี่แล้วหล่ะครับ:ylsuper:
ฟรีปั้มหนืดๆอยุ่เชคลำบากครับ...ปกติการทำงานของมันจะเบามากถ้าเคร่ืองเย็นจะหนืดเมื่อความร้อนเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น..และจะเบาหนืดน้อยเม่ือความร้อนลดลง..ผมเคยหลงทางอาการนี้มานานคิดว่าหนืดไม่เปลียนหาจนคิดว่าเอ้า..เปลียนดีกว่ามันนานมากแล้วไม่ได้เปลียนน่าจะเกิน4-5ปี...สรุปเปลียนฟีรปั้ม...เรื่องความร้อนปกติจนทุกวันนี้
 
ตะก่อนไฟแรงครับ..ได้รถมาปีแรกๆ..หกสูบ103..ปัญหาแรกคือเราืองความร้อน..ทำทุกอย่าง..ล้างหม้อน้ำ..เติมน้ำยาฟรีปั้ม..เติมมากไปก็ดังสนั่น..เอาออกก็ลำบากถอดเข้าออกจนคล่อง..เปลียนวาวน้ำก็ไม่หาย..รถติดมากๆต้องลุ้นตลอด..มองข้ามฟรีปั้มไป..เพาะมันยังหนืดไปนี่แหละครับ..สรุปก็ต้องเปลียนฟรีปั้มถึงหายครับ..้อันนี้ประสพการณ์ตรง....ถ้าเสียค่าแรงช่างคงชื่อฟรีปี้มได้2-3อันละ555
 
ฟรีปั๊มของแท้ราคาประมาณเท่าไรครับผม เผื่อเส้นผมบังภูเขา
 
ฟรีปั๊มของแท้ราคาประมาณเท่าไรครับผม เผื่อเส้นผมบังภูเขา

ที่ผมเปลียนมาใช้อยุ่ทุกวันนี้เท่าทีจำได้ไม่น่าเกิน2พันบาท..ลองเชคราคาดูนะครับ
 
บอกตามตรงนะครับ ตามอ่านมา 2 ปี ใช้ปุ่มค้นหาก็หาไม่เจอ (เพราะพิมพ์คำไม่ตรง) กระทู้ของ อ.Manit กระทู้นี้ผมเพิ่งเห็น ซึ่งอธิบายได้ดีมากทีเดียว ทำให้เข้าใจระบบการทำงานของฟรีปั๊มมากขึ้นเลย (กระทู้ของ อ.Manit กระทู้นี้ เขียนปี 2007 แสดงว่าปัญหาความร้อนนี่อยู่คู่กับรถเบ๊นซ์เรามายาวนานแล้วนะเนี่ย):n17:

ถามเพิ่มนิดนึงครับ ฟรีปั๊มพัดลมมีแท้มีเทียมมั้ยครับ แล้วพี่ Than ไปเปลี่ยนที่อู่ไหนครับ เผื่อไปตามลายแทงจะได้แม่นยำกว่าครับ
 
ส่วนตัว Happy กะระบบเดิมๆของรถ เคยมีปัญหาระบบความร้อนอยู่ครั้ง ก็ไล่เช็คทั้ง Thermostat พัดลม ฟรีคลัทช์ หม้อน้ำ สุดท้ายมาเจอแค่ Thermostat เปิดไม่สุด เปลี่ยนใหม่(สเปคเดิม 87C) ก็ใช้มาจนปัจจุบันกะรถสองแสนกว่าโล ปกติเวลาใช้งาน พัดลมไฟฟ้าสปีดสองไม่ได้ทำงานเลย(ทำงานที่ 105C) มีพัดลมสปิดแรกทำงานพร้อมกะคอมป์แอร์เท่านั้น(ในทุกกรณี) เคยพัดลมสปีดสองทำงานเกือบตลอดเวลา ช่วงที่ Thermostatt เสียเท่านั้น
ว่ากันที่คลัทช์พัดลม ที่ราคาพันกว่าบาทเข้าใจว่าทั้งหมดเป็นของเทียบ(จากจีน) ทั้งนั้น
1.เคยเอามาใช้ก็ไม่พบว่ามีปัญหาอะไร
2.เคยทั้งเอามาเติมSilicone เอง(คลัทช์แท้ติดรถSachs) ก็ใช้ได้ดี ถ้าไม่ใส่มากเกินไป(เสียงดัง)
3.ส่วนพัดลมเคยลองใช้ของติดรถ W124 และ W140 ซึ่งจำนวนใบไม่เท่ากัน(ในรถคันเดียวกัน) ก็ไม่พบความแตกต่างอย่างชัดเจน เอาเอาเองว่า หม้อน้ำ W124 เล็กกว่าของ 140 เลยต้องออกแบบใบพัดให้กินลมมากกว่านิดหน่อย
 
อ่านที่ อ.มานิต เขียนไว้ในห้องสมุด
http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=3912
ทราบว่าท่านโมเป็นพัดลมไฟฟ้าแร้ว!
คห.11

เป็นไงบ้าง?
รอท่าน อ.มานิตมาตอบ

ปล.ผมกำลังหาพัดลม2คู่
เพื่อไปตีบังลม2คันเยย
 
บอกตามตรงนะครับ ตามอ่านมา 2 ปี ใช้ปุ่มค้นหาก็หาไม่เจอ (เพราะพิมพ์คำไม่ตรง) กระทู้ของ อ.Manit กระทู้นี้ผมเพิ่งเห็น ซึ่งอธิบายได้ดีมากทีเดียว ทำให้เข้าใจระบบการทำงานของฟรีปั๊มมากขึ้นเลย (กระทู้ของ อ.Manit กระทู้นี้ เขียนปี 2007 แสดงว่าปัญหาความร้อนนี่อยู่คู่กับรถเบ๊นซ์เรามายาวนานแล้วนะเนี่ย):n17:

ถามเพิ่มนิดนึงครับ ฟรีปั๊มพัดลมมีแท้มีเทียมมั้ยครับ แล้วพี่ Than ไปเปลี่ยนที่อู่ไหนครับ เผื่อไปตามลายแทงจะได้แม่นยำกว่าครับ
..คือของผมถอดทำเองครับถึงได้ลองทุกวิธีกับเรื่องความรัอน..เคยเกือบจะเปลียนเป็นพัดลมไฟฟ้าแล้วสมัยลุงสี่อยุ่ยังโทรคุยปรึกษาเรื่องพัดลมไฟฟ้าเลยครับ..ถอดฟีปั้มเติมนำ้ยาเข้าๆ-ออกๆ
จนสุดท้ายเปลียนไหม่ดีกว่าใช้จนลืมว่าหลายปีแล้ว..เลยไม่ทำละพัดลมไฟฟ้า..เพาะลงทุนสูงครับ..ผมชอบช่อมรถให้เดิมๆครับ
 
Back
Top