แอร์ ความร้อน ใครถอดวาวล์น้ำออกมั่งครับ

prathet

New member
เห็นช่วงนี้มีหลายคันสอบถามถึงการแก้ปัญหาความร้อน
ท่านสมาชิกมีใครแก้ปัญหาโดยถอดวาวล์นำ้ทิ้งบ้างครับ
แล้วผลเป็นยังไงบ้างครับ
 
งง ไม่เข้าใจครับ

จะไปถอดวาวล์น้ำทิ้งแล้วระบบไหลเวียนน้ำ เพื่อไประบายความร้อนของเครื่อง

มันจะทำงานยังไง ล่ะครับ

แต่ ถ้าฉุกเฉิน วาล์วน้ำผม มีอยู่ตัวนึงนะครับ

เอาไปใช้ได้ ในกรณีอยู่ใกล้นะครับ

หรือโทร 083-2218383
 
เห็นช่วงนี้มีหลายคันสอบถามถึงการแก้ปัญหาความร้อน
ท่านสมาชิกมีใครแก้ปัญหาโดยถอดวาวล์นำ้ทิ้งบ้างครับ
แล้วผลเป็นยังไงบ้างครับ



99.99% คนใช้รถในเวปนี้ ผมว่าไม่ถอดวาล์วน้ำ ทิ้ง
ใครถอดทิ้งโดนเพื่อนด่าแน่
 
ห้ามถอดครับ

วาวน้ำมีความสำคัญต่อ อุณหภูมิการทำงานเครื่องยนต์
อุณหภูมิ 90-95 องศา กำลังดีสุด

การที่มันร้อนเกินไป
ต้องไปหาช่าง แล้วแก้ให้ถูกต้อง

เครื่อง4สูบ ไม่เคยเจอปัญหาเครื่องร้อน

เจอแต่พวก6สูบ
แก้แบบประหยัดสุดก็
เติมน้ำยาฟรีปั๊ม ให้พัดลมหมุนแรงขึ้น แต่มันจะดึงเครื่อง เร่งไม่สนุก
ยังไม่พอใจก็ เอาแผงเหล็กใต้เครื่องออก

เอาแบบยั่งยืนก็
ทำพัดลมไฟฟ้าสูตร421 ซึ่งเด๋วนี้ไม่ต้องวิ่งหาของแล้ว มีร้านทำครบๆเลย:n12:
 
ห้ามถอดครับ

วาวน้ำมีความสำคัญต่อ อุณหภูมิการทำงานเครื่องยนต์
อุณหภูมิ 90-95 องศา กำลังดีสุด

การที่มันร้อนเกินไป
ต้องไปหาช่าง แล้วแก้ให้ถูกต้อง

เครื่อง4สูบ ไม่เคยเจอปัญหาเครื่องร้อน

เจอแต่พวก6สูบ
แก้แบบประหยัดสุดก็
เติมน้ำยาฟรีปั๊ม ให้พัดลมหมุนแรงขึ้น แต่มันจะดึงเครื่อง เร่งไม่สนุก
ยังไม่พอใจก็ เอาแผงเหล็กใต้เครื่องออก

เอาแบบยั่งยืนก็
ทำพัดลมไฟฟ้าสูตร421 ซึ่งเด๋วนี้ไม่ต้องวิ่งหาของแล้ว มีร้านทำครบๆเลย:n12:

ร้านไหนpm บอกด้วยนะคับ
 
"ห้าม" ถอดออกเด็ดขาดเลยนะครับ วาล์วน้ำมีผลต่อเครื่องยนต์มาก

รถกระบะยุ่นรุ่นเก่าๆ แปะสติ๊กเกอริไว้ที่ห้องเครื่องตัวโตๆเลยครับว่า ห้ามถอดวาล์วน้ำออกเด็ดขาด

ในคู่มือรถทุกรุ่นก็มีเขียนครับ คิดดูว่าสำคัญแค่ไหน
 
เห็นช่วงนี้มีหลายคันสอบถามถึงการแก้ปัญหาความร้อน
ท่านสมาชิกมีใครแก้ปัญหาโดยถอดวาวล์นำ้ทิ้งบ้างครับ
แล้วผลเป็นยังไงบ้างครับ

ไม่มีใครถอดหลอกครับใส่71นี้ก็เปิดไวมากแล้ว
ของBENZมีขาย71กับ87ครับ
 
ของผมก็ยังใส่อยู่ครับ เปลี่ยนไปพร้อมปั้มน้ำ
เคยได้ยินผู้ตอบปัญหาเรื่องรถในวิทยุบางท่านให้คำแนะนำว่า รถเก่าให้ถอดวาวล์น้ำออกได้ เพื่อป้องกันปัญหาวาวล์น้ำไม่เปิด หรือเปิดช้า ส่วนตอนสตาร์เครื่อง ให้ worm เครื่องสักพักให้อุณหภูมิเครื่องได้กำหนด เพราะเวลาเครื่องร้อนแล้ว วาวล์น้ำก็หมดหน้าที่แล้ว
ยื่งรถที่เคย heat มาแล้ว และเปิดฝา ไสฝามาแล้ว ให้ถอดทิ้งได้เลย

ผมก็ไม่ได้ทำตามหรอกครับ
 
Last edited:
ผมคิดว่า
ถอดวาล์วน้ำออก
ด้วยความเชื่อว่า
เมืองไทยเป็นเมืองร้อน
ถ้าเครื่องติด ความร้อนถึงจุดแล้ว
โอกาสที่จะลดต่ำกว่า 87 หรือ 71 มีน้อยมากครับ
ไม่คุ้มกับการเสี่ยงเครื่องพัง
อันเนื่องจากวาล์วเสียไม่ยอมเปิด

ไม่ถอดวาล์วน้ำออก
ด้วยความเชื่อว่า
เครื่องควรทำงานที่อุณหภูมิเหมาะสมเร็วที่สุดครับ
เมื่อเครื่องติดแล้ว ระบบน้ำหมุนเวียนทำงานเลยทันที
กว่าจะร้อนจนถึงอุณหภูมิที่ต้องการ
เครื่องก็สึกหรอไปถึงไหนๆแล้ว

ผมว่า คนที่ไม่ถอดวาล์วน้ำออกมักเป็นคนที่รักและถนอมรถ
มั่นใจว่า ดูแลรถให้สมบูรณ์อยู่เสมอ
อยากให้รถทำงานในสภาพที่ถูกออกแบบมาแต่ต้น นั่นเองครับ

จนป่านนี้ผมยังไม่เข้าใจว่า
ทำไมผู้ผลิตรถไม่เปลี่ยนหรือเพิ่มจากไฟแดงเตือนเครื่องร้อน
เป็นเสียงเตือนด้วยซะที จะช่วยsafe เครื่องยนต์ได้แยะเลยนะครับ
บางคัน เข้าเกียร์ถอยหลังล่ะ ไม่รู้จะดังไปทำไม

ยาวไปไม๊ครับนี่
 
วาล์วน้ำทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิเครื่องให้นิ่ง ๆ อยู่ในช่วงที่เหมาะสมของเครื่องยนต์คือ แถว ๆ 90 แล้วแต่เครื่องยนต์

ชื่ออีกอย่างคือ Thermostat มาจาก Themo + static นั่นแล

ตามที่ท่านอื่นว่า ช่วงเครื่องเย็น เช่น สตาร์ทใหม่ วาล์วจะปิด ให้น้ำหมุนวนเฉพาะในเครื่องไม่เข้าหม้อน้ำ แล้วจะค่อย ๆ เปิดเมื่ออุณหภูมิได้ที่ จนสุดตามสเปค

สาเหตุเพราะที่อุณหภูมิต่ำเกินไป เครื่องยนต์จะทำงานหนัก และต้องใช้น้ำมันเยอะเกิน ต้องรีบอุ่นเครื่องให้เข้าที่ พอร้อนได้ที่จึงเปิดให้ไประบายในหม้อน้ำ

จุดสำคัญคือ หม้อน้ำ ปั๊มน้ำ พัดลมระบายความร้อน ที่ต้องทำงานร่วมกัน ถ้าอย่างใดอย่างหนึ่งไม่สมบูรณ์พอ ต่อให้ถอดวาล์วน้ำก็จบกัน

ในเมืองไทยเป็นเมืองร้อนก็จริง แต่บางที่ บางฤดู ก็ไม่ร้อนเสมอไป อย่าง กทม. เช้า ๆ ก็ยังพอเย็นบ้าง

ถ้าถอดออก กว่าจะอุ่นเครื่องเข้าที่ก็นาน แล้วช่วงที่อุ่นเครื่อง น้ำมันก็จ่ายหนา เพราะอุณหภูมิไม่ได้ที่ ทำให้สิ้นเปลือง และการสึกหรอสูงด้วย

ที่จริงวาล์วน้ำทำงานตลอดเวลา ขึ้นกับอุณหภูมิเป็นหลัก ถ้าอย่าง เจออากาศร้อน แล้วจู่ ๆ ฝนตกหนัก อุณหภูมิย่อมลดลง การเปิดวาล์วน้ำต้องลดลงตามด้วย แต่อุณหภูมิค่อนข้างคงที่ เพราะนั่นคือหน้าที่ของวาล์วน้ำ

ฉะนั้น ใครที่พูดแบบนั้น ก็นะ
 
Last edited:
ขอแชร์และเล่าสู่กันฟังน่ะครับ
เมื่อสิบกว่าถึงยี่สิบปีที่แล้ว ผมเคยฟังรายการเกี่ยวกับรถยนต์ทางวิทยุ สนทนาเกี่ยวกับเรื่องวาล์วน้ำนี่แหละ ผู้จัดรายการในสมัยนั้น ค่อนข้างมีชื่อเสียงทางด้านเกี่ยวกับยานยนต์ (รถญี่ปุ่น) ก็ให้ความเห็นต่างๆ นาๆ ตามที่ เพื่อน สมช. วิเคราะห์ วิจารณ์กัน และท่านผู้จัดรายการ ก็มีอีกทางเลือกหนึ่งให้สำหรับ ความคิดที่ออกกลางๆ(ใส่หรือไม่ใส่) คือ เอาวาล์วน้ำที่จะใช้นั่นแหละมาเจาะรู (จำนวนรูแล้วแต่ละท่านที่ต้องการ)โดยให้เหตุผล ดังนี้
1. วาล์วไม่ต้องถอดออก ยังสามารถใช้งานได้
2. ป้องกันหรือหน่วงเวลาการ Heat ในกรณีที่ วาล์ว เสีย
3. เป็นการแบ่งเบาภาระการทำงานของพัดลม
4. อื่นๆ จำไม่ได้แล้ว
ส่วนข้อเสีย ไม่ได้กล่าวถึงหรืออาจจะกล่าวแต่จำไม่ได้ เพื่อน สมช. ช่วยวิจารณ์กันด้วยเพื่อเป็นความรู้
ส่วนตัวผมมี เจ้าโตต้าหน้ายิ้ม(แก๊ส) ถอดวาล์ว ออกไปแล้ว ให้ช่างเจาะรูให้ เขาขึ้เกียจเจาะให้ และบอกว่าไม่ต้องใส่ก็ได้ รถติดแก๊ส เครื่องมันจะร้อนเร็ว (ก็จริง)
ส่วน W124 ยังไม่ได้ไปยุ่งกับมัน
 
..........รถเก่าให้ถอดวาวล์น้ำออกได้ เพื่อป้องกันปัญหาวาวล์น้ำไม่เปิด หรือเปิดช้า ส่วนตอนสตาร์เครื่อง ให้ worm เครื่องสักพักให้อุณหภูมิเครื่องได้กำหนด เพราะเวลาเครื่องร้อนแล้ว วาวล์น้ำก็หมดหน้าที่แล้ว
ยื่งรถที่เคย heat มาแล้ว และเปิดฝา ไสฝามาแล้ว ให้ถอดทิ้งได้เลย
ผมก็ไม่ได้ทำตามหรอกครับ

ช่างที่ไหนบอกครับนี่ ขับผ่านเลย อย่าเข้าใกล้
ความรู้เชิงช่าง จิตวิญญาณ หายหมด
1. วาล์วน้ำใช้นานๆ มันตาย หรือเปิดไม่สุด เราก็เปลี่ยนสิครับ เอาของใหม่ลง
ทุกสิ่งทุกอย่างใช้ไปนานๆ มีเสียทั้งนั้น ฉะนั้นเราต้องแก้ที่เหตุ
2. เวลาเครื่องร้อนแล้ว วาล์วน้ำก็หมดหน้าที่ ไม่จริงครับ
วาล์วน้ำมีหน้าที่ block น้ำ กันเครื่องเย็นเกิน ไม่เช่นนั้นเครื่องจะสึกหรอมาก
อย่างช่วงเช้าๆ ผมวิ่งวงแหวน ขับได้เกิน 100 เช่น 140 มั่ง 150 มั่ง
เครื่องเย็นมาก หากเอาวาล์วน้ำออก นึกดูความร้อนจะเหลือเท่าไหร่
รถผมขับ 450000 โล เปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 10000 โล น้ำมันเครื่องหายน้อยมาก
แสดงว่าเครื่องไม่หลวม สึกหรอน้อย เพราะผมใส่วาล์วน้ำ 80 C กันเครื่องเย็นไว้
3. รถที่เคย heat มาแล้ว เปิดฝามาแล้ว ใสฝามาแล้ว เอาวาล์วน้ำออกได้เลย
คิดผิดเช่นกัน เหตุผลเหมือนข้อ 2 รถที่เปิดฝา ใสฝา หากทำที่อู่ที่ดี ที่เก่ง
สภาพเครื่องยนต์ หลังโอเวอ่อร์ฮอลเสร็จ ก็เทียบเท่าเดิมๆ เหมือนก่อน heat ครับ
 
2. เวลาเครื่องร้อนแล้ว วาล์วน้ำก็หมดหน้าที่ ไม่จริงครับ
วาล์วน้ำมีหน้าที่ block น้ำ กันเครื่องเย็นเกิน ไม่เช่นนั้นเครื่องจะสึกหรอมาก

ถูกต้องที่สุด ลองพิจารณาดูครับว่าตำแหน่งเทอร์โมสตัทเขาทำไมติดไว้ก่อนปั้มและอยู่ฝั่งน้ำเย็น ครับ
 
ขอแถมว่า ช่างไม่รู้ว่าแกล้ง หรือ ไม่ทราบ เรื่องการใส่วาวล์น้ำ

ที่แผ่นปีกของวาวล์น้ำจะมีรูเล็กๆ เท่าหัวไม้ขีด และ มีลูกปืนจิ๋ว ปิดไว้
ให้หันด้านลูกปืนนี้ขึ้นด้านบนนะครับ เพื่อให้อากาศ ที่มีในระบบไหลผ่านออกได้

ผมเจอ 2 ทีแล้ว ช่างเล่นใส่ตรงข้าม เซ็งเลย เวลาไล่ลมก็ ไล่กันนานก็ไม่หมดสนิทซะที
 
ถ้าไม่จำเป็น บริษัทรถยนต์น่าจะไล่วิศวกรที่ออกแบบ เครื่องยนต์ออก ใส่มาไมวาลวนำ สิ้นเปลือง ตั้งแต่คิตยนตกรรม รถยนต์มาเป็นร้อยๆปีแล้ว ฮิฮิ
 
รถผมเคยครับ เป็นเครื่อง 300D ตอนนั้นผมไม่รู้เรื่อง เพิ่งสนใจเรื่องรถ อายุยังไม่ถึง 20 เลย อิอิ ผมขับอย่างเดียวครับ อุณหภูมิก็อยู่ที่ 80 ตลอด แต่พอขับทางไกลมันจะขึ้นมา 80 กว่าๆครับ แล้วไม่ลงด้วย พอมาตอนหลัง ผมใส่ใจเรื่องรถมากขึ้น และรถคันนี้ก็ถูกให้ผมดูแลอย่างเต็มที่ ผมจึงทำทุกอย่างให้กลับมาเดิมที่สุดครับ ผมจึงใส่วาล์วน้ำลงไป ผลคืออุณหภูมิอยู่ที่ ราวๆ 80 - 95 ครับ ผมรู้สึกสบายใจมากกว่าที่จะไม่ใส่วาล์วน้ำครับ เพราะว่าผมคิดว่า

วาล์วน้ำ คือตัวที่กั้นน้ำในส่วนหม้อน้ำให้อุณหภูมิเย็นลงก่อนที่จะไปเข้าเครื่องอีกรอบ แล้วจึงเปิดให้น้ำที่อุณหภูมิเย็นลง เข้าไปในเครื่องอีกรอบแล้วนำน้ำใีส่วนที่เดิมอยู่ในเครื่อง ออกมาระบายความร้อน ถ้าเกิดไม่มีวาล์วน้ำ เกิดน้ำร้อนจัด ก็คือร้อนจัดทั้งระบบเลย เพราะไม่มีการแบ่งกั้นระหว่างน้ำร้อนกับน้ำอุ่น ทีนี้ความร้อนขึ้นเท่าไร ก็จะลงยากมาก ผมคิดว่าอย่างนี้นะครับ :D:D
 
รถผมเคยครับ เป็นเครื่อง 300D ตอนนั้นผมไม่รู้เรื่อง เพิ่งสนใจเรื่องรถ อายุยังไม่ถึง 20 เลย อิอิ ผมขับอย่างเดียวครับ อุณหภูมิก็อยู่ที่ 80 ตลอด แต่พอขับทางไกลมันจะขึ้นมา 80 กว่าๆครับ แล้วไม่ลงด้วย พอมาตอนหลัง ผมใส่ใจเรื่องรถมากขึ้น และรถคันนี้ก็ถูกให้ผมดูแลอย่างเต็มที่ ผมจึงทำทุกอย่างให้กลับมาเดิมที่สุดครับ ผมจึงใส่วาล์วน้ำลงไป ผลคืออุณหภูมิอยู่ที่ ราวๆ 80 - 95 ครับ ผมรู้สึกสบายใจมากกว่าที่จะไม่ใส่วาล์วน้ำครับ เพราะว่าผมคิดว่า

วาล์วน้ำ คือตัวที่กั้นน้ำในส่วนหม้อน้ำให้อุณหภูมิเย็นลงก่อนที่จะไปเข้าเครื่องอีกรอบ แล้วจึงเปิดให้น้ำที่อุณหภูมิเย็นลง เข้าไปในเครื่องอีกรอบแล้วนำน้ำใีส่วนที่เดิมอยู่ในเครื่อง ออกมาระบายความร้อน ถ้าเกิดไม่มีวาล์วน้ำ เกิดน้ำร้อนจัด ก็คือร้อนจัดทั้งระบบเลย เพราะไม่มีการแบ่งกั้นระหว่างน้ำร้อนกับน้ำอุ่น ทีนี้ความร้อนขึ้นเท่าไร ก็จะลงยากมาก ผมคิดว่าอย่างนี้นะครับ :D:D

แม่นแล้วครับอณภุมิถุกกำหนดโดย เทอรโมสตัทคือวาลวนำ้นี่แหละ
 
อยากรู้

มีคำถามสงสัยมานานแหระ

ก่อนอื่นผมเองเป็นอีกคนที่ไม่ได้ไปยุ่งกับวาวล์น้ำ รถทุกคนปล่อยมันเดิมๆ
แต่สงสัย

เวลาที่เราพูดกันว่าเครื่องเย็นกว่าอุณหภูมิทํางาน เอาเป็นว่าสัก 60-70c ละกัน แทนที่จะเป็น 80-90c ... เครื่องที่ทำงานที่60-70หรือไม่ถึงอุณหภูมิทํางานจะสึกหรอมากกว่า?? เพราะอะไรคับพี่ๆ

ผมนึกไม่ค่อยออก อย่างน้ำมันเครื่องทุกวันนี้ สังเคราะห์หรือกึ่ง มันก้อทํางานอุณหภูมิต่ำ0ได้ แต่คิดว่าระหว่างการทํางาน 60-90c ความหนืดน้ำมันเครื่องไม่น่าโหลดเครื่องต่างกัน หรือทำให้ชิ้นส่วนที่ถูกหล่อลื่น มีความสึกหรอต่างกัน?

ถ้าบอกว่ากินน้ำมันมากกว่า น่าจะใช่เพราะ thremoloss ในระบบ ตามหลัก thermodynamic เข้าใจได้..

เเค่นึกไม่ออกว่าอะไรมันจะสึกหรอ...

ปล ถามด้วยความอยากรู้ล้วนๆ ไม่ได้มีความเห็นว่าถอดวาวล์ดีกว่านะครับ
 
มีคำถามสงสัยมานานแหระ

ก่อนอื่นผมเองเป็นอีกคนที่ไม่ได้ไปยุ่งกับวาวล์น้ำ รถทุกคนปล่อยมันเดิมๆ
แต่สงสัย

เวลาที่เราพูดกันว่าเครื่องเย็นกว่าอุณหภูมิทํางาน เอาเป็นว่าสัก 60-70c ละกัน แทนที่จะเป็น 80-90c ... เครื่องที่ทำงานที่60-70หรือไม่ถึงอุณหภูมิทํางานจะสึกหรอมากกว่า?? เพราะอะไรคับพี่ๆ

ผมนึกไม่ค่อยออก อย่างน้ำมันเครื่องทุกวันนี้ สังเคราะห์หรือกึ่ง มันก้อทํางานอุณหภูมิต่ำ0ได้ แต่คิดว่าระหว่างการทํางาน 60-90c ความหนืดน้ำมันเครื่องไม่น่าโหลดเครื่องต่างกัน หรือทำให้ชิ้นส่วนที่ถูกหล่อลื่น มีความสึกหรอต่างกัน?

ถ้าบอกว่ากินน้ำมันมากกว่า น่าจะใช่เพราะ thremoloss ในระบบ ตามหลัก thermodynamic เข้าใจได้..

เเค่นึกไม่ออกว่าอะไรมันจะสึกหรอ...

ปล ถามด้วยความอยากรู้ล้วนๆ ไม่ได้มีความเห็นว่าถอดวาวล์ดีกว่านะครับ


ผมไม่ได้มีความรุ้เรื่องโลหะวิทยา หรืออะไรทำนองนี้ แต่อยากจะตอบ

การที่อุณหภูมิต่ำ ๆ โลหะ(ทุกชนิด) ยังไม่ขยายตัวสุดเต็มที่ ทำให้ยังมีความเครียดในเนื้อโลหะมากกว่าโลหะที่อยู่ในความร้อนที่เหมาะสม น้ำมันหล่อลื่นก็เช่นเดียวกัน ในอุณหภูมิ ต่ำๆ
ก็ยังไม่ขยายตัวเช่นเดียวกัน ประสิทธิภาพของการหล่อลื่นก็ยังไม่ถึงจุดใช้งานที่เหมาะสม
เมื่อโลหะถูกัน จะเกิดความร้อนอย่างมาก(กว่าปกติ) จึงเกิดความสึกหรอในขณะที่อุณหภมิยังไม่
ถึงจุดใช้งานมากกว่าเมื่ออุณหภูมิที่เหมาะสมคืออาจจะ 85-90 องศา

จะสังเกตุว่า เมื่อเครื่องยนต์ติดใหม่ ๆ ถ้ารถไม่สมบูรณ์ เช่นเครื่องหลวม หรือการปรับจูนไม่ดี
เครื่องยนต์จะเดินเบาไม่นิ่ง พอเครื่องยนต์ติดไประยะหนึ่งอาจจะ 5-10 นาที พอเครื่องร้อนได้
อุณหภูมิที่สูงหน่อย เครื่องยนต์จะเดินเบานิ่มนวล นั่นก็เพราะความร้อนหรืออุณหภูมิสูงจนได้ทีแล้ว
ตอนอุณหภูมิเครื่องต่ำ น้ำมันเครื่องยังข้น ยังไม่แทรกซอนไปเข้าในซอกหลืบ ของจุดหมุนที่มีการ
เสียดสีในเครื่องเช่นก้านสูบ ข้อเหวี่ยว วาล์วต่าง ๆ จริงอยู่ แม้ว่าน้ำมันเครื่องจะออกแบบให้ทำงาน
ในอุณหภูมิต่ำได้ แต่ประสิทธิภาพของการหล่อลืน ย่อมไม่ดีเท่าการที่มันได้ความร้อนระดับหนึ่งแล้่ว
 
เขาถึงบอกไงครับว่า ฝรั่งทำเกิน คนไทยทำขาด

เขาทำมาดีๆ safety factor มีไว้ครบ ช่างไทย(บางท่าน)มาทำเสียหมดซะงั้น
 
Back
Top