รบกวนช่วยวินิจฉัยอาการน้ำหม้อน้ำหายครับ

น้องพลอย(E280) ก็ไม่มีประป๋องพักน้ำที่ซุ้มล้อ แต่น้ำก็ไม่หายนะครับ
เพราะมีหลายอย่างที่ได้ดูแลไปแล้ว เช่น
ล้างหม้อน้ำ เปลี่ยนปั๊มน้ำ เปลี่ยนหม้อพักน้ำ เปลี่ยนฝาหม้อน้ำ และเปลี่ยนตาน้ำเครื่อง
http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=50268

เอาใจช่วยให้หาสาเหตุเจอไว ๆ นะครับ
 
เด๋วจะลองดูครับ ขอบคุณครับ


หม้อน้ำของพี่น่าจะรั่วนะครับ

ก่อนหน้านี้ อี 220 หม้อน้ำผมก็รั่วเหมือนกัน
แต่ซึ่ม ๆ ไม่มาก ต้องเติมน้ำสัปดาห์ละครึ่งแก้ว จึงไม่ได้สังเกตุ
แต่วาล์วน้ำมันค้าง เปิดอยู่ตลอดเวลาไม่ยอมปิด
ความร้อนจึงอยู่ในระดับประมาณ 80 องศา

ต่อมาผมตรวจพบว่าหม้อน้ำรั่วเพราะสังเกตุเห็นมีสีของน้ำยาหม้อน้ำซึมออกมา
จึงได้ทำการเปลี่ยนหม้อน้ำใหม่ แต่ไม่ได้เปลี่ยนวาล์วน้ำ นะครับ
เมื่อเปลี่ยนหม้อน้ำแล้ว ปรากฏว่า น้ำก็ไม่หาย แต่เครื่องเย็นผิดปกติ
ยิ่งขับทางไกลความร้อนจะไม่ขึ้น แต่ไม่ทันได้สังเกตุ

พอดีเมื่อปลายเดือนที่แล้วไปต่างจังหวัด สังเกตุว่าความร้อนทำไมมันจึงต่ำจังเลย
เข็มขึ้นไม่ถึง 80 เลยครับ
รุ่งขึ้นตัดสินใจถอดวาล์วน้ำออกมาดูจึงทราบว่า วาล์วน้ำมันตาย เปิดแล้วไม่ยอมปิด
ทำให้น้ำวนอยู่ตลอดเวลา ความร้อนไม่ขึ้น อยู่ที่ ประมาณ 60-70 องศาเองครับ

ตอนนี้เปลี่ยนเป็นวาลฺวน้ำ 87 องศา แล้วความร้อนปกติครับ
 
Last edited:
หม้อน้ำของพี่น่าจะรั่วนะครับ

ก่อนหน้านี้ อี 220 หม้อน้ำผมก็รั่วเหมือนกัน
แต่ซึ่ม ๆ ไม่มาก ต้องเติมน้ำสัปดาห์ละครึ่งแก้ว จึงไม่ได้สังเกตุ
แต่วาล์วน้ำมันค้าง เปิดอยู่ตลอดเวลาไม่ยอมปิด
ความร้อนจึงอยู่ในระดับประมาณ 80 องศา

ต่อมาผมตรวจพบว่าหม้อน้ำรั่วเพราะสังเกตุเห็นมีสีของน้ำยาหม้อน้ำซึมออกมา
จึงได้ทำการเปลี่ยนหม้อน้ำใหม่ แต่ไม่ได้เปลี่ยนวาล์วน้ำ นะครับ
เมื่อเปลี่ยนหม้อน้ำแล้ว ปรากฏโว่เครื่องเย็นผิดปกติ น้ำก็ไม่หาย
เมื่อปลายเดือนที่แล้วไปต่างจังหวัด สังเกตุว่าความร้อนมันต่ำกว่าปกติ
รุ่งขึ้นตัดสินใจถอดวาล์วน้ำออกมาดูจึงทราบว่า วาล์วน้ำมันชำรุด เปิดแล้วไม่ยอมปิด
ทำให้ความร้อนไม่ขึ้น อยู่ที่ ประมาณ 60-70 องศาเองครับ

ตอนนี้เปลี่ยนเป็นวาลฺวน้ำ 87 องศา แล้วความร้อนปกติครับ
ผมถอดหม้อน้ำไปเช็คแล้ว ไม่รั่ว ลองให้ช่างศักดิ์เป่าดูแล้วก็ไม่มีรอยรั่ว ลองใส่น้ำยาสะท้อนแสงเขียวๆของสะเป๊ดก็ไม่มีวี่แวว เด๋วจะต้องลองที่คุณสมชายบอกแระ พรุ่งนี้จะไปหากะป๋องข้างซุ้มล้อมาลองดูครับ
ปล.ไปได้วาล์วน้ำ87 มาจากไหนเนี่ย อิๆๆๆๆ:D:D
 
ผมถอดหม้อน้ำไปเช็คแล้ว ไม่รั่ว ลองให้ช่างศักดิ์เป่าดูแล้วก็ไม่มีรอยรั่ว ลองใส่น้ำยาสะท้อนแสงเขียวๆของสะเป๊ดก็ไม่มีวี่แวว เด๋วจะต้องลองที่คุณสมชายบอกแระ พรุ่งนี้จะไปหากะป๋องข้างซุ้มล้อมาลองดูครับ
ปล.ไปได้วาล์วน้ำ87 มาจากไหนเนี่ย อิๆๆๆๆ:D:D

ซื้อตัวใหม่เลยครับพี่ 1,550 บาท
ตัวที่คุณพี่ให้มาเก็บเอาไว้เป็นอะไหล่ ยังไม่ได้ใช้เลยครับ
 
มาคอยติดตาม ความคืบหน้า

ฝาสูบไม่รั่ว, ปะเก็นเปลี่ยนใหม่, หม้อน้ำก็ไม่รั่ว, ไม่มีจุดรั่วซึม, ตาน้ำก็ไม่ผุ, วาวน้ำก็ไม่เสีย, ฝาหม้อก็ไม่เสีย, พัดลมก็หมุนดี

กินน้ำ 200-1000 ซีซี ต่อ 100 กม. น่ากลัว ครับ เพราะต่ำกว่านั้นนิดเดียว น้ำขาดปั้มแน่ ครับ

สำคัญ ใช้มา 6 ปี แสนกว่ากิโล เพิ่งเกิดอาการน้ำหาย น่าสนใจครับ

ถ้าเป็นผม ผมจะลองดูจุดนี้ครับ
1.จุดต่อท่อยางหลังฝาสูบสูบ 6
2.จุดต่อท่อยางหลังเสื้อเครื่องข้างสูบ 6 ถ้าติดพวกชอบดึงน้ำจากจุดนี้กับหลังฝาครอบลิ้นสูบ 6 แต่รถไม่ติดแกส
3.อีกที่หนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครสนใจคือท่อน้ำที่มาอุ่นชุดปีกผีเสื้อ คนวางเครื่องบางเจ้า มักง่ายอุดเลยก็มี อุดแบบมักง่ายเหลาไม้อุดเอาจุกยางครอบรัดด้วยแค๊ลมป์ พอนานไปไม้ผุ่รั่วซึม
4.หรือไม่ตอนถอดประกอบฝาสูบต้องถอดชุดลิ้นผีเสื้ออกเวลาประกอบมักง่ายไม่รัดคลิ๊ปล๊อคท่อน้ำไหลกลับเพราะมันล้วงยาก หรือท่อยางปริแตกแต่ไม่เปลี่ยนเพราะมันหาไม่ได้

จุดที่ผมว่าเหล่านี้ ดูตอนเครื่องร้อนจะไม่เห็นเพราะความร้อนทำให้มันกลายเป็นไอ ต้องคลำตอนเครื่องเย็น เวลาลูบแค่มีน้ำติดนิ้วมาก็ถือว่ามากแล้ว

เรียนสอบถามหน่อยครับว่า
1.ใช้รถมา 6 ปี ไม่ทราบว่าได้เคยเปลี่ยนท่อน้ำและเข็มขัดรัดท่อบ้างหรือเปล่า หมายถึงเปลี่ยนยกชุด ครับ
2.พัดลมไม่ทราบว่าใช้พัดลมไฮดรอลิค ,พัดลมไฟฟ้า , หรือพัดลมหน้าเครื่องเดิมๆ
3.เคยเอาวาวล์น้ำไปต้มดูบ้างหรือเปล่าว่ายังทำงานปกติหรือไม่ และเคยสังเกตว่าแกนเทอร์โมสตัทมันผุกร่อนบ้างหรือไม่
4.เปิดดูน้ำในระบบขุ่นหรือใสกิ๊ก หรือว่าใสแต่เอานิ้วจุ่มดูมีตะกอนขุ่น ฝาหม้อน้ำมีครบสนิมแดงบ้างหรือไม่
5.ถ้าใช้พัดลมไฟฟ้า ใช้เทอร์โมสวิทช์แบบไหน ต่อกลางสายหรือว่าต่อแปะฝังกับหม้อน้ำ และใช้แบบกี่องศา ครับ
6.หลังจากเปลี่ยนปะเก็นฝาสูบแล้ว เคยกวดน๊อตฝาอีกสักครั้งหรือเปล่า ครับ
7.ไม่ทราบว่าใช้ระบบน้ำหล่อเย็นเดิมของ MB (ฝาหม้อน้ำอยูที่ถังพักน้ำ) หรือแปลงใช้แบบรถญี่ปุ่น(ฝาหม้อน้ำอยู่บนหม้อน้ำ)
8.ผมอ่านไม่ถนัดว่ารถคันนี้มีกระติกพักน้ำล้นหรือเปล่า ครับ แต่อ่านแล้วดูเหมือนใช้ระบบน้ำหล่อเย็นระบบเดิมของ MB คือล้นแล้วไหลทิ้ง

สอบถามหลายข้อหน่อย เพราะผมมีรถที่ลง 2เจ อยู่คันหนึ่ง อยากรู้เหมือนกัน เผื่อเจอปัญหาแบบนี้บ้างครับ
 
Last edited:
ไปซื้อมาใส่ดิเพ่ นั่นแหละ
คงเป็น สาเหตุน้ำหาย

คุณสมชายคร้าบบบบ ผมไปซื้อมาแล้ววว แต่ว่า...ถามช่างวิรัชจะให้เค้าใส่ให้ ช่างวิรัชบอกว่า มันมีเฉพาะของหกสูบเท่านั้น สี่สูบ บ่มี เฮ็ดจังไดดีครับ ครูบา:D:D
 
ขอถามต่อเนื่องครับ E280 W124

ของผมก็มีน้ำหายเกือบหมดกระปุกครับ เป็นเมื่อวานนี่เองครับอากาศร้อนมาก ขับเข้าเมือง เข็มเตะ 100-105C'
พอจอด มีน้ำล้นออกมาเต็มพื้นเลย จากการเปิดฝากระโปรงเช็คดูคร่าว ท่อปล่อยน้ำทิ้งหม้อพัก ปลายเปียกมีน้ำหยด
เลยรีบขับกลับบ้านระยะห่าง 2 กิโล ถึงบ้านเฝ้าสังเกตุการณ์ ไม่มีน้ำหยดเพิ่ม เลยเติมน้ำไปในหม้อพักใหม่
เมื่อเช้าขับมาทำงานระยะทาง 30 กิโลเปิดหม้อพักดู ระดับน้ำยังคงปกติ เลยอยากทราบสาเหตุเป็นที่อะไรได้บ้างครับ:n44:
 
คุณสมชายคร้าบบบบ ผมไปซื้อมาแล้ววว แต่ว่า...ถามช่างวิรัชจะให้เค้าใส่ให้ ช่างวิรัชบอกว่า มันมีเฉพาะของหกสูบเท่านั้น สี่สูบ บ่มี เฮ็ดจังไดดีครับ ครูบา:D:D

แล้วไมไม่ใส่ดู หละคับ.....
 
น้องพลอย(E280) ก็ไม่มีประป๋องพักน้ำที่ซุ้มล้อ แต่น้ำก็ไม่หายนะครับ
เพราะมีหลายอย่างที่ได้ดูแลไปแล้ว เช่น
ล้างหม้อน้ำ เปลี่ยนปั๊มน้ำ เปลี่ยนหม้อพักน้ำ เปลี่ยนฝาหม้อน้ำ และเปลี่ยนตาน้ำเครื่อง
http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=50268

เอาใจช่วยให้หาสาเหตุเจอไว ๆ นะครับ

พี่เอดคุมความร้อนอยู่นํ้าเลยไม่ดันไปหม้อพักนํ้าครับ
 
มาคอยติดตาม ความคืบหน้า

ฝาสูบไม่รั่ว, ปะเก็นเปลี่ยนใหม่, หม้อน้ำก็ไม่รั่ว, ไม่มีจุดรั่วซึม, ตาน้ำก็ไม่ผุ, วาวน้ำก็ไม่เสีย, ฝาหม้อก็ไม่เสีย, พัดลมก็หมุนดี

กินน้ำ 200-1000 ซีซี ต่อ 100 กม. น่ากลัว ครับ เพราะต่ำกว่านั้นนิดเดียว น้ำขาดปั้มแน่ ครับ

สำคัญ ใช้มา 6 ปี แสนกว่ากิโล เพิ่งเกิดอาการน้ำหาย น่าสนใจครับ

ถ้าเป็นผม ผมจะลองดูจุดนี้ครับ
1.จุดต่อท่อยางหลังฝาสูบสูบ 6
2.จุดต่อท่อยางหลังเสื้อเครื่องข้างสูบ 6 ถ้าติดพวกชอบดึงน้ำจากจุดนี้กับหลังฝาครอบลิ้นสูบ 6 แต่รถไม่ติดแกส
3.อีกที่หนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครสนใจคือท่อน้ำที่มาอุ่นชุดปีกผีเสื้อ คนวางเครื่องบางเจ้า มักง่ายอุดเลยก็มี อุดแบบมักง่ายเหลาไม้อุดเอาจุกยางครอบรัดด้วยแค๊ลมป์ พอนานไปไม้ผุ่รั่วซึม
4.หรือไม่ตอนถอดประกอบฝาสูบต้องถอดชุดลิ้นผีเสื้ออกเวลาประกอบมักง่ายไม่รัดคลิ๊ปล๊อคท่อน้ำไหลกลับเพราะมันล้วงยาก หรือท่อยางปริแตกแต่ไม่เปลี่ยนเพราะมันหาไม่ได้

จุดที่ผมว่าเหล่านี้ ดูตอนเครื่องร้อนจะไม่เห็นเพราะความร้อนทำให้มันกลายเป็นไอ ต้องคลำตอนเครื่องเย็น เวลาลูบแค่มีน้ำติดนิ้วมาก็ถือว่ามากแล้ว

เรียนสอบถามหน่อยครับว่า
1.ใช้รถมา 6 ปี ไม่ทราบว่าได้เคยเปลี่ยนท่อน้ำและเข็มขัดรัดท่อบ้างหรือเปล่า หมายถึงเปลี่ยนยกชุด ครับ
ท่อน้ำและเข็มขัดได้เปลี่ยนไปรอบหนึ่งแล้วครับตอนที่เปิดฝาสูบรอบแรก ปีกว่าๆที่ผ่านมา

2.พัดลมไม่ทราบว่าใช้พัดลมไฮดรอลิค ,พัดลมไฟฟ้า , หรือพัดลมหน้าเครื่องเดิมๆ
พัดลมไฟฟ้า ด้านหน้าพัดลมเป่าหน้าแผงคอล์ยร้อนของเบนซ์ตัวใหญ่1ตัว ด้านหลังเป็นพัดลมดูดของฮอนด้าตัวเล็กสองตัว ความร้อนปกติ ไม่เคยเกิน 90 องศาครับ

3.เคยเอาวาวล์น้ำไปต้มดูบ้างหรือเปล่าว่ายังทำงานปกติหรือไม่ และเคยสังเกตว่าแกนเทอร์โมสตัทมันผุกร่อนบ้างหรือไม่
วาล์วน้ำเปลียนใหม่ตอนเปิดฝาสูบ แต่หลังจากนั้นยังไม่เคยถอดมาต้มดู อันนี้ต้องหาโอกาสลอง

4.เปิดดูน้ำในระบบขุ่นหรือใสกิ๊ก หรือว่าใสแต่เอานิ้วจุ่มดูมีตะกอนขุ่น ฝาหม้อน้ำมีครบสนิมแดงบ้างหรือไม่
น้ำในระบบใสดีครับ หม้อน้ำเปลี่ยนก่อนเปิดฝารอบที่แล้ว

5.ถ้าใช้พัดลมไฟฟ้า ใช้เทอร์โมสวิทช์แบบไหน ต่อกลางสายหรือว่าต่อแปะฝังกับหม้อน้ำ และใช้แบบกี่องศา ครับ
เทอโมผมใช้ทำงานที่ 88 องศา และฝั่งที่ด้านล่างของหม้อน้ำตำแหน่งหม้อน้ำก่อนเข้าเครื่อง

6.หลังจากเปลี่ยนปะเก็นฝาสูบแล้ว เคยกวดน๊อตฝาอีกสักครั้งหรือเปล่า ครับ
ไม่เคยขันเลยครับ มีช่างคนนึงสันนิฐานว่าฝาโก่งเร็ว หรือประเก็นรั่วเนื่องจากช่างขันน๊อตไม่ตรงสเปค

7.ไม่ทราบว่าใช้ระบบน้ำหล่อเย็นเดิมของ MB (ฝาหม้อน้ำอยูที่ถังพักน้ำ) หรือแปลงใช้แบบรถญี่ปุ่น(ฝาหม้อน้ำอยู่บนหม้อน้ำ)
ระบบน้ำแปลงแล้วครับมีฝาที่ด้านบนของหม้อน้ำ

8.ผมอ่านไม่ถนัดว่ารถคันนี้มีกระติกพักน้ำล้นหรือเปล่า ครับ แต่อ่านแล้วดูเหมือนใช้ระบบน้ำหล่อเย็นระบบเดิมของ MB คือล้นแล้วไหลทิ้ง
มีกระป๋องพักน้ำล้นครับ แต่เท่าที่สังเกตนำก็ไม่ล้่นที่กระปุกพักน้ำ แต่สาบสูญที่ไหนยังข้องใจอยู๋

สอบถามหลายข้อหน่อย เพราะผมมีรถที่ลง 2เจ อยู่คันหนึ่ง อยากรู้เหมือนกัน เผื่อเจอปัญหาแบบนี้บ้างครับ


ขอบคุณมากครับที่ติดตามพี่ SE278 อาจเคยเห็นรถคันนี้ก็ได้เพราะเป็นรถของน้าสาว
น้าเขยเป็นตำรวจอยู่ขอนแก่น ทะเบียนเดิม กข1829 ครับเบนซ์ 300E code A สีน้ำตาล
ผมเอามาใช้ตั้งแต่เรียนจบ หมดกับรถคันนี้ไปหลายแสนแล้ว หลายครั้งก็ท้อ ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันต่อไปครับ :n23:
 
แสดงว่าน้ำไม่ไหลล้นไปกระติกพักน้ำ คือถ้าปะเก็นฝารั่วเท่าที่ผมเจอมาน้ำจะไหลล้นกระติกพักน้ำแต่ไม่ดูดกลับ เดาว่าตอนนี้ใช้ฝา 1.1 อยู่หรือเปล่าครับ ผมว่าลองหาฝาหม้อน้ำดีๆมาลองใส่ อันละเจ็ดแปดสิบบาทอย่าใช้เลยครับ เอาของดีๆโลด ของผมใช้ฝา 1.1 ก็ดูดกลับปกติ ว่าจะเปลี่ยนมาใช้ 0.9 ก็เลยปล่อยเลยตามเลย แต่ต้องคอยดูพวกเข็มขัดรัดให้ดีหน่อย

หรือให้เดาอีกอาจจะเดาว่ากระติกพักน้ำขนาดเล็กเกินไป อาการมันคือน้เมื่อเครื่องเย็นำในกระติกอยู่ระดับสุดสายยางและน้ำในหม้อน้ำขาด คือตอนเครื่องร้อนมันดันล้นออกมา เวลาเย็นมันดูดกลับ แต่ถ้ากระติกพักน้ำมันเล็กเกินไปน้ำในกระติกไม่พอ ดังนั้นขนาดของกระติกพักน้ำต้องสัมพันธ์กับปริมาตรน้ำในระบบ ครับ

ดังนั้นจึงเดาต่อว่า
1.ฝาหม้อน้ำ ลองสับกับคันอื่นดู หรือลองสับมาใช้แบบ 0.9 ดูครับ
2.กระติกพักน้ำ เล็กไปหรือเปล่า

เอาใจช่วย ครับ
 
ขออนุญาตท่าน จขกท. ครับ

ขอถามต่อเนื่องครับ E280 W124

ของผมก็มีน้ำหายเกือบหมดกระปุกครับ เป็นเมื่อวานนี่เองครับอากาศร้อนมาก ขับเข้าเมือง เข็มเตะ 100-105C'
พอจอด มีน้ำล้นออกมาเต็มพื้นเลย จากการเปิดฝากระโปรงเช็คดูคร่าว ท่อปล่อยน้ำทิ้งหม้อพัก ปลายเปียกมีน้ำหยด
เลยรีบขับกลับบ้านระยะห่าง 2 กิโล ถึงบ้านเฝ้าสังเกตุการณ์ ไม่มีน้ำหยดเพิ่ม เลยเติมน้ำไปในหม้อพักใหม่
เมื่อเช้าขับมาทำงานระยะทาง 30 กิโลเปิดหม้อพักดู ระดับน้ำยังคงปกติ เลยอยากทราบสาเหตุเป็นที่อะไรได้บ้างครับ:n44:


แล้วอาการนี้จะเป็นอะไรได้บ้างครับ งงเลยตอนนี้ นอกจากกระป๋องหม้อน้ำพักแล้ว ยังมีกระป๋องพักน้ำทิ้งที่ซุ้มล้ออีกหรอครับ :n44:
 
แสดงว่าน้ำไม่ไหลล้นไปกระติกพักน้ำ คือถ้าปะเก็นฝารั่วเท่าที่ผมเจอมาน้ำจะไหลล้นกระติกพักน้ำแต่ไม่ดูดกลับ เดาว่าตอนนี้ใช้ฝา 1.1 อยู่หรือเปล่าครับ ผมว่าลองหาฝาหม้อน้ำดีๆมาลองใส่ อันละเจ็ดแปดสิบบาทอย่าใช้เลยครับ เอาของดีๆโลด ของผมใช้ฝา 1.1 ก็ดูดกลับปกติ ว่าจะเปลี่ยนมาใช้ 0.9 ก็เลยปล่อยเลยตามเลย แต่ต้องคอยดูพวกเข็มขัดรัดให้ดีหน่อย

หรือให้เดาอีกอาจจะเดาว่ากระติกพักน้ำขนาดเล็กเกินไป อาการมันคือน้เมื่อเครื่องเย็นำในกระติกอยู่ระดับสุดสายยางและน้ำในหม้อน้ำขาด คือตอนเครื่องร้อนมันดันล้นออกมา เวลาเย็นมันดูดกลับ แต่ถ้ากระติกพักน้ำมันเล็กเกินไปน้ำในกระติกไม่พอ ดังนั้นขนาดของกระติกพักน้ำต้องสัมพันธ์กับปริมาตรน้ำในระบบ ครับ

ดังนั้นจึงเดาต่อว่า
1.ฝาหม้อน้ำ ลองสับกับคันอื่นดู หรือลองสับมาใช้แบบ 0.9 ดูครับ
2.กระติกพักน้ำ เล็กไปหรือเปล่า

เอาใจช่วย ครับ

ฝาหม้อน้ำเปลี่ยนไปสองอันละครับ แรงดัน 0.9
กระติกพักน้ำไม่เล็กนะครับ ใช้งานมาหลายปีก็ใช้ไซต์นี้เปลี่ยนไปสองใบละครับ :confused:
 
อะไรก็ดีหมด ไม่รั่ว ไมซึม ท่อยางทุกเส้นเปลี่ยนใหม่ แต่น้ำหาย เหนื่อยแทน ขอนั่งชมดีกว่า ครับ
 
อย่าลืมดูที่หม้อต้มนะครับ ของผมจะเป็นตรงที่ท่อน้ำเข้าหม้อต้มครับ วิ่งร้อนๆม่ายเห็น จะเห็นตอนสตาร์ทเช้าๆครับ
 
ตาล

ผมให้วิธีเช็ค เรื่องนี้ ว่า

มาจากเครื่องยนต์รึป่าว

ทำงี้

เปิดฝาหม้อน้ำไว้ (ตอนเครื่องเย็นนะ)

สตารทรถ เลย

แล้วดู ว่ามีอากาศ เป็น ฟองๆ ปุ๋งๆ มาหรือไม่

ติดเครื่อง ดูอาการซัก พัก จน น้ำเริ่มล้นเพราะ ขยายตัว

เป็นอันจบพิธี


ถ้าไม่มีฟอง มา สรุปว่า ห้องกำลังอัด และ ฝาสูบ

งานนี้ไม่เกี่ยว
 
วิ่ง 100 กม. น้ำหายหนึ่งลิตร มันไม่น้อยนะครับ ผมว่ามันต้องแสดงอาการออกมาสักอย่าง แต่นี่ไล่ดูหมดแล้วปกติทุกอย่าง ผมยอมครับ

แต่ติดใจที่ว่าน้ำไม่ล้นมากระติกพักน้ำ ท่านเคยสังเกตไหมครับว่าตอนวิ่งมาร้อนๆ ระดับน้ำในกระติกมันอยู่ระดับไหน น้ำในกระติกพักน้ำจะสูงสุดตอนที่เราวิ่งมาร้อนๆแล้วดับเครื่อง พอเครื่องเย็นมันจะดูดกลับ

ปล.ท่อน้ำเครื่อง 2 เจมันมีมากกว่า 2 เส้นนะครับ
 
Back
Top