ได้อ่านกระทู้นี้เลยตัดสินใจลองเปลี่ยนดูบ้าง ก็ไปซื้อที่หลังวัดโสม แต่ที่ผมสงสัยก็คือที่ซื้อมาไม่รู้ว่าของแท้จริงหรือเปล่า เพราะเอาของเก่าไปเทียบด้วย แต่มันไม่เหมือนกัน ของใหม่ไม่เห็นเส้นลวด
ไม่ทราบว่าคุณ PenockiO ซื้อมาเป็นตามรูปด้านขวาหรือเปล่าครับ
แต่ไปถึงที่แล้วก็ซื้อกลับมาลองดู รถ E220 W124 เครื่อง M111 หลังจากเปลี่ยน O2 ของ Bosch มาก็ยังกินน้ำมันอยู่ ประมาณ 5 โลกว่า - 6 โลกว่า ไม่เคยถึง 7 วิ่งในเมือง เติมโซฮอล 95 ลองวิ่งทั้งแบบ E กับ แบบ S ก็กินน้ำมันไม่ต่างกัน แต่วิ่ง E ตีนต้นอืดมากๆ
ซื้อเครื่องมาตรวจ Error ก็ไม่เจอ Code ใดๆ เคยคุยกับช่าง ช่างบอกอาจเป็นที่ AIR MASS แต่เนื่องจากช่างไม่มี AIR MASS ให้มาลองใช้ก่อนเลยไม่แน่ใจว่าจะแก้ถูกจุด พออ่านกระทู้นี้เห็นว่าเปลี่ยนเองไม่ยาก ก็หวังว่าจะประหยัดน้ำมันขึ้นมาหน่อย
Uploaded with
ImageShack.us
เบอร์ของผมเบนซ์แท้ ตัว sensor หัวสีเหลืองสดใสครับ (แทบจะเหลืองสะท้อนแสง) ไม่ใช่สีน้ำตาลแบบนี้ และทรงแถวขั้วเสียบสายไฟมันจะเป็นทรงคอดไม่ใช่ทรงตรงแบบนี้ และยังเห็นลวดสองเส้นอยู่ แต่มันมี 2 เบอร์ครับที่ใช้กับรถรุ่นนี้ หน้าตาเท่าที่ดูใน EPC มันจะไม่เหมือนกัน แกะจากซองที่มีสติ๊กเกอร์เบนซ์ รหัส MA010 542 57 17 (ถ้าซองจากศูนย์จะมีบอกรายละเอียดวันผลิตไว้ด้วย เช่น 15.07.11 (น่าจะใช้วันที่ผลิตนะครับ เดาเอา) และ made in Czech Republic ครับ ผมว่าถ้าของคุณเบอร์ตรงกันระหว่างของเก่ากับใหม่ก็ไม่น่ากังวลใจแต่อย่างใดครับ
ขอโทษครับที่ไม่ได้ถ่ายรูปอีกแล้ว แต่ของเก่าผมก็ประมาณในรูปซ้าย หัวสีน้ำตาลดูบวมๆ หน่อย เหมือนกัน ยี่ห้อ VDO เบอร์เดียวกัน มีตราเบนซ์พิมพ์เหมือนกัน ของใหม่ซื้อมาไม่ได้สังเกตมากจับยัดเลย เพราะรีบไปทำธุระต่อ เลยไม่รู้ว่าพิมพ์ตรายี่ห้ออะไร แต่ต้องมีสัญลักษณ์เบนซ์กำกับแน่ครับ แต่จ้างใครทำก็อีกเรื่องนึง
ทั้งตัว IAT, O2, MAF, ECT เปลี่ยนเองได้ทั้งนั้น ไม่ยากซักตัวครับ มีโอกาส มีเครื่องมือ อยากให้ลองทำดูครับ (กรณี O2 ต้องออกแรงเยอะมากหน่อย ส่วน ECT หน้าเครื่องต้องระวังไม่ให้น้ำในหม้อน้ำไหลออกมา เสียดายต้องไปซื้อน้ำยา coolant มาเติมใหม่ จำได้คุ้น ๆ แต่ไม่แน่ใจว่า เวลาถอดออกมาต้องไม่เปิดฝาหม้อพักน้ำ น้ำจะได้ไม่ไหลออกมา หรือจำสลับกันเนี่ยแหละครับ 555+)
ผมอยากบอกว่าจากประสบการณ์ การกินน้ำมันมาก เร่งไม่ขึ้น มันมีปัจจัยอื่น ๆ อีกเยอะครับ เช่นเครื่องภายในกลไกปกติดีหมดรึเปล่า มีอะไรหลวม อะไรรั่ว อะไรเสื่อม รึเปล่า เกียร์ก็เกี่ยว เฟืองท้ายก็เกี่ยวครับ ถึงกันหมดทั้งระบบ ปกติต้องรอเสียเลย หรือเสื่อมมาก ๆ ถึงจะเกิดอาการปรากฏชัดเจนให้เห็นเป็นอาการ ๆ ไปครับ
(กรณีผมเคยเร่งไม่ขึ้น เดินไม่เรียบเท่าที่ควร ไปวัดแรงดันกระบอกสูบปรากฏว่า สูบอื่น 110 มีสูบ 3 เหลือ 80 เลยจับฮอลเครื่องและเกียร์ซะ เพราะเสปคบอกว่าแรงดันต้องได้ 150 แต่ไม่เกิน 180 ถ้าจำไม่ผิด ที่เล่านี่จะบอกว่าถ้าไปจับผิดมันเยอะก็จะเสียสุขภาพจิตครับ และจะได้เสียเงินเป็นจริงเป็นจังมาก ๆ กับความกังวลว่าจะหายสนิทจริงหรือเปล่า 555+)
รถส่วนใหญ่จะซื้อต่อ ๆ กันมา รถก็เก่าเจ้าของเก่าทำอะไรไปบ้างรึเปล่าก็ไม่รู้ ส่วนใหญ่จะหมกเม็ดไม่ค่อยทำหรอกครับ ไม่ดีก็ขายต่อ คนใช้รถส่วนใหญ่ซ่อมกันไม่ค่อยถึง ไม่เปลี่ยนตามอายุการใช้งาน แต่ก็อีกล่ะคู่มือละเอียดก็ไม่มีกัน มันต้องใช้ความรู้พอสมควร ช่างก็งู ๆ ปลา ๆ เป็นส่วนใหญ่ ไม่เคยอ่านคู่มือการซ่อม ไม่เคยดูเสปค (อาจเพราะมันเป็นภาษาอังกฤษจึงเป็นอุปสรรคหลัก) ดัดแปลงเองคิดเองเสียเยอะ เรียกว่ารถโดนยำอะไรมามั่งก็ไม่รู้ ที่ยังใช้งานได้เหมือนจะดีอยู่ก็แสดงว่าคนออกแบบเก่งมากมาย 555+
รุ่นนี้จัดว่าทันสมัยระดับหนึ่งแต่น้อยกว่า M104 แต่ก็ไม่ต่างกันมาก ถ้ามี star จับจะง่ายขึ้นเยอะครับ เพราะดูค่าจาก sensor ต่าง ๆ มาวิเคราะห์ได้แม่นยำขึ้นไม่ต้องมานั่งเดาว่านั่นเสีย นี่เสีย หรือเสื่อมก็จะไม่รู้ ไม่ชัดเจน ทำให้เสียเงินค่าลองวิชาช่างเยอะแยะ (ผมโดนมาหลายอู่มาก อู่ไหนว่าดังไปมาเกือบหมดแล้วครับ ก็ไม่ได้ประทับใจอะไรมากมายเท่าไหร่ มีมั่วนิ่ม มีหมกเม็ดสารพัด จนต้องหาความรู้ด้วยตัวเองบ้าง เพราะเบี้ยน้อยหอยน้อย จ่ายซี้ซั้วไม่ไหว ในใจตอนนี้อยากได้ Star มาฝึกวิเคราะห์เองอยู่เลย มันจะยากซักแค่ไหนเชียวรถเสียเนี่ย 555+)
ปล. วันนี้สงสัยทำงานเหนื่อยมาก เน้นบ่นเยอะไปหน่อย ขออภัยด้วยครับ