กำลังจะซื้อ s280 w140 ช่วยแนะนำด้วยครับ

เห็นด้วยกับคุณ kritcc ครับ ถ้าได้อู่ที่ฝากผีฝากไข้ได้ ก็เหมือนหาหมอเฉพาะโรคเฉพาะทาง
เรื่องซ่อมต้องซ่อมให้ถึงๆ ครับ ซ่อมเสร็จก็ใช้กันยาวๆ เลย
 
อย่าเครียด

ผมคนนึงแหละครับที่รู้สึกมีความสุขเวลาที่ได้ขับเจ้าw140 ของผมก็เป็นตัว280 ปี98ติดแก๊สเรียบร้อยเพิ่งได้มา2เดือนเองขับนุ่มสบายมากๆอัตตราเร่งก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร ความเร็วปลายก็okเลย170ก็ยังนิ่งๆอยู่เลย จะมีเสียบ้างก็ตอนเร่งแซงนี่แหละ(ก็ใช้คลิ๊กดาวเอาก็ถ์อว่าok)พอจะรู้ใจกันแล้วขับแบบมีความสุขมากๆ ขึ้นเขาใหญ่มา2รอบแล้ว เอาไปเทียบกะw124 ไม่ได้นะมันคนละอารมณ์กันเลยเพราะผมมีW124 E280อีกคันอันนี้ออกแนวขับมันกดเป็นมา แต่ไม่ต้องพูดถึงความนุ่มนะเพราะยางก็215/45ขอบ17 แก้มเตี้ยเก็บทุกรายละเอียดของถนน
สรุปซื้อเลยถ้าใจรักอยู่แล้วยังไงก็มีความสุขเวลาได้ขับเรื่องซ่อมก็ไม่ได้น่ากลัวอะไร ทุกวันนี้ไม่ค่อยได้ขับ124เลย มันคนละอารมณ์จริงๆนะ แล้วคุณจะรักBenzมากขึ้น ขอบอก :ylsuper:
 
นิ่มตูด ๆ ( ขอนุญาติ พี่ นก มันนิ่มจริง ต่างกับ W124 มากเรื่องความนิ่ม )


ผมว่าคันนี้เสี่ยคงเก็บเอาไว้นานกว่าคันอื่นแน่นอนครับ เหตุเพราะนิ่มตูด ๆ และไม่หมดตูด เหมือนที่คุณนก ได้ให้นิยามไว้ครับคุณ KAO ฮาาาาาาาา


เอ่ออออ....พี่ธนเดช พี่จตุพงษ์ครับ

ไอ้นิ่มตูด..นิ่มตูดนี่ ผมแฮปมาจากพี่เสกครับ :n30:
พี่เค้าตัวจริงเสียงจริงครับ :n12:

แต่ "ยังไม่นิ่มตูด แถมหมดตูด" นี่ผมเอง :rotflol:

280 ก็ไม่ได้อืดมากแต่ด้วยตัวรถซึ่งใหญ่ นุ่ม เงียบ ทำให้เรารู้สึกว่ารถวิ่งช้า วันก่อนขับ 170 ยังรู้สึกเหมือนรถญี่ปุ่นวิ่งประมาณ 120 เลย

ผมคิดว่าใช้รถมือสองเวลาทำรถอย่าขี้เหนียวจึงจะได้ใช้รถที่ดีสมสมรรถนะ และใช้งานได้อย่างสบายใจ

อันนี้จริงครับ

ขับยุ่น ไม่เคยได้เกิน 120 ตัวตัดรอบข้าง ๆ ตวาดเสียงเขียวแล้ว
พอนั่งปลาวาฬ 500 อัดไป 140-160 ตัวตัดรอบนั่งฟังเพลงเฉย...ไม่บ่นซักแอะ
หันไปถาม "อ้าว......แม่นึกว่าพ่อขับแค่ 110....ไม่เห็นมันจะเร็วเลย" :n27:

เวลาซ่อมเอาแบบพี่เสกเลยครับ ช่วงล่างเปลี่ยนให้เกลี้ยง
ระบบระบายความร้อน ท่อยาง ท่อน้ำมัน เอาให้เกลี้ยง
ทีเดียวแพงหน่อย แต่สบายใจ

ของผมเจ้าของเดิมทำมาบ้างแล้ว
ตอนนี้ต้องทะยอยเก็บ มันเริ่มพังไปตามกาลเวลา (ก็ตื๊บซะขนาดนั้น :bonk:)
กลับกลายเป็นต้องเข้าอู่บ่อย เสียเวลาเพิ่ม เสียค่าแรงช่างเพิ่ม

อ้อ....S280 เวลาออกตัวลองไม่ต้องคิ๊กดาวน์ดูซิครับ
ดึงลงมาเกียร์ 3 แล้วตื๊บเลย ผมว่าพวก "3 ห่วง 3 ดอร์ ดังแต่ท่อล้อไม่หมุน" ตามไม่ทันหรอกครับ :ylsuper:

ผมเชนเกียร์ตลอด แซงก็ดึงลง 3 รุ่นพี่นึกว่าติดไนตรัส :n02:

อันนี้เป็นมรดกความรู้ที่ลุง4 ทิ้งไว้ให้ผม ทำให้ผมขับรถใช้เกียร์ให้เป็นประโยชน์มากกว่าเดิม


กราบขอบพระคุณลุง 4 ครับ
 
มากันแล้ว สมาชิกปลาวาฬ ทั้งเล็ก ทั้งใหญ่ ออกตัวกันแล้ว ดีใจจังมีเพื่อนๆ เยอะๆๆๆ
 
ขอบคุณมากครับพี่ๆ มีแรงใจขึ้นเยอะเลย งานนี้สฺ้ขาดใจครับ อิอิ^^
 
ผมคนหนึ่ง ที่ใช้ S280 W140 .ใช้งานมา ห้าปีกว่าแล้ว ของ ปี 95-96 ฝา ดำ เกียร์ จุด 4
เป็นที่น่า ภูมิใจ และชอบ มาก ซ่อม บำรุงมีบาง ที่หนักๆ แต่รับไ้ด้ ตอนได้มาใหม่ๆ เลยจัดไปชุดใหญ่หลายอย่าง ตอน นี้สองปีกว่า ยัง ใช้แบบไม่กวน ใจเลย
และ ขอ ติท่าน ที่ว่า อืด ลากตัวเองไม่ ไหว เหยียบแล้ว คลาน ว่า ท่าน เคยใช้ตัว นี้ จริงจัง แค่ไหน แต่อย่า ไปเทียบ ตัว 500 -600 มัน คนละเรื่อง ทั้งค่าซ่อม ดูแลรักษา และกิน น้ำมัน
เนื่องจากรถเก็บเสียงได้ดี และนุ่ม เวลารถออกตัว เราจะรู้สึกว่า รถไม่วิ่ง ปรึ็ด เหมือน รถเล็ก อีกอย่าง เป็นการบอกถึง วุติภาวะของผู้ขับ ว่า มันไม่ใช่วัยรุ่นปาดซ้ายปาดขวา ขับ รถดีใหญ่ต้องสุขุม เรียบร้อยหน่อย
หากใจสู้ยอมจา่ย ค่าน้ำมัน ที่สูบทำงาน ก็ได้ดังใจเช่นกัน ผมขับมา วิ่ง ทางไกลบ่อย เกือบ ทุกเดือน ต้อง เดินทางไป ตจว. ระยะ พันกว่ากิโล รวดเดียว สบายๆ กลับมาอีก พันกว่ากิโลอีก บนท้อง ถนน หารถ ที่จะแซงเรายาก
ความเร็ว ปกติ 140 -190แล้วแต่จังหวะ เร็วกว่านี้ ก็อัดได้ แต่เส้นทางบนท้องถนนไม่อำนวย เคยลอง 225 ยัง เรียบนิ่ง (การใช้ความเร็วสูงเป็นสิ่งที่อันตราย และผิดกฎหมาย กายใจต้องพร้อม รถต้องพร้อม) ระดับ ความ เร็ว 140-170 หากไม่มองไมล์ จะรุ์สึกว่า วิ่ง แค่ร้อยนิด ของรถเล็กและกระบะ พ่อตาผมเคยนั่งมาทางไกล ปกตเขาขับแต่กระบะ และ รถเล็ก บ่นว่า ไม่เคยนั่งรถเกินร้อยยี่สิบ กลัว ท่าน อายุ 70 กว่าแล้ว
แต่วันนั้น ผมถามท่านว่า รู้มัย ตอนนี้ รถวิ่งที่ความเร็วใด ท่านตอบ ว่า ร้อยยี่สิบ น่าจะได้ ผมเลย บอกว่า ลองดูที่ไมล์
ว่าวิ่ง เท่าไหร่ เพราะผมต้องใช้สมาธิสุงต้องมองแต่ข้างหน้า ไม่คลาดสายตา ท่านบอกว่า ร้อยแปดสิบกว่ารึเนี๊ยะ
ไม่รู้สึกว่าเร็วเลย ผมถามว่ากลัวมัย เขาตอบ ว่า เฉยๆ เสียง เบาๆว่า ระวังๆ หน่อย
ท่านที่ มองๆอยู่อย่า รีรอ คุ้มค่า จริง และไม่ผิดหวัง อีกอย่าง มัน จะทำให้เรา ขับ สบาย ไม่กินแรง ไม่ล้า อะไหล่ หาง่าย
ก่อนหน้านั้น ใช้190e มาห้าหกปีตอนนั้น ก้อถือว่าดีแล้ว พอ ตัว นี้ ดีกว่าอีกมาก สำหรับ ผมมิบังอาจมอง ที่สูงกว่านี้ งบ มีจำกัด ด้วย หยดเหงื่อ ( เน้นทางไกล นะ ครับถึงจะรู้ซึ้ง )
 
อ่านแล้วเวิ่มเตลิ้ม. โตขึ้นนู๋จะดป็น ปลาวาฬ
 
ว้าววว คนใช้ปลาวาฬเยอะจัง ชักจะอยากขับมั่งและ

ความคิดเห็นส่วนตัว
ถ้าไม่เน้นแรงอะไรมากมาย ไปเรื่อยๆ นิ่มๆ 280 ไม่ก็ 320 น่าจะเป็นคำตอบที่ดีน่ะครับ
ค่าดูแลรักษาจะได้ไม่สูงด้วย (ทั้งค่าเชื้อเพลิง+ซ่อมบำรุง) และก็น่าหารถปีใหม่ๆ สดๆ ไว้เป็นตัวเลือกได้เยอะกว่า

S320 L ครับ :icon_biggrin:
 
ค่าน้ำมัน ไม่ใช่คำตอบหลักของการเลือกซื้อ W140 ครับ เพราะ

S280 กินน้ำมัน 14.10 ลิตร / 100 กม.
S320 " 14.91 "
S400 " 16.01 "
S500 " 17.21 "

(วิ่งนอกเมือง ที่ความเร็ว 90-120 km./hr.)
จะเห็นว่า S280 กับ S500 วิ่งไป 100 กม. กินน้ำมันต่างกันแค่ 3.11 ลิตรเองครับ หรือราว ๆ 130 บาทครับ
แต่ความมันส์ต่างกันราวฟ้ากับดินครับ
ถ้าเชื่อไปถามคุณนก หรือ เสี่ยเสก ฯลฯ ได้ครับ (แต่เสี่ยเสกจะบอกว่า S600 มันส์กว่าเยอะ ไม่เชื่อให้ไปถามพี่เกชาดูอีก ฮาาาาาาาาาาาา)


และถึงอย่างไร 99% พวกเราก็ติด gas กันอยู่แล้วครับ
ส่วนค่าติด gas หัวฉีด + ถัง donut ในสมัยนี้ราคาก็ไม่ได้แพงมากมายแล้วครับ โดย
S280 , S320 ประมาณ 44,000 บาท
S500 ประมาณ 6X,XXX บาทครับ

ส่วนค่าซ่อมบำรุง ระหว่าง S280 , S320 (เครื่อง M104 , S400 . S500 เครื่อง M119)
1.ช่วงล่างก็เหมือนกันเกือบทั้งหมด ยกเว้นคันที่มี hydraulic balance , โช้คหน้าไฟฟ้า , จานเบรค , คาลิปเปอร์(ผ้าเบรคเหมือนกัน) โช้ค+สปริง ฯลฯ ----------------------นาน ๆ ถึงจะซ่อมกันครั้งหนึ่ง
2.ภายในก็เหมือน ๆ กัน ยกเว้น คันที่มีเบาะแยก ตู้เย็น ฯลฯ------------นานเช่นกันครับ
3.เครื่อง ------------------ ต้องเรียกว่า "โคตรทนครับ"

ส่วนอะไร ๆ ที่ต้องเปลี่ยนบ้าง ก็ถือเสียว่า รถเกือบ 20 ปีแล้ว ธรรมดา ๆ ครับ แต่เมื่อเปลี่ยนใหม่แล้ว ลองนั่งนับปีดูซิครับ บางคัน นับจนลืมก็ยังไม่เสียเลยครับ ฮาาาาาาาา

ปัญหาการซ่อมรถ อยู่ที่ เจ้าของ และ อู่ ครับ
ส่วน "เงิน" เรื่องเล็กครับ ไม่ตายก็หาไม่ได้ง่าย ๆ หรอกนะครับ ฮาาาาา
 
Last edited:
1.มีจุดสังเกตุตรงไหนบ้างครับ(ไม่เคยซื้อมือ 2 มาก่อน)
2.ข้อเสียของรถรุ่นนี้มีอะไรบ้างครับ(จะได้เตรียมปรับปรุง)
3.เตรียมงบไว้ 1 แสน ไว้เผื่อซ่อมรึเปลี่ยนอะไหล่พอไหมครับ
4.ถ้าจะติดแก๊สด้วยนี่เราควรเลือกถังขนาดเท่าไหนดีครับ

ข้อ1. ขออนุญาตก๊อบข้อความตัวเอง เมื่อ 12/04/2011 มาลงนะครับ
วิธีเลือกรถประกอบกับข้อมูลข้างบนและข้อมูลในการเลือ กซื้อรถมือสอง

1. ขอเขาขึ้นฮ๊อยสท์ ดูใต้ท้องรถให้ละเอียด ช่วงล่างต่าง ๆ รอยรั่ว รอยน้ำมัน
หม้อแคท , O2 เซ็นโง่ ถ้ามีหม้อแคทต้องมี O2เซ็นโง่ 2 ตัว หน้า-หลังแคท รอยผุ รอยตัด รอยโดนชน รอยเปลี่ยนต่าง ๆ
ให้ดีเอาช่างสี/ช่างเครื่อง/ช่างช่วงล่างไปด้วย
ผมพาหลานไป 2 คน มันเป็นช่างอยู่อู่วอลโว่ อิอิ

2.เช็คระบบไฟ หน้า สูง-ต่ำ ตัดหมอก ถอย เลี้ยว ฉุกเฉิน ไฟเก๋ง ไฟกระโปรงท้าย
เบาะ เมมเบาะ หัวพิงเบาะ เบาะหลังเอนไม๊ กระจก
กระจกส่องหลัง กระจกข้างพับได้ไม๊ พวงมาลัยปรับได้ไม๊
กดเมม
ปรับให้หมด แล้วลองกดเมมเบาะดู ทุกอย่างต้องกลับมาที่เดิมเหมือนตอนก่อนปรับ

3. เช็คระบบแอร์ หน้า หลัง เร่งความแรงลม ลด ปิดแอร์ เครื่องยนต์เป็นอย่างไรบ้าง

สำคัญ
4. สตาร์ทเครื่องแล้วเบิ้ลเครื่องแรง ๆ ซัก 2-3 ที ดับเครื่อง
สตาร์ทใหม่ ทำอีกรอบ ดับเครื่อง
สตาร์ทใหม่
ถ้าชึ่งเดียวติดทั้ง 3 ครั้ง ยินดีด้วย
ถ้าไม่ติดแม้แต่ครั้งเดียว.....เผ่น

ยังก่อน
5. สตาร์ทเครื่อง เหยียบเบรคให้แน่น ใส่เกียร์ D เกียร์ต้องเปลี่ยนไม่เกิน 2 วิ
ลองเปลี่ยนใ่ส่ดูให้ครบทุกเกียร์ ถ้าเกิน 2 วิ เผ่น....เดี๋ยวได้ซ่อมเกียร์ 4 หมื่น

6. สตาร์ทเครื่อง เปิดแอร์แรงสุด เหยียบเบรคให้แน่น หมุนพวงมาลัยไปซ้ายให้สุด
เครื่องสะดุดหรือดับหรือมีเสียงประหลาดดังมาไม๊
หมุนไปขวาสุด ดูอีกที
ทำซ้ำซัก 3-4 รอบ รถต้องไม่ดับในรอบเดินเบา ถ้าดับ....เผ่น

7. สตาร์ทเครื่อง เหยียบเบรค ใส่เกียร์ D ปล่อยเบรค
รถต้องออกตัวโดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง
เบรค ใส่เกียร์ถอย สังเกตุเหมือนกัน ถ้าไม่ออกตัว หรือออกตัวอืด ๆ .....เผ่น

8. ลองขับช้า ๆ ทำใจเป็นกลาง ถือว่าขับรถฟรี ขึ้นลูกระนาด เลี้ยว ขึ้นทางชัน ลงทางชัน
เอามันให้เหมือนออฟโร้ด อิอิอิ
ฟังเสียงต่าง ๆ มีอะไร ดังตรงไหน อย่างไร

9. อัดยาวซัก 100-120 ดูซิ มีเสียงลมเข้าหรือเปล่า อะไรดังตรงไหน
ให้ดีพาพวกไปด้วย 2-3 คนคอยฟังเสียงแปลก ๆ
พวกยางขอบประตู กระดูกงู ฟองน้ำตรงสามเหลี่ยมกระจกส่องหลังซ้าย-ขวา มันแพงงงง

พอห่างจากจุดที่ขายพอประมาณ

ให้พรรคพวกถีบคนที่มาเฝ้ารถลงซะ.....เชิดรถเลย :rotflol:



ข้อ 2. ขอคิดซัก 2 ปีก่อน นึกไม่ออก
.
.
.
อ้อ......คันมันใหญ่ หาที่จอดลำบาก :D




ข้อ 3. พอในขั้นพื้นฐาน ช่วงล่างเท่านั้น
เรื่องความร้อน เครื่อง เตรียมอีกซักเท่าตัว เอาอยู่ค่าาาาาาา
เรื่องเบรคแล้วแต่ความคัน มียันแสนกลาง ๆ :eek:




ข้อ 4.โดนัท 72 ลิตรครับ จะได้มีที่ว่างเหลือเพื่อขนของ
ไม่ต้องไปห่วงยางอะไหล่หรอก กลัวยางแตกทางไกลค่อยยกมันใส่ท้ายรถ :D
ผมยัดกระป๋องน้ำยาอุดยางฉุกเฉินเวลายางแบนไว้ 1 กระป๋อง 400 กว่าบาท
เบากว่ายางอะไหล่เย๊อะะะะะ

แต่ 500 ของผมติด 96 ลิตร วิ่งได้ 350 กม. เพราะป๋มเป็นโรคจิต ไม่ชอบจอดรถบ่อย :D

สงกรานต์ไปชะอำมา เฉลี่ยกินแก๊ส 1.900006 บาท/กม. ที่ลิตรละ 12.80 บาท
แต่หลานขับ W124 E280 เฉลี่ยกินแก๊ส 1.82 บาท/กม.
หลานมันเครียดดดดดดดดด บ่นใหญ่ ต้องจูนใหม่ ๆ ๆ ทามมายกินเกือบเท่าปลาวาฬ :rotflol:


ค่าน้ำมัน ไม่ใช่คำตอบหลักของการเลือกซื้อ W140 ครับ เพราะ

S280 กินน้ำมัน 14.10 ลิตร / 100 กม.
S320 " 14.91 "
S400 " 16.01 "
S500 " 17.21 "

(วิ่งนอกเมือง ที่ความเร็ว 90-120 km./hr.)
จะเห็นว่า S280 กับ S500 วิ่งไป 100 กม. กินน้ำมันต่างกันแค่ 3.11 ลิตรเองครับ หรือราว ๆ 130 บาทครับ
แต่ความมันส์ต่างกันราวฟ้ากับดินครับ
ถ้าเชื่อไปถามคุณนก หรือ เสี่ยเสก ฯลฯ ได้ครับ (แต่เสี่ยเสกจะบอกว่า S600 มันส์กว่าเยอะ ไม่เชื่อให้ไปถามพี่เกชาดูอีก ฮาาาาาาาาาาาา)


และถึงอย่างไร 99% พวกเราก็ติด gas กันอยู่แล้วครับ
ส่วนค่าติด gas หัวฉีด + ถัง donut ในสมัยนี้ราคาก็ไม่ได้แพงมากมายแล้วครับ โดย
S280 , S320 ประมาณ 44,000 บาท
S500 ประมาณ 6X,XXX บาทครับ

ส่วนค่าซ่อมบำรุง ระหว่าง S280 , S320 (เครื่อง M104 , S400 . S500 เครื่อง M119)
1.ช่วงล่างก็เหมือนกันเกือบทั้งหมด ยกเว้นคันที่มี hydraulic balance , โช้คหน้าไฟฟ้า , จานเบรค , คาลิปเปอร์(ผ้าเบรคเหมือนกัน) โช้ค+สปริง ฯลฯ ----------------------นาน ๆ ถึงจะซ่อมกันครั้งหนึ่ง
2.ภายในก็เหมือน ๆ กัน ยกเว้น คันที่มีเบาะแยก ตู้เย็น ฯลฯ------------นานเช่นกันครับ
3.เครื่อง ------------------ ต้องเรียกว่า "โคตรทนครับ"

ส่วนอะไร ๆ ที่ต้องเปลี่ยนบ้าง ก็ถือเสียว่า รถเกือบ 20 ปีแล้ว ธรรมดา ๆ ครับ แต่เมื่อเปลี่ยนใหม่แล้ว ลองนั่งนับปีดูซิครับ บางคัน นับจนลืมก็ยังไม่เสียเลยครับ ฮาาาาาาาา

ปัญหาการซ่อมรถ อยู่ที่ เจ้าของ และ อู่ ครับ
ส่วน "เงิน" เรื่องเล็กครับ ไม่ตายก็หาไม่ได้ง่าย ๆ หรอกนะครับ ฮาาาาา

เสริมให้

1. S280 2799cc 193แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 ทำได้ 10.8วิ ความเร็วสูงสุด 215
2. S320 3199cc 231แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 ทำได้ 8.9วิ ความเร็วสูงสุด 230
3. S420 4196cc 279แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 ทำได้ 7.9วิ ความเร็วสูงสุด 245
4. S500 4973cc 320แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 ทำได้ 7.0วิ ความเร็วสูงสุด 250
5. S600 5987cc 394แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 ทำได้ 6.3วิ ความเร็วสูงสุด 250

ทั้งหมดอยู่ในตัวถังขนาดยาว 5.113เมตร กว้าง 1.886เมตร สูง 1.495เมตร


ขออนุญาตก็อปปี้ข้อความของพี่เสก ณ เอ๊ดแอว เมื่อ 29/10/2008 มาลงอีกครั้งครับ

ประตูดูด..ถ้ามันเสียที่กล่อง เซียงกงประมาณ หกเจ็ดแปดพัน ..แต่เสียยากมั่กๆ ถ้าไม่ถึงที่จริงๆ ช่างทวนเอาอยู่ ..ถ้ามันเสียที่ประตู อะไหล่มันก็ประตูละสองพันก่าๆ..จบ..ถ้ายังไม่อยากซ่อ มก็ปิดแรงหน่อยเหมือนประตูปกติ..มันก็คงไม่ดิ้นตายหร อกน่า

ช่วงล่าง..อันนี้น่ากลัวน้อยที่สุด ต้องยอมจ่าย จะรื้อลุยทีเดียวหรือค่อยๆแกะไปทีละชิ้นสองชิ้นก็แล้ วแต่ มันแพงกว่าก็จริง แต่ลองคิดดูว่าอ้ายที่ติดรถมานะ มันอยู่มาสิบปีแล้วนะ ถ้าเปลี่ยนใหม่ก็ต้องได้อีกห้าปีเป็นอย่างน้อยมั้ยล่ ะ อย่างที่ท่านสีฝุ่นว่าไว้ข้างบน มันแพงจริงแต่ไม่ถึงขั้นจ่ายไม่ไหวหรือหมดเนื้อหมดตั วหรอกน่า

ระบบแอร์..ต้องหาช่างที่รู้จริงประเภท ถอดหน้าปัทม์ได้เพื่อเข้าไปจัดการตู้แอร์ได้เงี้ย มีวิธีดัดแปลง เพื่อให้ลูกเล่นมันน้อยลงเอาเท่าที่จำเป็นก็พอ โอกาสจะเสียอีกทีมันก็น้อยลงไป
ถ้าเจอรุ่นแอร์จอ แล้วกลัวมันเสีย..อันละหมื่นกว่า..แล้วตากลมหรือซีคล าสตัวสุดท้ายไม่กลัวกันหรือไง เพราะมันก็จอเดียวกันน่ะแหละ

ส่วนพวกออพชั่น ของเล่นน่ะ ตัดๆมันทิ้งไปซะได้ก็ดี..อันนี้แพงจริง แต่ไม่มีก็ไม่เห็นจะเดือนร้อนอันใด เช่น เบาะหลังปรับเอนได้เงี้ย..จะไปกังวลกะมันทำไม ถ้าขับเอง ถ้ามีอยู่ล่ะก็รับรองว่าใครขึ้นมาก็ต้องลองปรับ เด๋วมันก็เดี้ยง..ทำนองเนี้ย

เหลือไว้แค่เท่าที่จำเป็น เช่น กระจกมองข้างพับได้ ครุ๊สคอนโทรล ก็พอแล้ว


พี่จตุพงษ์ครับ
"เงินไม่ใช่ปัญหาครับ ปัญหาคือ....ไม่มีมัน" กร๊ากกกกกกก
 
"เงินไม่ใช่ปัญหาครับ ปัญหาคือ....ไม่มีมัน" กร๊ากกกกกกก ชอบตรงนี้ม๊่ากๆๆๆๆ
 
ผมคนหนึ่ง ที่ใช้ S280 W140 .ใช้งานมา ห้าปีกว่าแล้ว ของ ปี 95-96 ฝา ดำ เกียร์ จุด 4
เป็นที่น่า ภูมิใจ และชอบ มาก ซ่อม บำรุงมีบาง ที่หนักๆ แต่รับไ้ด้ ตอนได้มาใหม่ๆ เลยจัดไปชุดใหญ่หลายอย่าง ตอน นี้สองปีกว่า ยัง ใช้แบบไม่กวน ใจเลย
และ ขอ ติท่าน ที่ว่า อืด ลากตัวเองไม่ ไหว เหยียบแล้ว คลาน ว่า ท่าน เคยใช้ตัว นี้ จริงจัง แค่ไหน แต่อย่า ไปเทียบ ตัว 500 -600 มัน คนละเรื่อง ทั้งค่าซ่อม ดูแลรักษา และกิน น้ำมัน
เนื่องจากรถเก็บเสียงได้ดี และนุ่ม เวลารถออกตัว เราจะรู้สึกว่า รถไม่วิ่ง ปรึ็ด เหมือน รถเล็ก อีกอย่าง เป็นการบอกถึง วุติภาวะของผู้ขับ ว่า มันไม่ใช่วัยรุ่นปาดซ้ายปาดขวา ขับ รถดีใหญ่ต้องสุขุม เรียบร้อยหน่อย
หากใจสู้ยอมจา่ย ค่าน้ำมัน ที่สูบทำงาน ก็ได้ดังใจเช่นกัน ผมขับมา วิ่ง ทางไกลบ่อย เกือบ ทุกเดือน ต้อง เดินทางไป ตจว. ระยะ พันกว่ากิโล รวดเดียว สบายๆ กลับมาอีก พันกว่ากิโลอีก บนท้อง ถนน หารถ ที่จะแซงเรายาก
ความเร็ว ปกติ 140 -190แล้วแต่จังหวะ เร็วกว่านี้ ก็อัดได้ แต่เส้นทางบนท้องถนนไม่อำนวย เคยลอง 225 ยัง เรียบนิ่ง (การใช้ความเร็วสูงเป็นสิ่งที่อันตราย และผิดกฎหมาย กายใจต้องพร้อม รถต้องพร้อม) ระดับ ความ เร็ว 140-170 หากไม่มองไมล์ จะรุ์สึกว่า วิ่ง แค่ร้อยนิด ของรถเล็กและกระบะ พ่อตาผมเคยนั่งมาทางไกล ปกตเขาขับแต่กระบะ และ รถเล็ก บ่นว่า ไม่เคยนั่งรถเกินร้อยยี่สิบ กลัว ท่าน อายุ 70 กว่าแล้ว
แต่วันนั้น ผมถามท่านว่า รู้มัย ตอนนี้ รถวิ่งที่ความเร็วใด ท่านตอบ ว่า ร้อยยี่สิบ น่าจะได้ ผมเลย บอกว่า ลองดูที่ไมล์
ว่าวิ่ง เท่าไหร่ เพราะผมต้องใช้สมาธิสุงต้องมองแต่ข้างหน้า ไม่คลาดสายตา ท่านบอกว่า ร้อยแปดสิบกว่ารึเนี๊ยะ
ไม่รู้สึกว่าเร็วเลย ผมถามว่ากลัวมัย เขาตอบ ว่า เฉยๆ เสียง เบาๆว่า ระวังๆ หน่อย
ท่านที่ มองๆอยู่อย่า รีรอ คุ้มค่า จริง และไม่ผิดหวัง อีกอย่าง มัน จะทำให้เรา ขับ สบาย ไม่กินแรง ไม่ล้า อะไหล่ หาง่าย
ก่อนหน้านั้น ใช้190e มาห้าหกปีตอนนั้น ก้อถือว่าดีแล้ว พอ ตัว นี้ ดีกว่าอีกมาก สำหรับ ผมมิบังอาจมอง ที่สูงกว่านี้ งบ มีจำกัด ด้วย หยดเหงื่อ ( เน้นทางไกล นะ ครับถึงจะรู้ซึ้ง )

ชอบคำตอบสมาชิกท่านนี้ครับ ตอบแบบมีเหตุมีผลและวุฒิภาวะ มองโลกตามความเป็นจริงไม่เอาความรู้สึกส่วนตัวผสมลงไปจนสับสน คนที่ใช้รถจริงๆจังๆและเข้าใจในยานพาหนะนั้นๆ ใช้รถอะไรก็มีความสุขได้ครับ ขอคารวะหนึ่งจอก(น้ำขวดนะครับ เหล้าไม่ดื่ม)
 
ชอบคำตอบสมาชิกท่านนี้ครับ ตอบแบบมีเหตุมีผลและวุฒิภาวะ มองโลกตามความเป็นจริงไม่เอาความรู้สึกส่วนตัวผสมลงไปจนสับสน คนที่ใช้รถจริงๆจังๆและเข้าใจในยานพาหนะนั้นๆ ใช้รถอะไรก็มีความสุขได้ครับ ขอคารวะหนึ่งจอก(น้ำขวดนะครับ เหล้าไม่ดื่ม)

ผมกับคุณนก เจอกันคนละดอก นี่ดีนะที่ลุงสี่ไม่อยู่ เสี่ยเสกไม่มา ฯลฯ ไม่่งั้น "โดนกันหมดทั้งวง"
ผมก็ของขึ้นเป็นเหมือนกันนะครับ ฮาาาาาาาา

1. "เหตุผล" ของพวกเรา คือ S280 อืดครับ เข้าใจคำว่า "อืด" ไหมครับ ? ถ้าไม่เข้าใจก็ลองขับ 280 ,320 และ 500 ดูซีครับ จะเข้าใจดี และ ต่อไปนี้คือ เหตุผลของความอืดครับ

เอากันแบบต่ำสุด ๆ ท่านลองเอารถขึ้นตาชั่งแล้วเอา 10 หารดูซีครับว่า ได้เท่าไหร่ ? นั่นแหละคือ แรงม้าขั้นต่ำที่ควรจะลาก body ได้ (ถ้าจะเอากันให้ดี ๆ ตัวหารควรจะน้อยกว่านี้ครับ).......ข้อนี้คุณนกตอบไปแล้ว
**ผมก็เห็นเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนที่เคยเล่น S280 สุดท้ายก็ต้องไปควักไส้เป็น 320 บางคนก็เปลี่ยนไปเล่น 500 เลยก็มีครับ**

เหตุผลของการกินน้ำมัน ผมก็บอกไปแล้วว่า ใน 100 กม. 280 กินต่างจาก 320 แค่ 0.81 ลิตร และ ต่างจาก 500 แค่ 3.11 ลิตร...........นี่คือ เหตุผลของการกินน้ำมันเชื้อเพลิงครับ

เหตุผลของค่าใช้จ่ายในการติด gas 280 กับ 320 เท่ากัน แต่ต่างจาก 500 ราว 20,000 บาทครับ

ส่วนเหตุผลของการซ่อมบำรุง ก็แล้วแต่อาการครับ ไม่เถียงหรอกครับว่า 500 ซ่อมแพงกว่า แต่ส่วนใหญ่ก็เฉพาะในส่วนใต้ฝากระโปรงหน้าเท่านั้นแหละครับ (ส่วนอื่น ๆ ก็คล้าย ๆ กัน ตามที่ได้ตอบไปแล้วครับ)

"วุฒิภาวะ" หมายถึง ความสามารถในการยับยั้งชั่งใจหรือควบคุมอารมณ์ความต้องการของตนเอง ภาวะที่ได้รับการพัฒนาเต็มบริบูรณ์ ทำให้บุคคลมีคุณสมบัติ คุณภาพเต็มตัวในด้านบุคลิกภาพและพฤติกรรมด้านอารมณ์

ผมว่า พวกเรามีพร้อมนะครับ

2. " มองโลกตามความเป็นจริงไม่เอาความรู้สึกส่วนตัวผสมลงไปจนสับสน "

พวกผม มองโลกแบนไปหรือครับ ? ก็เหตุผลในข้อ 1. ไง คือ ความเป็นจริง
ไม่ได้เอาความรู้สึกส่วนตัวผสมลงไปเลย และ ไม่ได้ทำให้ใครสับสน

พวกเราที่ตอบ ๆ กัน ส่วนใหญ่ก็เคยขับ เคยใช้ W140 กันมาทั้งนั้นแแหละครับ

3. " คนที่ใช้รถจริงๆจังๆและเข้าใจในยานพาหนะนั้นๆ ใช้รถอะไรก็มีความสุขได้ครับ "

พวกผม ก็ไม่ได้ใช้รถเล่น ๆ นะครับ ขับกันล้อหมุนเหมือนกัน รู้บ้างไม่รู้บ้าง เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง แต่ก็ถือเป็นศิษย์มีครูเหมือนกันครับ

***** สำหรับพวกผม ชอบรถที่ขับแล้ว "สนุก" มากกว่าครับ******

ผมอยากสรุึปว่า ทุกอย่างเป็นข้อมูลในการตัดสินใจของเพื่อนสมาชิกที่ถามมาครับ ข้อมูลที่ดีต้องมีหลายด้านและหลายแห่งครับ ความเห็นต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องไปในทิศทางเดียวกันครับ ยิ่งมากทิศทาง แต่เป็นความจริง ยิ่งมีประโยชน์ในการตัดสินใจครับ ขอขอบคุณ
 
อ้อ....S280 เวลาออกตัวลองไม่ต้องคิ๊กดาวน์ดูซิครับ
ดึงลงมาเกียร์ 3 แล้วตื๊บเลย ผมว่าพวก "3 ห่วง 3 ดอร์ ดังแต่ท่อล้อไม่หมุน" ตามไม่ทันหรอกครับ
:ylsuper:

ผมเชนเกียร์ตลอด แซงก็ดึงลง 3 รุ่นพี่นึกว่าติดไนตรัส :n02:

อันนี้เป็นมรดกความรู้ที่ลุง4 ทิ้งไว้ให้ผม ทำให้ผมขับรถใช้เกียร์ให้เป็นประโยชน์มากกว่าเดิม


กราบขอบพระคุณลุง 4 ครับ


สงกรานต์ไปชะอำมา เฉลี่ยกินแก๊ส 1.900006 บาท/กม. ที่ลิตรละ 12.80 บาท
แต่หลานขับ W124 E280 เฉลี่ยกินแก๊ส 1.82 บาท/กม.

หลานมันเครียดดดดดดดดด บ่นใหญ่ ต้องจูนใหม่ ๆ ๆ ทามมายกินเกือบเท่าปลาวาฬ :rotflol:

ผมไม่ได้ว่า 280 อืด !!!!!
ลองใช้เกียร์ดูหรือยัง ใช้ให้เป็นก็ฉิวเหมือนกัน

แต่......

ดูข้อมูลที่ 2 ของผมนะครับ อันนี้ผมให้เฉพาะข้อมูล...แต่ไม่ได้ว่า 280 อืด !!!!!

S500 กินแก๊ส 1.9 (เน้น....คันของผม...เท่านั้น)
E280 กินแก๊ส 1.8 (เน้น....คันของหลานผม...และเป็นคันเก่าของผม...เท่านั้น)
ที่ระยะทางเท่ากัน จากที่เดียวกัน ไปที่เดียวกัน

ถ้าเอา M104 280 เครื่องของหลานผมเท่านั้น
ไปยัดในตัวถัง 140 ของผมเท่านั้น
ซึ่งตัวถังมันหนักมากกว่าเดิมเกือบเท่าตัว
แล้วมันจะซดแบบมโหราฬไหมนี่ แล้วมันจะโหลดมากไหมนี่

คิดง่าย ๆ พี่เป็นเครื่องยนต์ ลองอุ้ม เมียซึ่งเป็นตัวถังรถ วิ่งดู
ถ้าบอดี้เมียร่างนางแบบสะโอดสะอง เครื่องขนาดพี่ก็อุ้มวิ่งฉิว
ถ้าเมียตัวเป็นนางยักษ์พันธุรัตน์ เครื่องขนาดพี่ก็เหงื่อตก.....

(แล้วเครื่องอย่างพี่ก็จะคิดในใจว่า....การูเลือกผิด...รู้งี้.....(ไปเลือกจากกระทู้แมวเหมียวดีกว่า :n02:))



เรื่องแบบนี้ใคร ๆ ก็ไม่ชอบให้คนอื่นมาว่ารถตัวเอง หรือไปว่ารถคนอื่นหรอกครับ
แต่ที่พี่ ๆ ในนี้เค้าตอบกันเพราะ ไม่อยากให้เลือกผิด เดี๋ยวมา...รู้งี้....
พี่ ๆ เค้ารวมประสบการณ์มาเพื่อเป็นแนวทางให้สามารถเดินระยะทางสั้นที่สุด
ไปสู่เป้าหมายให้เร็วที่สุด และแนะนำต่อ ๆ กันไป


คนเราไม่ต้องเจอประสบการณ์เองทุกอย่างหรอกครับ
การเรียนรู้จากประสบการณ์คนอื่น เป็นวิธีการเรียนรู้ที่ลัด เร็ว ง่ายที่สุด

ยาเสพติดดีไหม......พวกที่ตอบว่าไม่ดี ร้อยละ 90 ไม่เคยเสพยาเสพติด แต่รู้ว่าไม่ดี
เรื่องอย่างนี้ต้องมีประสบการณ์ไหม...หรือต้องให้คนติดยามาบอกด้วยตัวเอง


ทุกอย่างในนี้เป็นเพียง "ข้อมูล"
แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือคนที่ใช้
ถ้ามีความสุข พอใจ พอเพียง ตามอัตภาพ และเข้าใจรถ นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุด...สำหรับตัวเอง

ผมตอบเสมอว่า "ก็เงินของพี่ รถของพี่นี่ครับ....ไม่มีใครบังคับพี่ได้หรอก" :thumbup:
 
คนที่ใช้ 500 มีใครขายทิ้งเปลี่ยนเป็น 280 มั่งหรือเปล่าครับ อยากทราบ
แต่คนที่ใช้ 280 ไม่เปลี่ยนรถก็เปลี่ยนเครื่อง แต่ผมว่าใครใช้รุ่นไหนอยู่ก็ใช้กันคุ้มทั้งนั้นครับ
เอ... เคยเห็นใครใช้ 500 แล้วเปลี่ยนเป็น 600 หว่า แว๊บๆ
280 ตัวเลือกเยอะ จำนวนรถเยอะกว่า ได้ปีใหม่กว่า
500 เยี่ยมกว่าถ้าติดแก๊สยิ่งคุ้ม
600 มีน้อยมาก ผมยังไม่กล้าเลยอะ
 
Last edited:
ซื้อทั้งทีครับก็เลือกดีๆtop หรือพี่จะซื้อทีแล้วขายซื้ออีกที ผมว่าเหนื่อยอ่ะ ราคาก็หนีกันไม่มาก จิงป่าวเพ่55
 
ขอมาแจมด้วยละกันครับ ผมก็เป็นคนนึงที่คลั่งไคล์ซื้อปลาวาฬ 500 มาเล่นได้ปีนึงพอดีๆละ สิ่งที่ทำไปต่างๆนาๆก็มีดังนี้

รถ 850,000 แพงนะ ปี 95 แต่คนมันชอบ ทำไงได้
ติดแก้ส 60,000 โดนัท 71 ลิตร
ทำภายในใหม่ 25,000 กิ๊งน่านั่งมาก
ทำเครื่องเสียงอีก 50,000

ปัญหาที่เจอ
น้ำเข้าฝาสูบ ถอดมาขัดกลึงใหม่หมด รวมวาล์ล ทำรวมหม้อน้ำใหม่เลย 70,000 บาท
หัวฉีดไป เปลี่ยนที 8 ตัว หมดไป 32,000
ทำช่วงล่าง+เกียร์(.3)+กระปุกพวงมาลัย หมดไปเกือบ 200,000

รวมๆแล้ว ออก Camry 2.0 ได้คันนึง

ถามว่าโง่ไหมที่ซ่อมเยอะขนาดนี้ ก็เหนื่อยนะ ท้อในบางครั้งที่มาเสียก๊อกๆแก๊กๆ เพราะแก้ไม่จบ นอนอู่บ่อยเหมือนกัน มีเรื่องกวนใจทุกๆ 4-6 เดือน

แต่ความสุขที่ได้จากมัน โอ้โห อย่าให้เซด ช่วงล่างนุ่ม แต่เกาะมาก ไม่มีบาลานซ์นะ อัตราเร่งสุดยอด แรงบิดมหาศาล กด 230 สบายๆ พ่อแม่นั่งชอบมาก ความรู้สึกเหมือนครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ได้เป็น King of the road

ผมวิ่งกทม-พระพุทธบาท สระบุรีทุกอาทิตย์ ดีมาก โลละ 2 บาท กดเท่าไหร่ก็ประมาณนี้ ขับเท่าไหร่ก็ไม่เหนื่อย กด 140-180 เป็นปกติ เปิดซันรูฟกินลม ดูพระจันทร์ทุกวัน ในเมืองก็ โลละ 3 บาท

คงใช้ให้พอใจประมาณ 2-3 ปี หลังจากแต่งงานมีลูกแล้ว คงหารถที่ไม่ต้องดูแล(ยุ่น) มาขี่แทน แต่ตอนนี้ ขอเท่ห์ขี่ปลาวาฬไปก่อนนะคร้าบ
 
ขอคำแนะนำครับ

เป็นอีกหนึ่งคนครับ ที่สนใจอยากมี 140 ไว้ครอบครอง กะว่าจะเอาแกรนด์เวียนไปลดค่าตัวเจ้าปลาวาฬคันนี้
เห็นมีลงขายในตลาดรถอยู่หลายคันครับ ไม่ทราบว่าถ้าเอาตัวกาบเรียบมาแปลงเป็นกาบร่อง จะดีหรือไม่ครับ
รบกวนขอคำแนะนำด้วยนะครับ กลัวๆกล้าๆ แต่ก็อยากได้ ขอบพระคุณล่วงหน้าครับ
 
นอกเรื่อง นิดนึง ครับ พี่ จะขาย kia เท่าไหร่ครับ บังเอิญว่ากำลังอยากได้:p
 
นอกเรื่อง นิดนึง ครับ พี่ จะขาย kia เท่าไหร่ครับ บังเอิญว่ากำลังอยากได้:p

เอาตรงๆแบบไม่ต้องต่อเลยนะครับ พ่อผมถ้าได้350000 เอาไปเลยครับ เคยเอาไปให้เต้นหลายที่ตีราคา
ให้มากสุด 330000 ราคาเต้นซื้อเข้านะครับ ถ้าสนใจ 088-594-6661 ครับ
😉😉
 
Back
Top