1.มีจุดสังเกตุตรงไหนบ้างครับ(ไม่เคยซื้อมือ 2 มาก่อน)
2.ข้อเสียของรถรุ่นนี้มีอะไรบ้างครับ(จะได้เตรียมปรับปรุง)
3.เตรียมงบไว้ 1 แสน ไว้เผื่อซ่อมรึเปลี่ยนอะไหล่พอไหมครับ
4.ถ้าจะติดแก๊สด้วยนี่เราควรเลือกถังขนาดเท่าไหนดีครับ
ข้อ1. ขออนุญาตก๊อบข้อความตัวเอง เมื่อ 12/04/2011 มาลงนะครับ
วิธีเลือกรถประกอบกับข้อมูลข้างบนและข้อมูลในการเลือ กซื้อรถมือสอง
1. ขอเขาขึ้นฮ๊อยสท์ ดูใต้ท้องรถให้ละเอียด ช่วงล่างต่าง ๆ รอยรั่ว รอยน้ำมัน
หม้อแคท , O2 เซ็นโง่ ถ้ามีหม้อแคทต้องมี O2เซ็นโง่ 2 ตัว หน้า-หลังแคท รอยผุ รอยตัด รอยโดนชน รอยเปลี่ยนต่าง ๆ
ให้ดีเอาช่างสี/ช่างเครื่อง/ช่างช่วงล่างไปด้วย
ผมพาหลานไป 2 คน มันเป็นช่างอยู่อู่วอลโว่ อิอิ
2.เช็คระบบไฟ หน้า สูง-ต่ำ ตัดหมอก ถอย เลี้ยว ฉุกเฉิน ไฟเก๋ง ไฟกระโปรงท้าย
เบาะ เมมเบาะ หัวพิงเบาะ เบาะหลังเอนไม๊ กระจก
กระจกส่องหลัง กระจกข้างพับได้ไม๊ พวงมาลัยปรับได้ไม๊
กดเมม
ปรับให้หมด แล้วลองกดเมมเบาะดู ทุกอย่างต้องกลับมาที่เดิมเหมือนตอนก่อนปรับ
3. เช็คระบบแอร์ หน้า หลัง เร่งความแรงลม ลด ปิดแอร์ เครื่องยนต์เป็นอย่างไรบ้าง
สำคัญ
4. สตาร์ทเครื่องแล้วเบิ้ลเครื่องแรง ๆ ซัก 2-3 ที ดับเครื่อง
สตาร์ทใหม่ ทำอีกรอบ ดับเครื่อง
สตาร์ทใหม่
ถ้าชึ่งเดียวติดทั้ง 3 ครั้ง ยินดีด้วย
ถ้าไม่ติดแม้แต่ครั้งเดียว.....เผ่น
ยังก่อน
5. สตาร์ทเครื่อง เหยียบเบรคให้แน่น ใส่เกียร์ D เกียร์ต้องเปลี่ยนไม่เกิน 2 วิ
ลองเปลี่ยนใ่ส่ดูให้ครบทุกเกียร์ ถ้าเกิน 2 วิ เผ่น....เดี๋ยวได้ซ่อมเกียร์ 4 หมื่น
6. สตาร์ทเครื่อง เปิดแอร์แรงสุด เหยียบเบรคให้แน่น หมุนพวงมาลัยไปซ้ายให้สุด
เครื่องสะดุดหรือดับหรือมีเสียงประหลาดดังมาไม๊
หมุนไปขวาสุด ดูอีกที
ทำซ้ำซัก 3-4 รอบ รถต้องไม่ดับในรอบเดินเบา ถ้าดับ....เผ่น
7. สตาร์ทเครื่อง เหยียบเบรค ใส่เกียร์ D ปล่อยเบรค
รถต้องออกตัวโดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง
เบรค ใส่เกียร์ถอย สังเกตุเหมือนกัน ถ้าไม่ออกตัว หรือออกตัวอืด ๆ .....เผ่น
8. ลองขับช้า ๆ ทำใจเป็นกลาง ถือว่าขับรถฟรี ขึ้นลูกระนาด เลี้ยว ขึ้นทางชัน ลงทางชัน
เอามันให้เหมือนออฟโร้ด อิอิอิ
ฟังเสียงต่าง ๆ มีอะไร ดังตรงไหน อย่างไร
9. อัดยาวซัก 100-120 ดูซิ มีเสียงลมเข้าหรือเปล่า อะไรดังตรงไหน
ให้ดีพาพวกไปด้วย 2-3 คนคอยฟังเสียงแปลก ๆ
พวกยางขอบประตู กระดูกงู ฟองน้ำตรงสามเหลี่ยมกระจกส่องหลังซ้าย-ขวา มันแพงงงง
พอห่างจากจุดที่ขายพอประมาณ
ให้พรรคพวกถีบคนที่มาเฝ้ารถลงซะ.....เชิดรถเลย :rotflol:
ข้อ 2. ขอคิดซัก 2 ปีก่อน นึกไม่ออก
.
.
.
อ้อ......คันมันใหญ่ หาที่จอดลำบาก
ข้อ 3. พอในขั้นพื้นฐาน ช่วงล่างเท่านั้น
เรื่องความร้อน เครื่อง เตรียมอีกซักเท่าตัว เอาอยู่ค่าาาาาาา
เรื่องเบรคแล้วแต่ความคัน มียันแสนกลาง ๆ
ข้อ 4.โดนัท 72 ลิตรครับ จะได้มีที่ว่างเหลือเพื่อขนของ
ไม่ต้องไปห่วงยางอะไหล่หรอก กลัวยางแตกทางไกลค่อยยกมันใส่ท้ายรถ

ผมยัดกระป๋องน้ำยาอุดยางฉุกเฉินเวลายางแบนไว้ 1 กระป๋อง 400 กว่าบาท
เบากว่ายางอะไหล่เย๊อะะะะะ
แต่ 500 ของผมติด 96 ลิตร วิ่งได้ 350 กม. เพราะป๋มเป็นโรคจิต ไม่ชอบจอดรถบ่อย
สงกรานต์ไปชะอำมา เฉลี่ยกินแก๊ส 1.900006 บาท/กม. ที่ลิตรละ 12.80 บาท
แต่หลานขับ W124 E280 เฉลี่ยกินแก๊ส 1.82 บาท/กม.
หลานมันเครียดดดดดดดดด บ่นใหญ่ ต้องจูนใหม่ ๆ ๆ ทามมายกินเกือบเท่าปลาวาฬ :rotflol:
ค่าน้ำมัน ไม่ใช่คำตอบหลักของการเลือกซื้อ W140 ครับ เพราะ
S280 กินน้ำมัน 14.10 ลิตร / 100 กม.
S320 " 14.91 "
S400 " 16.01 "
S500 " 17.21 "
(วิ่งนอกเมือง ที่ความเร็ว 90-120 km./hr.)
จะเห็นว่า S280 กับ S500 วิ่งไป 100 กม. กินน้ำมันต่างกันแค่ 3.11 ลิตรเองครับ หรือราว ๆ 130 บาทครับ
แต่ความมันส์ต่างกันราวฟ้ากับดินครับ
ถ้าเชื่อไปถามคุณนก หรือ เสี่ยเสก ฯลฯ ได้ครับ (แต่เสี่ยเสกจะบอกว่า S600 มันส์กว่าเยอะ ไม่เชื่อให้ไปถามพี่เกชาดูอีก ฮาาาาาาาาาาาา)
และถึงอย่างไร 99% พวกเราก็ติด gas กันอยู่แล้วครับ
ส่วนค่าติด gas หัวฉีด + ถัง donut ในสมัยนี้ราคาก็ไม่ได้แพงมากมายแล้วครับ โดย
S280 , S320 ประมาณ 44,000 บาท
S500 ประมาณ 6X,XXX บาทครับ
ส่วนค่าซ่อมบำรุง ระหว่าง S280 , S320 (เครื่อง M104 , S400 . S500 เครื่อง M119)
1.ช่วงล่างก็เหมือนกันเกือบทั้งหมด ยกเว้นคันที่มี hydraulic balance , โช้คหน้าไฟฟ้า , จานเบรค , คาลิปเปอร์(ผ้าเบรคเหมือนกัน) โช้ค+สปริง ฯลฯ ----------------------นาน ๆ ถึงจะซ่อมกันครั้งหนึ่ง
2.ภายในก็เหมือน ๆ กัน ยกเว้น คันที่มีเบาะแยก ตู้เย็น ฯลฯ------------นานเช่นกันครับ
3.เครื่อง ------------------ ต้องเรียกว่า "โคตรทนครับ"
ส่วนอะไร ๆ ที่ต้องเปลี่ยนบ้าง ก็ถือเสียว่า รถเกือบ 20 ปีแล้ว ธรรมดา ๆ ครับ แต่เมื่อเปลี่ยนใหม่แล้ว ลองนั่งนับปีดูซิครับ บางคัน นับจนลืมก็ยังไม่เสียเลยครับ ฮาาาาาาาา
ปัญหาการซ่อมรถ อยู่ที่ เจ้าของ และ อู่ ครับ
ส่วน "เงิน" เรื่องเล็กครับ ไม่ตายก็หาไม่ได้ง่าย ๆ หรอกนะครับ ฮาาาาา
เสริมให้
1. S280 2799cc 193แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 ทำได้ 10.8วิ ความเร็วสูงสุด 215
2. S320 3199cc 231แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 ทำได้ 8.9วิ ความเร็วสูงสุด 230
3. S420 4196cc 279แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 ทำได้ 7.9วิ ความเร็วสูงสุด 245
4. S500 4973cc 320แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 ทำได้ 7.0วิ ความเร็วสูงสุด 250
5. S600 5987cc 394แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 ทำได้ 6.3วิ ความเร็วสูงสุด 250
ทั้งหมดอยู่ในตัวถังขนาดยาว 5.113เมตร กว้าง 1.886เมตร สูง 1.495เมตร
ขออนุญาตก็อปปี้ข้อความของพี่เสก ณ เอ๊ดแอว เมื่อ 29/10/2008 มาลงอีกครั้งครับ
ประตูดูด..ถ้ามันเสียที่กล่อง เซียงกงประมาณ หกเจ็ดแปดพัน ..แต่เสียยากมั่กๆ ถ้าไม่ถึงที่จริงๆ ช่างทวนเอาอยู่ ..ถ้ามันเสียที่ประตู อะไหล่มันก็ประตูละสองพันก่าๆ..จบ..ถ้ายังไม่อยากซ่อ มก็ปิดแรงหน่อยเหมือนประตูปกติ..มันก็คงไม่ดิ้นตายหร อกน่า
ช่วงล่าง..อันนี้น่ากลัวน้อยที่สุด ต้องยอมจ่าย จะรื้อลุยทีเดียวหรือค่อยๆแกะไปทีละชิ้นสองชิ้นก็แล้ วแต่ มันแพงกว่าก็จริง แต่ลองคิดดูว่าอ้ายที่ติดรถมานะ มันอยู่มาสิบปีแล้วนะ ถ้าเปลี่ยนใหม่ก็ต้องได้อีกห้าปีเป็นอย่างน้อยมั้ยล่ ะ อย่างที่ท่านสีฝุ่นว่าไว้ข้างบน มันแพงจริงแต่ไม่ถึงขั้นจ่ายไม่ไหวหรือหมดเนื้อหมดตั วหรอกน่า
ระบบแอร์..ต้องหาช่างที่รู้จริงประเภท ถอดหน้าปัทม์ได้เพื่อเข้าไปจัดการตู้แอร์ได้เงี้ย มีวิธีดัดแปลง เพื่อให้ลูกเล่นมันน้อยลงเอาเท่าที่จำเป็นก็พอ โอกาสจะเสียอีกทีมันก็น้อยลงไป
ถ้าเจอรุ่นแอร์จอ แล้วกลัวมันเสีย..อันละหมื่นกว่า..แล้วตากลมหรือซีคล าสตัวสุดท้ายไม่กลัวกันหรือไง เพราะมันก็จอเดียวกันน่ะแหละ
ส่วนพวกออพชั่น ของเล่นน่ะ ตัดๆมันทิ้งไปซะได้ก็ดี..อันนี้แพงจริง แต่ไม่มีก็ไม่เห็นจะเดือนร้อนอันใด เช่น เบาะหลังปรับเอนได้เงี้ย..จะไปกังวลกะมันทำไม ถ้าขับเอง ถ้ามีอยู่ล่ะก็รับรองว่าใครขึ้นมาก็ต้องลองปรับ เด๋วมันก็เดี้ยง..ทำนองเนี้ย
เหลือไว้แค่เท่าที่จำเป็น เช่น กระจกมองข้างพับได้ ครุ๊สคอนโทรล ก็พอแล้ว
พี่จตุพงษ์ครับ
"เงินไม่ใช่ปัญหาครับ ปัญหาคือ....ไม่มีมัน" กร๊ากกกกกกก