กู้สภาพ ปลาวาฬ 140 (สมาชิกที่ขอนแก่น ครับ)

เนื่องจากไปเจอ สวิชอ่างน้ำมันเครื่องซึม ก็เลยอยากเปลี่ยนสวิชตัวนี้ซึ่งอยู่ในแคร้งน้ำมันเครื่องครับ ดังนั้น ไหนๆก็เปิดอ่างน้ำมันเครื่องแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนปะเก็นอ่างน้ำมันเครื่องด้วยครับ

ในรูป ตัวเงาๆนั่นแหละครับเริ่มซึ่งแล้ว แต่กำลังจะซึมต่อไปจนเป็นหยด ดังนั้นเปลี่ยนดีกั่ว สบายใจดีครับ



หน้าตาของใหม่เป็นแบบนี้ครับ p/n A126 542 0817 : 1300 บาท/อัน



ปะเก็นอ่างน้ำมันเครื่องเล็ก ในรูปจะเป็นตัวซ้าย (สีแดง) p/n A119 014 0622 : 800 บาท/ตัว ส่วนตัวขวาเป็นปะเก็นน้ำมันเครื่องอ่างใหญ่ 800 บาท/ตัว (ขออภัยไม่มี p/n) ไม่ได้เปลี่ยนแต่เก็บเป็นอะไหล่ครับ



ช่างบอกพอเปิดอ่างออกมาเจอเศษรางดันโซ่ที่แตกอยู่ที่ก้นอ่างน้ำมันเครื่องเล็ก เอาล่ะสิ งานเข้าอีกแล้ว



พอช่างเปิดฝาสูบซ้าย-ขวา Oh, my Buddha เจ้าของเดิมเปลี่ยนให้แล้ว ดีใจจังเย้ย วู้ :icon_razz::icon_razz: สภาพยังใหม่มาก ใช้ได้อีกนานครับ

ตัวสีดำ - นี่เป็นฝั่งขวา เมื่อหันหน้าเข้าเครื่องยนต์


นี่เป็นฝั่งซ้าย เมื่อหันหน้าเข้าเครื่องยนต์



ช่างบอก เครื่อง 5000 ชอบเป็น ครับ ตัวนี้มักจะแตก ยังไงก็มีโอกาสเช็กบ้างก็ดีนะครับ

วันก่อนสังเกตเห็นมีน้ำมันซึมจากสวิตลูกลอยน้ำมันเครื่อง ส่องตรงลงไปที่อ่าง นม.เครื่องก็จะเห็น จอดไว้หลายวันก็จะย้อยลงมาก้นอ่างด้วย
พอไปยกขี้นฮอย ช่าง(ร้านAAA)บริเวณห้างแมคโคร ไม่ส่องไฟดูตรงสวิต กลับพุ่งตรงไปที่ท่อน้ำมันพาวเวอร์ ซึ่งซึมตรงเหล็กรัด แต่มีฝุ่นจับเหนียว ผมก็ให้ทำจุดนี้ไป
แต่ได้ถ่ายภาพแครงน้ำมันเครื่อง ปรากฏว่าร้าวเส้นเล็ก ๆ ถ้าไม่สังเกตแทบไม่เห็น
ไม่ทราบว่ารถของท่าน จขกท.เคยเชื่อมแคร๊ง นม.เครื่องหรือไม่
หากเทคนิคนี้ใช้ได้อีกนาน ผมจะได้ใช้วิธีนี้ไปก่อน เพราะช่าง ศ.บอกว่า ถ้าเปลี่ยนอ่างนี่เรื่องใหญ่ ต้องยกเครื่องขึ้นมา วันเดียวไม่เสร็จแน่
 
Last edited:
วันก่อนสังเกตเห็นมีน้ำมันซึมจากสวิตแรงดันน้ำมันเครื่อง ส่องตรงลงไปที่อ่าง นม.เครื่องก็จะเห็น จอดไว้หลายวันก็จะหยอยลงมาก้นอ่างด้วย
พอไปยกขี้นฮอย ช่าง(ร้านAAA)บริเวณห้างแมคโคร ไม่ส่องไฟดูตรงสวิต กลับพุ่งตรงไปที่ท่อน้ำมันพาวเวอร์ ซึ่งซึมตรงเหล็กรัด แต่มีฝุ่นจับเหนียว ผมก็ให้ทำจุดนี้ไป
แต่ได้ถ่ายภาพแครงน้ำมันเครื่อง ปรากฏว่าร้าวเส้นเล็ก ๆ ถ้าไม่สังเกตแทบไม่เห็น
ไม่ทราบว่ารถของท่าน จขกท.เคยเชื่อมแคร๊ง นม.เครื่องหรือไม่
หากเทคนิคนี้ใช้ได้อีกนาน ผมจะได้เชื่อมใช้ไปก่อน เพราะช่วงนี้จ่ายหลายอย่าง เริ่มตึงเหมือนกันครับ:ylsuper:

เปลี่ยนเลยครับสวิชแรงดันน้ำมันเครื่อง ถึงเวลาเกษียณของเค้าแล้ว :) รถผมอ่างน้ำมันเครื่องยังสภาพโอเค (สมบูรณ์) อยู่ครับ :)
 
Last edited:
วานนี้ไปอู่บ้านมาแล้ว ไปแต่เช้า(แต่ยังมีคิวเช้ากว่าผมอีก 3 ราย) ต้องรอใช้ออยต์อยู่ครึ่งวัน คันผมสวิตลูกลอยจะมีหัวโผล่แบบนี้ครับ
IMG_2233_zps8a0d4dc8.jpg

ช่างศักดิ์บอกว่าซึมนึดเดียว ไว้รอเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแล้วทำทีเดียวเลย ซึ่องขับอีก 1500 กม.ผมก็ต้องเปลี่ยนแล้ว ดูที่แคร้งก็มีหยดนิดเดียวจริง ๆ ภาพนี้หลังจากจอดไว้ 7 วันพอดี(คราวที่ไปร้านAAAก็ให้ทำความสะอาดไปทีนึงแล้ว)
IMG_2232_zps9888a9ce.jpg

เลยคลายความกังวลไปได้ ก็ช่างบอกมาแบบนี้ก็ต้องเชื่อท่านล่ะครับ ไม่งั้นจะไปหาทำไมผมคิดงั้น
พอดีวันนี้ไปซื้อกรองอากาศมา ของเทียบราคา 380 เลยถามประเก็นอ่างเล็กไปด้วย ราคา350 ซึ่งต่างกับที่ จขกท.รีวิวไว้ เลยไม่มั่นใจมีหลายเกรดหรือไม่
และตอนที่ช่างใส่รถท่าน มีการใช้กาว(ชะแลค)ทาประเก็นก่อนประกอบหรือไม่ จำเป็นมั้ย อ่่านพบว่าพอแห้งก็จะเหมือนยางประเก็นเลย วันก่อนผมก้ม ๆ เงย ๆ ดูเครื่องคันเก่า ตรงเสื้อวาว์ลมียางสีแดง ๆ รอบเลย แสดงว่านี่เป็นเทคนิคของช่างมั้งครับ
 
วานนี้ไปอู่บ้านมาแล้ว ไปแต่เช้า(แต่ยังมีคิวเช้ากว่าผมอีก 3 ราย) ต้องรอใช้ออยต์อยู่ครึ่งวัน คันผมสวิตลูกลอยจะมีหัวโผล่แบบนี้ครับ
IMG_2233_zps8a0d4dc8.jpg

ช่างศักดิ์บอกว่าซึมนึดเดียว ไว้รอเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแล้วทำทีเดียวเลย ซึ่องขับอีก 1500 กม.ผมก็ต้องเปลี่ยนแล้ว ดูที่แคร้งก็มีหยดนิดเดียวจริง ๆ ภาพนี้หลังจากจอดไว้ 7 วันพอดี(คราวที่ไปร้านAAAก็ให้ทำความสะอาดไปทีนึงแล้ว)
http://i1017.photobucket.com/albums/af298/thaiweeks/IMG_2232_zps9888a9ce.jpg[/:)IMG]
เลยคลายความกังวลไปได้ ก็ช่างบอกมาแบบนี้ก็ต้องเชื่อท่านล่ะครับ ไม่งั้นจะไปหาทำไมผมคิดงั้น
พอดีวันนี้ไปซื้อกรองอากาศมา ของเทียบราคา 380 เลยถามประเก็นอ่างเล็กไปด้วย ราคา350 ซึ่งต่างกับที่ จขกท.รีวิวไว้ เลยไม่มั่นใจมีหลายเกรดหรือไม่
และตอนที่ช่างใส่รถท่าน มีการใช้กาว(ชะแลค)ทาประเก็นก่อนประกอบหรือไม่ จำเป็นมั้ย อ่่านพบว่าพอแห้งก็จะเหมือนยางประเก็นเลย วันก่อนผมก้ม ๆ เงย ๆ ดูเครื่องคันเก่า ตรงเสื้อวาว์ลมียางสีแดง ๆ รอบเลย แสดงว่านี่เป็นเทคนิคของช่างมั้งครับ[/QUOTE]

ควรใช้กาวปะเก็นครับเพื่อความชัวร์และงานจบครั้งเดียว ครับ เพราะถ้าไม่ทากาวปะเก็น(หากสะกดผิดขออภัยด้วยครับ) ถ้าซึมถึงแม้ว่านิดเดียวเราก็ไม่สบายใจจริงไหมครับเพราะกลัวว่าต่อไปก็รั่วและถ้าเรามาแก้งานอีกครั้งก็ต้องเปิดอ่างน้ำมันเกียร์อีกรอบ รถก็ช้ำอีกรอบเพื่อลงกาวปะเก็น และไม่ว่าจะเป็นปะเก็นอ่างแท้หรือเทียมก็ต้องใส่กาวปะเก็นเพื่อความชัวร์ดีกว่าครับ
:):)
 
วันนี้มีเรื่องมาแนะนำเพื่อนสมาชิกครับ ใครที่ใช้กรอบป้ายทะเบียนแบบสแตนเลส แบบผม สังเกตดูเวลาเราวิ่งทางไกล หรือ หน้าฝน ป้ายทะเบียนก็จะสกปรก และ เลอะ อาจจะมีแมลงติดบ้าง คราบดินบ้าง บางทีโดนหินจนเป็นรอยบ้าง เมื่อใช้ไปนานๆ ป้ายทะเบียนก็จะเริ่มหมอง เพราะขัด ถู ทำความสะอาดบ่อย จึงทำให้ผมหาทางป้องกันให้ป้ายทะเบียน เก่าเร็ว ซึ่งอาจจะดูเก่าเหมือนป้ายทะเบียนตัวอย่างข้างล่าง สำหรับกรอบป้ายทะเบียนแบบสแตนเลส



อุปกรณ์
1. ซองใส่เอกสารแบบพลาสติกใสขนาด A3 (หาซิ้อได้ตามร้านอุปกรณ์เครื่องเขียน)



2. กรรไกร
3. ไขควงแฉก
4. ดินสอ
5. น้ำสะอาด
6. ผ้าแห้งสะอาด
7. น้ำยาเคลือบสีรถ (หากท่านต้องการทำเพิ่มเติม เพื่อให้ทุกกระบวนการสมบูรณ์)



ขั้นตอนที่ 1 เราก็ใช้ไขควงแฉกไขกรอบป้ายทะเบียนออก ทั้งแผ่นหน้า - แผ่นหลัง
ขั้นตอนที่ 2 นำป้ายทะเบียนและกรอบสแตนเลสออกมาล้างทำความสะอาด เช็ดให้แห้ง
ขั้นตอนที่ 3 นำแผ่นทะเบีนยนรถมาทาบกับซองซองใส่เอกสารแบบพลาสติกใสขนาด A3 แล้วใช้ดินสอลากตามขอบแผ่นป้ายทะเบียน ออกแรงกดดินสอนิดนึง
ขั้นตอนที่ 4 ใช้กรรไกรตัดตามเส้นที่เราขีดตามขนาดของแผ่นป้ายทะเบียน



ขั้นตอนที่ 5 กลับมาที่แผ่นป้ายทะเบียน เคลือบด้วยน้ำยาเคลือบสีรถ แล้ว เช็ดให้เงา
ขั้นตอนที่ 6 ติดตั้งแผ่นป้ายทะเบียน โดยให้แผ่นพลาสติกใสกดทับแผ่นบ้ายทะเบียนก่อนที่จะใช้กรอบทะเบียนแบบสแตนเลสกดทับอีกชั้นและขันน็อตให้แน่น เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ





เรื่องต่อมา S Klass W140 แบบ แอร์ปุ่ม ผมกด มั่วๆ ก็เจอซะที สำหรับการเป่าตู้แอร์ให้แห้ง (หากเรื่องนี้ซ้ำ ก็ขออภัยครับ) คือ ถ้าต้องการให้ลมเป่าตู้แอร์จนแห้งก่อนที่จะหยุดรถ ให้กด ปุ่ม EC จะทำให้แอร์มีแต่ลมแต่ไม่มีความเย็น ถ้าเป็นรถญี่ปุ่น ก็กดปุ่ม A/C ออก โดยให้พัดลมทำงานเหมือนเดิม



ให้มีลักษณะการทำงานดังรูป



เมื่อไม่มีลมเย็นจากตู้แอร์แล้ว แสดงว่า ตู้แอร์แห้งแล้ว ค่อยกดปุ่ม 0 เพื่อปิดระบบการทำงานของแอร์ ก่อนดับเครื่องต่อไปครับ :):)
 
Last edited:
ขอบคุณท่านเจ้าของกระทู้ครับ สำหรับข้อมูลดีๆ
 
ขอขอบคุณทุกกำลังใจ ให้การสนับสนุน เราต้องเรียนรู้ปัญหาจากรถคนอื่น แล้วกลับมาพิจารณารถของเรา และพัฒนา ปรับปรุงรถที่เรารัก และ/หรือ คนที่ลังเลจะใช้รุ่นนี้ให้มีข้อมูลในการตัดสินใจ ได้เพื่อนใหม่ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งได้แลกเปลี่ยน แชร์อะไหล่รถ ให้กันและกัน :):)

ถ้าว่าง ผมจะเริ่มปล่อยอะไหล่ส่วนเกินออก ขอเวลารวบรวมก่อนครับ บางอย่างได้ของไม่ตรงรุ่น บางอย่างซื้อมาสำรองไว้คิดว่าจะเปลี่ยนในอนาคต แต่นานเกินกว่าจะได้เปลี่ยน ปล่อยให้คนอื่นดีกว่า ครับ ขอบคุณครับ :icon_razz::icon_razz:

ว่าแล้วเที่ยวนี้ก็มาเล่าต่อ

พัดลมหน้า อาการคือเวลาทำงานสเต็บ 2 จะหมุนแรงแล้วไม่แต่เฉพาะเสียงลมที่มีเท่านั้น แต่จะมีเสียงลูกปืนพัดลมเริ่มหลวมดัง วิ้งๆเป็นจังหวะ หรือวิ้งต่อเนื่อง ลองหมุนพัดลมดูจะ ฝืด หมุนไม่ลื่น เทียบกับอีกตัวที่ปกติจะลื่น และหมุนได้จำนวนรอบที่มากกว่า ที่เราออกแรงในการหมุนเท่ากันครับ นั่นหมายถึง ลูกปืนพัดลมเตือนที่จะขอเกษียณอายุการทำงาน แล้วครับ

เราก็หามาใหม่ ได้ยี่ห้อ VDO (Made in Singapore) p/n 0-001-500-05-93 : 1 ตัว 2,500 บาท มีอีกยี่ห้อ ร้านอะไหล่บอกโรงงานเดียวกันกับ ยี่ห้อเดิม (ยี่ห้อ AEG)คือ Meyle ตัวนี้จะแพงกว่า 1,000 บาท แต่ร้านแนะนำว่า การใช้งานก็เหมือนๆกัน งั้นเลือกตัวถูกดีกว่า เซฟตังค์ครับ

ของเดิมตัวที่เริ่มมีปัญหา คือตัวขวามือครับ





ผลิตตั้งแต่เดือน 11 ปี 1993 ถึงเวลาเกษียณอายุแล้วครับ

วันนี้ได้เปลี่ยนหม้อน้ำใหม่เป็นเพื่อนท่านแล้ว555
Picture500_zpsdb763eff.jpg

ประกอบเสร็จ ผมลองหมุนพัดลมดูก็ฝืด ๆ อยู่ข้างนึง
จึงอยากถามท่านว่า ก่อนเปลี่ยนพัดลมเคยมีความคิดจะอัพเป็นแบบพัดลมไฟฟ้าเหมือนรุ่นปี 98-99 หรือไม่ รบกวนถามช่างที่ทำรถท่านว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร แล้วใช้งานได้ยาวนานหรือไม่
ขอบคุณครับ
 
ขอขอบคุณทุกกำลังใจ ให้การสนับสนุน เราต้องเรียนรู้ปัญหาจากรถคนอื่น แล้วกลับมาพิจารณารถของเรา และพัฒนา ปรับปรุงรถที่เรารัก และ/หรือ คนที่ลังเลจะใช้รุ่นนี้ให้มีข้อมูลในการตัดสินใจ ได้เพื่อนใหม่ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมทั้งได้แลกเปลี่ยน แชร์อะไหล่รถ ให้กันและกัน :):)

ถ้าว่าง ผมจะเริ่มปล่อยอะไหล่ส่วนเกินออก ขอเวลารวบรวมก่อนครับ บางอย่างได้ของไม่ตรงรุ่น บางอย่างซื้อมาสำรองไว้คิดว่าจะเปลี่ยนในอนาคต แต่นานเกินกว่าจะได้เปลี่ยน ปล่อยให้คนอื่นดีกว่า ครับ ขอบคุณครับ :icon_razz::icon_razz:

ว่าแล้วเที่ยวนี้ก็มาเล่าต่อ

พัดลมหน้า อาการคือเวลาทำงานสเต็บ 2 จะหมุนแรงแล้วไม่แต่เฉพาะเสียงลมที่มีเท่านั้น แต่จะมีเสียงลูกปืนพัดลมเริ่มหลวมดัง วิ้งๆเป็นจังหวะ หรือวิ้งต่อเนื่อง ลองหมุนพัดลมดูจะ ฝืด หมุนไม่ลื่น เทียบกับอีกตัวที่ปกติจะลื่น และหมุนได้จำนวนรอบที่มากกว่า ที่เราออกแรงในการหมุนเท่ากันครับ นั่นหมายถึง ลูกปืนพัดลมเตือนที่จะขอเกษียณอายุการทำงาน แล้วครับ

เราก็หามาใหม่ ได้ยี่ห้อ VDO (Made in Singapore) p/n 0-001-500-05-93 : 1 ตัว 2,500 บาท มีอีกยี่ห้อ ร้านอะไหล่บอกโรงงานเดียวกันกับ ยี่ห้อเดิม (ยี่ห้อ AEG)คือ Meyle ตัวนี้จะแพงกว่า 1,000 บาท แต่ร้านแนะนำว่า การใช้งานก็เหมือนๆกัน งั้นเลือกตัวถูกดีกว่า เซฟตังค์ครับ

ของเดิมตัวที่เริ่มมีปัญหา คือตัวขวามือครับ





ผลิตตั้งแต่เดือน 11 ปี 1993 ถึงเวลาเกษียณอายุแล้วครับ

วันนี้ได้เปลี่ยนหม้อน้ำใหม่เป็นเพื่อนท่านแล้ว555
Picture500_zpsdb763eff.jpg

ประกอบเสร็จ ผมลองหมุนพัดลมดูก็ฝืด ๆ อยู่ข้างนึง
จึงอยากถามท่านว่า ก่อนเปลี่ยนพัดลมเคยมีความคิดจะอัพเป็นแบบพัดลมไฟฟ้าเหมือนรุ่นปี 98-99 หรือไม่ รบกวนถามช่างที่ทำรถท่านว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร แล้วใช้งานได้ยาวนานหรือไม่
ขอบคุณครับ

เคยถามช่างเขา เหมือนกันครับช่างก็ไม่มีความเห็น หลักการเดียวกันคือลดอุณหภูมิ พัดลมไฟฟ้าหลังหม้อน้ำ ทำงาน รับภาระ 2 อย่าง คือ แอร์ และความร้อนเครื่องยนต์ พัดลมเดิมๆ จะมีพัดลม 2 ส่วน ช่วยกันคือ พัดลมไฟฟ้าหน้าเครื่อง 2 ตัว และพัดลมฟรีปั้ม ซึ่งพัดลมฟรีปั้ม ก็ทำงานตามรอบเครื่องยนต์อยู่แล้ว ความเห็นผม ผมชอบพัดลมเดิมๆ เพราะว่า พัดลมตัวหน้า 2 ตัว ช่วยให้แมลง หรือเศษหินมาติดที่ครีบแผงคอยเย็นน้อยกว่า และครีบไม่ค่อยล้มเหมือน พัดลมไฟฟ้าหลังหม้อน้ำ ซึ่งแล้วแต่ความชอบของแต่ละคนก็แล้วกันนะครับ ผมไม่มีความเห็นครับ


แค่ใช้หม้อน้ำที่ระบายความร้อนได้เร็ว คือหม้อน้ำอลูมิเนียม แล้วใช้พัดลมที่มีประสิทธิภาพการทำงานสมบูรณ์ก็เพียงพอแล้วครับ :)

ข้อดีของพัดลมไฟฟ้าหลังหม้อน้ำคือ ดูแลง่ายเพราะมีชุดเดียว ส่วนระบบเดิม ต้องดูแลเพิ่มคือพัดลมฟรีปั้ม แค่นั้นเองครับ ;);)
 
น่าคิดเรื่องที่ว่าหินจะติด แมลงจะมากองที่หน้าครีบ หากไม่มีเจ้า 2 พัดลมลูกอยู่หน้าแผงแอร์ พอดีกระจังหน้าผมเป็นรุ่นซี่ห่างด้วย เดี๋ยวต้องคิดหน่อย
งั้นขอupdateที่ท่านเปลี่ยนยี่ห้อ VDO ราคา2,500 บาท นี่ทำงานลื่นเลยมั้ยครับ
วันเปลี่ยนหม้อน้ำเสร็จ ก็สตาร์ทเปิดแอร์ไว้ครึ่ง ชม. พัดลมสเต็บ 2 ก็ยังไม่หมุนแรงให้ดู อยากรู้เหมือนกันว่าจะวิ้งๆเป็นจังหวะอย่างที่ท่านว่าหรือไม่ เหมือนตอนลูกปืนล้อดังป่าว เค้าว่ากระหึ่มเลยนะตอนวิ่งเร็ว
ก็ได้แต่ลองหมุนด้วยมือ ขวาฝืดกว่าลูกซ้าย แต่ไม่มาก สัปดาห์หน้านี้ขอปรึกษาช่างอู่บ้านซะหน่อย
 
น่าคิดเรื่องที่ว่าหินจะติด แมลงจะมากองที่หน้าครีบ หากไม่มีเจ้า 2 พัดลมลูกอยู่หน้าแผงแอร์ พอดีกระจังหน้าผมเป็นรุ่นซี่ห่างด้วย เดี๋ยวต้องคิดหน่อย
งั้นขอupdateที่ท่านเปลี่ยนยี่ห้อ VDO ราคา2,500 บาท นี่ทำงานลื่นเลยมั้ยครับ
วันเปลี่ยนหม้อน้ำเสร็จ ก็สตาร์ทเปิดแอร์ไว้ครึ่ง ชม. พัดลมสเต็บ 2 ก็ยังไม่หมุนแรงให้ดู อยากรู้เหมือนกันว่าจะวิ้งๆเป็นจังหวะอย่างที่ท่านว่าหรือไม่ เหมือนตอนลูกปืนล้อดังป่าว เค้าว่ากระหึ่มเลยนะตอนวิ่งเร็ว
ก็ได้แต่ลองหมุนด้วยมือ ขวาฝืดกว่าลูกซ้าย แต่ไม่มาก สัปดาห์หน้านี้ขอปรึกษาช่างอู่บ้านซะหน่อย

เครื่อง V8 รถผมร้อนเร็วครับ เครื่อง L6 ของคุณสรณ์ มีพื้นที่ว่างพอสมควร การระบายความร้อนจึงทำได้ดีลองวิ่งข้างนอกให้เกิน 80 แล้วกลับเข้าบ้าน สังเกตการทำงานของพัดลมเอาครับต้องเป็น step 2 นะครับ ถึงจะชัดเจนครับ ถึงฟันธงได้ว่าการทำงานยังดีอยู่หรือไม่ดีแล้ว

พัดลมใหม่ของผมเงียบจนคุณพ่อทักว่า พัดลมเงียบขึ้นมาก ที่การทำงาน Step 2 ตอนก่อนเปลี่ยนพัดลม วิ่งในเมืองขอนแก่น อุณหภูมิ ถึง 100 องศา(เดือน มีนาคม เริ่มเข้าหน้าร้อน) บางครั้ง จนตัวเองตกใจ เลยรีบเปลี่ยนพัดลมดีกว่า และแล้วหลังเปลี่ยน อุณหภูมิก็ไม่เคยถึง 100 องศา อีกเลยครับ พัดลมใหม่ทำงาน Step 2 เอาอยู่ครับ

พึ่งจะนึกออกข้อดีอีกข้อของการมีพัดลม 2 ชุด (แบบเดิมๆ) คือ ถ้าพัดลมไฟฟ้าชุดหน้าเสียก็มีพัดฟรีปั้มเป็นตัวสำรอง แล้วประคองรถมาที่ร้านซ่อม หรือถ้าพัดลมชุดหลัง คือตัวฟรีปั้มเสีย ก็มีพัดลมไฟฟ้าชุดหน้าเป็นตัวสำรอง แล้วประคองรถมาที่ร้านซ่อม คงไม่บังเอิญเสียพร้อมกันทั้ง 2 ชุด หรอกครับ อาจจะมี แต่น้อยเคสมากๆ

ถ้าเรามีพัดลมไฟฟ้าชุดเดียวที่อยู่หลังหม้อน้ำ ถ้าเสียระหว่างทาง ขับก็ไม่ได้ เพราะเดี๋ยวจะฮีต ต้องลากหรือสไลส์มายังร้านซ่อม ลองพิจารณาเหตุ และผล รวมทั้งความชอบ เลือกเอาเลยครับ :)
 
Last edited:
เครื่อง V8 รถผมร้อนเร็วครับ เครื่อง L6 ของคุณสรณ์ มีพื้นที่ว่างพอสมควร การระบายความร้อนจึงทำได้ดีลองวิ่งข้างนอกให้เกิน 80 แล้วกลับเข้าบ้าน สังเกตการทำงานของพัดลมเอาครับต้องเป็น step 2 นะครับ ถึงจะชัดเจนครับ ถึงฟันธงได้ว่าการทำงานยังดีอยู่หรือไม่ดีแล้ว

พัดลมใหม่ของผมเงียบจนคุณพ่อทักว่า พัดลมเงียบขึ้นมาก ที่การทำงาน Step 2 ตอนก่อนเปลี่ยนพัดลม วิ่งในเมืองขอนแก่น อุณหภูมิ ถึง 100 องศา(เดือน มีนาคม เริ่มเข้าหน้าร้อน) บางครั้ง จนตัวเองตกใจ เลยรีบเปลี่ยนพัดลมดีกว่า และแล้วหลังเปลี่ยน อุณหภูมิก็ไม่เคยถึง 100 องศา อีกเลยครับ พัดลมใหม่ทำงาน Step 2 เอาอยู่ครับ

พึ่งจะนึกออกข้อดีอีกข้อของการมีพัดลม 2 ชุด (แบบเดิมๆ) คือ ถ้าพัดลมไฟฟ้าชุดหน้าเสียก็มีพัดฟรีปั้มเป็นตัวสำรอง แล้วประคองรถมาที่ร้านซ่อม หรือถ้าพัดลมชุดหลัง คือตัวฟรีปั้มเสีย ก็มีพัดลมไฟฟ้าชุดหน้าเป็นตัวสำรอง แล้วประคองรถมาที่ร้านซ่อม คงไม่บังเอิญเสียพร้อมกันทั้ง 2 ชุด หรอกครับ อาจจะมี แต่น้อยเคสมากๆ

ถ้าเรามีพัดลมไฟฟ้าชุดเดียวที่อยู่หลังหม้อน้ำ ถ้าเสียระหว่างทาง ขับก็ไม่ได้ เพราะเดี๋ยวจะฮีต ต้องลากหรือสไลส์มายังร้านซ่อม ลองพิจารณาเหตุ และผล รวมทั้งความชอบ เลือกเอาเลยครับ :)

2 วันนี้วิ่งกลับจากอู่ช่างเนตร(โชคชัย4) กับไปกินก๋วยเตี๋ยวในซอย ก็ได้แต่คลาน ใช้ความเร็วยังไม่ถึง 80 เลย เดี๋ยววันจันทร์ต้องไปเส้นเซ็นทรัลลาดพร้าว จะดูจะฟังเสียงพัดลมให้จะ ๆ สักหน่อย
แต่ก่อนเปลี่ยนหม้อน้ำ ผมเคยร้อนเกิน100ไปเกือบ110 ก็เลยไปจัดการเปลี่ยนวาว์ลน้ำมา
ไม่ได้สงสัยที่พัดลมเลย
ก็ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นแบบโล่ง ๆ ก็เพราะเห็นประโยชน์ของฟรีปั้ม แม้ว่าจะเปลืองแก็สกว่าก็ไม่ซีเรียส ส่วนเรื่องเสียงเนี่ยผมมองเป็นเรื่องรอง ถ้าเสียงเงียบ(แบบพัดลมทำงานไม่ครบ)เนี่ยผมกลับเป็นห่วงเครื่องจะHEAT อีกอย่างนะดูไม่เหมือนเบนซ์ คหสต.:ylsuper:
 
2 วันนี้วิ่งกลับจากอู่ช่างเนตร(โชคชัย4) กับไปกินก๋วยเตี๋ยวในซอย ก็ได้แต่คลาน ใช้ความเร็วยังไม่ถึง 80 เลย เดี๋ยววันจันทร์ต้องไปเส้นเซ็นทรัลลาดพร้าว จะดูจะฟังเสียงพัดลมให้จะ ๆ สักหน่อย
แต่ก่อนเปลี่ยนหม้อน้ำ ผมเคยร้อนเกิน100ไปเกือบ110 ก็เลยไปจัดการเปลี่ยนวาว์ลน้ำมา
ไม่ได้สงสัยที่พัดลมเลย
ก็ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นแบบโล่ง ๆ ก็เพราะเห็นประโยชน์ของฟรีปั้ม แม้ว่าจะเปลืองแก็สกว่าก็ไม่ซีเรียส ส่วนเรื่องเสียงเนี่ยผมมองเป็นเรื่องรอง ถ้าเสียงเงียบ(แบบพัดลมทำงานไม่ครบ)เนี่ยผมกลับเป็นห่วงเครื่องจะHEAT อีกอย่างนะดูไม่เหมือนเบนซ์ คหสต.:ylsuper:

นอกจากเสียงแปลกๆของพัดลมแล้ว ต้องจับหมุนเปรียบเทียบทั้งสองตัวครับ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนผมลองหมุนตัวที่ปกติออกแรงหนึ่งครั้ง หมุนแบบลื่นๆนานกว่าจะหยุด ส่วนอีกตัวที่เสียงดังออกแรงเท่ากันใช้เวลาไม่ถึงครึ่งเดียวของตัวแรกก็หยุดแล้ว ลองใช้มือสัมผัสขณะหมุนก็ฝืดๆ เลยมั่นใจว่า แปรงถ่านพัดลมรวมทั้งลูกปืนพัดลม ใกล้เจ้ง ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนให้รีบเปลี่ยนครับ:)
 
พัดลมตัวขวา(ยืนหันหน้าเข้าเครื่อง)หมุนฝืดแบบที่ท่านว่า แต่ไม่มีเสียงอะไรผิดปกติเวลาหมุน
แล้วตรงพัดลมฟรีปั้มล่ะ เช็คอย่างไรว่าใกล้เสียแล้ว
ขอบคุณครับ?
 
พัดลมตัวขวา(ยืนหันหน้าเข้าเครื่อง)หมุนฝืดแบบที่ท่านว่า แต่ไม่มีเสียงอะไรผิดปกติเวลาหมุน
แล้วตรงพัดลมฟรีปั้มล่ะ เช็คอย่างไรว่าใกล้เสียแล้ว
ขอบคุณครับ?

พัดลมฟรีปั้ม อาการเสียไม่มี มีแต่หมุนหนืดมากหรือหนืดน้อย

http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=41896

ลองอ่านดูลิ้งนี้ก็แล้วกันครับ:)
 
จำเลยกลายเป็นสวิตพัดลมจังหวะ 2
IMG_2543_zps587ce001.jpg

ที่ท่านว่าถ้าจะฟังเสียงพัดลมให้ชัด ๆ
ตัวนี้หากดึงออก เวลาหมุนกุญแจไปON ต้องหมุนแล้ว แต่ของผมไม่หมุน
พอสตาร์ทเครื่อง ลองดึงบ้างก็เสียงดังแป็บเดียว กลับเบาลง สวิตเสียแน่เลย หรือว่าผมเสียบไม่แน่น เพราะวันก่อนตอนเปลี่ยนหม้อน้ำ ช่างก็มาดึง ๆ กด ๆ อยู่
 
จำเลยกลายเป็นสวิตพัดลมจังหวะ 2
IMG_2543_zps587ce001.jpg

ที่ท่านว่าถ้าจะฟังเสียงพัดลมให้ชัด ๆ
ตัวนี้หากดึงออก เวลาหมุนกุญแจไปON ต้องหมุนแล้ว แต่ของผมไม่หมุน
พอสตาร์ทเครื่อง ลองดึงบ้างก็เสียงดังแป็บเดียว กลับเบาลง สวิตเสียแน่เลย หรือว่าผมเสียบไม่แน่น เพราะวันก่อนตอนเปลี่ยนหม้อน้ำ ช่างก็มาดึง ๆ กด ๆ อยู่

หลวมหรือป่าวครับ ลองให้ช่างเช็คเพื่อความชัวครับ ปลั๊กอาจจะยังสภาพดี แล้วเซ็นเซอร์ล่ะ เคยถอดมาทำความสะอาจบ้างหรือป่าว สัญญาณจากเซ็นเซอร์ดีไม๊ถ้าไม่ดีก็อาจจะทำให้พัดลมทำงานผิดพลาดได้ครับ ความเห็นผมเล็งที่เซ็นเซอร์ เพราะพัดทำงานตามที่กล่องสั่ง แต่กล่องก็รับข้อมูลมาจากเซ็นเซอร์ครับ ผมอาจจะผิดได้ นะครับ
 
เหมือนเราทำความสะอาดรีเลย์มั้ยครับ
เอากระทราบทราบน้ำเยอร์1000 จุ่มน้ำมันเล็กน้อยแล้วรูด ๆ แถวขาเบา ๆ ให้ตะกันหน้าคอมนแทคออก
แ้ล้วเวลากดกลับไป ผมจะลองกดให้สุด เพราะเมื่อกี้เหมือนยังไม่ลึกจนล็อค
ท่ารไม่เคยเป็นปัญหานี้หรือ โทรถามช่่างหน่อยซิครับท่าน
ช่างผมวันนี้ไม่รู้หยุดป่าว แต่ไม่รับโทรศัพท์เลย:ylsuper:
 
เหมือนเราทำความสะอาดรีเลย์มั้ยครับ
เอากระทราบทราบน้ำเยอร์1000 จุ่มน้ำมันเล็กน้อยแล้วรูด ๆ แถวขาเบา ๆ ให้ตะกันหน้าคอมนแทคออก
แ้ล้วเวลากดกลับไป ผมจะลองกดให้สุด เพราะเมื่อกี้เหมือนยังไม่ลึกจนล็อค
ท่ารไม่เคยเป็นปัญหานี้หรือ โทรถามช่่างหน่อยซิครับท่าน
ช่างผมวันนี้ไม่รู้หยุดป่าว แต่ไม่รับโทรศัพท์เลย:ylsuper:

ถามช่างที่ขอนแก่นให้แล้วครับ

1. ตรวจสอบเซ็นเซอร์น้ำหล่อเย็น (ก่อน)

โดยดึงปลั๊กที่เสื้อวาล์วน้ำสีฟ้า แล้วเปิดสวิชกุญแจตำแหน่งพร้อม สตาร์ท พัดลมจะต้องทำงานทันทีที่สเต็บ 2 ถ้าทำงานแสดงว่าเซ้นเซอร์ยังดีอยู่ข้ามมาที่ข้อ 2 ครับ ถ้าไม่ก็เตรียมจ่ายตังค์เปลี่ยนเซ็นเซอร์ครับ

2. ตรวจสอบการทำงานของ รีเลย์พัดลม

รีเลย์พัดลมจะอยู่ใต้กล่องฟิวส์ในห้องเครื่อง เป็นรีเลย์ 6 ขา แฝด (มี 2 ตัว) สีชมพู หรือ สีม่วงไม่แน่ใจ (ช่างบอก)

ลองทำความสะอาดตามที่คุณสรณ์ว่า หรือถ้าให้ชัวร์ ใช้รีเลย์ของช่างที่คุณสรณ์ใช้บริการประจำที่ยังทำงานได้ดีแล้วลองเปลี่ยน ตัวเดิมออก ลองใส่ตัวใหม่เข้าไปแทน แล้วให้พัดลมทำงาน โดยสตาร์เครื่องไว้ ปิดแอร์ จนอุณหภูมิเครื่อง 110 พัดลมจึงจะทำงานที่ สเต็ป 2 ครับ ถ้าตัวที่ถูกเปลี่ยน แล้วพัดลมทำงาน เราก็เจอร์ตัวปัญหาแล้วครับ คือรีเลย์พัดลม
 
ช่างวิรัชเข้ามาแนะนำว่า หากพัดลมไฟฟ้าไม่หมุน ก็ยังมีพัดลมฟรีปั้มอยู่ หายกังวลได้เยอะ
เย็นวานก็เลยออกไปซื้อกับข้าว
ก่อนออกรถเลยทำตามที่ท่านแนะ
1. หมุนon ปรากฏว่ารอ 3 วิ พัดลมหมุนทั้งคู่
วิ่งไปกลับความร้อนไม่เกิน 100 (สงสัยวิ่งแค่ใกล้ ๆ ไม่มีความร้อนสะสม)
ส่วนข้อ 2. ที่สงสัยเครื่องรีเลย์ อ่านพบที่ กท.นี้
http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=73288
ทางคุณkris บอกไว้น่าคิด "รีเลย์อาจหลุด"
และเท่าที่ค้น คันผมจะมีสีชมพู กับอีกตัวยาว ๆ แบบซองบุหรี่
พอรู้ตำแหน่งแล้วว่า ต้องหมุนสี่แฉกแล้วเลื่อนกล่องใต้Fuseออกอีกที
ตอนนี้พัดลมใช้ได้ปกติเลยยังไม่อยากเปิดดู ยังไงขอบคุณที่ท่านช่วยถามช่างให้นะครับ
 
ไปเจอรายการประมูลในอีเบย์ ไม่ทราบรถท่านฝาหม้อพักเป็นแบบนี้หรือไม่
$(KGrHqVHJEQE88dE0T35BPUezrhszQ~~60_57.JPG

เรื่องความร้อนสูง ได้ยินว่าฝาก็เกี่ยวข้อง ก็ในเมื่อฝาพลาสติกในรถพวกเราไม่ร้าว หมุนแน่นได้ปกติ ผมยังไม่เข้าใจว่าจะเกี่ยวกับระดับความร้อนยังไง
ผมยังขอบการเปิดปิดแบบ 2 step ของ124 และคันเล็ก201 และฝาเหล็กเหมือวาว์ลตัวนึง เกิดน้ำเดือดก็ยังมีช่องให้ระบายออกได้บ้าง(ผิดพลาดข้ออภัยด้วย)
แต่ใน 140 เป็นพลาสติกเหมือนปิดขวด แต่พอใกล้สุด ก็รู้สึกจะมีล็อคแน่นอีกStep แต่พอหมุนเร็ว ๆ ก็ไม่ทันสังเกต
สรุปว่า ดูยังไงว่าฝาเสีย?
 
Back
Top