กู้สภาพ ปลาวาฬ 140 (สมาชิกที่ขอนแก่น ครับ)

ใช้พื้นที่พี่ปุ๊มาหลายโพสท์ มีสาระบ้างไม่มีบ้างต้องขออภัยด้วยครับ ผมใช้แต่น้ำมันก็มีข้อดีคือเครื่องไม่ร้อน เข็มอยู่90ตลอด เปิดกระโปรงดูก็ไม่ร้อนไม่เหมือน124+แก๊ส เปิดกระโปรงจะสัมผัสไอร้อนชัดเจน

มิขนาดนั้นหรอกครับพี่สุวิท ร่วมด้วยช่วยแชร์ ประสบการณ์ครับ กระทู้นี้ก็จะเป็นข้อมูลให้ท่านสมาชิกที่สนใจ W140 S500 ได้ตัดสินใจหามาใช้หรือผู้ที่มีครอบครองอยู่แล้ว มีปัญหา แล้วอยากทราบวิธีการแก้ไข และราคาอะไหล่คร่าวๆ ทั้งเครื่อง switching M119 ของผม และ เครื่อง ME direct coil (พัฒนาเป็นรุ่นสุดท้าย ในตระกูล body W140) ของพี่สุวิท ครับ :):)

ตอนผมขับรถเข้า กทม.(ปลาย เมษายน 2557) คาน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 95 ลิตรละ 40 บาท ไปกลับ ค่าน้ำมัน 5000 ครับ ตอนนี้ราคาลดมาเยอะเกือบ 4 บาท ไปกลับ กะคร่าวๆ ตำแหน่งเดิมที่เติมน้ำมัน ประมาณ 4000 ครับ ผมว่าลดเยอะนะ สำหรับรถเครื่องใหญ่อย่างเราครับ
 
Last edited:
ใช้พื้นที่พี่ปุ๊มาหลายโพสท์ มีสาระบ้างไม่มีบ้างต้องขออภัยด้วยครับ ผมใช้แต่น้ำมันก็มีข้อดีคือเครื่องไม่ร้อน เข็มอยู่90ตลอด เปิดกระโปรงดูก็ไม่ร้อนไม่เหมือน124+แก๊ส เปิดกระโปรงจะสัมผัสไอร้อนชัดเจน

สว้สดีครับพี่สุวิท และทุกๆคน ประเด็นเรื่องความร้อน ขอแชร์หน่อย ครับ

ของผม เอส 280 ระบบระบายความร้อนเดิม ติดแกสมาแล้ว ผมก็สังเกตว่า ความร้อนเครื่อง
น้อยกว่า 124 e280 ที่ติดแก็สเหมือนกัน

ผมคาดว่าที่ความร้อน รู้สึกได้ว่า น้อย นั้น อาจเพราะห้องเครื่องของ เอส คลาส ใหญ่กว่าของ w124


นะครับ

ปล. ทุกคนในบ้านชอบมากครับ สำหรับเอสคลาส ตัวนี้
 
ปล. ทุกคนในบ้านชอบมากครับ สำหรับเอสคลาส ตัวนี้

สวัสดีครับ คำกล่าวข้างบนจริงครับ วันนี้พาพ่อกับแม่และครอบครัวผมเองไปงานกฐิน พ่อนั่งหน้าบอกมันกว้างจริงๆยืดขาได้สบายๆ

วันนี้ตั้งใจว่าจะเติมน้ำมันเพื่อวัดอัตราการสิ้นเปลืองโหมดใช้ความเร็ว ตอนนี้วิ่งไป480km ยังเหลือ 1/4ถัง พรุ่งนี้เช้าไปงานแต่งที่เพชรบูรณ์จะเติมทีเดียว

เห็นราคาS280ตอนนี้น่าสนใจ หารถสวยๆใช้ คุ้มค่ามาก
 
เห็นราคาS280ตอนนี้น่าสนใจ หารถสวยๆใช้ คุ้มค่ามาก




ขออีกสักหน่อย ครับ

พี่สุวิท ผมว่า 140 ทุก S นั่นละครับ

ราคามันเย้ายวน
ผมตัดสินใจเเค่เดือนเดียว

เจอถูกใจจบข่าวเลยครา้บ
 
สว้สดีครับพี่สุวิท และทุกๆคน ประเด็นเรื่องความร้อน ขอแชร์หน่อย ครับ

ของผม เอส 280 ระบบระบายความร้อนเดิม ติดแกสมาแล้ว ผมก็สังเกตว่า ความร้อนเครื่อง
น้อยกว่า 124 e280 ที่ติดแก็สเหมือนกัน

ผมคาดว่าที่ความร้อน รู้สึกได้ว่า น้อย นั้น อาจเพราะห้องเครื่องของ เอส คลาส ใหญ่กว่าของ w124


นะครับ

ปล. ทุกคนในบ้านชอบมากครับ สำหรับเอสคลาส ตัวนี้

สวัสดี คุณอารี คุณสุวิทย์ และ จขกท
ไม่ได้เข้ามากท นี้ซะนาน. เวลาหมดไปกับการดีไอวาย
ยิ่งต้องการเนี๊ยบ. ก็ยิ่งใช้เวลาเยอะ
เรื่องความร้อน แม้ใช้แก๊สก็อยู่แถว 90 ครับ
หลังจากเปลี่ยนหม้อน้ำใหม่
ล่าสุดผมแก้ลูกรอกที่เยื้องจากแนวสายพาน ด้วยการเสริมแหวน 1.5-2มม กะด้วยสายตา
ความร้อนตอนวิ่ง ๆ หยุด ๆใน กทม อยู่ตรง80 เกียร์เปลี่ยนกะชาก ไม่นิ่มเหมือนเดิม
เพราะอ่านพบว่าเรื่องอณหภูมิเกี่ยวด้วย
ไม่ทราบคันคุณอารี. ใช้วาว์ลน้ำ71หรือ 87องศา
คราวก่อนผมถอดเสื้อวาว์ลน้ำไม่ออก. ก็เลยพักไป ถ้าเกี่ยวกับวาว์ลน้ำ ผมจะได้รีบจัดการ
 
ตามหาสมาชิก ชื่้อเต้ย ใช้ W140

รบกวนหน่อยครับ

- เจ้าขอกะทู้ชื่อ พี่เต้ย ป่าวครับ ผมอยากจะคุยด้วย

MJ Line ID : mjasfar
 
สวัสดี คุณอารี คุณสุวิทย์ และ จขกท
ไม่ได้เข้ามากท นี้ซะนาน. เวลาหมดไปกับการดีไอวาย
ยิ่งต้องการเนี๊ยบ. ก็ยิ่งใช้เวลาเยอะ
เรื่องความร้อน แม้ใช้แก๊สก็อยู่แถว 90 ครับ
หลังจากเปลี่ยนหม้อน้ำใหม่
ล่าสุดผมแก้ลูกรอกที่เยื้องจากแนวสายพาน ด้วยการเสริมแหวน 1.5-2มม กะด้วยสายตา
ความร้อนตอนวิ่ง ๆ หยุด ๆใน กทม อยู่ตรง80 เกียร์เปลี่ยนกะชาก ไม่นิ่มเหมือนเดิม
เพราะอ่านพบว่าเรื่องอณหภูมิเกี่ยวด้วย
ไม่ทราบคันคุณอารี. ใช้วาว์ลน้ำ71หรือ 87องศา
คราวก่อนผมถอดเสื้อวาว์ลน้ำไม่ออก. ก็เลยพักไป ถ้าเกี่ยวกับวาว์ลน้ำ ผมจะได้รีบจัดการ




คราวก่อนทีเคยแนะนำ พี่ไปเรื่องถอดเสื้อวาวล์น้ำ ไม่ออก

ตอนนั้นผมยังไม่มี 140 เลย เอา ปสก จาก 124 มาแนะครับ

แต่ยังงัย เสื้อวาวล์ น้ำมันก็เหมือน กัน

คราวนี้ถึงตาผมมั่ง แล้ว ต้องบอกว่า ถอดไม่ออกเหมือนกันครับ

เลยยังไม่ได้ปลี่ยน เสียที รอเวลาว่างๆ จะ

ลองอีกที ครับ

ได้รถมา ค่อนข้างสมบูรณ์ ทั้งราคา และสภาพ

ตอนนี้เปลี่ยนเฉพาะ นมค นมก และ นม. เฟืองท้าย

เปลี่ยนท่อยางหม้อน้ำ สาม อัน ยังคงค้าง วาวล์น้ำ อีกอัน

อ้อ water temp sensor อีกตัว 350 บาท

อุณหภูมิหน้าปัด ปัจจุบัน ประมาณ 80 80กว่าๆ รถติดหน่อย ก็ไปถึง 100

แต่ก็ลง ไม่เกิน นี้

อย่างนี้ ถือว่าปรกติ ปล่าว ครับ
 
อุณหภูมิเท่ากันเลย วิ่งใน กทม นะ
แล้วเกียร์เปลี่ยนช้า 1ไป2 กระชากไหม
เหมือนเราสตาร์ทเช้าแล้วออกรถ ไม่วอร์ม

แต่วันก่อนวอร์มจนร้อนถึง80 ตัดเข้าแก็สแล้ว ไม่ช้าด้วย
ดูสายแวคคัมเกียร์ก็ปกติ
คันท่านหม้อต้มร้อนช้าหรือไม่ ถ้าปกติก็ใช้ไปสังเกตไป
ปล เพิ่งซื้อฆ้อนยางมา. น่าจะใช้เคาะเบา ๆ ให้ขอบขยับได้
คราวก่อนผมลองขันถอยนิดนึง แล้วใช้ดิจิตอลทอร์คเช็ค ถ่ายรูปไว้
หากใครอยากเปลี่ยน กลัวไขไม่แน่นน้ำรั่ว เดี๋ยวผมไปค้นภาพให้ดูว่ากี่NM
 
Relay ปัดน้ำฝนตัวเก่า ทิ้งไปหรือยังครับ
ค่อยๆเลาะขอบ ดึงออกมาซ่อม ทำความสะอาด
น่าจะเก็บไว้เป็นอะหลั่ย ยามฉุกเฉินได้นะครับ

จริงๆแล้ว มันไม่ค่อยเสียง่ายๆหรอกครับ
ดูข้างในแล้ว มันเรียบร้อย และถึกพอสมควรเลยครับ
ส่วนหใญ่จะชื้น และสกปรกจากคราบเกลือ
เกิดจากน้ำรั่วซึมจากยางขอบกระโปรงมั๊งครับ

ลองดูครับ
เผื่อตัวใหม่กลับ ฮังการี อีก
http://www.benzworld.org/forums/w140-s-class/1461153-windshield-wiper-relay-2.html

ขอรายงานข่าวคลาดเคลื่อนนิดนึงครับ
Relay ที่ปัดน้ำฝนของผมเดิมมีอาการจังหวะ 2 ไม่ทำงานเอาเลย
อาศัยน้องๆช่วยแกะออกมาทำความสะอาดตามลายแทง
ใส่ไปแรกๆ นานๆเปิดที ก็ใช้งานได้ ไม่รู้สึกอะไร
แต่ตอนหลังนี่ใช้บ่อยขึ้น
พบว่า ถ้ารถเดินช้าๆ เกือบหยุด หรือหยุดเลย
ใบปัดจะไม่ทำงานเลยครับ
เคลื่อนตัวแล้ว(นึกว่าไฟอ่อน) ก็ไม่ทำงาน
ต้องหมุนปิด หรือไปจังหวะอื่น กลับมาจังหวะ 2 ขณะรถวิ่ง ถึงจะทำงานครับ
สงสัยจะกลับจากเยอรมันไม่ครบ
อาจต้องหาตัวใหม่ใช้ครับ
หรือท่านใดมีข้อแนะนำเป็นแนวทางบ้างครับ

ขอขอบคุณล่วงหน้า
และขออนุญาตท่าน จขกท. ด้วยครับ
ด้วยเห็นว่ากระทู้นี้เป็นที่รวบรวม W140 เป็นประโยชน์แก่ท่านอื่นๆด้วย
ขอบคุณอีกทีครับ
 
ขอรายงานข่าวคลาดเคลื่อนนิดนึงครับ
Relay ที่ปัดน้ำฝนของผมเดิมมีอาการจังหวะ 2 ไม่ทำงานเอาเลย
อาศัยน้องๆช่วยแกะออกมาทำความสะอาดตามลายแทง
ใส่ไปแรกๆ นานๆเปิดที ก็ใช้งานได้ ไม่รู้สึกอะไร
แต่ตอนหลังนี่ใช้บ่อยขึ้น
พบว่า ถ้ารถเดินช้าๆ เกือบหยุด หรือหยุดเลย
ใบปัดจะไม่ทำงานเลยครับ
เคลื่อนตัวแล้ว(นึกว่าไฟอ่อน) ก็ไม่ทำงาน
ต้องหมุนปิด หรือไปจังหวะอื่น กลับมาจังหวะ 2 ขณะรถวิ่ง ถึงจะทำงานครับ
สงสัยจะกลับจากเยอรมันไม่ครบ
อาจต้องหาตัวใหม่ใช้ครับ
หรือท่านใดมีข้อแนะนำเป็นแนวทางบ้างครับ

ขอขอบคุณล่วงหน้า
และขออนุญาตท่าน จขกท. ด้วยครับ
ด้วยเห็นว่ากระทู้นี้เป็นที่รวบรวม W140 เป็นประโยชน์แก่ท่านอื่นๆด้วย
ขอบคุณอีกทีครับ[/QUOTE

สวัสดีครับ ความเห็นผมซื้อตัวใหม่ดีกั่วครับ สบายใจไปอีกอย่างน้อย 5 ปี ขนาดของติดรถยังเกิน 10 ปี
ถึงแม้จะเป็นของใหม่ OEM ก็น่าจะใช้ได้นานนะครับ

ตอนนี้รถผมก็ใช้มาครบ 1 ปี แล้วครับ ตอนนี้รถผมก็อยู่ที่อู่เก็บงานใหม่ เครื่องสั่นและติดไม่ครบสูบบางครั้งกับเวลาเลี้ยวเสียงพัดลมดังแง็งๆ เจอตัวปัญหาแล้วคือสายแว็คคัม ที่ต่อไปยังโคมไฟหน้าขวาแตก ส่วนเสียงพัดลมแอร์ดัง ตอนแรกช่างสันนิษฐานว่าแกนโรเตอร์สึกพอเปิดออกมาลูกยางรองพัดลมแอร์ละลาย โรเตอร์ปกติเกือบเสียเงินซื้อตัวโรเตอร์ใหม่ 5400 บาท แล้วก็งานเล็กๆน้อยๆคือ หมอนหลังกับพนักพิงศีรษะข้างคนขับปรับขึ้น-ลงไม่ได้ ถ้ามีภาพประกอบจะเอามาลงกระทู้นะครับ ขอรวบรวมข้อมูลก่อนครับ :)
 
Last edited:
คราวก่อนทีเคยแนะนำ พี่ไปเรื่องถอดเสื้อวาวล์น้ำ ไม่ออก

ตอนนั้นผมยังไม่มี 140 เลย เอา ปสก จาก 124 มาแนะครับ

แต่ยังงัย เสื้อวาวล์ น้ำมันก็เหมือน กัน

คราวนี้ถึงตาผมมั่ง แล้ว ต้องบอกว่า ถอดไม่ออกเหมือนกันครับ

เลยยังไม่ได้ปลี่ยน เสียที รอเวลาว่างๆ จะ

ลองอีกที ครับ

ได้รถมา ค่อนข้างสมบูรณ์ ทั้งราคา และสภาพ

ตอนนี้เปลี่ยนเฉพาะ นมค นมก และ นม. เฟืองท้าย

เปลี่ยนท่อยางหม้อน้ำ สาม อัน ยังคงค้าง วาวล์น้ำ อีกอัน

อ้อ water temp sensor อีกตัว 350 บาท

อุณหภูมิหน้าปัด ปัจจุบัน ประมาณ 80 80กว่าๆ รถติดหน่อย ก็ไปถึง 100

แต่ก็ลง ไม่เกิน นี้

อย่างนี้ ถือว่าปรกติ ปล่าว ครับ

ถอดเสื้อวาวล์น้ำออกแล้วครับ

เคาะไม่ออก เลยใช้ท่อนเหล็กวางพาดปั้มน้ำ แล้วงัดเสื้อวาวล์ น้ำ

จึงออกมาได้ :n44: เปลี่ยนวาวลน้ำ 71 องศา ความร้อน 80-95
แต่ๆ วันรุ่งขึ้นพัดลมไฟฟ้าไม่ทำงานอีก

ปรากฎว่า สายไฟที่ไปเข้าและออก ตัวค้านทาน เน่าเลยครับ

จัดการต่อใหม่ พัดลมใช้ได้ปรกติ แล้ว

ผมคิดว่าคันอื่นๆรุ่นราวคราวเดียวกัน สายไฟชุดนี้น่าจะแย่เต็มทีแล้วละครับ

เพราะมันต้องใช้งานตลอด แนะนำว่า ควรเปลี่ยนใหม่ดีกว่า ให้ใหญ่กว่าเดิมหน่อยก็ดี ครับ

สายไฟเส้นที่เป็นแถบเขียว จะมาจากกล่องฟิวส์ ต่อก่อนเข้ากล่องฟิวส์ก็ได้

แกะผ้าที่พัดมัดสายไฟออก ใกล้กล่องในรางสายไฟนะครับ ทำงา่ยด้วย

จัดการต่อดีที่สุดบัดกรีสักนิด ใส่ท่อหด โอเค เลย เส้นนี้เดินสายไฟมาตา่งหาก

วางมาในรางเลยครับ

อีกเส้นต่อกับเส้นที่วิ่งไปพัดลมไฟฟ้า จุดต่ออยู่ใกล้ๆหลังโคมไฟหน้า ครับ

งานนี้ต้องแกะผ้าที่พันมัดสายไฟออกก่อนเช่นกัน เสร็จแล้วค่อยพันกลับอย่างเดิม ครับ
 
ถอดเสื้อวาวล์น้ำออกแล้วครับ

เคาะไม่ออก เลยใช้ท่อนเหล็กวางพาดปั้มน้ำ แล้วงัดเสื้อวาวล์ น้ำ

จึงออกมาได้ :n44: เปลี่ยนวาวลน้ำ 71 องศา ความร้อน 80-95
แต่ๆ วันรุ่งขึ้นพัดลมไฟฟ้าไม่ทำงานอีก

ปรากฎว่า สายไฟที่ไปเข้าและออก ตัวค้านทาน เน่าเลยครับ

จัดการต่อใหม่ พัดลมใช้ได้ปรกติ แล้ว

ผมคิดว่าคันอื่นๆรุ่นราวคราวเดียวกัน สายไฟชุดนี้น่าจะแย่เต็มทีแล้วละครับ

เพราะมันต้องใช้งานตลอด แนะนำว่า ควรเปลี่ยนใหม่ดีกว่า ให้ใหญ่กว่าเดิมหน่อยก็ดี ครับ

สายไฟเส้นที่เป็นแถบเขียว จะมาจากกล่องฟิวส์ ต่อก่อนเข้ากล่องฟิวส์ก็ได้

แกะผ้าที่พัดมัดสายไฟออก ใกล้กล่องในรางสายไฟนะครับ ทำงา่ยด้วย

จัดการต่อดีที่สุดบัดกรีสักนิด ใส่ท่อหด โอเค เลย เส้นนี้เดินสายไฟมาตา่งหาก

วางมาในรางเลยครับ

อีกเส้นต่อกับเส้นที่วิ่งไปพัดลมไฟฟ้า จุดต่ออยู่ใกล้ๆหลังโคมไฟหน้า ครับ

งานนี้ต้องแกะผ้าที่พันมัดสายไฟออกก่อนเช่นกัน เสร็จแล้วค่อยพันกลับอย่างเดิม ครับ

อ่านพบว่าวาว71 เย็นไปจะกินเชื้อเพลิง และเกียร์จะร้อนช้า เช้าอาจมีลากยาวและกระชาก
ผมเองสงสัยเจ้าของเก่าจะใช้71 อยากเปลี่ยนเป็น 87
ไไว้รอท่านรายงานการใช้ จะตัดสินใจอีกที
ไม่ทราบได้ถ่ายภาพตอนใช้ท่อนเหล็กพาดแล้วงัดไหม
แล้วตอนประกอบ ต้องทากาวประเก็นรอบหรือไม่
 
อ่านพบว่าวาว71 เย็นไปจะกินเชื้อเพลิง และเกียร์จะร้อนช้า เช้าอาจมีลากยาวและกระชาก
ผมเองสงสัยเจ้าของเก่าจะใช้71 อยากเปลี่ยนเป็น 87
ไไว้รอท่านรายงานการใช้ จะตัดสินใจอีกที
ไม่ทราบได้ถ่ายภาพตอนใช้ท่อนเหล็กพาดแล้วงัดไหม
แล้วตอนประกอบ ต้องทากาวประเก็นรอบหรือไม่



ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ขออภัยด้วย ครับ แต่โดยลักษณะขอ
เสื้อวาวล์น้ำเราก็จะงัดได้ทางเดียวคือทางที่เราสวมท่อยางเข้านั่นละครับ


โดยปรกติไม่ต้องทากาว หรอกครับ แต่ของผมเที่ยวนี้ตอกซะเยิน ไปหน่อยถ้าไม่ใส่กาว

น้ำซึมได้ เลยต้องทา
 
ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ขออภัยด้วย ครับ แต่โดยลักษณะขอ
เสื้อวาวล์น้ำเราก็จะงัดได้ทางเดียวคือทางที่เราสวมท่อยางเข้านั่นละครับ


โดยปรกติไม่ต้องทากาว หรอกครับ แต่ของผมเที่ยวนี้ตอกซะเยิน ไปหน่อยถ้าไม่ใส่กาว

น้ำซึมได้ เลยต้องทา

ที่สอบถามเรื่องกาว เพราะคันผมแน่นมากเหมือนถูกทากาวมาก่อน
มองไปรอยต่อตรงคอห่านซีลสนิทมาก
ถอดยังไม่ออก แต่ได้ปลดสายยาง มองเข้าไปเห็นตะกรันเคลือบหัววาวล์ตรึม
ถอดท่อยางหน้าเครื่อง เอานิ้วแหย่เข้าไปเขี่ยสปริงดู รู้สึกว่าจะอ่อนกว่าตัวใหม่(แปดเจ็ดองฉา)
ตัวเก่าท่านอย่าเพิ่งทิ้ง อ่านพบว่า สมช รุ่นก่อน ๆ ใช้เจ็ดหนึ่งแล้วเครื่องเย็นไป เทมป์ผันผวนมาก
ต้องกลับมาใช้ตัวแตน ๆ
ที่ผมอยากใช้แปดเจ็ด ก็อย่างที่บอกข้างบน อยากให้เทมป์ถึงจุดที่เครื่องยนต์ทำงานได้ดีที่สุด ในเวลาสั้นที่สุดครับ
 
รายการนี้เกิดอาการคันเองคือหม้อน้ำ เพราะ ของเดิมเป็นหม้อน้ำทองแดงของ Behr (เช็คราคาแล้วยี่ห้อนี้ 1 ลูก ราคา 9800 บาท) สตาร์ทรถตอนเช้าทีไร ทำไมมันร้อนช้าจัง ไม่ทันใจแถมวิ่งไปพัดลมทำงานบ่อยมาก การระบายความร้อนไม่พอใจ เลยสั่งร้านที่กรุงเทพจัดหม้อน้ำอลูมิเนียมให้ซักใบ

ของเดิมดูสภาพแล้วเจ้าของเดิมคงเปลี่ยนมาได้ไม่นาน ยังเอี่ยมอยู่เลยครับ







ของใหม่ 1 ลูก ราคา 10,000 บาทถ้วนลองวิ่งเมื่อวาน อืม ... ดีขึ้นเยอะครับ







ทั้งนี้ก็เปลี่ยนยางรองหม้อน้ำตัวล่าง p/n A140 504 0212 : 300 บาท/อัน ใช้ 2 อันครับ ของเดิมไม่มีรูป แต่เห็นแว็บๆที่อู่ ขาดเรียบร้อย



คลิปล็อคแผงบังลมหม้อน้ำ p/n A 002 994 2635 1 ชุด 200 บาท




ยางหูหม้อน้ำ ตัวบน 80 บาท/ตัว ใช้ 2 ตัว ครับ




http://image.ohozaa.com/view2/xlUR4EE0SAULB0Mo

หม้อน้ำแบบที่พี่สั่งทำจะช่วยให้ปลาวาฬตัวเย็นกว่าหม้อน้ำมีเนียมสเปคเดิมๆของรถมั้ยครับ
 
หม้อน้ำแบบที่พี่สั่งทำจะช่วยให้ปลาวาฬตัวเย็นกว่าหม้อน้ำมีเนียมสเปคเดิมๆของรถมั้ยครับ

คุณสมบัติเหมือนกันครับ เพียงแต่แบบของผมอายุการใช้งานจะนานกว่า เพราะของผมจะเป็นฝาข้างอลูมิเนียมซึ่งเชื่อมเป็นชิ้นเดียวกันกับ แผง หม้อน้ำ ในขณะที่ สินค้าทั่วไปจะเป็นแบบฝาข้างพลาสติก เมื่อใช้ไปนานๆ พลาสติกอายุสั้นลง ก็จะกรอบแตก บางกรณี จุดเชื่อมต่อที่เป็นพลาสติก กับ แผงอลูมิเนียม แตก ปริ แยกออกจากกันครับ

หากอยากทำฝาข้าง อลูมิเนียม เพื่อความสบายใจ เพราะเรา ซื้อแบบฝาพลาสติกมาใช้แล้ว เราก็สามารถจ้างร้านหม้อน้ำที่เชื่อมอลูมิเนียมได้ เอาฝาข้างที่พลาสติกออก แล้ว ให้ร้านทำฝาอลูมิเนียมแทน ครับ

ลอง search ร้านที่รับทำหม้อน้ำอลูมิเนียม ได้จาก google หรือ สอบถามร้านที่รับทำหม้อน้ำอลูมิเนียม ใน เว็บ BON ดูครับ :):)
 
ยางหุ้มเหล็กกันโคลงหน้าขวาแตก หน้าซ้ายหลวม เวลา ขับรถจะรู้สึกได้ว่า วิ่งบนถนนไม่เรียบแล้ว ช่วงล่าง คลอน ชัดเจน

p/n 140 860 0260 : 2 อัน 150 บาท/อัน (OEM ไต้หวัน)

หน้าขวา



หน้าซ้าย



ต้องถอดออกมาใส่ครับ


ขออัพเดทจาก จขกท หน่อยนะครับ
ยางหุ้มเหล็กกันโคลงของไต้หวันที่ท่านเปลี่ยนมา ใช้งานได้ดีไหมครรับ
ร้านประจำก็มีแต่OEM เช่นกัน
ปล คันผมเวลาวิ่งผ่านเส้นประ "กันหลับใน" จะคลอนเล็กน้อย แต่มีเสียง "กุ๊ก ๆ ๆ ๆ "
พอไปอู่บ้านให้ช่าง ศ ขับ กลับไม่มีซะงั้น ผมขับกลับบ้านตอนกลางคืนยิ่งได่ยินชัด
ฝกถามช่างของท่านหน่อยว่าใช่จำเลยตัวนี้ไหม จะได้ซื้อไปให้ช่างเปลี่ยนพร้อมยอยทีเดียว
ขอบคุณครับ
 
ขออัพเดทจาก จขกท หน่อยนะครับ
ยางหุ้มเหล็กกันโคลงของไต้หวันที่ท่านเปลี่ยนมา ใช้งานได้ดีไหมครรับ
ร้านประจำก็มีแต่OEM เช่นกัน
ปล คันผมเวลาวิ่งผ่านเส้นประ "กันหลับใน" จะคลอนเล็กน้อย แต่มีเสียง "กุ๊ก ๆ ๆ ๆ "
พอไปอู่บ้านให้ช่าง ศ ขับ กลับไม่มีซะงั้น ผมขับกลับบ้านตอนกลางคืนยิ่งได่ยินชัด
ฝกถามช่างของท่านหน่อยว่าใช่จำเลยตัวนี้ไหม จะได้ซื้อไปให้ช่างเปลี่ยนพร้อมยอยทีเดียว
ขอบคุณครับ

ยังใช้ได้ดีจนถึงปัจจุบันนี้ครับ ผมว่าลองยกรถแล้วไล่ช่วงล่างเป็นรายการๆไปจะดีกว่าไหมครับ ตอนนี้ช่างที่ขอนแก่นไม่สบายเป็นไข้ผัดวันนัดกับผมมา2วันแล้วผมอยากเช็คความเรียบร้อยก่อนเดินทางไกลช่วงปีใหม่ ก็ยังไม่ได้ทำเลยครับ:(
 
มาให้กำลังใจคนรักปลาวาฬครับ ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่ตอนนี้ผมพยายามฝึกฝนและเน้นซ่อมเองครับ

งานซ่อมใหญ่ๆ เคยซ่อมมาหมดแล้วสมัยอยู่กะคุณพ่อ ตอนนี้คุณพ่อยกให้เลยต้องพยายามศึกษา

เพื่อแก้ปัญหาและซ่อมด้วยตัวเอง ไม่งั้นกระเป๋าฉีกแหงๆ แต่ยิ่งซ่อมยิ่งรื้อก็ยิ่งหลงรักครับ อิอิ
 
Back
Top