อัพเกรด ขอแนวทาง320จะวางโบคับ

แต่ยังไงซะจิตใจก็ยังวนเวียนอยากได้ header ของ BM ตัวนี้ รอก่อนเถอะ ทาเคชิ
p_CES_STG_4_1_1soft.jpg

เอาเลยเอาเลยๆๆๆๆ :cool:

เตรียมเงินเพิ่มอีกสักเข่งนะ :n35:
 
การหาห้วงเวลาของหัวฉีดเสริม

จะจูนหัวฉีดได้ ก็ต้องรู้ว่า ห้วงเวลาการการฉีดของหัวฉีดที่มีอยู่
ในกรณีของผม ที่ซื้อ AFR meter มา อาจจะเล่นวิธีโง่ๆ ค่อยๆจูนไปตามผลที่ได้
แต่อย่างไรซะถ้าเราทราบ ค่าพื้นฐานที่เหมาะสม ย่อมดีกว่า
ผมก็คุ้ยๆๆ แล้วก็คุ้ยๆๆ จนเจอ เวปที่น่าจะให้คำตอบนั้นจนได้ครับ
ก็เอามาแชร์ สำหรับผู้สนใจเหมือนเดิม

ในกรณีของผม ใช้หัวฉีด 120 lb/hr หรือ 1200 cc/min (100%duty cycle)
ค่าเหมาะสมการทำงานจริงๆ คือ 96 lb/hr ที่ 85% duty cycle
ตัวแปรที่เราต้องทราบก็คือ ขนาดเครื่อง ของเรา 3200cc = 196 CID
จำนวนหัวฉีด แรงม้าสูงสุดที่ต้องการ ผมก็นำค่าเหล่านั้นมาใส่
ได้ผลออกมาดังนี้
http://www.rbracing-rsr.com/calcinjpulse.html

calculate.jpg


ตัวเลขสำคัญที่ผมได้ออกมาก็คือ 68.7 lb/hr 2 ตัว
กับค่า 7.8 mls ที่85%dutycycle

ถ้าไม่คิดอะไรมาก ก็จะเห็นว่า ถ้าใช้หัวฉีด 120lb/hr 2ตัว ก็จะใช้หัวงเวลา 3.6-4.0 mls
หรือครึ่งหนึ่ง(คิดโง่ๆเอานะครับต้องลองดูอีกที)

ซึ่งเป็นหัวงเวลาเจ๋งที่สุดที่หัวฉีด คู่นี้จะให้ กำลังกับเครื่อง
(ผมให้ตารางคำนวนที่ 4 stroke หากไปเทียบกับค่าที่ Mr.EDให้ เขาเซทเป็น 2 stroke
ก็จะได้ห้วงเวลาออกมาที่ 3.9 mls ใกล้เคียงกันมากๆ :) )

คำถามก็คือ ในเมือหัวฉีดของผมเป็นขนาด 120 lb/hr duty cycle ที่ 6500 รอบจะมีค่าเท่าไหร่
ในเวปนอก เค้าบอกไว้ว่า ต่ำกว่า 40% เป็นสํญญาณว่าใหญ่ไป (แต่ก็บอกว่าใช้ได้แค่ไม่เหมาะ)

มาดูเรื่อง Duty cycle กันซะหน่อย ผมก็อยากเข้าใจเหมือนกัน
หลักการ ท่านว่าไม่ยาก จากค่าที่ผมใส่ 6500 รอบ เครื่อง4จังหวะ
หัวฉีดจะฉีดเชื้อเพลิง 1 ครั้งทุกๆ 2rpm
เริ่มคำนวนกัน 6500/2= 3250/60วิ = 54.1rev/วิ 1/54.1= 0.018s
ก็คือ 18 ms นั่นเอง นี่เป็นตัวเลขที่ใช้คำนวนหา % ของ duty cycle
ทีนี้ถ้าเราเลือกหัวฉีดที่ต้อง จ่ายน้ำมัน 10ms ที่6500 ก็เอามาคำนวน
10/18 = 55.5% นั่นคือ duty cycle หัวฉีดเราที่เลือกนั่นเอง
เอาค่า 3.9 ที่ได้มาจากข้างบนมาคิด 3.9/18= 0.21 หรือคิดเป็นแค่ duty cycle 20% :n29:
คงต้องรอดูว่า ผลจะออกมาเป็นอย่างไรครับ (ผมก็เพิ่งคำนวนเป็น อิอิ ไม่รู้ถูกป่าว)
 
Last edited:
Sequential vs. Batch

หรือ Times VS. Batch
เหมือนอย่างที่เค้าว่า ยิ่งอ่าน ก็ ยิ่งรู้ว่าโง่ อ่านไปเรื่อยๆก็เจอแต่เรื่องที่ ไม่รู้ :p

ในตารางข้างบน มีค่าตัวแปร ตัวหนึ่ง ที่ สำคัญมากที่ ผมไม่เข้าใจ เห็นแล้วก็อยากรู้
ก็คือ การให้เลือกระหว่าง Sequential VS. Batch
โดยถ้าเลือก Sequential หัวฉีด จะฉีดน้ำมัน 1 ครั้ง (ตามหลัก ดูด อัด ระเบิด คาย อันนีเข้าใจ)
แต่ถ้าเลือก Batch หัวฉีด จะฉีดน้ำมัน 2 ครั้ง มันยังไงของมัน งง:n08:

เนื่องจากผมเฮ้าเลี่ยนจะจูน การฉีดน้ำมันเอง มันก็เลยต้องอ่านๆ ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้อง
คุ้ยอ่านไปหลายๆเวปจนพอจะเข้าใจว่า
ระบบ Sequential คือการที่หัวฉีด จะฉีดน้ำมัน ไปที่แต่ละสูบแค่ห้วงเวลาที่ วาว ไอดี เปิด เท่านั้น
ซึ่งจะได้อัตราการบริโภค กำลังเครื่อง และ ค่าไอเสียที่ดี
ระบบ Batch "central port fuel injection" (CPFI)
จะส่งสัญญานให้หัวฉีด ฉีดน้ำมันพร้อมกันทั้งหมด
วาวสูบไหนยกเมื่อไหร่ อากาศก็ดันน้ำมันเข้าไปเอง
สาเหตุที่ต้องฉีดน้ำมัน2ครั้งก็เพราะ การจุดระเบิดของเครื่องไล่ลำดับ
ก็เลือกที่จะฉีดน้ำมัน 2รอบ รอบละครึ่งหนึ่ง พร้อมๆกับทุกสูบ เพื่อชุดเชย
ซึ่งย่อมทำให้ฝอยน้ำมันอาจไปเกาะพอทไอดี และ การจุดระเบิดไม่ดีเท่ากับ ระบบ Sequential

แต่กล่องหัวฉีดเสริมหลายสำนัก ยังเลือกใช้ระบบ batch อยู่
โดยท่านว่าในรถซิ่งรอบสูง หัวงเวลาที่ วาลว์ยกนั้นมันสั้นมากกกกก
สั้นจนกระทั่ง ข้อแตกต่างของ ระบบ Sequential และ Batch น้อยลงๆ
เพราะ เมื่อวาวมันยก และ ปิดเร็วขึ้นๆ ห้วงเวลาที่น้ำมันรออยู่ใน พอร์ท ก็น้อยลงนั่นเอง
ด้วยราคาที่ถูกกว่าและจูนง่าย ขาซิ่งในเวปนอกจำนวนมาก ก็ยังเลือกใช้ระบบ Batch อยู่

อ่านแล้ว นึกย้อนไปที่ Mr.Ed ระบุให้กล่องที่ผมซื้อมา ทำงานในระบบ 3สูบ2จังหวะ
ก็เริ่มเห็นภาพว่า เขาคงต้องการ ให้กล่อง จ่ายน้ำมัน ทุกๆ 2 คาบ แม้ วาวไอดีจะปิดอยู่
เนื่องจากหัวฉีดไม่ได้อยู่หน้าวาวเปะๆ การฉีดน้ำมันทุก2คาบ
ย่อมทำให้ มี มวลน้ำมันในอากาศ สม่ำเสมอ กว่า แทนนที่จะฉีดเฉพาะจังหวะที่วาวยก
ซึ่งจะว่าไป น่าจะส่งผลคล้ายกับ ระบบ Batch นั่นเอง :D (เดาเอานะคับ)
อ่านตรงนี้เพิ่มเติม ยิ่งงง:n08:
http://members.rennlist.org/951_racerx/SequentialVsBatchFiring.pdf
 
Last edited:
พี่ไมค์กระซิบหลังไมด์ได้ป่าวครับว่าไปซุ่มทำที่ไหน :D
 
พี่ไมค์กระซิบหลังไมด์ได้ป่าวครับว่าไปซุ่มทำที่ไหน :D

เรื่องอู่นี่ขอผ่านละกันครับ ไม่อยากให้เป็นประเด็น :)

ผมก็ทำเหมือนตอนหาผู้รับเหมาก่อสร้างครับ เลือกเจ้าที่ดูมีประสบการณ์ 3-4 เจ้า
โทรไปคุย อธิบาย ว่าผมออกแบบ และต้องการสร้างอะไร แล้วฟังความเห็นเค้าดู

เดินดูงานในอู่ก็ไม่ได้สวยหรูอะไรคับ อู่ลูกทุ่งบ้านๆเลย
แค่บังเอิญ แหละครับที่มี M104 อยู่ในอู่1คัน อีก 5-6คันที่เหลือ เป็น Jโบ 2Jโบ และก็ ดีเซลโบ

จะออกหัวออกก้อย ก็ยังไม่ทราบเลยครับ
 
ยิ่งอ่านยิ่งอยากลอกการบ้านจังเลย 55555 ;):D
 
Strut Bracing Bar

วันหยุด หยิบตลับเมตร เปิดฝากระโปรง วันนี้ ว่าจะลองเรื่อง ค้ำช๊อคครับ
ผมเห็นเมืองนอกเขาทำ ค้ำช๊อค124 แบบประหยัด ก็เซฟรูปเก็บไว้นานและ ได้ฤกษ์เอามาศึกษาและ
นั่งจ้องดู คิดว่าไม่น่ายากอะไร ให้ร้าน เหล็กดัดแถวบ้านทำ น่าจะได้
หลักการก็ตรงไปตรงมาครับ กระจายแรงอัดบนคานกลาง ไปบนฐานค่ำช๊อคทั้ง2ฝั่งให้มากที่สุด
อันที่ผมจะลอก เขาแก้ปัญหาสายแวคคั่มหม้อลมเบรค ด้วยการเยื้องขาคานนิดนึง ง่ายดีเหมือนกันครับ

BracingCheap120410.jpg



แต่พอเปิดฝากระโปรงไปยืนดู ไอ้หยาา ไม่ใช่หมูๆแฮะ เนื่องจากเบ้าช๊อค มีมุมเอียงจากระดับพื้น
แถมเบ้าฐานก็ไม่ได้เป็นทรงกลมโดยสมบูรณ์ ไม่สามารถวัดแล้วสร้างแบบได้เลย
ต้องทำ mockup อีกแล้ว ก็ตัดๆวัดๆ เจาะๆ ตัดๆ วัดๆ สามสี่รอบครับ จนเอามาเขียนแบบได้
ด้วยปัญหามุมบิดของฐานช๊อค ผมเลยตัดสินใจ แยกชิ้นฐานกับ คานกลางดีกว่า ไม่งั้นเสี่ยงใส่ไม่ได้
BracingCheapLEG120410.jpg


โดยค่อยรอเจาะรูร้อยน๊อคหน้างานตอนนติดตั้งอีกที
พอได้องศาที่ใช้ก็เชื่อมตายกับคานกลางเป็นชิ้นเดียว
วัสดุ ก็คงเป็นเหล็กแผ่นทั่วไป print ขนาด 1:1 หาร้านตัด เชื่อม 1000 นึงน่าจะจบ พ่นสีดำ:p
BracingCheapdetail120410.jpg


พอแผนเปลี่ยน ว่าคานต้องแยกอิสระ ก็อยู่ไม่สุข คุ้ยหาคานกลางเจ๋งๆ
ก็ไปเจอ คานกลางของ เอซีชนิเซอร์ ที่สวยโดนใจ ดูแล้วก็ง่ายๆ
จะเลือกเอาเหล็กกล่อง นิ้วxน้ิว มาเชื่อมก็คงง่ายดายหายห่วง
ชิ้นนี้อาจจะให้ร้านทำรั่วเสตนเลสทำให้ งานเชื่อมเขาสวยกว่า แล้วพ่นดำเช่นกัน
แต่ถ้าราคาออกมาแพง ก็ร้านเหล็กดัดเหมือนเดิม เดี๋ยวผมจะเอาแบบไปคุยเหมา
ผมหวังว่า 2500 น่าจะเอาอยู่นะ ถ้าไม่เน้นปราณีต ได้ความว่าไงจะมาแชร์ครับ :D

Bracing120410.jpg

Bracing2_120410.jpg


งึมๆ ไล่ดู ไล่ทำโมเดล คานกลางของชนิเซอร์ไปเรื่อยๆ
ผมว่า เค้าเน้น ให้คานรับแรงแนวราบ จากหน้ารถไปหลังรถเป็นพิเศษนะครับ
ดูจากอัตราส่วนความหนาของคานกลาง ทางแนวราบ ลึกกว่า แนวดิ่ง มากก ระดับ 1 ต่อ 10 เลย
เหมือนว่าไม่ได้กลัวคานโก่งขึ้นหรือลง แต่กลัวคานแอ่นหน้าแอ่นหลัง หรือบิดรอบแกนตัวเองมากกว่า
อาจจะเป็น บุคลิคของช่วงล่างของ บีมเมอร์ ไม่รู้เมิคเราจะเป็นแบบนี้รึเปล่า
Bracing_2_120410.jpg

Bracing_3_120410.jpg
 
Last edited:
Bracing120410.jpg

ผมชอบอันนี้ครับ

สอบตกนะไม่ว่า เพราะไงก็ตกด้วยกันครับ
สอบตกคู่ ดูน่ารัก 55555 :D
 
ผมชอบอันนี้ครับ



ความคืบหน้าครับ ตอนเที่ยงวิ่งไปวงเวียนโอเดียน ลองสอบราคาดูคับ
เค้าขาย อลูมิเนียมเบอร์ 6063 ขนาด 38x12มิล ยาว6เมตร ราคา 1456 บาท ทำได้2ชุดเลย

เช็คดูEbay ค้ำช๊อคจีนอย่างในรูปนี้ ก็บอกว่าทำจาก 6063 เหมือนกัน ถ้าไม่คิดมาก็ประหยัดดี
Aluminum_Strut_brace_for_BMW_E46_M3.jpg


แต่ทางร้านแนะนำให้ใช้เบอร์ 5083 เค้าว่ามันแกร่ง ใช้ทำเพลา
ผมเลยลองหาข้อมูลในเนทโทรไป ไปเจอเจ้าหนึ่ง
ขนาด 38x12มิล ยาว 1.20 1แท่ง 470บาท
ไม่รู้ถูกหรือแพง แต่ว่า คำนวนดูแล้วผมต้องใช้ 3แท่ง ก็ตก เกือบๆ 1500
เหลืออีก 1000 บาทไว้ทำ ขาที่เบ้าช๊อคทำด้วยเหล็กแผ่น ค่า น๊อต6เหลี่ยมหัวจมสวยๆอีก 8ชุด
รวมแล้ว 2500 บาท น่าจะได้ค้ำช๊อค ทรง space truss คานอลูมิเนียม 5083

อัพเดทงาน เป็นแท่ง อลูมิเนียม 38x12มิล 10 แท่ง บากปลาย ประกอบกันแล้วร้อยด้วยน๊อต
หน้าตาก็จะประมาณนี้ สวยสู้แบบชิ้นเดียวไม่ได้ แต่ก็พอไปวัดไปวานะ เน้นการใช้งานๆ :p
BracingBar2.jpg


ยังลังเลว่าจะบาก 1/2 หรือ บาก 1/3 ดี ไม่อยากให้มันยากไป เดี๋ยวค่าบากจะแพง :p
BracingBar3.jpg


สุดท้ายทำสีดำด้าน เพิ่มความเรียบร้อย ชิ้นงาน :n40:
BracingBar1.jpg


ยังไงใจก็อยากได้แบบชิ้นเดียว เลยไล่ๆโทรถาม เจอแบบแยกตัดขายครับ
5083 ตัดแเป็นแผ่น 30x100 ซม หนา 12 มิล ราคา 3000 บาท :p ชักลังเล อิอิ
 
Last edited:
ผมว่าประหยัดงบและได้สวยด้วย เลือกแบบ 2 กับ 3 สั่งตัดชิ้นเดียวงามเลยครับ
หรือจะทำสามแบบ เก็บไว้ เบื่อๆ ก็เอามาเปลี่ยนเล่นก็ได้นะ :rolleyes: :thumbup:
 
Tactical to Practical

เอารถเข้าอู่ไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา เมื่อวานไปดู รถก็เกือบเสร็จแล้วละครับ 5 วันไวเอาเรื่อง คงเหลือแต่ลองติดเครื่อง ต่อกล่องจูน ว่า จะพบเจอปัญหาอะไรบ้าง ก็ต้องสู้กันต่อไป

ก็เอารูป รายละเอียดการทำมาพูดคุยกันดูว่า แนวทางที่ผมวางแผนไว้ กับที่ตัดสินใจทำจริงลงไปเป็นอย่างไร บ้าง เพื่อนๆที่สนใจ จะได้ หยิบที่ชอบไปใช้ หรือ พบเห็นจุดไม่ดี ก็แก้ไขกันไปคัรบ :rolleyes:

เริ่มจากตำแหน่งติดตั้ง Inter ครับ ตาม Tactical แล้ว อินเตอร์ควรจะรับลมโดยตรง และถ้าทำได้ก็ไม่ควรถ่ายลมร้อนเข้าไปที่แผงระบายความร้อนตัวอื่น ไม่งั้นก็เหมือนเอาความร้อนจุดหนึ่งออกไปเพิ่มให้อีกจุด

ผมเลือกทำตามเพื่อนซี้ Mr.X แนะนำครับ จัดไว้ด้านล่างในกันชนเดิม ซ่อนไว้หลังคานกันชน ลับหูลับตาหน่อย ขับไปโดนใครแซงก็จะได้ไม่เขินมาก
Picture2002.jpg


แต่จะทำแบบนั้นได้้ ต้องตัดหูเหล็กที่ช่วยรับน้ำหนักคานรับหม้อน้ำออก
ผมก็ไปไล่คุ้ยศึกษาว่ามันยัดได้จริงอะป่าว ก็เจอ ว่ามันทำได้ ก็หา รูปเรเฟอเรนซ์ไปให้ช่างดู
นี่คับเอารูปสองรูปนี้ไป ปรึกษาช่าง เค้าก็บอกโอเคไม่ยากอะไร ลอกการบ้านกันไป
xyzTurbo015.jpg

xyzTurbo013.jpg


แต่แน่นอนครับว่าตัดเหล็กที่รับคานหม้อน้ำไป เราก็ต้องหาทางเสริมความแข็งแรงกลับไป ก็ทำโดยเชื่อมขายึดไว้ที่ inter ตรงนี้ทำแผ่นอลูมิเนียมหนาๆหน่อยมาติดที่อินเตอร์ เพื่อให้กระจายแรงลงบนผิวนะครับ ไม่งั้นอินเตอร์อาจฉีกได้ ของผมก็ติดไว้ทาง ปากอินเตอร์ซึ่งเป็น งานหล่อสำเร็จ ก็คิดว่าจะโอเคครับ จากรูปจะเห็นว่า ใส่เข้าไปได้แนบกิ๊บๆ
Picture2006-1.jpg


สรูปว่า
จากที่วางแผน ยัดอินเตอร์ไว้ใต้กันชนเพื่อให้ลมร้อนไหลเข้าไปรบกวนระบบอื่นน้อยที่สุด ก็ สามารถทำจริงได้ครับ

ใครชอบแบบนี้ ก็ให้เลือกขนาด อินเตอร์สูงไม่เกิน 6" หนาไม่เกิน3" คับ(ถ้าแรงม้าไม่เยอะ 2นิ้วยิ่งดี)
ตอนติดตั้ง ผมสั่งให้ช่าง กรีดฝาบังลมพัดลมแอร์ด้านล่างออกไปด้วย
ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งที่ Turbo Technic ระบุไว้ครับ เพื่อให้ลมไหล

เมื่อวานช่างประกอบกันชนกลับ ก็ใส่ได้ แต่ตัวท่ออินเตอร์ซ้ายขวา ก็ดันกันชนจนโก่งออกมา
พอดีกันชนหน้าผมแตกเพราะไปกระแทกฟุตบาท เดี๋ยวไปซ่อม อาจจะถามเข้าว่า โก่งชายล่าง
ออกมาหน่อยจะดีไหม จะได้ไม่ึอัดอัดมาก

ลุงคนหนึ่งในอู่แนะนำให้ทำ กล่องดักลม Inter Duct
(ลุงคนนี้ ทำตัวเหมือนในการ์ตูน มากเลยครับ พูดจาขำๆติดตลก แต่แกรู้อะไรทางเทคนิคเยอะมากๆๆ แนะนำอะไร เหมือนที่อยู่ในหนังสือที่ผมอ่านตลอด )
โดย Inter ductก็เหมือนบังลมพัดไฟฟ้าแหละครับ แต่ ทำเป็นปากมารับลมเพื่อดักลมเข้า อินเตอร์
ในหนังสือของคุณ คอร์กี้เบล เขาแนะนำไว้ ผมตอนแรกก็เฉยๆ

แต่พอเห็นว่า มี แถวบนและล่างของอินเตอร์ (2แถว) ถูกบังด้วยคานบน และ ชายล่างกันชน
ก็คิดอยู่ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ก็เลย เคยอ่านตรงนี้นี่นา ทำปล่องนำลมเข้าไปเลย ต้องลองๆ


นี่เป็นรูปในหนังสือครับ ต้องลองๆ
ที่น่าแปลกใจก็คือ Inter duct ที่ปากบานๆรับลมเยอะๆ กลับ ห่วยกว่า แบบที่ปากแคบๆ
ในหนังสือจะบอกไว้ว่า ปากแคบได้เท่าไหร่ จึงจะโอเค
ขออภัยที่ผมหยิบข้อมูลในหนังสือมาลงได้แค่ในระัดับหนึ่ง ลงหมดคงไม่เหมาะ
เพราะลิขสิทธ์ของผู้เขียน และ หนังสือเขาก็ ของขายหากิน อะนะคับ:p
DuctInter.jpg
 
Last edited:
Tactical to Practical / Header

จิ๊กซอว์ ตัวที่2 ครับ
ครั้งแรกที่ออกแบบไว้ ผมต้องการเก็บ เฮดเดอร์ เดิมติดรถไว้ แล้วจะทำการม้วน ไอเสียอ้อมคานล่าง
กลับขึ้นมาข้างๆ ไดชาร์ท มารับเทอโบ เพราะไม่อยากเจอปัญหา เฮดเดอร์รั่ว
ก็จาก 1 อ้อมลงไปใต้คานบริเวณยางแท่เครื่อง แล้ว ย้อนกลับขึ้นมาข้างๆ ไดชาร์ท
finaldiagram2.jpg


แต่เมื่อไปปรึกษากับช่าง ช่วงแรก ก่อนจะเอารถไปทำ เค้า ก็แนะนำว่า อย่าเลย(หนีปัญหา)
ก็บอกว่า ทำปกติแหละ มีปัญหากลับมาหาเค้า เดินไปคุยกับ ลุงคนเชื่อม เค้าก็ยิ้มๆขำๆ ไม่พูดอะไร
ผมก็นั่งขบคิดแล้ว ก็ตัดสินใจ โอเค เอาตามช่างแนะนำ ยังไงซะผมได้ออกแบบ เฮดเดอร์ไว้แล้วนี่นา
แต่ที่ออกแบบไว้ จะต้องสั่งกลึง คอเลคเตอร์ แถมยังไม่ได้ออกแบบ ที่ติดตั้ง เวสเกตเลย
มันจะยากไปไกล ก็ต้องหารูปแบบที่ เหมาะกับM104 และเนื้อที่ๆมีที่สุด
เอ้า ทำไง?
Dive ครับ เข้าเนทๆๆๆ คุ้ยๆๆๆๆ
ก็เจอจนได้ เฮดเดอร์ที่ แลดูจะตรงกับความต้องการผม

IM000874.jpg


จะเห็นว่า เฮดเดอร์ชุดนี้ ผ่านการขบคิด ในการออกแบบมา และลงตัวกับ M104 เอาซะด้วย
เป็นลูกผสม ที่ ไม่ธรรมดาระหว่าง เฮดเดอร์รถเดิม กับ เฮดเดอร์สูตร
เห็นครั้งแรก ผม ตบโต๊ะ ฉาด การบ้านชั้นดี! 555 ลอกด่วน!
อย่างแรกก็คือ ระบบ 3ไป1 และ Divide Port สไตล์
เฮดเดอร์ติดรถของเราเป็น ระบบ 3ไป1 2 คู่ เพราะลำดับการจุดระเบิดของเครื่องหรืออย่างไรไม่ทราบ
ที่แน่ๆเฮดเดอร์ในรูป เมื่อขับแบบปกติ ไอเสีย จาก ทั้ง 6 สูบ ยังคงถูกแบ่งแยกเป็นระบบไม่กวนกันเหมือนของติดรถนั่นเองคับ
และเมื่อไอเสียถูกรวบมา ก็ถูกรีดออกเข้าที่ Divide Port หรือ พอทคู่ที่ท้าย เทอร์ไบ
ด้วยรูปแบบนี้ ประจุพลังจากไอเสีย 2ชุด จะถูกถ่ายเข้า เทอไบแบบแยก(ของผมเป็นแบบแยก)
มันช่าง ลงตัว อย่างกับ ทูน กับ จารุณี เนาวรัต กับ สรพงษ์ สันติสุข กับ จินตรา :D

ข้อ2 ระบบแยกรอยเชื่อมเป็นชุดคู่
ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า ท่อเฮดเดอร์ เชื่อมเข้าด้วยกัน ทีละคู่ เป็น ช่วงๆ
ทั่วไปเราจะเห็น การม้วนเฮดเดอร์ไปที่ หน้าแปลน แล้ว รวบเชื่อม ท่อบริเวณนั้น
ซึ่งเป็นเทคนิคที่ดีในการใช้งาน แต่ ลำบากในการซ่อมบำรุง
เนื่องจากยากต่อการตัดต่อซ่อมเชื่อม
แต่เจ้าเฮดเดอร์ในรูป จะจับคู่เชื่อมรอยต่อทีละคู่ ลักษระคล้ายตัว Y เป็นช่วง
หากมีปัญหา สามารถซ่อมรอยต่อ หรือ ตัดทิ้ง แล้ว เชื่อมตัว Y ตัวใหม่เข้าไปได้
หรือตัดต่อช่วงที่เป็นปัญหาออกไปได้ นับว่าเป็นอะไรที่ ตรงกับหลักคิดของผม เลย ต้องลอกซะ

ข้อ3 Waste gate priority หรือ เฮดเดอร์ที่แยก ไอเสียไปที่เวสเกตเป็นหลัก
ฟังดูประหลาด แต่จริงๆ เป็นอีกอย่างที่ หนังสือ หรือ ตำรา ระบุไว้ชัดเจน
เฮดเดอร์ที่ดี ต้องออกแบบให้ ไอเสียวิ่งไปที่เวสเกตเป็นหลัก
โดยองศาของท่อที่ไปเวสเกต กับ เทอไบ ควรจะทำมุมน้อยที่สุด คล้ายตัว Y ไมใช่ตัว T
เพราะในรอบเครื่องสูงๆ แม้เวสเกตจะเปิดคายแรงดันไอเสียออกมา
แต่หาก ท่อเวสเกตชันเกินไป กระแสความเร็วของไอเสีย จะยังไหลผ่านเข้าไปปั่นเทอไบน์
และนั่นก็จะสร้างปัญหาเรื่องการคุมบูส ของรถนั่นเอง
เฮดเดอร์ชุดในรูป ทำให้ผมสามารถต่อท่อไปเวสเกต ได้จากจังหวะสุดท้ายก่อนท่อจะเข้าเทอไบ
ในมุมที่ต้องการ และมั่นใจได้ว่า จะรับไอเสีย จาก สูบทั้ง6 ได้ใกล้เคียงกัน เนื่อจากมันถูกรวบ
รวมมาเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว


น่าเสียดายที่ผมได้แต่แว่บเข้าไปดูรถตอนเที่ยง :rotflol: ไม่ทันได้เห็น Header ที่ได้สั่งไว้
แต่จากที่มุดดู ก็ออกมาใกล้เคียงกับที่ออกแบบครับ ท่อที่ใกล้ไดชาร์ท ก็อ้อมหลบมาก่อน
ท่อต่อไปม้วนออมลงไปข้างล่าง เป๊ะๆ ตามที่คิด
Picture2004-1.jpg


มุดลงไปดู เห็นรอยเชื่อม ตัว Y แบบทีละคู่ชัดเจนครับ
Picture2008.jpg


ไว้คงจะอัพเดทรูปให้ชัดๆอีกทีครับ แล้วก็มาลุ้นกันดูว่า เจ้า เฮดเดอร์ที่ออกแบบไว้
มันจะให้ผลลัพธ์อย่างไร;)
 
Last edited:
Tactical to Practical / Interpipe

ท่ออินเตอร์ จากตารางคำนวนที่คิดไว้ ท่อที่เหมาะ ก็คือขนาด 2"-2.5" ซึ่งก็เป็นไปตามนั้นครับ
เริ่มจาก ปากเทอโบ ซึ่งมีขนาด 60 มิล ก็เป็นท่อขนา 2 1/4 นิ้ว เชื่อมตาย
แล้ว ม้วนลงข้างๆไดชาร์ ด้านหลังหม้อน้ำครับ จุดนี้เป็นจุดที่น่าหงุดหงิดที่สุดในระบบ
เพราะเป็นข้องอ 90องศา เดียวในระบบของผม หลังจากนั้นจะเป็นการเอียง 45 และ
และการม้วนแบบวงกว้างทั้งหมดครับ เป็นไปได้ก็อยากแก้ไขอยู่เหมือนกัน :(

Picture2003-1.jpg


มุมล่างครับ มีช่องให้เดินท่อเหลือเฟือ ถ้าใครอยากขยายขนาดท่อก็ขยายได้เลยครับ
Picture2011.jpg


จากนั้นโค้งให้ใหญ่ที่สุดไปที่คานหน้ารถ ลงตัวเหมาะเจาะ ต้องตัดพลาสติกบังโคลนออกนิดนึง
* ให้ระวังตรงนี้นิดนึงครับ เพราะจะมีหูลากรถอยู่ ให้เดินท่อหลบซะหน่อย ผมเองเดี๋ยวคงไปเชื่อม
หูลากรถให้แคบลงเผื่อกรณีฉุกเฉินครับ

Picture2005-1.jpg


จากนั้นผ่านอินเตอร์ ชอบตรงนี้มากเพราะช่าง เลือกที่จะ ค่อยๆตัดต่อท่อ ให้ม้วน เปลี่ยนทาง
ขึ้น โดยจากที่อ้อม 180องศากลับมา ก็ชิงบิดท่อหมุนเป็นเกลียวไหลลื่นขึ้นไปสวยงามจริงๆ
ดีกว่าแบบที่ผมออกไว้ซะอีก
Picture2015.jpg


จุดนี้เป็นจุดที่คุยกัน แล้ว ผมตัดสินใจว่า ให้เดินท่อช่วงสุดท้ายข้าม ท่อไอดีเข้าไปแทน
เพราะต้องการที่จะให้ บำรุงรักษาง่ายๆ เพราะผมมีการฝังหัวฉีดเสริม
และที่สำคัญ หากผม เดินท่อลอดเข้าไปในช่องใต้ชุดไอเดีเดิม
จะต้องมีการพับงอ 90 ถึง 3ครั้ง ซึ่งเป็นอะไรที่ ควรหลีกเลี่ยงถ้าทำได้
โดยเริ่มจาก ตอนที่ขึ้นมาจากใต้เครื่อง ต้องพับ 90 รอบแรก ให้ท่อขนานพื้น
จากนั้น ต้อง ซิกแซก ซ้ายขวา เพื่อให้ท่อขนานกับ ชุดไอดี แล้วลอดเข้าไป
และสุดท้าย ต้องหัก90 เต็มๆ และ แคบมากๆ ลงไปเชื่อมกับ ปากลิ้นผีเสื้อ

ไม่เอาๆ ผมเป็นพวก เน้น ประโยชน์ใช้สอย อยากให้ ท่ออินเตอร์มีข้องอฉากน้อยที่สุด
ดังนั้น ท่อจากอินเตอร์ จึงม้วนขึ้นมาด้านบน แบบ ตีเกลียว ใหญ่ๆ
และ ก็เอียง แค่ 45 องศา าข้ามไปเหนื่อ ท่อไอดีเดิม
ก่อนจะดัดโค้ง ลงไป เชื่อมกับ ปากลิ้นผีเสื้อ

Picture2018x.jpg


ต้องยอมรับครับว่า เห็นครั้งแรกก็รู้สึกว่า ออกมาขาดจังหวะจะโคนอยู่เหมือนกัน
แต่พอมองside view จะเห็นว่า ท่อค่อยๆถูกดัดเปลี่ยนมุมและโค้งลงไปที่ลิ้นปีกผีเสื้อ
ในมุมที่ ป้าน มากๆ จนมองดูเป็นโค้งขนาดใหญ่ หรือแทบจะไม่เป็นมุมงอเลยด้วยซ้ำ
ถ้าใครชอบงานสวยๆ อาจจะไม่โดนใจ แต่ถ้าใครชอบ งานตามตำรา
ผมค่อนข้างมั่นใจว่า นี่เป็น การเดินท่ออินเตอร์เข้าของ M104
ที่มีมุมงอ 90 องศาแบบแคบๆ แค่ครั้งเดียวจากปากเทอโบ ที่เหลือ สามารถ ดัดท่อให้ได้โค้งกว้างๆ
โดยตลอดครับ

โค้งสุดท้ายต่อเข้าลิ้นปีกผีเสื้อ เห็นแล้ว จิตนาการอากาศที่ไหลเข้าไปแบบลื่นๆ ได้เลย แฮปปี้ ๆ
นี่แหละ form follows function สไตล์ ไมค์ๆ :n33:
Picture2020.jpg
 
Last edited:
Tactical to Practical / Exhaust system

งานท่อไอเสีย ส่วนนี้ ก็นำแบบ และ หม้อพัก ที่ออกแบบจัดหาไว้ ไปอธิบายให้ช่างฟัง
แต่ก็ไม่มีโอกาสเข้าไป ตรวจงานระหว่างทำ มาเห็นก็ตอนสุดท้าย
ก็ต้อง ยกนิ้วให้ช่างอีกครั้งว่า อ่านใจผมออก ตลอด อันไหนเติมให้ก็เติมตามสมควร
เนื่องจาก อู่บ้านไปหน่อย ไม่มี ฮอย ยกรถ ผมเลยต้องมุดเข้าไปถ่ายรูปมุมแคบ

เริ่มจาก Layout ของการวาง เทอโบ ครับ จะเห็นว่า เอียงทำมุมกับเครื่องนิดนึง
ก็เพื่อประโยชน์ใช้สอยเช่นเดิมครับ ก็คือ ท่อจากท้ายเทอโบ และเผื่อพื้นที่ให้เวสเกต อยู่ใกล้ๆกับจุดทิ้งไอเสีย
เฮดเดอร์ ต่อให้ทำมาให้ดีเทพยังไง จะไร้ความหมายทันที ถ้าท่อที่ออกจากเทอไบน์ ไม่ออกแบบให้ดี
เช่น จู่ๆไปงอ 90 ทันที หรือ งอไปงอมา เกินจำเป็นซึ่งจะก่อให้เกิด back pressure ขึ้น
จากรูปจะเห็นว่า ท่อจากโข่งหลัง ตรงออกมายาวๆ แล้วๆ ค่อยๆโค้ง
เพิ่อให้ไอเสียจากท้ายโข่ง ระบายออกชื่นใจที่สุด ต้องขอบคุณช่างเค้าครับ นับว่าตรงใจผมมากๆ

ประโยชน์อีกข้อก็คือ ปากดูดอากาศของเทอโบ 3076 มันใหญ่มววากก ถึว 4"
ทำให้ท่อ ก็ใหญ่ตามไปด้วย ผมก็อยากให้ท่อในส่วนนี้มันงอน้อยๆเช่นกัน
ผมจะเอากรองเปลือยไปซุกไว้มุมแก้มรถ เพื่อจะทำกล่องกันความร้อน
เมื่อเทอโบเอียงอยู่แล้ว ท่อที่ไปที่กรองเปลือยก็จะไม่ต้อง งอโค้ง มากจนเกินไปเช่นเคยครับ

Picture2001-1.jpg


จากท้าย เทอไบน์ เป็นท่อ 2.5 นิ้ว โค้งลงไปตามตำแหน่งท่อไอเสียเดิมครับ
โดยจัดตำแหน่ง เวสเกต และ ท่อคายไอเสียของเวสเกต ให้ เป็นตรงตลอดไปในทางเดียวกัน
อย่างที่ได้คุยไว้เรื่อง waste gate priority ครับ คือ เมื่อไหร่ที่เวสเกตเปิด
ก็ต้องมั่นใจว่า ไอเสีย จะไหลออกโดยสะดวกที่สุด
ดังนั้นท่อก็ควรจะ ให้ใหญ่ที่สุด และ สั้นที่สุด เดินไม่ย้อนไปมา เท่าที่ทำได้ เพื่อลดแรงดันในท่อเอง
บางคน ก็ย้ายเวสเกตไปไว้ใต้เครื่อง แล้ว คายสดๆ ไม่มีท่อ เสียงดังชื่นใจกันไป :D

Picture2014.jpg


ตอนวางแผนครั้งแรก ผมอยากวางเวสเกตไว้ข้างๆเทอโบ แถวๆกระปุกน้ำฉีดรถ (สวยดี อิอิ)
แต่ สุดท้ายก็ต้อง เจอกันครึ่งทาง ย้ายไปใกล้ ตำแหน่งไอเสียลง ท่อเล็กๆจะได้มุดลงไปนิดเดียว
ก็ตัดปลายท่อทิ้งเลย ให้คายสดไปเลย แต่ก็ยังได้ โชว์ตัวเวสเกตหล่อๆไว้นิดนึง

พอมุดลงใต้ท้องรถปุ๊บ ก็ทำหน้าแปลนใหม่ ขยายท่อเป็นขนาด 3" ในทันที
ช่างใส่ข้ออ่อนให้ผมเพิ่มไปเอง ถามเค้า ก็บอกใส่ไว้เถอะ ไม่มีไม่เป็นไร แต่ มีจะดีกว่า
ข้ออ่อนพวกนี้มันมีอายุ ผมเลยขี้เกียจใส่เดี๋ยวต้องเปลี่ยน แต่ก็เลยตามเลย ขัดใจคนทำมากก็ไม่ดี
จากนั้นก็วิ่งตรงเข้่าไปที่ ท่อ Cherry Bomb สีแดง และต่อไปที่หม้ัอพักปลาย
ผมเลือกซื้อหม้อพักยาวที่สุดที่ใส่ตรงนั้นได้ ทำให้ ปลายท่อท้ายหม้อพักยื่นออกมาเยอะ
จนแทบจะใช้ ปลายท่อหลังหม้อพักแทน ปลายได้เลย :p

ช่างเงยหน้ามาถามผม ตกลงพี่ไม่ใส่ ปลายซิ่ง รอเรนเซอ อะไรหน่อยเหรอ เงาๆสวยๆ
ผมก็บอก เอาท่อไอเสียทั่วไปนี่แหละไม่ต้องคิดไรมาก แค่หักปลายท่อลงหลบเสียงให้ก็พอ
ช่างเค้าก็มองหน้าผมทำหน้าเฉยๆ ทำนองว่า ไอ้ดำนี่มันเล่นง่ายๆตลอด :rotflol: :rotflol:

Picture2010-1.jpg
 
Last edited:
จะโปรเจคตัวนี้ขึ้นมามั่ง ขอดวลซักหน่อย :p


http://i122.photobucket.com/albums/o245/rthammar/LEXUS%20SC400/372aa972.jpg

[IMG]http://i122.photobucket.com/albums/o245/rthammar/LEXUS%20SC400/3eeb0625.jpg

11ad0363.jpg
 
จะโปรเจคตัวนี้ขึ้นมามั่ง ขอดวลซักหน่อย :p

:n18: มี V12 แล้วจะมาเสียเวลาวุ่นวายทำรถโบทำไมอะเฮีย
หรือว่าอ่านมากๆแล้วคัน :rotflol::rotflol::rotflol:
 
:n18: มี V12 แล้วจะมาเสียเวลาวุ่นวายทำรถโบทำไมอะเฮีย
หรือว่าอ่านมากๆแล้วคัน :rotflol::rotflol::rotflol:

พอหมดทำ ก้อหาเหาต่อ...

เอา uz ติดซุปหรือโบดีหว่า :D

เวปเริ่มจะเหงา ต้องปลุกหน่อย..
 
Last edited:
Back
Top