ฉิบ ออน เดอะ ฟลาย ?

ระวัง ! ฉิบ... ออน เดอะ ฟลาย !

ขับรถอยู่ดีๆบนถนน ทันใดนั้นเครื่องยนต์ก็ดับไป .... ต้องหาที่ลงจอดอย่างฉับพลัน... ถ้าวิ่งด้วยความเร็วสูง หรือกำลังจะแซงล่ะ..คงไม่มีใครอยากเจอแน่ๆ

แต่ผมเจอมาแล้วครับ ก็เลยมาเล่าให้ฟัง เผื่อให้ทุกท่านช่วยวิเคราะห์ปัญหาด้วย ..ฮิ..ฮิ..

ผมใช้ E280 W124 ติดแก๊สครับ ขณะที่วิ่งก็เป็นแก๊ส
สตาร์ทเครื่องออกมาจากบ้าน ได้ไม่ถึง 5 กม. ประมาณ5 นาที
เครื่องก็ดับ...ขณะที่อยู่บนถนน...รีบปลดเกียร์ N แล้วปล่อยไหลเข้าข้างทางทันที

เปิดฝากระโปรง (ไม่รู้จะเ้ปิดทำไม..นั่นนะซิ..ซ่อมก็ซ่อมไม่เป็น)
สตาร์ทเครื่องใหม่ ด้วยน้ำมัน ก็ไม่ติด
ขณะสตาร์ทนั้น เข็มวัดรอบเครื่อง กลับสวิงไป-มาอย่างรวดเร็วหลายครั้ง ระหว่าง 0-ขีดแดง

สตาร์ทเครื่องใหม่ ด้วยแก๊ส ก็ไม่ติด
เข็มวัดรอบ สวิงเหมือนเดิม

ทำไงดีหว่า..?

โทรหาช่างศักดิ์ก็โทรไม่ติด เผอิญเป็นวันอาทิตย์
โทรหาพี่421 เล่าอาการให้ฟัง ยังไม่ทันได้ข้อสรุปที่ดีจากพี่สี่เลย

ภรรยาหลวง ลองสตาร์ทเครื่องดู ชึ่งเดียวติด (คนนี้เป็นคนจ่ายตังค์ค่าซ่อมที่ผ่านมาทั้งหมด แหะ..แหะ..)
รีบบอกพี่421 ว่าแค่นี้ก่อน เดี๋ยวค่อยคุยกันใหม่นะครับ ขอขับรถกลับบ้านก่อน ฝนจะตกแล้วครับ

ขับรถไปได้อีกสัก 5 นาที เครื่องก็ดับ ลอยกลางอากาศเหมือนเดิมอีก
ก็เลยปล่อยไหลไปจอดที่หน้าบ้าน พอดี้..พอดี..

พาลูก+เมีย เดินเข้าบ้านก่อน
คิดอยู่ในใจ สตาร์ทตอนนี้ไม่ติดแน่ อายเพื่อนบ้าน..ที่กำลังมองอยู่ หลายครัวเรือน
เดี๋ยวจะหาว่า Benz เก่าๆ คันนี้เสียอีกแล้ว
เพราะหลายรายการที่ต้องเปลี่ยนเพราะคนนี้แหละที่ทักอยู่เป็นประจำ..อายมันจริง..จริ้ง
อุตส่าห์โม้ไปตั้งเยอะว่า รถรุ่นนี้ดี ไม่จุกจิก อะไหล่ถูก (แต่ที่มันเห็น กลับตรงกันข้าม)

โทรหาพี่ 421 เหมือนเดิม
พี่ท่าน ก็เริ่มร่ายยาว ค่อนข้างฟันธง ว่ากล่อง ECU เสียแน่ๆ ควรหาของคนอื่นมาลองใส่แทน เพื่อทดสอบดูก่อน

คุยได้สักพัก พอวางสายจากพี่421 พอกะว่า เครื่องเย็นแล้ว
ก็เดินทำมาดดีๆ (เผื่อคนมอง) ไปเปิดประตูรถแล้ว ติดเครื่อง..เครื่องติดจริงๆด้วย

ไม่ฟังเสียงอะไรทั้งสิ้นครับ รีบขับรถเข้าบ้าน ประจำที่โรงรถก่อนเลย เพื่อความปลอดภัยทั้งหลายประการ
พร้อมเตรียมเครื่องมือ เตรียมตัวถอด ECU ส่ง EMS เข้ากรุงเทพฯ ไปซ่อม

สักพัก พี่ 421 ก็ดี๊ดี..โทรกลับมา บอกว่า ให้ดูอีก 2 รายการเพิ่มเติม
(ห๊า..เพิ่มอีกแล้วหรือนี่...เรื่อง ECU ยังกลุ้มไม่จบเลยอ่ะ..แถมย้ำอีกว่าให้รายงานผลเป็นระยะๆด้วย)

คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูรูปใหญ่ ไม่เปลืองเนื้อที่บอร์ด นะครับ

นิ้วชี้และนิ้วกลาง คือ 2 จำเลย ที่เพิ่มขึ้นมา (นอกเหนือจาก ECU ที่ถอดมาแล้วอยู่บนฝาเครื่องยนต์):n41:





ตัวนี้ ที่น้ำมันเครื่องเยิ้มเข้าไป อาจจะทำให้ช็อตลัดวงจรหรือเปล่า :n32:






ดูสายไฟ 2 เส้นนี้ซิ ทำไมมันถึงได้รักกัน ขนาดต้องขออยู่ติดกันด้วยล่ะ ไม่ช็อตกันไปใหญ่เหรอเนี่ย :n06:
แถมด้วยสกปรก ก็ปานนั้น น้ำมันเครื่องก็เยิ้มปานนี้ :n41:






ทนม่ายด้าย..! :nono:
ต้องแยก และจัดการทำความสะอาดซ๊ะ ..อ้าว..เฮ้ย..พลาสติกมันแตกนี่หว่า สีไหนมันอยู่ข้างบนข้างล่าง หว่าเนี่ย!
โชคดีที่ดูจากรูปที่ถ่ายไว้แล้ว ก็เลยเสียบกลับคืนได้ถูกต้อง..เกือบซว...:n44:




หลังจากโทรหาพี่ 421 อีกครั้งแล้วก็ร่วมกันเดาว่า คงเป็นเพราะสวิทซ์สายไฟหน้าเครื่องที่โดนกันมั้ง
ที่พอเครื่องร้อนแล้วเจอ(แตะ)กัน พอเย็นแล้วจาก(ห่าง)กัน มั้ง..มั้ง...มั้ง...
เพราะตัวนี้สำคัญ มีหน้าที่ดูว่า แคมวาลว์-ลูกสูบตัวไหน อยู่ในสถานะไหน
พอมันชอร์ตกัน ECU ก็เลยสั่งให้เครื่องหยุดทำงานดีกว่า เดี๋ยวเครื่องพัง...พี่4บอกมาหยั่งงี้!

ก็เลยถือโอกาส ทำความสะอาดฐานรองแบต (โห..ผุ ยังกับเสาท่าเรือเดินทะเลแน่ัะ)
และหน้าสัมผัสของ ECU ซะเลย (ฉีดน้ำยาล้างหน้าสัมผัส)

หลังจากนั้นก็ประกอบเข้าที่เดิมทุกอย่าง แล้วก็ติดเครื่อง ชึ่งเดียวติด
ได้ทดลองติดเครื่อง-เปิดแอร์ ทิ้งไว้ ประมาณ 20 นาที เครื่องก็ยังไม่ดับ
ก็แสดงว่า เป็นเพราะสายไฟหน้าเครื่องมั้งครับ (ขอให้เป็นเช่นนั้น อย่าให้อย่างอื่นเสียเล้ย.ย.ย)


เพื่อนๆ อย่าลืมตรวจดูให้ดีนะครับจุดดังกล่าวให้ดีนะครับ

มิฉะนั้น อาจจะเจอ ฉิบ(หา...) ออน เดอะ ฟลาย บนถนน ขณะความเร็วสูง ได้นะจ๊ะ


ภาค 2 ดูต่อข้างล่าง นะครับ...
V
V
V
 
Last edited:
สายไฟคู่นี้ เป็นสายไฟสำหรับปรับองศาแคมชาร์ป เพิ่มระยะยกวาวล์เมื่อใช้รอบสูงน่ะคับ







ว่างๆ พี่ขอตังเมียน้อยมาทำหม้อน้ำ + พัดลมไฟฟ้าซะดีกว่าพี่ ทำแล้วรถจะไม่เสียจุกเสียจิก เคื่องก็สอาดดีด้วยคับ
 
ประสบการณ์ดีๆแบบนี้หายากคับ
ขอบคุณมากๆที่มาเล่าสู่กันฟัง:redface:
 
เป็นเพราะสายไฟหน้าเครื่องมั้งครับ (ขอให้เป็นเช่นนั้น อย่าให้อย่างอื่นเสียเล้ย.ย.ย)
เพื่อนๆ อย่าลืมตรวจดูให้ดีนะครับจุดดังกล่าวให้ดีนะครับ
มิฉะนั้น อาจจะเจอ ฉิบ(หา...) ออน เดอะ ฟลาย บนถนน ขณะความเร็วสูง ได้นะจ๊ะ

ผมเคยเผลอทำสายช๊อตกัน ฟิวส์ขาดเลย
แล้วของพี่ฟิวส์ไม่ขาดหรือครับ
 
บททดสอบ

ผมเคยเผลอทำสายช๊อตกัน ฟิวส์ขาดเลย
แล้วของพี่ฟิวส์ไม่ขาดหรือครับ

ตรวจดูฟิวส์ทุกตัวแล้ว ไม่มีตัวไหนขาดเลยครับ
อ้าว...แล้วมันจะเป็นเพราะตัวนี้หรือเปล่าเนี่ย :confused:

สายไฟคู่นี้ เป็นสายไฟสำหรับปรับองศาแคมชาร์ป เพิ่มระยะยกวาวล์เมื่อใช้รอบสูงน่ะคับ ว่างๆ พี่ขอตังเมียน้อยมาทำหม้อน้ำ + พัดลมไฟฟ้าซะดีกว่าพี่ ทำแล้วรถจะไม่เสียจุกเสียจิก เคื่องก็สอาดดีด้วยคับ

สรุปแล้ว อาการนี้ สาเหตุมาจากสายไฟตามที่เห็นในภาพหรือเปล่าครับ
หรือเราแก้ผิดจุด???
มีเสียวอีกแล้ว
ปลายสัปดาห์นี้ จะต้องมีธุระสำคัญ วิ่งเข้ากรุงเทพฯ ซะด้วยซิ :n05:


พี่-น้อง-ผองเพื่อน ครับ
โปรดช่วยให้ข้อเสนอแนะ ถ้าผมจะทดสอบอีกครั้ง เพื่อดูผลกระทบว่า เป็นเพราะจุดนี้หรือไม่:icon_e_geek:
โดยการ
1.เมื่อติดเครื่องแล้ว เอาสายไฟคู่นี้มาจิ้มกันอีกครั้ง ดูผล :crazy:
2.เอาสายไฟคู่นี้แตะกันก่อน แล้วค่อยสตาร์ทเครื่อง ดูผล :bonk:
3.ไม่ควรทำ :nono: เพราะเป็นที่จุดนี้แน่นอนอยู่แล้ว

ข้อมูลเพิ่มเติม
ช่วงที่เกิดปัญหาอยู่ ขณะสตาร์ทเครื่อง(ไม่ติด) รอบเครื่องสวิงไป-มา จาก0-ขีดแดง อย่างรวดเร็ว :n15:

ขอบคุณทุกท่าน ที่ช่วยแนะนำครับ
 
Last edited:
ผมเลือกข้อ3ครับ หาเวลาช่วงปลอดสายตาเพื่อนบ้านเอาไปลองวิ่งดูก็พอแล้ว เอาภรรยาหลวงไปด้วยเพื่อช่วยสตาร์ทถ้าเกิดเหตุขึ้นอีก:icon_biggrin:

ข้อ1และ2 ไม่น่าจะเรียกว่าการทดสอบ มันเป็นยุทธการทำลายล้างชัดๆ
 
ของผมเคยเป็นคล้ายๆกันครับ

อาการของผมคือ

เข็มทุกเข็มบนหน้าปัดสวิงหมดเลยยกเว้นนาฬิกา

พอสตาร์ทใหม่ก็ติดคับ

และเร่งไม่ขึ้น เร่งแล้ววูบ

ตรวจสอบแล้วพบว่า

ไดร์ชาร์จเสียคับ

อาจเป็นสาเหตุนี้ก็ได้คับ
 
แล้วสรุป แล้ว

หายรึยังครับ คุณ นครอัญมณี
อย่าลืม รีเซท ECU ด้วยการถอดขั้วแบต 10 วินาที นะครับ.

ดีใจ ที่ได้คุยด้วยครับ

เพิ่มเติม สำหรับ รถคันนี้อีกนิด


ตำแหน่ง ใต้แผ่น ป้าย PLATE ที่อยู่ กลางคานรับฝากระโปรง
ผม สังเกตุจากรูป มันเป็นรูโบ๋ อยู่ 1 รู


เคยรู้สึกไหม ว่า เวลาปิดฝากระโปรง มันยาก ต้องตบแรงๆ

อยากหาย ก็เสียเงิน ไปซื้อ กิ๊บ รอง กระแทก เดือย ฝากระโปรง ซะดีดี
มันจะทำให้ ลื่น เวลา กดฝากระโปรงลง สวยด้วย

ดูซิ กดเอากดเอา จน น้องรถ ถลอกไปเลย:D
 
เกือบสรุปแล้วครับ

แต่ที่แน่ๆ ไม่ใช่ จำเลย ทั้ง 4 ตัว ในรูปข้างบนแน่ๆ

กำลังตรวจสอบจำเลยตัวสุดท้ายคือ รีเลย โอเวอร์โหลด (Relay Overload) อยู่ครับ
เพราะคณะลูกขุน ชี้มากันที่ตัวนี้มากเหลือเกิน

แล้วสรุป แล้ว

หายรึยังครับ คุณ นครอัญมณี
อย่าลืม รีเซท ECU ด้วยการถอดขั้วแบต 10 วินาที นะครับ.

ดีใจ ที่ได้คุยด้วยครับ

เพิ่มเติม สำหรับ รถคันนี้อีกนิด


ตำแหน่ง ใต้แผ่น ป้าย PLATE ที่อยู่ กลางคานรับฝากระโปรง
ผม สังเกตุจากรูป มันเป็นรูโบ๋ อยู่ 1 รู


เคยรู้สึกไหม ว่า เวลาปิดฝากระโปรง มันยาก ต้องตบแรงๆ

อยากหาย ก็เสียเงิน ไปซื้อ กิ๊บ รอง กระแทก เดือย ฝากระโปรง ซะดีดี
มันจะทำให้ ลื่น เวลา กดฝากระโปรงลง สวยด้วย

ดูซิ กดเอากดเอา จน น้องรถ ถลอกไปเลย:D
 
Last edited:
บอกหลายครั้งหลายหนแย้ว

นึกอารัยม่ายออก

จับอ้ายหมอนี่บูชายันต์ก่อนเยย :D:D
 
บอกหลายครั้งหลายหนแย้ว

นึกอารัยม่ายออก

จับอ้ายหมอนี่บูชายันต์ก่อนเยย :D:D

อ.คร้าบ ของคุณต่าย พอมีเหลือแบ่งขาย บ้างไหมคร้าบ

ของผม ปี 2000 กลับด่วนกลับ Hungary ไปก่อน ของปี 85 และปี 95 ที่ อ.ถืออยู่ อีกน่ะคร้าบ

ตอนนี้ต้องอาศัยใช้ของพี่4 ไปก่อนชั่วคราว จนกว่าจะหาของมาใส่แทนได้

ขอบคุณครับ
 
ม่ายมีเหลือคับ เอาไปให้ชาวบ้านเค้าหมดแย้วคับ
 
ฉิบ(หา...) ออน เดอะ ฟลาย ! (ภาค 2 ครับ)

ชื่อเต็มๆคือ Over Voltage Protection Relay หรือบางทีก็เรียก Voltage Overload Protection Relay มันมีหน้าที่ป้องกันแรงเคลื่อนไฟฟ้าเกินในระบบ ECU หรือกล่องสมองกลที่ควบคุมระบบต่างๆของเครื่องยนต์ทั้งหมด ดังนั้นถ้ามันเกิดเพี้ยนขึ้นมา เครื่องยนต์จะมีอาการแปลกๆได้หลายอาการเลยทีเดียว เช่น ติดเครื่องได้เป็นปรกติวิ่งไปสัก 15 นาที เบาดับไปดื้อๆ บางทีก็ชลอติดไฟแดงรอบตกวูบดับไปเฉยๆ สตาร์ทใหม่ก็ติด บางทีก็เดินเบารอบสวิงวูบวาบ ฯลฯ

จากตำราข้างบนของพี่มานิตย์,พี่421,ช่างศักดิ์,อ.แคส,ฯลฯ
ทำให้ผมต้องรีบจัดการถอดตัวที่เราเีรียกกันย่อๆ ว่า รีเลย์ โอเวอร์โหลด (Relay Overload)
ที่คาดว่าน่าจะเป็นตัวก่อเหตุ มาจัดการครับ

*** คลิ๊กที่ภาพ เพื่อดูภาพขนาดเต็มตา โดยไม่เปลืองเนื้อที่บอร์ด ***

หน้าตา รีเลย์ โอเวอร์โหลด ของ E280 W124 เป็นแบบนี้ครับ



อีกด้านหนึ่ง



ถอดออกมาดูแล้วจะมีฟิวส์สีฟ้าขนาด 15 แอมป์ ที่เสียบอยู่ด้านบน บริเวณฝาพลาสติกใสครอบอยู่ มีรอยแตกร้าว ผมรีบเปลี่ยนใหม่ทันทีครับ



นี่คือจุดพำนักของ ตัวต้องสงสัย อยู่แถวๆชุมชนกลัวน้ำ (ข้างๆ ECU หลังแบต)



แกะออกมาดูใส้ใน มุมที่1



แกะออกมาดูใส้ใน มุมที่2



แกะออกมาดูใส้ใน มุมที่3



แกะออกมาดูใส้ใน มุมที่4



บริเวณช่องเสียง ผมยังถอดปลั๊กตัวเมีย มาบีบให้แน่นอีกนิดหน่อย เผื่อว่าเวลาเสียบกลับแล้วขาจะได้แนบสนิททุกขา
ตอนถอดออกมา ต้องจำสี-สาย ให้แม่นแต่ละช่อง เวลาเสียบคืนนะครับ ทั้งหมด 7 ขา


หลังจากที่ผมได้ถอดออกมาทำความสะอาด และใช้หัวแร้งย้ำรอยบัดกรีให้สนิทดี ทุกขาแล้ว (มั้ง)
ก็ใส่เข้าที่เดิม



ผลปรากฏว่า.....รถสตาร์ทติดครับ
ก็ออกลองวิ่งดู


วิ่งไปสัก 1-2 กม. ก็ดับเหมือนเคย
ต้องทิ้งไว้สักพักประมาณ 5 นาที
สตาร์ทก็ติดอีก แล้วก็วิ่งไปได้ 1-2 กม.เหมือนเดิมอีก
วนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ

สรุปว่า ถอดออกมาล้าง+เชื่อมรอยบัดกรี ไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับ
(เพราะอุปกรณ์มันเสียอยู่แล้วมั้ง)


ตอนนี้ ก็ต้องรอ ความอนุเคราะห์จาก พี่ 421 ที่ช่วยกรุณาถอดจากรถของพี่เขา
แล้วส่ง EMS มาให้ผมได้ทดลองใส่
เพื่อหาข้อสรุปในการแก้ปัญหา ครับ

ขอประกาศ ขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งผ่านหน้าเว็บบอร์ด แห่งนี้ด้วยนะครับ พี่ สี่แสนดี:n45:

หมายเหตุ
ถ้าได้ข้อสรุปในการแก้ปัญหาอย่างไร ก็จะแจ้งให้เพื่อนๆ สมาชิกได้ทราบ ใน ฉิบ(หา...) ออน เดอะ ฟลาย ! (ภาค 3) ต่อไปครับ
 
Last edited:
ส่ง EMS ไปเมื่อเช้า 8.15 น. แล้วนะคับ ของรับประกัน ใช้การได้แน่ เพราะถอดจากรถผมเองเลยคับ

ขอให้หายจากอาการ ดับกลางอ่ากาศนะคับ

421 :)
 
ฉิบ ออน เดอะ ฟลาย ! (ภาค 3 ตอนจบ)

ส่ง EMS ไปเมื่อเช้า 8.15 น. แล้วนะคับ ของรับประกัน ใช้การได้แน่ เพราะถอดจากรถผมเองเลยคับ

ขอให้หายจากอาการ ดับกลางอ่ากาศนะคับ

421 :)


ได้รับของแล้วครับ ในวันนี้ เวลา 10.45 น. (คืนเดียวเอง)
ทิ้งงานอย่างอื่น นำ Relay Overload ของพี่ไปใส่รถเลยครับ

เสร็จแล้วก็ออกไปลองวิ่งช่วงสั้นๆ ประมาณ 5-10 กม.


ผลปรากฏว่า....





เครื่องไม่ดับกลางอากาศ ไม่มีอาการ ฉิบ(หา...) ออน เดอะ ฟลาย อีกแล้วครับ




สรุปได้ว่า

รีเลย์ โอเวอร์โหลด (Relay Overload) เป็นสาเหตุของปัญหานี้ อย่างแท้จริง

และขอจบรายงานปัญหา,สาเหตุและการแก้ไข เพียงเท่านี้ครับ
:D


(ต่อไปก็เพียงแต่หาซื้อตัวใหม่ แล้วนำของไปคืนพี่421 ที่แสนดี)



ขอขอบพระคุณพี่ 421 ผ่านเว็บบอร์ดอีกครั้งนะครับ :n12: :n45:
 
ยินดีด้วยครับ

ไม่เป็นไรครับ

ผมเพียงแต่ทำตามนโยบายของเวป ที่ตั้งขึ้นเพื่อให้เป็น O กลางการเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือกัน บังเอิญ กรณีของคุณ ผมอยู่ในฐานะที่สามารถช่วยได้น่ะครับ


การที่ไม่ยอมขายให้ เพราะ มันยังไม่แน่ว่า ตัวนี้เป็นสาเหตุจิงป่าว ? ขืนขายไป แล้วถ้าไม่ใช่ตัวนี้เสีย คุณก็เสียเงินฟี ส่วนผมเลยกลายเป็นหลอกขายของไปฉิบ พอมันเป็นต้นเหตุจิง คุณก็จะได้มีทางเลือกเดินว่า จะซื้อของใหม่เอี่ยมใช้ หรือ หาของมือสอง สวยๆ ก็ย่อมได้

แบบนี้จะสบายกว่าครับ รถก็ดีแล้ว เจ้าของก็จะสมองโปร่ง มีเวลาคิด มีเวลาหาของ ไม่ต้องรีบตัดสินใจครับ



ผมเอื้อเฟือคุณแล้ว ....... วันหน้าคุณก็เอื้อเฟื้อ ผู้ที่สมควร ... โลกจะได้น่าอยู่ขึ้น แม้เพียงนิดนึงก็ยังดีครับ :toast:
 
ผมซื้อรีเลย์โอเวอร์โหลดแถวร้านวัดโสมมา เมดอินฮังการี มะเห็นมีตราเบนซ์เลย มีแต่ตรา S บอกเค้าว่าไม่เอาจีนแดงนะ เค้าก็บอกว่าเป็นของเทียบแท้ชัวร์ป้าดครับ ???
 
Back
Top