ติดแก๊สอะไรดี

wirojwat

New member
E220 w124 จะติดแก๊สยี่ห้ออะไร ที่ไหนดี
ขอคำแนะนำหน่อยครับ
 
ตอบแบบไม่ต้องคิด AC กับ AG อะไรก็ได้ ติดกันไปเยอะแล้วไม่มีปัญหา
แต่ถ้าคิดว่าอยากเสี่ยง Atiker เห็นราคาแล้วน่าลุ้นดี
กำลังดูๆ อยู่กะจะเอามาติดกับรถญี่ปุ่น สเปกตามนี้
4 สูบ + ถังโดนัท = 18,900 บาท
หัวฉีด Rail, หม้อต้ม Tomasetto, กล่องกับถังโดนัทเป็นของ Atiker
 
ตอบแบบไม่ต้องคิด AC กับ AG อะไรก็ได้ ติดกันไปเยอะแล้วไม่มีปัญหา
แต่ถ้าคิดว่าอยากเสี่ยง Atiker เห็นราคาแล้วน่าลุ้นดี
กำลังดูๆ อยู่กะจะเอามาติดกับรถญี่ปุ่น สเปกตามนี้
4 สูบ + ถังโดนัท = 18,900 บาท
หัวฉีด Rail, หม้อต้ม Tomasetto, กล่องกับถังโดนัทเป็นของ Atiker

ขอบคุณมากครับที่แนะนำครับ ติดที่ไหนครับ ราคาน่าสนครับ
 
ขอแนะนำครับ

ผมไม่แน่ใจนะครับว่า เครื่องยนต์ของรถรุ่นนี้เป็นแบบไหน แต่ขอแนะนำดังนี้ครับ
1.ถ้าเป็นเครื่องยนต์แบบหัวฉีดไฟฟ้า แนะนำว่าให้ติดกับยี่ห้อของอิตาลีเพราะได้มีการพิสูจน์จากการใช้งานจริงมาพอสมควรครับ ดูที่เงื่อนไขการบริการหลังการขายเป็นหลักครับ เช่น การรับประกัน การบริการจูนฟรีตลอดอายุการใช้งาน(บางที่คิดค่าจูนครั้งละ 200-300 บาท) บางที่โดยเฉพาะที่โฆษณาดังๆมากในขณะนี้ ถึงขั้นรับประกันเครื่องพังเลยทีเดียว แต่ผมสนับสนุนให้ใช้ระบบหัวฉีดมากกว่านะครับ เพราะโอกาสการเกิดback fireยากกว่าระบบดูด และค่อนข้างมีความแม่นยำในการจ่ายแก๊สที่สูงกว่า
2.ถ้าเป็นเครื่องหัวฉีดK-Jetตอนนี้เท่าที่ทราบมีอุปกรณ์ชุดหัวฉีดโดยเฉพาะมีอยู่2ยี่ห้อครับ คือของAG และEKS ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกัน AG จะใช้กันอย่างแพร่หลายมากกว่าครับ ช่างแก๊สที่ไหนก็จูนได้ ส่วนEKSก็ยังคงต้องพิสูจน์คุณภาพกันต่อไปครับ
3.อย่าลืมดูเรื่องระยะทางหรือความสะดวกในการเดินทางไปยังศูนย์ที่ติดตั้งด้วยนะครับ เพราะสมมติว่าติดแล้วไม่จบเลยทีเดียว ท่านจะต้องนำรถเข้าๆออกๆที่นั่นเพื่อปรับแก้บ่อยๆ ตรงนี้ก็จะเสียค่าเชื้อเพลิงในการเดินทางรวมทั้งเวลาซึ่งสำคัญมากกว่าครับ
4.ดูขนาดถังให้พอเหมาะกับรถนะครับ เพราะใช้ถังเล็กไปก็เติมบ่อย ถังใหญ่ไปก็เปลืองเนื้อที่ในกระโปรงท้าย และอาจทำให้ท้ายรถหย่อนได้
5.อย่าลืมทดสอบอัตราการสิ้นเปลืองของน้ำมันก่อนนำรถไปติดแก๊สนะครับ ว่าบริโภคกี่กิโลเมตร/ลิตร เพราะมันจะสามารถคำนวณอัตราการสิ้นเปลืองของแก๊สที่เหมาะสมได้ โดยแก๊สจะกิน 80-85เปอร์เซนต์ ของน้ำมัน เช่น รถใช้น้ำมันวิ่งได้ 10กิโล/ลิตร แก๊สก็ควรจะได้ 8-8.5กิโล/ลิตร ครับ ถ้าต่ำกว่านี้หรือมากกว่านี้ รถท่านอาจมีอันเป็นไปได้ ที่เหลือก็ให้ท่านอื่นมาเม้นต์นะครับ
 
AC AG อะไรก็ได้

ไม่ต้องเอารุ่นอัจฉริยะรุ่นจูนอัตโนมัติให้เปลือง เอาเพิ่มมาก็ใช้อะไรไม่ได้ครับ

ใช้งานปกติผมเลือก AG. ครับ ถูกกว่า

แต่ถ้าร้านที่คนในนี้แนะนำแถวลาดปลาเค้าก็ AC ครับ แต่ทำไม๊แพงจัง :(

สรุปว่าถ้าไม่คิดเรื่องเงินมากนักก็ไปร้าน ส. แถวลาดปลาเค้านั่นแหละครับ ชัวร์

แต่เดี๋ยวนี้ผมคิดมาก 555
 
ขอบคุณมากครับที่แนะนำครับ ติดที่ไหนครับ ราคาน่าสนครับ

ถามแบบนี้แสดงว่าอยากเสี่ยงใช่มั๊ยครับ
ถ้าตอบ "ใช่" เด๋วผม PM ไปบอก
ปล ผมยังไม่เคยติดนะครับ แค่มองๆ อยู่ สะดุดตรงราคานี่แหระ
 
ผมไม่แน่ใจนะครับว่า เครื่องยนต์ของรถรุ่นนี้เป็นแบบไหน แต่ขอแนะนำดังนี้ครับ
1.ถ้าเป็นเครื่องยนต์แบบหัวฉีดไฟฟ้า แนะนำว่าให้ติดกับยี่ห้อของอิตาลีเพราะได้มีการพิสูจน์จากการใช้งานจริงมาพอสมควรครับ ดูที่เงื่อนไขการบริการหลังการขายเป็นหลักครับ เช่น การรับประกัน การบริการจูนฟรีตลอดอายุการใช้งาน(บางที่คิดค่าจูนครั้งละ 200-300 บาท) บางที่โดยเฉพาะที่โฆษณาดังๆมากในขณะนี้ ถึงขั้นรับประกันเครื่องพังเลยทีเดียว แต่ผมสนับสนุนให้ใช้ระบบหัวฉีดมากกว่านะครับ เพราะโอกาสการเกิดback fireยากกว่าระบบดูด และค่อนข้างมีความแม่นยำในการจ่ายแก๊สที่สูงกว่า
2.ถ้าเป็นเครื่องหัวฉีดK-Jetตอนนี้เท่าที่ทราบมีอุปกรณ์ชุดหัวฉีดโดยเฉพาะมีอยู่2ยี่ห้อครับ คือของAG และEKS ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกัน AG จะใช้กันอย่างแพร่หลายมากกว่าครับ ช่างแก๊สที่ไหนก็จูนได้ ส่วนEKSก็ยังคงต้องพิสูจน์คุณภาพกันต่อไปครับ
3.อย่าลืมดูเรื่องระยะทางหรือความสะดวกในการเดินทางไปยังศูนย์ที่ติดตั้งด้วยนะครับ เพราะสมมติว่าติดแล้วไม่จบเลยทีเดียว ท่านจะต้องนำรถเข้าๆออกๆที่นั่นเพื่อปรับแก้บ่อยๆ ตรงนี้ก็จะเสียค่าเชื้อเพลิงในการเดินทางรวมทั้งเวลาซึ่งสำคัญมากกว่าครับ
4.ดูขนาดถังให้พอเหมาะกับรถนะครับ เพราะใช้ถังเล็กไปก็เติมบ่อย ถังใหญ่ไปก็เปลืองเนื้อที่ในกระโปรงท้าย และอาจทำให้ท้ายรถหย่อนได้
5.อย่าลืมทดสอบอัตราการสิ้นเปลืองของน้ำมันก่อนนำรถไปติดแก๊สนะครับ ว่าบริโภคกี่กิโลเมตร/ลิตร เพราะมันจะสามารถคำนวณอัตราการสิ้นเปลืองของแก๊สที่เหมาะสมได้ โดยแก๊สจะกิน 80-85เปอร์เซนต์ ของน้ำมัน เช่น รถใช้น้ำมันวิ่งได้ 10กิโล/ลิตร แก๊สก็ควรจะได้ 8-8.5กิโล/ลิตร ครับ ถ้าต่ำกว่านี้หรือมากกว่านี้ รถท่านอาจมีอันเป็นไปได้ ที่เหลือก็ให้ท่านอื่นมาเม้นต์นะครับ
ขอบคุณมากๆครับ
 
ถามแบบนี้แสดงว่าอยากเสี่ยงใช่มั๊ยครับ
ถ้าตอบ "ใช่" เด๋วผม PM ไปบอก
ปล ผมยังไม่เคยติดนะครับ แค่มองๆ อยู่ สะดุดตรงราคานี่แหระ

ผมคิดว่าจะติด ac ครับ สเตส4 ถังโดนัท 29000 บาทไม่ทราบว่า โอเคไหมครับ
ผมวิโรจน์ครับ 0819059929 ยินดีรับฟังคำแนะนำทุกท่านครับ
และขอบพระคุณทุกท่านครับ
 
AC ได้ยินว่ามันแหล่ม ตรงรุ่น top เค้าสามารถเลียนแบบการใช้งานและปรับจูนให้เหมาะกับการเหยียบ(ตื้บ)ของเท้าขวาได้
ไม่รู้ดีจริง ดังเค้าว่ามาป่าวครับ
 
AC ได้ยินว่ามันแหล่ม ตรงรุ่น top เค้าสามารถเลียนแบบการใช้งานและปรับจูนให้เหมาะกับการเหยียบ(ตื้บ)ของเท้าขวาได้
ไม่รู้ดีจริง ดังเค้าว่ามาป่าวครับ

ได้ยินว่ามันใช้กับพวกรถที่มีสัญญาณ OBD

AG รุ่นล่าสุดก็มีครับ

ส่วนรถเราๆเก๋ากึ่ก และ ไม่มีโอบีดี กล่องที่ว่ามันไม่รู้จักไม่รู้จะเลียนแบบอะไร เกิดทีหลังนานเกิน รุ่นที่ว่านั้นใช้กับรถเราได้ แต่ก็เอามาใช้ได้แค่เหมือนรุ่นปกติ ไม่มีอะไรดีขึ้นอย่างที่เรียนไว้ข้างต้นครับ
 
ขอแชร์ด้วยคนคร๊าบบบบ...

ผมเชียร์ ให้ติด AC ครับ stag 4 ราคาไม่แรง ผมติดมาได้เกือบปีแล้ว เครื่องของท่านมันรุ่นเดียวกับผมเรย E220 ไม่ต้องไปเล่นรุ่นอื่นที่หรอกครับ มองข้ามรุ่นที่มี OBD ได้เรยเพราะไม่มีความจำเป็น ติดแล้วใช้ไม่ได้ มีบางท่านติดรุ่น OBD มาไปทดลองขับแล้วใกล้ ไกล ก็ไม่มีข้อแตกต่าง อัตราแร่งเหมือนกัน เพราะติดรุ่นที่มีOBD แต่ต้อง OFF OBD ไว้ ผมถามหน่อยว่าจะติดทำไม่ จริงมั๊ยครับ... แต่ราคา ผมติดถูกกว่าที่ท่านแจ้งมา ของผมติดถังโดนัท 62 ลิตรครับ ใช้มาเหลืออีกเดือนนึงจะครบปี ยังไม่ได้จูนอะไรเรยซักอย่าง...... โทรมาคุยกันก็ได้ครับ เผื่อจะแนะนำข้อมูลที่ได้ติดมาแล้วจริงๆ ให้ทราบ รับข้อมูลกับเพื่อนสมาชิกหลายๆ ท่าน ดีครับ...เอาไว้เป็นข้อมูลประกอบในการตัดสินใจ อ้อ.... อย่าลืมว่า ระบบน้ำมันต้องสมบูรนณ์ด้วยน๊ะครับ เพราะไม่เช่นนั๊นแล้ว ปรับเป็น ก๊าซ แล้วมันจะฟ้องเรย.... 089 5185185 โต้งครับ..:D
 
Last edited:
รื่องติดแก็สนี้ อุปกรณ์ ปัจจุบัน ผมว่า คุณภาพ ก็คงใกล้เคียงกัน ถ้าของยี่ห้อ ตลาดนะคับ
พวก ac ag อะไรพวกนี้

เรื่องติดแก็ส ผมว่า อยู่ที่ช่างติดตั้งมากกว่า ความชำนาญ ความรอบคอบ งานต่างเช่น การร้อยท่อทองแดงแก็ส การเก็บงานสายไฟ การติดตั้ง ต้องบักกรีเชี่อมพันด้วยเทปพันสายไฟหรือท่อหด รัดกิ๊ป การเจาะท่อไอดี ต้องถอดมาเจาะ การใส่ถังแก็สถ้าถังแคปซูล ต้องวางติดตั้งถังให้ชิดในสุดและติดพื้นที่สุด ถ้าถังโดนัทก็ต้ิองติดตั้งพวกเหล็กรองใต้หลุมยางอะไหล่เพื่อกันกระแทกและเพิ่มความแข้งแรงของหลุมยางอะไหล่แก็ส ซึ่งการติดตั้ง ผมได้ไปติดมาแล้วกับช่างม.ที่ส.เฮง ลาดปลาเค้า 30 กับ w124 มาแล้วและดูงานติดตั้ง แบบตั้งแต่ต้นจนจบงาน
ผมว่า โอเคนะ คุณภาพ กับเสียงที่เขาร่ำลือกัน

ที่อื่นอาจจะมีดีกว่า ถูกกว่า แต่ไม่ต้องไปลองผิดลองถูกแล้วคับ และที่นี่ ก็ไม่ได้แพงจนเกินเหตุ หากเทียบกับคุณภาพ :n12:
 
รื่องติดแก็สนี้ อุปกรณ์ ปัจจุบัน ผมว่า คุณภาพ ก็คงใกล้เคียงกัน ถ้าของยี่ห้อ ตลาดนะคับ
พวก ac ag อะไรพวกนี้

เรื่องติดแก็ส ผมว่า อยู่ที่ช่างติดตั้งมากกว่า ความชำนาญ ความรอบคอบ งานต่างเช่น การร้อยท่อทองแดงแก็ส การเก็บงานสายไฟ การติดตั้ง ต้องบักกรีเชี่อมพันด้วยเทปพันสายไฟหรือท่อหด รัดกิ๊ป การเจาะท่อไอดี ต้องถอดมาเจาะ การใส่ถังแก็สถ้าถังแคปซูล ต้องวางติดตั้งถังให้ชิดในสุดและติดพื้นที่สุด ถ้าถังโดนัทก็ต้ิองติดตั้งพวกเหล็กรองใต้หลุมยางอะไหล่เพื่อกันกระแทกและเพิ่มความแข้งแรงของหลุมยางอะไหล่แก็ส ซึ่งการติดตั้ง ผมได้ไปติดมาแล้วกับช่างม.ที่ส.เฮง ลาดปลาเค้า 30 กับ w124 มาแล้วและดูงานติดตั้ง แบบตั้งแต่ต้นจนจบงาน
ผมว่า โอเคนะ คุณภาพ กับเสียงที่เขาร่ำลือกัน

ที่อื่นอาจจะมีดีกว่า ถูกกว่า แต่ไม่ต้องไปลองผิดลองถูกแล้วคับ และที่นี่ ก็ไม่ได้แพงจนเกินเหตุ หากเทียบกับคุณภาพ :n12:
ขอบคุณมากครับคุณวินนี่ ไม่ทราบว่าราคาเท่าไหร่ครับ
 
AC stag 300 ISA2 มีระบบการบันทึกค่าการสั่งจ่ายน้ำมันของกล่อง ECU แล้วนำมาประมวลผล จำลองกราฟน้ำมัน แล้วใช้ระบบปรับค่าการฉีดแก๊สอัตโนมัติ (Auto adaptation) ปรับให้ใกล้เคียงการฉีดน้ำมันมากที่สุด ซึ่งระบบนี้ไม่ใช่ OBD ไม่ต้องปรับจูนบ่อย จึงเหมาะสมกับรถรุ่นเก่าที่ไม่มี OBD

ผมติดใน E220 ใช้งานปกติรถไม่ติด สิ้นเปลือง 1.3-1.5 บาท / กม.
 
:n34:
AC stag 300 ISA2 มีระบบการบันทึกค่าการสั่งจ่ายน้ำมันของกล่อง ECU แล้วนำมาประมวลผล จำลองกราฟน้ำมัน แล้วใช้ระบบปรับค่าการฉีดแก๊สอัตโนมัติ (Auto adaptation) ปรับให้ใกล้เคียงการฉีดน้ำมันมากที่สุด ซึ่งระบบนี้ไม่ใช่ OBD ไม่ต้องปรับจูนบ่อย จึงเหมาะสมกับรถรุ่นเก่าที่ไม่มี OBD

ผมติดใน E220 ใช้งานปกติรถไม่ติด สิ้นเปลือง 1.3-1.5 บาท / กม.

ขอบคุณมากครับ
 
:bonk::n26:
ขอบคุณมากครับคุณวินนี่ ไม่ทราบว่าราคาเท่าไหร่ครับ

ราคาโทรไปถามเลยคับ เบอร์คงหาไม่ยาก ไปติด ต้องช่างคนนี้คนเดียวนะคับ ช่างชื่อ ม. ติดแก็สเบนซ์คับ เขารู้ บอกตามสูตรบอน ลุงสี่ ผมแนะนำถังโดนัท 52 ลิตรคับ ลงหลุมอะไหล่พอดีคับ
 
:bonk::n26:

ราคาโทรไปถามเลยคับ เบอร์คงหาไม่ยาก ไปติด ต้องช่างคนนี้คนเดียวนะคับ ช่างชื่อ ม. ติดแก็สเบนซ์คับ เขารู้ บอกตามสูตรบอน ลุงสี่ ผมแนะนำถังโดนัท 52 ลิตรคับ ลงหลุมอะไหล่พอดีคับ

สารวัตรวิน กลับสงขลาแล้วหรอครับ เร็วจัง :confused:
 
ผมคิดว่าจะติด ac ครับ สเตส4 ถังโดนัท 29000 บาทไม่ทราบว่า โอเคไหมครับ
ผมวิโรจน์ครับ 0819059929 ยินดีรับฟังคำแนะนำทุกท่านครับ
และขอบพระคุณทุกท่านครับ

Stag 4 มีสองเวอร์ชั่นครับ
Stag 4 ECO กับ Stag 4 Plus สำหรับราคานี้ไม่ทราบว่าเป็นรุ่นไหน?
สำหรับการทำงาน Stag 4 Plus ถือว่าใกล้เคียงกับ Stag 300 ISA2 คือมีการเอาค่าอุณหภูมิแก๊สมาใช้
ในการประมวลผลสำหรับการจ่ายแก๊สด้วย มีจุดต่างแค่เพียงไม่มีฟังค์ชั่น ISA2

ความเ็ห็นส่วนตัวนะครับ
ผมว่าเบ้นซ์เป็นรถที่เรื่องมากสุดๆ เพราะอีซียูเบ้นซ์ละเอียดมาก
ผมติด Stag 300 Plus ตอนหลังอัพเฟิรม์แวร์ เป็น 300 ISA2
จุดเด่นของ ISA2 หลายท่านทราบกันเป็นอย่างดีแล้ว แต่ผมขออนุญาตเอามาเล่าซ้ำอีกที
ฟังค์ชั่น ISA2 ทำงานเสมือน OBDII ในเวอร์ชั่นที่สูงกว่า (Stag 300 Premium)
แต่รถหลายยี่ห้อไม่สามารถใช้ประโยชน์จาก OBDII ได้เพราะมันไม่ได้ออกแบบมาให้รู้จักกันก็เลยเปล่าประโยชน์
แต่ก็มีบางท่านใช้ได้ แต่ก็พบว่าเป็นปัญหาพอสมควรเพราะมันเลียนค่าน้ำมันตลอดเวลา
จนทำให้บางครั้งระบบน้ำมันมีปัญหา ระบบแก๊สก็มีปัญหาตามไปด้วย ทำให้ต้องปิดการทำงานของ OBDII ไป

สำหรับผมเอง ผมชอบฟังค์ชั่น ISA2 เป็นอย่างมาก เพราะผมไม่ได้มีความรู้เรื่องแก๊สอะไรมาก
จูนแก๊สก็ไม่ค่อยได้เรื่อง เมื่อก่อนตอนที่ติดตั้งใหม่ๆ ตอนที่ยังเป็น 300 Plus ยังไม่มีฟังค์ชั่นนี้
ไปอู่จูนก็ไม่เนียนสักที เพราะอู่มีเวลาให้เราน้อย ทั้งการใช้งานจริงไม่ใช่แค่วิ่งๆ ไม่กี่นาที
ทำให้ต้องศึกษาเอง จูนเอง แต่ก็ปวดหัวพอควร
หลังจากที่อัพเกรดเฟริม์แวร์เป็น ISA2 ผมก็แค่ขับน้ำมันไปเรื่อยๆ โปรแกรมก็เก็บค่าน้ำมันไว้
พอได้ค่าครบทุกช่วงกราฟ โปรแกรมก็จัดการปรับลด-เพิ่ม ให้ในแต่ละช่วง จนพอเหมาะ
ถือว่า AC คิดไว้ละเอียดมากทั้งอุณหภูมิแก๊สและรอบเครื่อง

เล่ามายาว ผมอยากบอกตอนจบว่า
ถ้าไม่เน้นว่าต้องประหยัดเงิน และต้องการซื้ออนาคต
ผมเชียร์ 300 ISA2 เหมือนซื้อคอมพิวเตอร์มาเครื่องนึง
วันหน้ามีซอฟ์แวร์ออกใหม่ ก็สามารถอัพเกรดได้ ล่าสุดเฟริม์แวร์ออกเวอร์ชั่นใหม่อีกแล้ว
เหมือนกับว่าทางผู้ผลิตเค้าคิดอะไรได้ ก็ค่อยๆ เอามาปรับปรุงซอฟ์แวร์ ทำให้เราได้ประโยชน์เพิ่มเรื่อยๆ
สัปดาห์ก่อนพึ่งถามมาอู่ดังแห่งเวปเราราคา 4 สูบ + โดนัท = 34000 บาท ครับ (แต่ถังแค่ 33 ลิตร นะครับ)
อ๋อ ลืมไปร้านนี้เค้าตัดปั๊มติ๊กให้ด้วยนะครับ

ปล ถ้าติดถังโดนัท อยากให้ไปเสริมเหล็กรองหลุมยางอะไหล่ไว้ก่อน วันหน้าจะได้ไม่ต้องรื้อถังมาทำทีหลัง
ผมเชื่อว่าอู่ติดแก๊สไม่มีอู่ไหนเค้าทำให้หรอก เพราะมันใช้เวลากับค่าใช้จ่ายพอสมควร
ลองอ่านดูตามนี้ครับ ตัวอย่างรอยแตกหลังจากแบกโดนัท 59 ลิตร มา 6 ปี
http://www.benzowner.net/forum/showthread.php?t=51942
 
เรียนถามคุณ imag 2000 ว่า

ผมขอข้อมูลเพิ่มเติม

1. ตัว ISA คล้ายกับการจูนแบบอัตโนมัติ ใช่หรือเปล่าครับ คือต้องขับน้ำมันทุกห้วงทุกแบบทุกลีลา แล้วให้โปรแกรมมันปรับตัวเอง ไม่ใช่การปรับแบบ real time อย่างนั้นถูกหรือเปล่า ต่างจาก OBD ที่ปรับแบบ real time อย่างนั้นหรือเปล่า

2. หากใช่ แสดงว่าสำหรับการขับแบบปกติ condition ถึง ก็ตัดเป็นแก๊ส มันก็จะไม่ได้ปรับอะไรอีกหลังจากข้อ 1 มันก็เหมือนกับตัวอื่นๆทั่วไป หรือเปล่า และหากต้องการให้มันปรับปรุงตัวเองอีก ก็ต้องขับน้ำมันยาวๆอีกครั้ง อย่างนั้นหรือเปล่าครับ

ถ้าใช่ ก็สรุปว่า ผู้ใช้ตัว ISA ควรจะขับน้ำมันยาวๆบ้างเป็นบางครั้งเพื่อให้มันปรับ อย่างนั้นใช่ไหมครับ

สรุปว่า มีฟังก์ชั่นนี้ก็ดี คือ เพิ่มความสะดวกในการจูนขณะขับ ไม่ต้องหาคนช่วยจูนเหมือนอย่างอื่น

สรุปว่า ดี สำหรับการจูนอัตโนมัติทุกห้วง มีไว้ก็ดี แต่ควรขับน้ำมันเป็นระยะๆเพื่อได้รับประโยชน์

ใช่ไหมครับ
 
เรียนถามคุณ imag 2000 ว่า

ผมขอข้อมูลเพิ่มเติม

1. ตัว ISA คล้ายกับการจูนแบบอัตโนมัติ ใช่หรือเปล่าครับ คือต้องขับน้ำมันทุกห้วงทุกแบบทุกลีลา แล้วให้โปรแกรมมันปรับตัวเอง ไม่ใช่การปรับแบบ real time อย่างนั้นถูกหรือเปล่า ต่างจาก OBD ที่ปรับแบบ real time อย่างนั้นหรือเปล่า

2. หากใช่ แสดงว่าสำหรับการขับแบบปกติ condition ถึง ก็ตัดเป็นแก๊ส มันก็จะไม่ได้ปรับอะไรอีกหลังจากข้อ 1 มันก็เหมือนกับตัวอื่นๆทั่วไป หรือเปล่า และหากต้องการให้มันปรับปรุงตัวเองอีก ก็ต้องขับน้ำมันยาวๆอีกครั้ง อย่างนั้นหรือเปล่าครับ

ถ้าใช่ ก็สรุปว่า ผู้ใช้ตัว ISA ควรจะขับน้ำมันยาวๆบ้างเป็นบางครั้งเพื่อให้มันปรับ อย่างนั้นใช่ไหมครับ

สรุปว่า มีฟังก์ชั่นนี้ก็ดี คือ เพิ่มความสะดวกในการจูนขณะขับ ไม่ต้องหาคนช่วยจูนเหมือนอย่างอื่น

สรุปว่า ดี สำหรับการจูนอัตโนมัติทุกห้วง มีไว้ก็ดี แต่ควรขับน้ำมันเป็นระยะๆเพื่อได้รับประโยชน์

ใช่ไหมครับ

ยินดีครับ แต่ถ้าท่านใดมีความเห็นอะไรเสริมช่วยกรุณาเพิ่มเติมให้ด้วยครับ
ผมเองก็ไม่ได้รู้ลึกซึ้งมากครับ

1. ตัว ISA คล้ายกับการจูนแบบอัตโนมัติ ใช่หรือเปล่าครับ คือต้องขับน้ำมันทุกห้วงทุกแบบทุกลีลา แล้วให้โปรแกรมมันปรับตัวเอง ไม่ใช่การปรับแบบ real time อย่างนั้นถูกหรือเปล่า ต่างจาก OBD ที่ปรับแบบ real time อย่างนั้นหรือเปล่า

การทำงานของ ISA2 เหมือนกับการทำงานของ OBDII ครับ
ต่างกันที่ OBDII ไม่ต้องเปิดโปรแกรมทิ้งไว้ ถ้าสั่ง On กล่องอีซียูแก๊สก็จะปรับค่าตลอดเวลา
แต่ ISA2 ต้องเปิดโปรแกรมแก๊สไว้ แล้วเข้าเมนู Auto Adaptation สั่ง On กล่องอีซียูถึงจะปรับค่าให้ครับ
สรุปว่า ทั้งสองอย่างเป็น real time เหมือนกันครับ
OBDII ปรับค่าอัตโนมัติผ่านกล่องแก๊ส (Hardware)
ISA2 ปรับค่าอัตโนมัติผ่านโปรแกรมแก๊ส (Software)

2. หากใช่ แสดงว่าสำหรับการขับแบบปกติ condition ถึง ก็ตัดเป็นแก๊ส มันก็จะไม่ได้ปรับอะไรอีกหลังจากข้อ 1 มันก็เหมือนกับตัวอื่นๆทั่วไป หรือเปล่า และหากต้องการให้มันปรับปรุงตัวเองอีก ก็ต้องขับน้ำมันยาวๆอีกครั้ง อย่างนั้นหรือเปล่าครับ

การใช้ ISA2 จะต้องมีค่าน้ำมันทุกช่วงความเร็ว (รอบเครื่องด้วย) เพียงพอ ระบบถึงทำการปรับค่าให้
ทีนี้จะรู้ได้ไงว่าค่าของน้ำมันพอรึยัง ในเมนู AutoAdaptation จะมีสีบอกครับ
1 สีเทา = ค่ายังไม่เพียงพอสำหรับการปรับ
2 สีเหลือง = ระบบสามารถทำการปรับค่าให้ได้ แต่ยังมีบางช่วงที่ยังไม่มีค่าน้ำมัน ทีนี้พอเราเปิด On แล้ว ขณะที่ระบบ
กำลังปรับค่าให้อยู่ ถ้าเกิดขับขี่แล้วไปอยู่ในช่วงที่ยังไม่มีค่าน้ำมันอยู่ ระบบจะตัดมาที่น้ำมันทันทีเพื่อเก็บค่าต่อจนเสร็จ
ก็จะตัดกลับไปเป็นแก๊ส (ทีนี้หลายท่านที่ใช้ฟังค์ชั่นนี้แล้วตัดติ๊กจะเจอปัญหารถดับ ก็เลยกลัวกัน)
3 สีเขียว = ระบบได้เก็บค่าน้ำมันไว้ครบหมดทุกช่วงแล้ว

3. สรุปว่า มีฟังก์ชั่นนี้ก็ดี คือ เพิ่มความสะดวกในการจูนขณะขับ ไม่ต้องหาคนช่วยจูนเหมือนอย่างอื่น

ผมคิดว่างั้นนะครับ เพราะผมเองก็จูนไม่ค่อยได้เรื่อง พอใช้งานฟังค์ชั่นนี้ก็แค่เปิดโปรแกรมแก๊สจูนแก๊สให้พอได้
แล้วที่เหลือก็ขับไปเรื่อยๆ ผมจะใช้เวลาตอนขับไปต่างจังหวัดทางยาวๆ ขับแบบเรื่อยๆ ทุกๆ ช่วงความเร็ว
แค่เวลาไม่นานก็ได้ค่าครบครับ สะดวกมากเพราะระหว่างที่ขับขี่
ถ้าเปิด On ระบบจะมีเสียงเตือนหลายแบบ เช่น เร่งเครื่องเพื่อเก็บค่า หรือว่าเก็บค่าครบแล้ว

4. สรุปว่า ดี สำหรับการจูนอัตโนมัติทุกห้วง มีไว้ก็ดี แต่ควรขับน้ำมันเป็นระยะๆเพื่อได้รับประโยชน์
ตรงนี้ผมไม่ฟันธง เพราะมีบางท่านบอกว่าจูนแมนนวลแล้วรู้สึกว่าขับดีกว่า สนุกกว่า
แต่สำหรับผมเอง ผมประทับใจกับค่าที่จูนได้จากฟังค์ชั่นนี้เพราะผมใช้แล้วรถไม่มีปัญหา ทั้งอัตราเร่ง และการบริโภค
อย่างที่เล่าว่าเมื่อก่อนจูนแมนนวลเองก็ยังไม่ดีสักที (ยอมรับครับว่ามือสมัครเล่น)

สำหรับ คำถามที่ว่า ควรขับน้ำมันเป็นระยะๆ เพื่อได้รับประโยชน์รึป่าว?
ผมไม่ได้ทำอย่างนั้นเลยครับ ทำแค่ครั้งเดียวแล้วก็จบ ยกเว้นระบบแก๊สมีปัญหา ค่อยมาดูอีกที
ส่วนใหญ่ จะเป็นกรองแก๊ส หม้อต้ม แม๊บเซ็นเซ่อร์ หรือเซ็นเซ่อร์อุณหภูมิ พอมีอะไรที่เออเร่อร์ก็จะทำให้
ระบบแก๊สเพี้ยนไป ค่าที่จูนไว้ก็เลยใช้ไม่ได้ ต้องย้อนกลับไปดูที่ต้นเหตุของปัญหาครับ
สรุปว่า ผมจูนทีเดียวจบ แล้วก็ลืมเลยครับ
 
Last edited:
Back
Top