Coffee Cup
Active member
เล่าเรื่องโซล่าร์เซลล์ที่หลังคาบ้านด้วยตนเอง
ณ วันนี้ 8 สิงหาคม 2560 ติดแผงโซล่าร์เซลล์มา 2 ปี 6 เดือน
เริ่มติดตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ 2558 ครั้งแรกใช้แผงโซล่าร์เซลล์ของ
Mitsubishi 265 Watts จำนวน 6 แผ่น ตอนหลังซื้อชนิดเดียวกัน
มาเพิ่มอีก 1 แผ่น จึงรวมเป็นแผงโซล่าร์เซลล์ที่ติดจริงปัจจุบัน 7 แผ่น
เนื่องจากในทางปฏิบัติจริง ความสามารถในการผลิตไฟฟ้าได้จริงจาก
แผง น้อยกว่าความสามารถในการรับพลังงานของกริดไทด์อินเวอร์เตอร์
จึงซื้อแผงมาเพิ่มอีก 1 แผงในภายหลังดังกล่าว
ผลิตกำลังไฟตามสเปคได้ 1855 วัตต์/ชั่วโมง ใช้เครื่องกริดไทด์
อินเวอร์เตอร์ของ SHARP JH1600E ให้กำลังไฟ AC 220V.
1,600 Wp. 10 A นั้นเป็นเรื่องทางทฤษฏี
ในทางทฤษฏี กำลังไฟที่แผงสามารถผลิตได้ตามสเป็ค 1855 วัตต์
ต่อชั่วโมง แต่ในความเป็นจริง ไม่เคยผลิตได้สูงขนาดนั้นเลย
ผลิตได้สูงสุดเท่าที่เห็นเพียง 1580 วัตต์เท่านั้น อาจจะเป็น
เพราะตั้งแผงไม่ถูกองศา และ ทิศทางที่ดีที่สุดก็ได้ แต่เนื่องจาก
การติดตั้งติดตามสภาพพื้นที่จริง บนหลังคาระเบียงบ้านที่องศา
และทิศทางการติดตั้งบังคับได้เพียงเท่านี้ ปรับได้แต่เพียงมุม
ยกของแผงได้เพียงอย่างเดียว
ในทางปฏิบัติจริง เวลา 2 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา มีการปิดเครื่อง
3 ครั้ง คร้ั้งละประมาณ 2 เดือน จึงทำให้มีการผลิตไฟฟ้าจริงๆ
ประมาณ 2 ปีเต็มเท่านั้น ในวันนี้ดูมิเตอร์ของเครื่องแล้วผลิตไฟฟ้า
ไปได้ 4,296.-หน่วย เฉลี่ยปีละ 2,148 หน่วย หรือวันละประมาณ
5.88 หน่วย วันที่เคยเห็นผลิตสูงสุด 9 หน่วย วันที่ผลิตต่ำๆ
ในช่วงฤดูฝน ก็ประมาณ 2-3 หน่วยต่อวันก็มี ถ้าคิดเงินค่าต่อหน่วย
คิดที่ 4.30 บาท(เฉลี่ย) เท่ากับผลิตได้ปีละเป็นเงิน 9,236.-บาท
เงินลงทุนที่ซื้อวัสดุอุปกรณ์ไป 110,000.-บาท(ปัดเศษ)ค่าติดตั้ง
ติดตั้งเอง ไม่เสียค่าจ้าง ต้นทุนที่ลงไปจึงเป็นค่าวัสดุเท่านั้น
เท่ากับผลตอบแทนการลงทุน ปีละ 8.40% ซึ่งดูเหมือนว่าสูงกว่า
การนำเงินจำนวนเดียวกันไปฝากธนาคาร ใน 2 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา
ไม่มีการซ่อมบำรุงที่ต้องเสียเงิน มีแต่การล้างทำความสะอาด
(ขี้นกและฝุ่น) ที่หน้าแผ่นด้วยการฉีดน้ำล้างเท่านั้น
ถ้าตัวเลขการผลิตเป็นไปตามนี้ การคืนทุนน่าจะอยู่ที่ 11.9 ปี
หรือปัดเศษ เป็น 12 ปี นับว่าเป็นการลงทุนที่มีการคืนทุน ช้ามาก
แต่ถ้าคิดเป็นเงินฝากอย่างเดียว นับว่าคุ้มค่าการลงทุน หากต้องกู้
ยืมเงินมาต้องเสียดอกเบี้่ย การคืนทุนก็จะช้างออกไปอีกจนไม่คุ้มค่า
กับการลงทุน
อนึ่งเนื่องจากการใช้วัสดุคิดว่่าใช้แผงมิตซูบิชิผลิตในญี่ปุ่น จึง่ทำให้
ต้นทุนค่าแผงสูงกว่าแผงผลิตในจีน อาจจะเป็นเท่าตัวกล่าวคือค่า
แผง ๆละ 11000+++ ขณะที่แผงจากจีน แผ่นละ 5000+++ถึง
7000+++ เท่านั้น
ให้ข้อมูลมาเผื่อจะช่วยให้ผู้สนใจมีข้อมูลไว้เป็นแนวทางในการ
ตัดสินใจจะติดแผงโซล่าร์เซลล์ที่หลังคาบ้านตนเอง
จะดีหรือไม่ จากประสบการณ์จริงของผู้ใช้แนว DIY
ณ วันนี้ 8 สิงหาคม 2560 ติดแผงโซล่าร์เซลล์มา 2 ปี 6 เดือน
เริ่มติดตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ 2558 ครั้งแรกใช้แผงโซล่าร์เซลล์ของ
Mitsubishi 265 Watts จำนวน 6 แผ่น ตอนหลังซื้อชนิดเดียวกัน
มาเพิ่มอีก 1 แผ่น จึงรวมเป็นแผงโซล่าร์เซลล์ที่ติดจริงปัจจุบัน 7 แผ่น
เนื่องจากในทางปฏิบัติจริง ความสามารถในการผลิตไฟฟ้าได้จริงจาก
แผง น้อยกว่าความสามารถในการรับพลังงานของกริดไทด์อินเวอร์เตอร์
จึงซื้อแผงมาเพิ่มอีก 1 แผงในภายหลังดังกล่าว
ผลิตกำลังไฟตามสเปคได้ 1855 วัตต์/ชั่วโมง ใช้เครื่องกริดไทด์
อินเวอร์เตอร์ของ SHARP JH1600E ให้กำลังไฟ AC 220V.
1,600 Wp. 10 A นั้นเป็นเรื่องทางทฤษฏี
ในทางทฤษฏี กำลังไฟที่แผงสามารถผลิตได้ตามสเป็ค 1855 วัตต์
ต่อชั่วโมง แต่ในความเป็นจริง ไม่เคยผลิตได้สูงขนาดนั้นเลย
ผลิตได้สูงสุดเท่าที่เห็นเพียง 1580 วัตต์เท่านั้น อาจจะเป็น
เพราะตั้งแผงไม่ถูกองศา และ ทิศทางที่ดีที่สุดก็ได้ แต่เนื่องจาก
การติดตั้งติดตามสภาพพื้นที่จริง บนหลังคาระเบียงบ้านที่องศา
และทิศทางการติดตั้งบังคับได้เพียงเท่านี้ ปรับได้แต่เพียงมุม
ยกของแผงได้เพียงอย่างเดียว
ในทางปฏิบัติจริง เวลา 2 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา มีการปิดเครื่อง
3 ครั้ง คร้ั้งละประมาณ 2 เดือน จึงทำให้มีการผลิตไฟฟ้าจริงๆ
ประมาณ 2 ปีเต็มเท่านั้น ในวันนี้ดูมิเตอร์ของเครื่องแล้วผลิตไฟฟ้า
ไปได้ 4,296.-หน่วย เฉลี่ยปีละ 2,148 หน่วย หรือวันละประมาณ
5.88 หน่วย วันที่เคยเห็นผลิตสูงสุด 9 หน่วย วันที่ผลิตต่ำๆ
ในช่วงฤดูฝน ก็ประมาณ 2-3 หน่วยต่อวันก็มี ถ้าคิดเงินค่าต่อหน่วย
คิดที่ 4.30 บาท(เฉลี่ย) เท่ากับผลิตได้ปีละเป็นเงิน 9,236.-บาท
เงินลงทุนที่ซื้อวัสดุอุปกรณ์ไป 110,000.-บาท(ปัดเศษ)ค่าติดตั้ง
ติดตั้งเอง ไม่เสียค่าจ้าง ต้นทุนที่ลงไปจึงเป็นค่าวัสดุเท่านั้น
เท่ากับผลตอบแทนการลงทุน ปีละ 8.40% ซึ่งดูเหมือนว่าสูงกว่า
การนำเงินจำนวนเดียวกันไปฝากธนาคาร ใน 2 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา
ไม่มีการซ่อมบำรุงที่ต้องเสียเงิน มีแต่การล้างทำความสะอาด
(ขี้นกและฝุ่น) ที่หน้าแผ่นด้วยการฉีดน้ำล้างเท่านั้น
ถ้าตัวเลขการผลิตเป็นไปตามนี้ การคืนทุนน่าจะอยู่ที่ 11.9 ปี
หรือปัดเศษ เป็น 12 ปี นับว่าเป็นการลงทุนที่มีการคืนทุน ช้ามาก
แต่ถ้าคิดเป็นเงินฝากอย่างเดียว นับว่าคุ้มค่าการลงทุน หากต้องกู้
ยืมเงินมาต้องเสียดอกเบี้่ย การคืนทุนก็จะช้างออกไปอีกจนไม่คุ้มค่า
กับการลงทุน
อนึ่งเนื่องจากการใช้วัสดุคิดว่่าใช้แผงมิตซูบิชิผลิตในญี่ปุ่น จึง่ทำให้
ต้นทุนค่าแผงสูงกว่าแผงผลิตในจีน อาจจะเป็นเท่าตัวกล่าวคือค่า
แผง ๆละ 11000+++ ขณะที่แผงจากจีน แผ่นละ 5000+++ถึง
7000+++ เท่านั้น
ให้ข้อมูลมาเผื่อจะช่วยให้ผู้สนใจมีข้อมูลไว้เป็นแนวทางในการ
ตัดสินใจจะติดแผงโซล่าร์เซลล์ที่หลังคาบ้านตนเอง
จะดีหรือไม่ จากประสบการณ์จริงของผู้ใช้แนว DIY
