pimpop
New member
ก่อนอื่นขอเล่ารายละเอียดที่มา การบำรุงรักษา ปัญหาที่พบ เหตุผลที่เปลี่ยนเครื่อง เพื่อเป็นประโยชน์กันเพื่อนๆสมาชิกนะครับ รถคันนี้ได้มาเมื่อราว 5 ปีที่แล้ว หลังจากติดตามรมยาตัวเองจากกระทู้เอสคลาสหลายๆกระทู้ในเวบ
เป็นรถที่ตามหามานานพอสมควร เพื่อหารถมือเดียว วิ่งไม่มาก มีไฮดรอลิคบานซ์ คันนี้เป็น s500 เกียร์.3 หลังจากได้มาก็ได้เก็บรายละเอียดมาเรื่อยๆ อะไรที่เสียกันบ่อยๆยังไม่เสียก็ถือโอกาสเปลี่ยนทิ้งก่อน จากการขับช่วงแรกๆก็รู้สึกว่ารถแรงดีปกติแต่เวลาออกตัว(ด้วยเกียร์2 ตามปกติ)รถมีอาการหน่วงๆ เวลาวิ่งทางไกลรถไม่ไหลเท่าทีควรเวลาผ่อนคันเร่งกับเกียร์มีการกระตุกในตอนคิ๊กดาว์น จึงทำการโอเว่อฮอลล์เกียร์ใหม่ทั้งระบบ เปลี่ยนแม้กระทั่งเสื้อเกียร์ที่เป็นรอยเล็กน้อยกับสมองเกียร์เพื่อให้ระบบขับเคลื่อนรถออกมาสมบูรณ์ที่สุด พอซ่อมเสร็จอาการกระตุกตอนคิ๊กดาว์นก็หายไป แต่อาการหน่วงๆช่วงที่รถไต่ความเร็วก็ยังเหมือนเดิมอยู่ ซึ่งจริงๆแล้วมันก็เป็นอาการปกติของรถที่อัตราทดเกียร์ค่อนข้างห่าง ประกอบกับรถผมไม่ติดแก๊สจึงไม่ได้กดคันเร่งหนักช่วงออกตัวหรือเร่งแซง จิงๆรถคันนี้ตั้งใจเอาไว้เดินทางไกล แต่จากการที่ได้เอามาใช้ดูแล้วมันยังไม่ตอบโจทย์ในด้านอัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงทางไกลในการขับลักษณะปกติของผม รถคันนี้จึงจอดคลุมผ้าซะเป็นส่วนใหญ่ ซื้อมา5ปีใช้งานไปราวๆ10,000กม เท่านั้น
ช่วง2ปีหลังก็ได้ทำการหาข้อมูล เกี่ยวกับการเปลี่ยนเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องme หรือเครื่องtoyota ว่าคนที่เปลี่ยนมาแล้วเป็นยังไงบ้าง สุดท้ายก็ได้มาลงที่ 3uz 6speed ตัวนี้ ทั้งๆที่เครื่องเดิมก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เรียกได้ว่าหาเรื่องเสียตังแท้ๆ
ช่วงที่สมาชิกหลายๆท่านได้เข้าไปเปลี่ยนเครื่อง3uzกัน ผมก็ได้ติดต่อเข้าไปทางอู่โดยทางผมยืนยันว่าขอเป็นตัว6speedเท่านั้น ก็รอคิวพร้อมของมาราวๆปีครึ่ง ก็ได้เครื่องรุ่นที่ต้องการพร้อมกับคิววางเครื่องสมใจ 5555
มาดูหน้าตากันครับ

ถ่ายมาครั้งแรกตกใจเลยครับ ไม่คิดว่างานจะออกมาเรียบร้อยขนาดนี้ เพราะผมอยู่ต่างจังหวัดไม่ค่อยมีเวลาเข้าไปดู ไปสั่งแก้ไขอะไร ได้แต่ส่งรถละก็รอจ่ายตังตอนรับรถเท่านั้นครับ 555+
การใช้งานหลังจากเปลี่ยนเครื่องมาใหม่นี่สำหรับผมนี่คนละเรื่องเลยครับ จากที่เครื่องเดิมหน่วงๆเวลาออกตัวต้องมีการเติมคันเร่งเวลาเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้นเพื่อให้ได้อัตราเร่งสม่ำเสมอ เครื่องใหม่นี่แค่กดคันเร่งราวๆ10%รถก็ออกตัวได้สบายๆ แค่แช่เท้าไว้กับคันเร่งเบาๆให้รอบเครื่องยนต์ไม่เกิน2000รอบ รถก็ไต่เกียร์ไปเรื่อยๆระหว่างเกียร์นี่เปลี่ยนลื่นไม่รู้สึกเลยครับ แปปเดียวก็ร้อยกว่าแล้วครับ เทียบความรู้สึกง่ายๆ ผมว่ามันคล้ายกับรถพวกรถญี่ปุ่นขับหน้าอะครับ ออกตัวพุ่งๆลื่นๆ
ตอนนี้รถผมยังใช้เฟืองท้ายติดรถเดิม2.65 รอบเครื่องที่เกียร์6ประมาณนี้ครับ

ตอนแรกจากการคำนวณก็กลัวว่ารถมันจะวิ่งไหวมั๊ยจะอืดมั๊ย จากการใช้งานจริงก็ไม่ได้รู้สึกว่าอืดนะครับ เกียร์1-5นี่ไต่ความเร็วเหมือนรถปกติเลยครับ ส่วนเกียร์6นี่เอาไว้เดินทางถนนสี่เลนสบายๆครับ ลอยตัว120นี่กดคันเร่งราวๆ 5% คือแตะไว้เฉยๆครับ พอกดคันเร่งเป็นราวๆ10%เหมือนกันเร่งเพิ่มความเร็วรถทั่วๆไป ล็อคอัพก็ปล่อยให่รอบเครื่องสวิงขึ้นไปรถก็จะมีอัตราเร่งมานิดนึง กดไปอีกนิดราว15% ก็คิ๊กลง5ละครับ กดอีกนิดราว20%ก็ลง4 ที่ความเร็ว100km/hr ก็สามารถขึ้นเนินยาวหน้าโรงปูนสระบุรีได้แล้วครับ แล้วคือช่วงคิ๊กดาวนี่ไม่มีกระตุกหรือเสียงอะไรเลยครับ เพราะรอบเครื่องยนต์ยังต่ำมากอยู่ ขับนี่ไม่รู้เลยครับถ้าไม่มองรอบเครื่อง
ส่วนอัตราสิ้นเปลือง ขับแบบออกตัวปกติไม่รีบ ทางโล่งตรงไหนก็เร่งไปให้ได้120
ใช้ไปราวๆ 1000kmเดินทางไกลอย่างเดียวนะครับ ใช้วิธีเติมเต็มถังละรีเซทไมล์เอา ได้ออกมาที่ 12.5km/l (จริงๆได้12.8 แต่ปัดลงละกันครับ เผื่อerrorในการเติมน้ำมัน)
เปรียบเทียบในเส้นทางเดียวกับรถคันอื่นๆของผมขับในลักษณะเดียวกันนะครับ
w202 c230kom 11.5-12 km/l
w210 e230 4sp 12.5-13 km/l
w210 e55 amg 11-11.5 km/l
ตอนนี้หลังจากใช้มา1000km ก็ยังไม่มีปัญหาอะไรนะครับ ถามว่าถูกใจขนาดไหน เอาว่าหวังไว้ 100 อย่างต่ำๆผมให้95 แล้วกันครับ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนสมาชิกและผู้ที่สนใจนะครับ
ช่วง2ปีหลังก็ได้ทำการหาข้อมูล เกี่ยวกับการเปลี่ยนเครื่องยนต์ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องme หรือเครื่องtoyota ว่าคนที่เปลี่ยนมาแล้วเป็นยังไงบ้าง สุดท้ายก็ได้มาลงที่ 3uz 6speed ตัวนี้ ทั้งๆที่เครื่องเดิมก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เรียกได้ว่าหาเรื่องเสียตังแท้ๆ
มาดูหน้าตากันครับ

ถ่ายมาครั้งแรกตกใจเลยครับ ไม่คิดว่างานจะออกมาเรียบร้อยขนาดนี้ เพราะผมอยู่ต่างจังหวัดไม่ค่อยมีเวลาเข้าไปดู ไปสั่งแก้ไขอะไร ได้แต่ส่งรถละก็รอจ่ายตังตอนรับรถเท่านั้นครับ 555+
การใช้งานหลังจากเปลี่ยนเครื่องมาใหม่นี่สำหรับผมนี่คนละเรื่องเลยครับ จากที่เครื่องเดิมหน่วงๆเวลาออกตัวต้องมีการเติมคันเร่งเวลาเปลี่ยนเกียร์สูงขึ้นเพื่อให้ได้อัตราเร่งสม่ำเสมอ เครื่องใหม่นี่แค่กดคันเร่งราวๆ10%รถก็ออกตัวได้สบายๆ แค่แช่เท้าไว้กับคันเร่งเบาๆให้รอบเครื่องยนต์ไม่เกิน2000รอบ รถก็ไต่เกียร์ไปเรื่อยๆระหว่างเกียร์นี่เปลี่ยนลื่นไม่รู้สึกเลยครับ แปปเดียวก็ร้อยกว่าแล้วครับ เทียบความรู้สึกง่ายๆ ผมว่ามันคล้ายกับรถพวกรถญี่ปุ่นขับหน้าอะครับ ออกตัวพุ่งๆลื่นๆ
ตอนนี้รถผมยังใช้เฟืองท้ายติดรถเดิม2.65 รอบเครื่องที่เกียร์6ประมาณนี้ครับ

ตอนแรกจากการคำนวณก็กลัวว่ารถมันจะวิ่งไหวมั๊ยจะอืดมั๊ย จากการใช้งานจริงก็ไม่ได้รู้สึกว่าอืดนะครับ เกียร์1-5นี่ไต่ความเร็วเหมือนรถปกติเลยครับ ส่วนเกียร์6นี่เอาไว้เดินทางถนนสี่เลนสบายๆครับ ลอยตัว120นี่กดคันเร่งราวๆ 5% คือแตะไว้เฉยๆครับ พอกดคันเร่งเป็นราวๆ10%เหมือนกันเร่งเพิ่มความเร็วรถทั่วๆไป ล็อคอัพก็ปล่อยให่รอบเครื่องสวิงขึ้นไปรถก็จะมีอัตราเร่งมานิดนึง กดไปอีกนิดราว15% ก็คิ๊กลง5ละครับ กดอีกนิดราว20%ก็ลง4 ที่ความเร็ว100km/hr ก็สามารถขึ้นเนินยาวหน้าโรงปูนสระบุรีได้แล้วครับ แล้วคือช่วงคิ๊กดาวนี่ไม่มีกระตุกหรือเสียงอะไรเลยครับ เพราะรอบเครื่องยนต์ยังต่ำมากอยู่ ขับนี่ไม่รู้เลยครับถ้าไม่มองรอบเครื่อง
ส่วนอัตราสิ้นเปลือง ขับแบบออกตัวปกติไม่รีบ ทางโล่งตรงไหนก็เร่งไปให้ได้120
ใช้ไปราวๆ 1000kmเดินทางไกลอย่างเดียวนะครับ ใช้วิธีเติมเต็มถังละรีเซทไมล์เอา ได้ออกมาที่ 12.5km/l (จริงๆได้12.8 แต่ปัดลงละกันครับ เผื่อerrorในการเติมน้ำมัน)
เปรียบเทียบในเส้นทางเดียวกับรถคันอื่นๆของผมขับในลักษณะเดียวกันนะครับ
w202 c230kom 11.5-12 km/l
w210 e230 4sp 12.5-13 km/l
w210 e55 amg 11-11.5 km/l
ตอนนี้หลังจากใช้มา1000km ก็ยังไม่มีปัญหาอะไรนะครับ ถามว่าถูกใจขนาดไหน เอาว่าหวังไว้ 100 อย่างต่ำๆผมให้95 แล้วกันครับ
หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนสมาชิกและผู้ที่สนใจนะครับ
