หม้อน้ำเดิม พัดลมฟรีปั๊มเดิม พัดลมไฟฟ้าด้านหน้าเดิม ใส่สวิทช์สามขาสีเทาได้มั้ย

olemag

New member
อยากให้สเต็บ 2 ทำงานเร็วขึ้นครับ
ความร้อนช่วงวิ่งตลอดประมาณ 90 รถติดหนักๆช่วงกลางวันป้วนเปี้ยน 105-110
หัวเชิดปุ๊บไข้ขึ้นปั๊บครับ:n06::(
 
ของเดิม สวิทช์ 3 ขา น่าจะเป็นสีดำ ทำงานที่ประมาณ 100 องศา
(ระบบพัดลมเครื่องของ W201 เป็นคลัชแม่เหล็กไฟฟ้า ทำงานตามการสั่งของ thermo switch 3 ขา นี่แหละ)

จะเปลี่ยนเป็น 3 ขา สีเทา พัดลมเครื่องทำงานเร็วขึ้น เริ่มประมาณ 93 องศา
(หน้าตาแบบนี้ แต่พลาสติกเป็นสีเทา)

0065454524.jpg


แต่ ...

3 ขา สีดำ เดิม จะมี 1 ขา เป็น sensor อุณหภูมิ ต่อไปที่เข็มแสดงความร้อนที่หน้าปัทม์

3 ขา สีเทา ที่จะเอามาใส่แทน ใช้คุมพัดลมเครื่อง แค่ 2 ขา อีก 1 ขา ไม่ใช่ sensor วัดอุณหภูมิ
จะต้องไปหา sensor วันอุณหภูมิแบบขาเดียวมาใส่ ตรงแถวๆ นั้น อีก 1 ตัว เพือต่อกับปลั๊ก sensor เดิมไปที่หน้าปัทม์ ตามรูปข้างล่าง

0055422617.jpg
 
Last edited:
ใช้ 190 E. ครับ มือเดียวจาก ทองหล่อ สวิทศืเป็นแบบสีเทา ใช้ทั้ง 3 ขา

ขาที่3 ต่อไปหน้ปัดรถครับ ตามรูป

 
อยากให้สเต็บ 2 ทำงานเร็วขึ้นครับ
ความร้อนช่วงวิ่งตลอดประมาณ 90 รถติดหนักๆช่วงกลางวันป้วนเปี้ยน 105-110
หัวเชิดปุ๊บไข้ขึ้นปั๊บครับ:n06::(

ตามประสพการณ์นะครับ..เคยเจือปัญหาเดียวกะเจ้าของทุ้...แก้ไปหลายอย่างไม่ได้ดูฟีปั้ม..คิดว่าหนืดดีไม่เสีย..ไม่เปลียนช่วงรถติดๆ..ต้องมีลุ้นตลอด..ตอนหลังตัดสินใจช้ิอฟรีปั้มไหม่ใส่...หายสนิท..รถจะติดยังไงก็ไม่เกิน 90 ขนาดช่วงนี้อากาสร้อนๆ ยังอยุ่ที 90 ตลอดครับ
 
ขออภัย แสดงความเห็นผิดรุ่นครับ :D
 
Last edited:
สมัยที่ใช้เครื่อง M102 ใน W124 ระบบระบายความร้อนผมเป็นปกติ แต่ที่ผมเปลี่ยนจากสีดำ เป็น สีเทา เพราะ ผมขับรถ ไม่เปิดแอร์ บ่อย ครับ เช่น ตอนเช้ามืด หรือ ดึกๆ ที่รถไม่ค่อยติด
พอไม่เปิดแอร์ ก็อาศัยพัดลมเครื่องอย่างเดียว การเริ่มที่ 100 องศา มันช้าไปหน่อย
เห็นด้วยว่า ระบบระบายความร้อน ก็ต้องดูแลให้มันทำงานได้เป็นปกติ สมบูรณ์ ด้วย
 
ขออภัย แสดงความเห็นผิดรุ่นครับ :D
 
Last edited:
ขออภัยทุกท่านที่ไม่ได้แจ้งรุ่นรถครับ
ใช้ w140 s280 ปี 1996 ติดแก๊ส lpg วิ่งมาแล้ว 210,000 ก.ม.ครับ
หม้อน้ำทองเหลือง (เพิ่งเอาไปร้านหม้อน้ำทะลวง)

ล่าสุดวาล์วรั่ว เครื่องเดินไม่ครบทุกสูบ น้ำมันเครื่องเต็มช่องหัวเทียน เปิดฝาสูบมาสภาพฝาเรียบไม่ผุ ตาน้ำสภาพดี เขม่าจับก้านวาล์วเพียบจนปิดไม่สนิท เปิดฝา บดวาล์ว เปลี่ยนยางตีนวาล์วเรียบร้อยครับ
แต่วันนี้(6 เม.ย.59) ขับไปทำธุระแถวๆหลักสี่ เจอรถติดนิดหน่อย กดปุ่ม rest ไปหมายเลข 6 ดูอุณหภูมิแบบเรียลไทม์ ปรากฏว่าวันนี้อากาศค่อนข้างร้อน ทำให้อุณหภูมิเครื่องช่วงรถวิ่งอยู่ประมาณ 93-98 พอรถติดหนักหน่อย จะขึ้นไปถึง 107 แต่พัดลมก็จะทำงานลงมาเหลือ 105
แต่ความร้อนก็ขึ้นช้ากว่าตอนยังไม่ได้บดวาล์วนะครับ แต่ก็ยังขึ้นอยู่ดี

ช่วยแนะนำทางแก้ไขสเต็บต่อไปให้ด้วยครับ:crazy:
 
เสียดายว่าไปเจอปัญญาแถวหลักสี่
ทำไมไม่เลี้ยวไปหาช่างศ.

อาการแบบนี้ช่างเค้าชำนาญแก้เลยล่ะ
หาไลน์ผม แจ้งมาได้หากจะให้พาไป
หากว่างตรงกันก็ยินดี
ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย
เพียงแต่เป็นรถรุ่นเดียวกัน
ขอศึกษาไว้เป็นเคสสอนตัวเองครับ
 
ร้อนเกินร้อย แวะหาที่จอดเปิดฝาโปงสังเกตุพัดลมคู่หมุนหรือไม่
ต่อไปหาช่างเช็คพัดลมฟรีปั้มหลังหม้อน้ำยังหนืดเป็นปกติไหม
พัดลมทั้งสองชุดนี้อันใดอันหนึ่งไม่สมบูรณ์ร้อนกว่าร้อยแน่นอน
ช่วงหน้าร้อนเป็นตัววัดระบบระบายของเบ็นซ์เอาอยู่หรือไม่
 
:n45::n45: ขอบคุณทุกๆคำตอบครับ ไม่ว่าตอบผิดรุ่น หรือตรงรุ่นก็ตามครับ
คุณ 321 ครับ พัดลมไฟฟ้าด้านหน้าทำงานครับ ลองถอดปลั๊กตรงวาล์วน้ำก็สามารถทำงาน Step 3 ได้ปกตินะครับ ส่วนพัดลมหน้าเครื่อง หรือฟรีปั๊มก็เพิ่งเปลี่ยนมาครับ ลมแรงดี กำลังเล็งจะเปลี่ยนไปใช้หม้อน้ำมิเนียมของเดิมอยู่ (ของใหม่)

คุณ nusorn ครับ พอดีผมทำงานอยู่แถว 5 แยกลาดพร้าว บังเอิญว่าวันนี้ไม่ได้เอารถคันต้นเหตุมา ไว้โอกาสหน้า ผมจะติดต่อไปครับ (ว่าแต่อู่ช่าง ศ. อยู่บริเวณไหนของหลักสี่หรือครับ เอาจริงๆ นะครับ ผมพยายามหากระทู้ของลุงสี่ เกี่ยวกับเรื่องการจัดการความร้อน ผมยังหาไม่เจอเลยครับ ท่านใดจะกรุณาแปะลิงค์ให้หน่อยก็จะเป็นการดีครับ)

(ปล. PM ของเว็บนี้เปิดยังงัยครับ ไม่ได้เข้าไปดูวิธีการใช้เว็บนี้เท่าไรนัก ช่วยแนะนำลูกนกลูกกาด้วยละกันครับ):icon_mrgreen:
 
Last edited:
เพิ่งทราบข่าวจากกลุ่มปลาวาฬ
มีS500 ร้อนทะลุแบบท่าน
อู่จัดการเปลี่ยนโมดุลแอร์ด้วย

แต่ผมจะลองเช็คHi/Loแรงดันน้ำยาแอร์ก่อน
เพราะถ้าน้ำยาขาดมีผลกับสปีดพัดลม

คันผมLoเหลือแค่20แต่ยังเย็นดี
พอดีมีเกจ์วัดน้ำยาอยู่
ก็เลยลองติดเครื่องวัดดูจึงรู้

พอเติมได้38/240 ระดับความร้อน
ตอนรถติดๆ สูงสุด95-96 ไม่ถึงร้อย

แล้วStepต่อไปผมต้องหาจุดรั่ว
สายท่อน้ำยาที่เข้า/ออกคอนเดนเซอร์เปียก
จะลองทำความสะอาดท่อก่อน
เพื่อมั่นใจว่าไม่ใชหยดจากพาวเวอร์
จะได้ซ่อมถูกจุด
นี่คือข้อดีของการDIY
 
คุณ Nusorn ครับ

น้ำยาแอร์เช็คก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้วครับ พัดลมไฟฟ้าทำงานพร้อมการตัดต่อของคอมแอร์ครับ
คงต้อง DIY หารอยรั่วที่สายก่อนครับ เพราะก่อนหน้าที่จะเติมน้ำยาแอร์เข้าไป ก็มีอาการน้ำยาแอร์ต่ำ ทำให้พัดลมไฟฟ้าหน้าเครื่องไม่ยอมทำงานตามจังหวะคอมแอร์ครับ

เรียนเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ
เพื่อนสมาชิกท่านใด ที่เปลี่ยนสวิทช์เป็นสามขาสีเทาแล้ว รบกวนขอภาพการติดตั้งหน่อยได้มั้ยครับ เพราะรู้สึกว่าจะต้องมีการเจาะใหม่อีก 1 จุด เพื่อเดินสายสัญญาณไปที่หน้าปัทม์ และอยากทราบว่าสวิทช์สามขาสีเทา เวลาเราไปซื้อที่ร้าน เราจะบอกร้านเขาว่าสวิทช์อะไรครับ มีพาร์ทนัมเบอร์หรือไม่ครับ

ถ้าแก้ไขเสร็จเรียบร้อย จะมารีบรายงานให้ทุกท่านทราบครับ:thumbup:
 
คุณ Nusorn ครับ

น้ำยาแอร์เช็คก่อนหน้านี้เรียบร้อยแล้วครับ พัดลมไฟฟ้าทำงานพร้อมการตัดต่อของคอมแอร์ครับ
คงต้อง DIY หารอยรั่วที่สายก่อนครับ เพราะก่อนหน้าที่จะเติมน้ำยาแอร์เข้าไป ก็มีอาการน้ำยาแอร์ต่ำ ทำให้พัดลมไฟฟ้าหน้าเครื่องไม่ยอมทำงานตามจังหวะคอมแอร์ครับ

เรียนเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ
เพื่อนสมาชิกท่านใด ที่เปลี่ยนสวิทช์เป็นสามขาสีเทาแล้ว รบกวนขอภาพการติดตั้งหน่อยได้มั้ยครับ เพราะรู้สึกว่าจะต้องมีการเจาะใหม่อีก 1 จุด เพื่อเดินสายสัญญาณไปที่หน้าปัทม์ และอยากทราบว่าสวิทช์สามขาสีเทา เวลาเราไปซื้อที่ร้าน เราจะบอกร้านเขาว่าสวิทช์อะไรครับ มีพาร์ทนัมเบอร์หรือไม่ครับ

ถ้าแก้ไขเสร็จเรียบร้อย จะมารีบรายงานให้ทุกท่านทราบครับ:thumbup:

W140 คุ้นว่า ระบบพัดลมไฟฟ้า จะมีกล่องควบคุม นะครับ คงต้องศึกษาระบบการทำงานก่อนที่จะสรุปไปที่การเปลี่ยนสวิทช์ sensor หรือ อะไรต่างๆ
 
หากยังนิยมแตนๆเหมือนผม
ยังไม่ต้องหาสวิตซ์สีเทา
(ผมมีสำรองอยู่ที่คัน190E ยังไม่อยากเอามาใช้)

ที่ท่านบอกจะเปลี่ยนหม้อน้ำอลูฯ
ความคิดนี้มาถูกทางแล้ว

เปลี่ยนเสร็จช่างจะดูความแรงของพัดลม
หน้ารังผึ้ง2ตัวนี้ ใช้นานๆไป
ลูกปืนฝืด/ถ่านกุด
ก็เปลี่ยนคู่ใหม่ ไม่แพงอะไร
 
นิยมแตนๆ ครับผม

แต่ยังหางบไปเปลี่ยนหม้อน้ำอลูเหมือนของเดิมไม่ได้ พอดีอาทิตย์ที่ผ่านมาใช้เงินไปมาก ชักจะหมุนไม่ทันครับ

ถ้ามีการปรับปรุงแก้ไขตรงส่วนไหนเพิ่มเติมเดี๋ยวจะพยายามขุดกระทู้แจ้งให้ทราบเป็นแนวทางครับ:toast:
 
ขออนุญาตขุดกระทู้ครับ

ตอนนี้ยังไม่ได้ติดสวิทช์สามขาสีเทาสำหรับสั่งพัดลมไฟฟ้าหน้าเครื่องให้ทำงานตอนความร้อนขึ้นเลย

แต่ผมพบสาเหตุให้ความร้อนขึ้นไม่หยุดเวลารถติดๆ แล้วครับ

พอดีเข้าไปร้านแอร์ให้เช็คเรื่องแอร์ไม่ค่อยเย็น ช่างก็เช็คน้ำยาแอร์และเติมน้ำมันคอมให้ แล้วช่างก็ไป

กดปุ่ม Rest ที่หน้าปัทม์ให้ดู แล้วอธิบายให้ฟังว่าที่เลข 3 คือตู้แอร์ด้านขวา (หรือซ้าย) อุณหภูมิโชว์ที่

3 องศา และเลข 4 คือตู้แอร์ด้านซ้าย (หรือขวา) อุณหภูมิโชว์ที่ 4 องศา แต่ที่เลข 5 ของรถผม

อุณหภูมิโชว์ที่ 20 ซึ่งไม่ถูกต้อง ทำให้คอมแอร์ทำงานไม่หยุด เป็นผลให้ขับรถเปิดแอร์ตอนเช้าหรือ

ตอนค่ำแอร์จะเย็นมากเกินไป ช่างแนะนำให้ไปเปลี่ยนเซ็นเซอร์ตัวดังกล่าว ผมจึงไปให้ที่อู่พรรคพวก

จัดการหาสาเหตุ ปรากฎว่าสวิทช์หางหนู (อยู่แถวๆใต้พวงมาลัย) น่าจะกลับเยอรมันไปแล้ว จึง

เปลี่ยนของใหม่เข้าไปแทนที่

หลังจากรับรถออกมาทดลองขับ ลองกดปุ่ม Rest ไปที่เลข 5 ผลปรากฎว่าอุณหภูมิมีการ

เคลื่อนไหว ตามจังหวะตัดต่อของคอมแอร์คือ เมื่อคอมทำงานอุณหภูมิจะลงไปถึง 3 องศา แล้ว

คอมจึงตัดการทำงาน พออุณหภูมิขึ้นไปถึง 6 องศา คอมจึงกลับมาทำงานอีกครั้ง


ผลทำให้ความร้อนเวลารถติดขึ้นช้าขึ้น (แต่ยังขึ้นอยู่นะครับ) แอร์ไม่หนาวเวลาเช้า-เย็น แต่พอรถ

ติดมากๆ อุณหภูมิที่เลข 5 จะไม่ลงต่ำมาถึง 3 องศาแล้ว (คอมแอร์ก็ทำงานตลอดเวลาเหมือนเดิม)

ก็ต้องพยายามไล่หาสาเหตุที่ทำให้ความร้อนขึ้นเวลารถติดต่อไป (ตอนนี้สงสัยคอมแอร์ใกล้กลับ

เยอรมันเหมือนกัน) :n43:


สิ่งที่ทำไปแล้ว :ylsuper:

- ทะลวงหม้อน้ำ

- เปลี่ยนปั๊มน้ำ , วาล์วน้ำ 87

- เปิดฝาสูบ ทะลวงท่อนล่าง ดูตาน้ำ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

สิ่งที่คิดว่าจะทำ แต่ยังไม่ได้ทำ

- ติดสวิทช์ 3 ขา สำหรับสั่งพัดลมไฟฟ้าให้ทำงาน Step 2 ที่อุณหภูมิต่ำลง

- เปลี่ยนหม้อน้ำกลับไปเป็นอลูมิเนียมเหมือนเดิม

- เปลี่ยนคอมแอร์มือสองสักตัว


แล้วจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบครับ
 
Back
Top