อยากผูก โบ ใช้งบซักเท่าไหร่ครับครับ

supakorn

New member
เครื่อง m111 w124 ต้องเตรียมงบซักเท่าไหร่ครับพี่ เอาแบบแค่ประมาณขับสนุกขึ้น ไม่ต้องนอนอู่บ่อยๆ แค่นั้นพอครับ
 
เอาแบบลุยเองหาของเอง หรือ วันสต๊อปเซอร์วิส ราคามันต่างกันนะ

ไม่เปิดฝาเอาบูสต์จุดสี่จุดห้าก็วิ่งเป็นคนละคันแล้ว

งบวิ่งทำเองเหนื่อยหน่อย อย่างน้อยเตรียมไว้แบบเบียดๆซัก 65 ครับ (ราคาเปลี่ยนแปลงได้ตามของประกอบ เช่น กล่อง,เกจย์,ปรับบูสต์,โบล์วออฟ....)

ถ้าวิ่งเองก็เสี่ยงหน่อย รับประกันตัวเอง คิดเอง(คนแถวนี้ช่วยคิดก็ได้ แต่พังไม่รู้นะ)ทำเอง ไอ้ที่ทำไม่ได้ก็น่าจะเป็นใส่กล่องแล้วจูนนี่แหละ หามืออาชีพดีกว่า เลือกแบบนี้ได้สนุกกับขั้นตอนและความเป็นไป

ถ้าไม่ชอบลุยเอง ก็ไว้ใจให้มืออาชีพเค๊าดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ต้องเสียค่าน้ำมันวิ่งหาของ ไม่ต้องคุยกับคนทำหลายเจ้า ซื้อประกันความเสียหาย ได้แรงสมใจ เอาแค่ไปส่งรถไปรับรถ จ่ายมากกว่าแต่ซื้อความสบายใจครับ

เตรียมปัจจัยพร้อมเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ส่งข่าวมาเลยครับ เด๋วจะส่ง ผกค.เสก ไปจัดการครับ


ปล.ถ้าจะขึ้นเขาเอง มีเขาควาย E220 ให้ยืมครับ
 
โห เยี่ยมเลยพี่ปิ๊ก แล้ว โบ เนี่ย เล่นเดี่ยวหรือ คู่ ดีครับ
 
ผูกโบต้องลงทุนสูงถึง 7 - 8 หมื่น ผมว่าเอาเครื่องเดิมขายทิ้งไปแล้ว + 7 - 8 หมื่นมาลงเครื่อง 280 มันจะทน ( ตีน ) กว่านะพี่
icon_redface.gif
 
ผมว่าให้มืออาชีพทำจะเนียนและจบ ดีกว่าครับ รถสี่สูบน่าจะใส่ได้แค่โบเดี่ยว ประหยัดเนื้อที่ด้วยครับ บูสต์แค่จุดห้าก็ดึง สนุกกว่าเดิมมากๆแล้วครับ
 
ขอโทษนะ ......

พวกที่เค้าผูกโบกันแถวๆนี้น่ะ เค้ามีรถมากกว่า 2 คันกันทั้งนั้นเลย แบบว่า รถผูกโบมันชอบอยู่อู่น่ะ นานๆทีมันถึงจะยอมออกมาวิ่งซักเดี๋ยวนึง แล้วก็กลับไปนอนอู่ตามเดิม
icon_cry.gif
 
ถ้ารถตอนนี้ใช้ดีอยู่แล้ว อย่าไปหาเรื่องให้มันเลยครับ ( มันจะไม่จบง่ายๆ )8)
 
ลง 104 อย่างลุงว่า จบง่ายกว่า + ปวดเฮ้ดน้อนฝ่าคับ
ยกวเ้นชอบนอนอู่อย่างพ่อเลี้ยงแถวๆนี้ :lol: :lol:
 
อยากจี๊ดจ๊าด ไม่ต้องกลัวครับ

ทางเลือกง่ายๆมีสองทางสบายๆ



คือ แรง

กับ พัง


ลุยเลยครับ พ่อเลี้ยงปูเสื่อรออยู่โน่นแล้ว

จะได้ไปกินข้าวลิงกันสองคน อิอิ
 
Pk124 said:


ลุยเลยครับ พ่อเลี้ยงปูเสื่อรออยู่โน่นแล้ว

จะได้ไปกินข้าวลิงกันสองคน อิอิ

:lol:
icon_lol.gif
 
เสก said:


A little careful engineering will keep your turbo project alive, but always remember..........

.............
.
you are dancing with the Devil...and it is glorious

..วลีข้างบน..ความหมายมันชัดยิ่งกว่าคำบรรยายใดๆ...

อยากได้ของมีค่าใดๆ..ก็ต้องเอาอะไรบางอย่างไปแลกมา..everything has a price..คับ..ของฟีไม่มีในโลก..

และคุณค่าของสรรพสิ่ง..ก็อยู่ที่ใจเราจะให้คุณค่ามันขะไหนหนาด..ดั่งคำโบราณที่ว่า..

สองคนยลตามช่อง
คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม
คนหนึ่งตาแหลมคม
เห็นดวงดาวอยู่พราวพราย.. :n11



....โอววว... :shock: ...คมมั่กๆ..เสก บราบัส..ตบมือให้ตัวเองหน่อยยยย..อิ..อิ.... :twisted: :roll:
icon_rolleyes.gif
 
สงสัยเอาเงินไปเปลี่ยนล้อ forge ท่าจะดีกว่าครับ ข้าวลิงท่าจะไม่อร่อย :lol:
 
ถ้าทำจริงก็เอาใจช่วยครับ


ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง ข้าวลิง
 
เทอร์โบมันก็แค่ อัดอากาศเข้าไปในกระบอกสูบเพื่อให้ได้ปริมาณอากาศมากกว่าที่ให้เครื่องมันดูดเอง จ่ายน้ำมันใหได้ส่วนผสมที่พอดี การจุดระเบิดมันก็เลยรุนแรงขึ้น รถมันก็มีเรี่ยวแรงมากขึ้นแค่นั้นเอง

อาจจะมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกแต่ ..มันไม่ได้น่ากลัวซะจนเป็นอะไรที่น่าเกลียดน่าชังหรอกครับ...
หัวใจของโปรเจคโบคือการจูนอัพจ่ายน้ำมันและไฟให้ได้ปริมาณและตำแหน่งที่เหมาะสมที่ต้องใช้ช่างหรือจูนเนอร์ที่ "เป็น" พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ เช่น ไวด์แบนด์ออกซิเจนเซนเซอร์ หูฟังเสียงเขก เครื่องวัดซีโอ..อะไรเทือกนี้

เรื่องการขึ้นเขาตั้งโบ เดินท่ออินเตอร์น่ะมันเรื่องสิวๆ ร้านท่อไอเสียที่ไหนก็ทำได้

คาถาแม่บทคือ ไม่เขก ไม่พัง และอย่าโลภจนเกินโครงสร้างพื้นฐานของเครืองยนต์จะทนไหว
เครื่องยนต์มันอาจมีการสึกหรอมากขึ้นเพราะมันต้องรองรับแรงการจุดระเบิดที่รุนแรงมากกว่าที่ถูกออกแบบมา
แทนที่มันอยู่สิบปี มันอาจจะต้องยกเครื่องห้าหกปีแทน อะไรแบบนี้ ..แต่นั่นคือต้นทุนที่ต้องจ่ายเพื่อจะเอาเรี่ยวแรงที่มากขึ้น
เคยพูดไว้แล้วว่าเคื่องตัวนึงจะให้มันใช้งานกันจนคนขับตายก่อนหรืออย่างไร
มันต้องพังซักวันอยู่แล้ว
โบแล้วมันอาจจะพังเร็วอีกหน่อย ..แต่ไม่ถึงขนาดสามวันเจ็ดวันหรอก

ไม่มีอะไรได้ฟรีเหมือนที่บอกข้างบน
จะเอารถ แรงๆ ทนๆ กินน้ำมันน้อยๆ..มันไม่มีในโลกนี้หรอกคับ

อ้ายรถผมน่ะ..มันเข้าๆออกๆอู่เพราะมันเป็นโปรเจค "เล่น" กับรถ อย่าเข้าใจผิดว่ามัน "พัง" ..
อ้ายที่เคยพังน่ะ..มีครั้งเดียวตอนที่ลูกสูบละลายเพราะใช้แก็ส..ยังไม่ได้โบด้วยซ้ำไป..อ้ายตอนนั้นน่ะ
ยังไม่พอ ยังโบเป็นคันแรก มันก็ต้องลองนู่น ลองนี่ ถูกๆผิดๆ กันไป..แต่อยู่ในหลักการ
มันเหมือนโปรเจค อาร์แอนด์ดี -วิจัยและพัฒนา
ลองดูคันที่สอง ที่สาม ที่ไปโบมา ไม่เห็นใครบ่นเสียใจหรืออยากเอาออกซักคน
มีแต่ว่า..ขอบู๊สเพิ่มอีกหน่อยได้ป่ะ..อยู่นั่นแหละ..เพราะมันติดใจ

เล่นกับรถ ก็ต้องหาช่าง
หาช่างก็ต้องไปอู่
ความเข้าใจว่า..โบแล้ว รถจะต้องพัง ต้องนอนอู่เข้าๆออกๆ เป็นความคิดที่ผิดและกลัวโดยไม่ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ และตีตนไปก่อนไข้ไปหน่อย

การคบกับโบ..เป็นด้านมืดคับ ..แต่ข้ามมาแล้วมันสวยงาม ตื่นเต้น มีสีสัน..
ถ้าคิดจะโบ
ต้องพร้อม
ต้องมีรถสำรอง..เพราะมันเป็นการโมดิฟาย..ต้องทำนู่น นี่ นั่น อยู่เรื่อย
ต้องทำการบ้าน ศึกษามันให้เข้าใจ ไม่ต้องถึงกับเป็นเอ๊กซะเปิดหรอก ก็เข้าใจมันในระดับยูสเซอร์ก็พอแล้ว
ต้องกล้า..และเเน่วแน่หน่อย..อย่าหูกระต่าย..ถ้าตัดสินใจแล้ว ลุยไปเลย ..ผมยืนยันว่ามันไม่ได้น่าเกลียดน่ากลัวใดๆเลย
สำคัญสุด..ต้องบ้าคับ..ต้องชอบเล่นกับรถ ต้องสนุกกับการเข้าอู่ มุดนู่น ขันนี่

รถต้องพร้อม
เงินต้องพร้อม
สองอย่างนี่ยังไม่สำคัญเท่า..ใจ..ต้องพร้อมคับ

ผมเป็นคนมีความสุข วันที่รถออกจากอู่เพื่อไปทำอะไรซักอย่าง เพราะผมรู้ว่าวันนั้น..รถผมจะต้องมีอะไรใหม่ให้ได้สนุกกับมัน
แม้กระทั่งแค่ถ่ายน้ำมันเคื่อง..ก็ยังรู้สึกดี ว่าน้ำมันเคื่องมันใหม่
มันต้องเข้าขั้นหน่อยอ่ะนะ..ประมาณเนี้ย..

ถ้าคิดว่าจะโบแล้วดูแลเหมือนรถแตนทั่วไป ก็เลิกคิดได้
มีแฟนสวย ก็มีต้นทุนในการดูแลรักษามากกว่ามีแฟนหน้าตาพอดูได้..ฉันใดก็ฉันนั้นแหละคับ

อีกทีนึง..อย่าเข้าใจผิดว่า รถผมมันวิ่งเข้าวิ่งออกอู่บ่อยๆ เนื่องจากมันไม่ดีเพราะไปโบมา
มันเข้าๆออกๆเพราะไปอัพเกรดอ้ายนู่น นี่ นั่น อยู่เรื่อยต่างหาก

ผมไม่ว่าอะไรที่ใครจะมาว่ารถผมนอนอู่เป็นนิจ..ก็มันนอนจริงๆนิ และผมก็มีความสุขดีที่รถผมได้เข้าอู่
แต่ผมไม่อยากให้ คนที่ทำรถให้ผมเสียกำลังใจ
ที่คนเข้าใจผิดว่า เค้าทำรถให้ผมเฮงซวยจนต้องวิ่งเข้าวิ่งออกอู่อยู่บ่อยๆ
เขาอุตสาห์ตั้งใจทำให้อย่างเนียน สารพัดอย่าง บรรดามี
คนดันมาเข้าใจว่าทำรถเฮงซวยจนต้องเข้าๆออกๆอู่อยู่เรื่อยซะนี่

เพราะมันไม่ใช่อย่างนั้น
โปรดเข้าใจให้ถูกต้องด้วยคับ

มีวิธีทำรถและเล่นกับรถอยู่ร้อยล้านหนทาง
ทางใคร ทางมันคับ

จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
เสก ฟักทอง
คนไม่มีเบนซ์ขับ..แห่งเบนซ์โอว์นเนอร์
02.jpg
 
องศาไฟไม่เข็ก
น้ำมันไม่บาง
บูสไม่ควรเกิน 0.5 ถ้าเกินนิดหน่อยก็ต้องจูนให้หนาหน่อยครับ
ไม่พังครับ

ที่สำคัญขนาดของเทอโบต้องไม่ใหญ่เกินไปด้วยนะครับ
 
ผมใช้เครื่อง m111 เซตโบอยู่ครับ
งบที่ใช้ไป.......จำไม่ได้แต่รู้ว่าลงเครื่อง m104 ได้สบายครับ
สงสัยที่ผมทำไปด้วยความไม่ฉลาดและไม่ได้วางแผนก่อนที่จะลงมือทำ
แต่อย่างที่พี่ๆบอกกันละครับ ควรจะต้องมีรถสำรองเพราะรถจะนอนอู่เป็นส่นมากครับ

ที่ทำไปก็แรงได้ใจครับ แต่เพราะผมบูสสูงเอาเรื่องอยู่ ไม่รู้มันยังอยู่ได้ไง แต่ก็ทำใจอยู่ครับถ้าเป็นไรขึ้นมาก็คงเปลี่ยนลูกสูบดีๆสักชุดครับ
icon_lol.gif
 
สำรับคนที่อยากผูกโบกับ M111

วันก่อนไปขึ้น Dyno ที่ Auto Car ศรีครินทร์

ได้ม้าสูงสุดมี่ 225 PS กับแรงบิด 36 Kg-M บูสที่ 13.6 PSi

แต่กราฟยังไม่เนียนครับ ว่าจะเอากลับไปหาเฮียหลังจากเปลี่ยน wastegate กับเดิน inter ใหม่ จะขอบูสอยู่ประมาณ 14.5 PSi ถ้า 260 ม้าก็พอใจแล้วคร๊าบบบบ
 

Attachments

  • pic1.jpg
    pic1.jpg
    63.1 KB · Views: 591
ดูกราฟหยักๆ สงสัยจะ Waste gates จะคุมบูสไม่นิ่งหรือเปล่าครับ
icon_cool.gif
 
Back
Top