อยากมาเล่าเรื่องปัญหาจุกจิกของรถซีคลาสเก่า ๆ คันหนึ่ง

พี่ถ้วย ร่ายได้เจาะใจผม จริงๆ
โดยเฉพาะประโยคนี้

" ดูถูก แขวะ แดกดัน ยกตนข่มท่าน ประเภทเรื่องแค่นี้ทำไมคุณไม่รู้
ทำไมผมบอกแล้วคกุณไม่เชื่อ "

บางครั้งผมอ่านกระทู้ของ สมช.บางท่าน ทำเอา สะอึก เลยครับ.

นี่เค้ารู้ตัวมั๊ยว่า เขียนอะไรลงไป..!!!!


ถ้าเปรียบเวปนี้เป็นโรงหนัง หรือ โรงละคอน
เราคนดูก็เป็นส่วนหนึ่ง บางคนอาจจะเข้าไปร่วมเล่นด้วย
ไม่ว่าจะเล่นเป็นตัวอะไร ก็สำคัญหมด ทั้งพระเอก นางเอง
ผู้ร้าย ตัวอาจารย์ของพระเอก ตัวโกง ตัวตามพระเอก
ตัวตามตัวโกง ล้วนแต่ทำให้คนดูสนุกด้วยกัน
ถ้าเราดูแบบนี้เราจะไม่เครียด สนุกสนานกับทุกบทบาท
บางคนอยากเป็นพระเอก แต่เล่นไม่เป็น ไปท้าคนดูเหยงๆ
มันก็ไม่ใช่ เราคนดู ก็ดูสนุก ๆ ไปก็ม่ชีวิตที่สบายครับ
 
เพื่อนๆ ทราบวิธีถอดกันชนหน้าซีคลาส W202 ช่วยบอกวิธีหน่อยครับ

รถ W202 C-Class ผมอยากถอดกันชนหน้าออกมาซ่อม มันแตก
เพราะชนขอบฟุตบาท แตก ยังไม่เคยถอดเลย ต่างกับกันชนหลัง
อันนั้นเคยถอดใส่ ๆ หลายรอบ คิดๆว่าถ้าถอดได้ ก็ซ่อมได้
ไม่เคยถอดมาก่อนเลยไม่รู้จะเริ่มตรงไหนครับ

เพื่อนสมาชิกท่านใดเคยถอดหรือทราบวิธีถอดกันชนหน้า
รถซีคลาสบ้างช่วยสงเคราะห์บอกวิธีถอดหน่อยครับ
ขอบคุณครับ
 
ขอบคุณสำหรับการจะบอกครับ
ตอนนี้ผมหาวิธีถอดกันชนหน้า
ได้แล้วครับ หาจากยูทูป
มีบอกวิธีพอดีตรงกับ
ที่ต้องการ

ขอเล่าต่อหน่อยก็ละกันเผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนสมาชิก
ที่ใช้รุ่นเดียวกันบ้าง เผื่ออยากจะถอดกันชนเอง

กันชนหน้า

1.มองที่แผ่นปิดหูหิ้วลากรถ หันหน้าเข้ารถ ก้มมองด้านซ้ายมือ
ใกล้ช่องลมเข้าในกันชนที่ไปเป่าล้อหน้า ทั้งซ้ายและขวา
แกะแผ่นนี้ออก จะเห็นน๊อตเบอร์ 13 ยึดด้านล่างของกันชน
ด้านละตัว รวม 2 ตัว

2.ถอดตะแกรงบังพัดลมแอร์ออก จะเห็นน๊อตเบอร์ 13 2 ตัว
ซ้ายและขวา ใช้ประแจบล๊อกถอดออก ดึงกันชนออกตรง ๆ
สรุปว่ากันชนหน้ามีน๊อตเบอร์ 13 ยึดไว้ 2 คู่ รวม 4 ตัว
กันชนหลังน๊อตยึดเบอร์ 13 ทั้งหมด 3 จุด รวม 5 ตัว
ถอดออกหมด ดึงออกมาตรง ๆ ควรทำงาน 2 คนเพื่อไม่ชำรุดแตกหัก
เท่านี้ก็ถอดกันชนหน้าออกได้แล้ว

กันชนหลัง

1.เปิดฝากระโปรงห้องเก็บของท้ายรถ
2เปิดแผ่นปิดยางอะไหล่ออก/ถอดตัวยึด
พลาสติกบังขอบล่างของด้านล่างฝากระโปรงท้าย
3.จะมองเห็นน๊อตเบอร์ 13 ยึดกลางกันชน 1 ตัว
ด้านซ้าย และ ด้านขวา ใต้ไฟท้าย อีก ด้านละ 2 ตัว

4.คลาย/ถอดน๊อตยึดออกทั้งหมด 5 ตัว ดึงกันชนออกมาตรงๆ

ข้อควรระวัง งานนี้ควรช่วยกัน 2 คน ทำงานคนเดียวขายึดกันชน
ที่เป็นพลาสติก มีสิทธิ์แตกหักได้ ถ้าแตกหักต้องเสียเวลา
ซ่อมอีกนะจะบอกให้
 
Last edited:
พี่ถ้วย ร่ายได้เจาะใจผม จริงๆ
โดยเฉพาะประโยคนี้

" ดูถูก แขวะ แดกดัน ยกตนข่มท่าน ประเภทเรื่องแค่นี้ทำไมคุณไม่รู้
ทำไมผมบอกแล้วคกุณไม่เชื่อ "

บางครั้งผมอ่านกระทู้ของ สมช.บางท่าน ทำเอา สะอึก เลยครับ.

นี่เค้ารู้ตัวมั๊ยว่า เขียนอะไรลงไป..!!!!

คนประเภทนี้เค้าเรียกว่า
"คนมึน ยุค4.0ครับ"
 
เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้กันใช้รถโตโยต้าคัมรี2.4
เกียร์เปลี่ยนได้แค่เกียร์ 3 ความเร็วรถ
100 กม/ชม ปกติรอบต้องไม่เกิน 1800
แต่วันก่อนความเร็ว 100 รอบไป 2 พันกว่า
เค้าไปเช็คที่ศูนย์โตโยต้าแถวบ้านบอกว่า
transmission turbine sensor error
ศูนย์บอกว่าอะไหล่ในสต๊อกไม่มี ต้องสั่งให้
2 วันได้ค่าอะไหล่ 3,600 บาท เค้าโทรมาถาม
ผม ผมให้เบอร์โทรอู่เกียร์ชื่อดังในนี้แหละให้
โทรไปถามดู เค้าก็โทรไป ช่างบอกเอารถมาดู
ก่อน เมื่อเอารถไปให้ดู ปรากฏว่าหนูตัวดีกัดสาย
กระจุย ช่างก็เอาสายใหม่บัดกรีต่อให้ รถกลับมา
ปกติ ไม่ต้องเสียตังค์ 3,600+ ค่าแรง คงไม่หนี
500.-บาท รวม ๆ ก็น่าราว 4 พัน เอามาเล่าเพื่อ
เป็นประสบการณ์เท่านั้นแหละว่า บางทีเจ้าหนู
เจ้ากรรมก็ก่อเรื่องที่ไม่น่าเชื่อได้ รถผมก็เคยโน
นังหนู กัดสายแว๊คคั่มเกียร์ ครานั้นเสียไป 300.-บาท
ให้อู่เบนซ์ทำให้ เพราะจะรีบไปที่อื่นต่อและรู้ตัว
เมื่อออกจากบ้านไปแล้ว จริงๆ งานแค่นี้ก็น่าซ่อม
เองได้

ดูเหมือนว่ารายการนี้ข้างบ้านจะเสียค่าต่อสายแค่ 2-3 ร้อยบาท
เท่านั้นแทนที่จะเสีย 4 พันกว่า เพราะจริงๆเซ็นเซอร์มันไม่ได้เสีย
เพียงแต่นังหนูเจ้ากรรม กินอาหารผิดประเภทไปนิดหน่อย
ถ้าไปผิดที่ก็คงโดนฟัน
 
Last edited:
อาการเหมือนอะไรหลวม ๆ คลอน ๆ ตอนรถตกหลุมเล็กๆ รู้ชัดตอนรถวิ่งช้า ๆ

อาการเหมือนอะไรหลวม ๆ คลอน ๆ ตอนรถตกหลุมเล็กๆ รู้ชัดตอนรถวิ่งช้า ๆ
เสียงมันดังคล้ายๆ รถเขย่า หรืออะไรหลวม ๆ คลอนๆ แต่รถไม่เป๋ไม่ส่ายอะไร
อาการนี้รู้สึกมาเป็นปี ๆ แล้ว ถ้าสังเกตุดีๆ (คล้ายๆ) จะรู้สึกว่ามันดังจากล้อหลังซ้าย
ผมพยายามหาสาเหตุ โดยถอดล้อหลังซ้าย และ ขวา จับโยก เขย่า ดูเท่าที่มีแรง
ไม่พบว่าตรงไหนหลวมคลอน

หาไม่เจอะก็ช่างมัน ปล่อยมันมาเรื่อยๆ จนวันนี้ ตอนเช้ามีเวลาว่างไม่รู้จะทำอะไร
เพราะอากาศที่บ้านมันร้อนมาก ๆ
จึงลองถอดล้อหลัง มาตรวจ มาโยก มาเขย่า ล้อหลังซ้ายดูอีกที ก็ไม่พบอาการ
ผิดปกติจากล้อและบริเวณใกล้เคียงเหมือนเดิม

ขณะจะใส่ล้อกลับ คลืน คล้ายกับนึกอะไรขึ้นได้
ยังไม่ใส่ล้อคืน

จับทุกอย่างบริเวณโพลงล้อ ก็มีแต่กันโคลนเท่านั้นที่ยังไม่เคยขยับดู
ปรากฏว่า พบแล้ว
น่าจะไอ้เจ้านี่แหละต้นเหตุของเสียงเจ้าปัญหา
กันโกลนมันขยับได้จริงๆ มีเสียงดังจริงๆด้วย
จึงหาสาเหตุต่อว่ามันขยับได้เพราะอะไร
ก็พบว่าเจ้าก้านเหล็กที่ยึดพลาสติก(ยาง)ที่ทำบังโคลน
มันไม่แน่น หลุดหลวม จึงหาสกรูมาขันยึดให้แน่น
แล้วลองเอารถไปวิ่งช้า ๆ ในซอยหน้าบ้านดู
ปรากฏว่าเสียงปลาดที่เป็นมาหลายปีหาย-ไปแล้ว
จึงเอามาเล่าให้พี่น้องได้ทราบว่า บางทีเราก็พบสาเหตุ
ของปัญหาโดยบังเอิญ เรื่องเสียงก๊อกแก๊กกุกกัก
พวกเราส่วนใหญ่ไม่มีใครชอบออกไปทางรำคาญ
แต่หลายโอกาศหาต้นเสียงไม่เจอะจริงๆ คาดคิด
ไปต่างๆ นา ๆ แล้วก็บอกตัวเองว่า "ช่างหัวมัน"
รถเก่าแล้วจะเอาอะไรกะมันนักหนา แต่บางครั้ง
ต้นเหตุจริงๆ มันมาจากเรื่องไม่เป็นเรื่องจริงๆ
บางทีก็มาจากหูหาเรื่องของเราเองบ่อยๆ ไป
ถ้าขยันหาจริงๆ สักวันหนึ่งก็จะเจอะครับ
เหมือนผมเจอะมันโดยบังเอิญจาก
เรื่องไม่เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงครับ

แต่ผมไม่เคยไปหาช่างซ่อมเพราะเหตุนี้เลยสักที
ถ้าไปอาจจะพบไปแล้ว หรือไม่พบก็ได้
ผมว่ามั้นหายากมาก เรื่องจุกจิกแบบนี้
ผมว่าช่างก็ไม่อยากหา
 
พัดลมแอร์W202 ปี 1995 และ ปีที่ใหม่กว่า (1996 ขึ้นไป)



ภาพบน โบลวเวอร์แอร์ เบนซ์ซีคลาส ปี 1995
รถของผมเป็นรถรุ่นเก่า ตัวเรือนโบลวเวอร์เป็น อลูมิเนียม
และรีซีสเตอร์เป็นแบบเล็ก มีสายไฟเข้าจากปุ่มคอนโทรล
รอบพัดลม 4 เส้น คือสีแดง/แดงเขียว/น้ำตาล/สีขาวตุ่น



ภาพล่าง โบลวเวอร์แอร์ เบนซ์ซีคลาส ปี ใหม่กว่า ตั้งแต่ปี 1996 -2000
รีซีสเตอร์อันใหญ่ลักษณะเหมือนขนเม่น ตัวเรือนเป็นพลาสติก
สายไฟเข้าเพียง 3 เส้น สีแดง/สีน้ำตาล/สีขาวตุ่น

ปัญหาคือ ทั้งตัวเรือนอลูมิเนียม และ ตัวเรือนพลาสติก ตัวมอเตอร์
มันอย่างเดียวกัน สลับกันได้ แต่ตัวเรือนพลาสติกเอาใส่แทนที่เฉยๆ
ไม่ได้เพราะติดเจ้าขนเม่น และ สายไฟที่เข้ามามันมี 3 เส้น
หาของง่ายราคาถูกกว่า

ตอนนี้ในตลาดของมือสอง หาโบลวเวอร์ตรงรุ่นเป๊ะ ๆของรุ่นตัวเรือน
อลูมิเนียมไม่ได้ ถึงมี ก็แพงมาก 5 พันกว่า คนขายอะไหล่บอกว่ามันใช้แทน
กันได้ คนทำเป็นมีเยอะแยะ แต่ปัญหาคือผมยังหาคนทำเป็นไม่เจอะ
บังเอิญที่ว่า ตัวมอเตอร์มันอย่างเดียวกัน และการเสียครั้งนี้ของผมมัน
เสียแต่ตัวมอเตอร์ กล่าวคือเปิดทีแรกมันจะหมุนแรง สักพักมันจะค่อยๆ
หมุนช้า เนื่องจากหัวคอมมิวเตเตอร์สึก จึงเปลี่ยนสลับแต่ตัวมอเตอร์
ไปก่อน เนื่องจาก ไม่รู้จะทำยังไงต่อ ปัญหา คือ.-

1.สายไฟรุ่นใหม่ มันมี 3 เส้น จะตัดต่อให้เข้ากับรุ่นเก่าติดรถยังไง
ไม่รู้เอาสายไฟเส้นไหน ต่อกับเส้นไหน

2.เจ้าขนเม่นนี้มันเกะกะใส่ตรงตำแหน่งไม่ได้ บางคนบอกให้เฉือนเบ้า
ที่ตัวรถออก ผมดูแล้วไม่รู้จะเฉือนยังไง

รถของผมเป็นรถรุ่นเก่า ตัวเรือนโบลวเวอร์เป็น


ผมเขียนมาซะยืดยาว เพื่อขอความอนุเคราะห์จากผู้มีประสบการณ์
ผมเชื่อว่าซีคลาสรุ่นของผมคงมีคนเปลี่ยนโบลว์เวอร์แอร์กันมา
หลายท่านแล้ว ขอความกรุณา ช่วยบอกเป็นวิทยาทานให้ผมทราบหน่อยครับ
ว่าจะทำไงกับมันให้เรียบร้อยดีครับ ขอขอบพระคุณล่วงหน้าครับ

จริงๆ เอาไปร้านที่รู้ทำก็คงแป๊บเดียว แต่แถวบ้านผมมีแต่อู่ซ่อมรถ
ไปถามแล้วไม่ค่อยเข้าใจเรื่องไฟฟ้าสักเท่าไรครับ จึงมาลองถาม
ในนี้ก่อน ผมเชื่อว่าต้องมีผู้ผ่านประสบการณ์มีหลายท่าน
 
ผมดิ้นรนหาคำตอบก็ไม่มีใครตอบตรงๆ
จนกระทั่งไปเจอะร้านซ่อมแอร์แห่งหนึ่งย่านนนทบุรี
เค้าก็เปลี่ยนโบลวเวอร์ให้ มันก็ทำงานได้
และเค้าบอกเคร่าว ๆ ว่าตัดเส้นสีแดงต่อเส้นสีแดง
และตัดสีแดงทิ้งไปเส้นหนึ่งให้พิจารณาเอาเอง
บอกยังกะใบ้หวย แต่ผมก็ยังไม่ได้มาลองทำ
กะว่าเอาไว้มอเตอร์อันที่เปลี่ยนใหม่พัง หรือ
รีซีสเตอร์เก่าพัง จะลองดูครับฃ
ตอนนี้ถ้าใครพอรู้ความจริง ช่วยบอกเอาบุญแก่
เพื่อนร่วมชะตากรรมหน่อยครับ
 
การซ่อมรถเก่าๆ อายุ 20ปี ++ ถ้าหาอะไหล่ได้ในราคามิตรภาพ
ก็จะสนุกสนานในการซ่อมรถ ไม่เบื่อหน่ายที่จะใช้มันต่อไป
แต่ถ้าอะไหล่หายาก มีราคาแพง มันจะท้อมาก
โชคดีพอสมควรที่รถ W202 อะไหล่ตัวถังหาอะไหล่มือสองสภาพดี
ไม่ยาก และราคาไม่แพงจนเกินไปนัก ตัวอย่างเช่นวันไหนโชคไม่ดี
ไปเบียด ไปกระแทกกับอะไรจนประตูยุบ ถ้าหาประตูมือสองไม่ได้
ก็ต้องเคาะ จริงๆ ช่างอยู่ของไทยเราฝีมือดีเคาะได้หมดแหละ แต่
ต้องใช้เคาะตอกตัด เป่าไฟ นาน กว่าจะเรียบเนี๊ยบ เรียกว่าเสียรถ
กันไปเลยเพราะเสร็จแล้วต้องโป๊วสีหนาปึ๊กกว่าจะเนียบ และค่าแรง
จัดว่าแพงมากกว่า ซื้อบานประตู(เก่า)สภาพดีมาเปลี่ยน ตอนนี้
พอหาได้ ราคาไม่แพงจัดจนจรดไม่ลง ของใหม่มือหนึ่งคงไม่ต้องคุยกัน
ถึงตอนนี้นอกจากหายากแล้ว ถ้ามี ราคาคงคิดไม่ตกเป็นแน่
 


อุบัติเหตุเกิดได้เสมอ ระหว่างจอดรถแม่บ้านลงไปบริจาคเงินทำบุญเลี้ยงพระกรรมฐาน ที่
พุทธมณฑลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รถฟอร์จูนเนอร์คนทำบุญอีกคนหนึ่งถอยมาชนประตูหลัง
จะว่าเป็นบุญก็บุญ ที่ถอยมาโดนประตู ถ้าไถห่างออกไป หรือ ห่างเข้ามาอีกคืบเดียว
แทนที่จะเป็นกลางประตู ก็จะกลายเป็นเสากลางรถ หรือ แก้มหลัง
ถ้าเป็นยังงั้นละก็เรื่องใหญ่แน่ เพราะซ่อมยากกว่านี้เยอะ ชนตรงนี้
แค่เปลี่ยนบานก็จบไม่มีส่วนอื่นกระทบ กระจกหน้าต่างไม่แตก
อุปกรณ์ภายในไม่มีอะไรชำรุด



ผมเชื่อว่าเป็นเพราะผลบุญที่ตั้งใจไปทำ จึงเกิดอุบัติเหตุเพียงแค่นั้น และคนที่ชนเป็นคนทำบุญ
จึงพูดกันง่ายรับผิดขอบสิ่งที่เกิดขึ้น จ่ายค่าเสียหายโดยไม่งอแง ผมปรึกษาอู่ซ่อมรถเค้าบอกว่า
อย่าไปเคาะให้หาประตูมาเปลี่ยน ถ้าหาได้ ถ้าหาไม่ได้ค่อยมาคุยกันใหม่ แต่เชื่อว่ามีของ







่ในที่สุดหลังจากโทรไปถามผุ้จำหน่ายอะไหล่เบนซ์มือสอง เจ้าใหญ่ในเวปนี้
ปรากฏว่าหาของให้ได้ ขอบคุณ ณ ที่นี้
ในราคามิตรภาพ สุด ๆ ดีนะว่ามีของแม้รถจะเก่ากว่า 20 ปี แต่ของก็ยังมีหลงเหลืออยู่











ทำสีเสร็จแล้วก็สวยเหมือนเดิม เผลอ ๆ สวยกว่าของเดิมอีก บานประตูเป็นของรถประกอบนอก
เหมือนเดิม สังเกตุจากกระจกที่ติดมามาชิ้นหนึ่ง ยี่ห้อ Sekurit
ถ้าเป้นรถประกอบในประเทศจะเป็นยี่ห้ออื่นที่ไม่ใช่ยี่ห้อนี้




บานประตูที่ได้มาแม้ว่าจะเก่า แต่สภาพดีมากไม่มีรอยผุ เพียงแต่ขัดกระดาษทรายและทำสี
ก็ใช้งานได้เป๊ะ ๆ ซื้อมาแต่เพียงบานเหล็กไม่รวมอุปกรณ์ เพราะอุปกรณ์ถ่ายโอนจากคันของ
เราใช้ได้ทุกชิ้นไม่มีอะไรเสียหาย



เอาบานประตูมาเปลี่ยนถ่ายอุปกรณ์ ใช้เวลาครึ่งวัน ทำสีอีก 1 วัน ขัดสีอีก 1 วัน รวมเวลา
หมดไปเกือบ 3 วัน ก็เสร็จเรียบร้อย เพียงแต่คิ้วรถต้องเปลี่ยน ทั้งคิ้วทั้งบาน
ราคาไม่กี่พันบาทครับ

เอามาเปลี่ยนได้แบบเป๊ะ ๆ เปลี่ยนเสร็จพ่นสี ก็เรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไร
ถ้าจะให้ดีแล้ว อย่าให้ใครที่ต้องใช้รถแล้วเกิดอุบัติเหตุใด ๆ เลยจะดีที่สุดครับ
เอามาเล่าเป็นข้อมูลเท่านั้นไม่ได้มีเจตนาจะอวดอะไร เพราะผมไม่ตั้งใจจะ
ขายรถคันนี้ตอนนี้ ถ้าจะขายรถแล้วเอาอุบัติเหตุมาอวด ก็โดนกดราคาอีก

อู่ที่ไปทำสีเป็นอู่เล็ก ๆแถวบ้านราคามิตรภาพ คุณภาพสมราคา
ค่าแรงค่าสีหลักพันปลายๆ
 
Last edited:
ประสบการณ์โบวเวอร์ไม่หมุน/เนื่องจากถ่านกุด
โดนร้านแอร์แถวลาดพร้าวซ่อมฟันราคา2900บาท/แค่เปลี่ยนถ่าน
เดาว่าคงคิดจากราคาโบวเวอร์หาร2/จะบอกว่าถ้าถอดเองแล้วเอาไปร้านไดไม่น่าเกิน800/ถ้าซื้อถ่านมาเปลี่ยนเองน่าจะไม่เกิน400
 
ประสบการณ์โบวเวอร์ไม่หมุน/เนื่องจากถ่านกุด
โดนร้านแอร์แถวลาดพร้าวซ่อมฟันราคา2900บาท/แค่เปลี่ยนถ่าน
เดาว่าคงคิดจากราคาโบวเวอร์หาร2/จะบอกว่าถ้าถอดเองแล้วเอาไปร้านไดไม่น่าเกิน800/ถ้าซื้อถ่านมาเปลี่ยนเองน่าจะไม่เกิน400

เท่าที่ผมคุยกับช่างซ่อมโบลวเวอร์บางคนบอกผมว่า
ถ่านโบลวเวอร์กุดเปลี่ยนถ่านใหม่ คอมมิวเตเตอร์ก็สึกอีก
เค้าว่าฝรั่งมันทำมาสัมพันธ์กัน จะให้ถูกต้อง(ดี) ต้องเปลี่ยนถ่าน
และเปลี่ยนคอมมิวเตเตอร์ใหม่ด้วย ร้านที่ผมไปซ่อมล่าสุด
ผมซื้อโบลวเวอร์มือสองไปให้เค้าเปลี่ยน เฉพาะเปลี่ยนมอเตอร์
เค้าคิด 500 บาท ถ้าแปลงย้ายของจากรุ่นใหม่ไปใส่รถรุ่นเก่าของผม
(แต่ไม่บอกวิธีทำเป็นมารยาททางการค้าผมไม่ได้จี้ถามเค้าจริงจัง)
เค้าคิด 1000 บาท
แต่ถ้าเปลี่นนแปรงถ่าน พร้อมคอมมิวเตเตอร์ คิด 1,700.-บาท
เค้าบอกทำยังงี้ใช้ได้อีกนาน ถ้ารีซีสเตอร์ไม่เสียอีก
ถ้ารีซีสเตอร์เสีย มีของเทียบ(ใหม่ของจีน) เปลี่ยน
ผมซื้อของรุ่นใหม่ไม่ตรงรุ่นของแท้มือสองรุ่นขนเม่น
3,500.-บาท ครับ เอาแต่มอเตอร์เปลี่ยนไป
รีซีสเตอร์ของเดิมครับ รีซีสเตอร์ขนเม่นยังอยู่
ใครอยากได้เอาไปใช้บอกมาครับ ผมไม่แน่ใจวิธีแปลง
ตามที่โพสต์ถามข้างบน ไม่มีท่านผุ้รู้ตอบชัดเจน
ผมเคยซื้อแปรงถ่านมาเปลี่ยนเอง ราคาแปรงถ่านคู่ละ
ไม่ถึง 100 บาทครับคอมมิวเตเตอร์ก็ไม่แพง ราว 100 กว่าบาท
กระมังครับ แต่เครื่องมือบัดกรี และฝีมือการทำงานของผม
ไม่ถึงขั้นปรากฏว่าเจ๊งหมดครับ ต้องทิ้ง
จริงๆการถอดรื้อมอเตอร์ มันมีเท็คนิกเล็ก ๆน้อยๆอยู่พอ
สมควร ถ้าไม่รักการ DIY จริงๆ ทำเองเสียเวลา
มาก อาจจะไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไป ถ้าโชคดี
เจอะร้านมืออาชีพ ไม่โขกค่าซ่อมจะปวดหัวละก็
ให้เค้าทำเชื่อว่าดีกว่า เพราะพวกเค้ามีประสบการณ์เพียบ
เอาง่ายๆ แค่ใบพัดลมกรงกระรอก ก็ต้องมีเท็คนิกมาก
ในการถอด ใส่ ปรับระยะ แล้ว แต่ถ้านึกสนุกอยากลองวิชา
อันนี้รับรองสนุกสนานครับ ถ้าในที่สุดทำไม่สำเร็จ
ก็ไปจ้างเค้าทำก็ยังไม่เดือดร้อนอะไรมาก ตามอัธยาศัย
ครับ
 
Last edited:
อู่สีที่พี่ถ้วยกาแฟไปทำมา/เค้าคิดทำสีทั้งคันอยู่เท่าไรครับผม
แถวลาดพร้าวเค้าคิด3หมื่นปลายๆ(ที่ไปถามมา) /W202ครับ
 
อู่สีที่พี่ถ้วยกาแฟไปทำมา/เค้าคิดทำสีทั้งคันอยู่เท่าไรครับผม
แถวลาดพร้าวเค้าคิด3หมื่นปลายๆ(ที่ไปถามมา) /W202ครับ

น่าจะราว 2 หมื่นเพราะผมลองถามเล่นๆ เหมือนกัน
แต่ไม่ได้ทำจริงๆ เค้าก็พูดทีเล่นทีจริงไม่
ยืนยันราคาครับ บอกเอาจริงๆแล้วค่อยมาคุยกันใหม่ครับ


แต่เกือบ 4 หมื่นก็แรงพอสมควร ผมเทียบกับ
ที่ผมทำสี 1 แถบ ตั้งแต่แก้มหน้า ถึงแก้มหลังรวมประตู2บาน
ไม่รวมฝากระโปรง ไม่รวมหลังคา ไม่รวม ฝากระโปรงหลัง
ไม่รวมกันชน(เฉพาะทำสีกันชนใหม่อย่างเดียว 3 พัน)
เค้าคิดผม 8 พันครับ

ราคาทำสี ผมคิดว่าน่าจะขึ้นกับหลายปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน
สภาพอู่ สภาพห้องพ่นสี สภาพตัวช่าง สภาพรถของเราความเก่าใหม่
และวัสดุที่เราเจาะจงน่าจะเป็นประเด็นสำคัญ
ดังนั้น ราคาแต่ละอู่บางทีก็เทียบกันลำบากครับ
สำหรับผมคิดว่าถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุอะไร
ผมคงไม่ทำสี เพราะอู่แถวบ้านผมเป็นอู่เล็กๆ
อุปกรณ์อะไรก็ไม่ค่อยจะเนี๊ยบไม่กล้าแนะนำใคร
ให้ไปใช้บริการครับ
 
ผู้ขับขี่เฮ! ห้าม ตร.จราจรยึดใบขับขี่ แค่ขอดูเพื่อออกใบสั่งไปชำระค่าปรับเท่านั้น ดีเดย์ 20 ก.ย.

https://mgronline.com/crime/detail/9620000081706


ผู้ขับขี่เฮ! ห้าม ตร.จราจรยึดใบขับขี่ แค่ขอดูเพื่อออกใบสั่งไปชำระค่าปรับเท่านั้น ดีเดย์ 20 ก.ย.



ผู้ขับขี่เฮ! ห้าม ตร.จราจรยึดใบขับขี่ แค่ขอดูเพื่อออกใบสั่งไปชำระค่าปรับเท่านั้น ดีเดย์ 20 ก.ย.
เผยแพร่: 26 ส.ค. 2562 16:14 ปรับปรุง: 26 ส.ค. 2562 16:39 โดย: ทีมข่าวอาชญากรรม




สตช.แถลงตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ฉบับที่ 12 ใหม่ ให้ยกเลิกเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ ทำได้เพียงขอดูได้เพื่อออกใบสั่งไปชำระค่าปรับเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบทั่วไป เริ่มบังคับใช้ 20 ก.ย.

วันนี้ (26 ส.ค.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีการประกาศใช้ พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ. ศ. 2562 ซึ่งมีการบัญญัติให้ยกเลิกความในบางมาตราและบัญญัติใหม่ โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 กันยายน 2562 มีประเด็นที่สังคมให้ความสนใจเกี่ยวกับการยกเลิกเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่ ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ดำเนินการตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จึงมีมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง การรณรงค์ สร้างช่องทางการรับรู้ ให้ประชาชนได้ตระหนักถึงการเคารพกฎหมายจราจร มีวินัย มีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทาง รวมทั้งการข้ามทางม้าลาย โดย ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะผู้กำกับดูแลงานด้านกฎหมายจราจรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อทำการศึกษาสภาพปัญหา หาแนวทางแก้ไข โดยบูรณาการกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวต่อไปว่า ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ผู้บัญชาการทุกพื้นที่ ผู้บังคับการทุกจังหวัด ให้สร้างช่องทางการรับรู้และประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและข้อผิดพลาดเมื่อกฎหมายได้มีผลบังคับใช้แล้ว รวมทั้งให้หน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่ให้มีการจัดฝึกอบรมความรู้ในการบังคับใช้กฎหมายจราจรที่ประกาศใหม่นี้เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ถูกต้อง จากนั้นจึงมีหนังสือสั่งการไปถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 และผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อกำชับให้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฉบับใหม่ เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 62 ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ก.ย. 62 ที่จะถึงนี้ เพื่อกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง ไม่เกิดความสับสน จนเกิดความเดือดร้อนกับผู้ใช้รถใช้ถนน

“โดยมีประเด็นที่สำคัญ คือ พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ม.140 แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ฉบับที่ 12 พ.ศ. 2562 ในการออกใบสั่งของเจ้าพนักงานจะไม่เรียกเก็บใบขับขี่ของผู้ที่กระทำผิดกฎหมายจราจร อีกทั้งหากไม่พบตัวผู้ขับขี่และไม่สามารถติด ผูก หรือแสดงใบสั่งไว้ที่รถได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ตามมาตรา 140 วรรคสองฯ โดยให้ส่งใบสั่งพร้อมด้วยพยานหลักฐานทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังภูมิลำเนาของเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถเพื่อให้ชำระค่าปรับ ภายในระยะเวลาที่กำหนดในใบสั่งนั้น ส่วนผู้ขับขี่เองก็จะต้องมีใบอนุญาตขับขี่อยู่กับตัว ไม่ว่าจะเป็นแบบดั้งเดิมที่เป็น หรือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่เรียกว่าใบขับขี่ดิจิทัล และต้องนำแสดงต่อตำรวจจราจรเมื่อถูกเรียกตรวจ โดยใบขับขี่ที่เป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์จะต้องเปิดจากแอปพลิเคชันของกรมการขนส่งทางบกเท่านั้น ไม่สามารถก๊อปปี้หน้าจอ หรือใช้ภาพถ่ายแทนได้” รองโฆษก ตร.กล่าว

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวด้วยว่า ในประเด็นกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตุว่าหากไม่มีการยึดใบขับขี่แล้วจะทำให้ผู้ที่ทำผิดกฎจราจรไม่ไปชำระค่าปรับตามใบสั่งนั้น ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประสานงานและวางมาตรการ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฉบับใหม่ โดยการเชื่อมโยงข้อมูลการออกใบสั่งของตำรวจในแต่ละพื้นที่ กับฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก เมื่อผู้ขับขี่ไม่ยอมชำระค่าปรับ เมื่อไปเสียภาษีรถยนต์ประจำปี กรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบจากระบบ หากพบว่ามีค่าปรับที่ค้างชำระ นายทะเบียนจะรับชำระภาษีและออกหลักฐานการชำระภาษีชั่วคราวให้เท่านั้น และใช้ได้เพียง 30 วัน จนกว่าจะชำระค่าปรับเสร็จสิ้นจึงจะได้ใบแสดงการเสียภาษีฉบับจริง เมื่อใบแทนแสดงการเสียภาษีชั่วคราวหมดอายุ ผู้ขับขี่ก็จะมีความผิดคือ ไม่แสดงเครื่องหมายการเสียภาษีประจำปี ซึ่งต้องระวางโทษปรับ ไม่เกิน 2,000 บาท
 
ผมและภรรยา ไปช่วยลูกสาวเค้าดูและลูกเค้าที่คลอดลูกชายแฝด 2 คน
ได้ประมาณ 3 เดือนแล้ว จึงหยุดใช้รถไปโดยปริยายประมาณ
3 เดือนแล้ว แต่รถ ยังถูกสตาร์ทโดยเพื่อนบ้านทุก ๆ 20 วัน
-30 วัน เพื่อนบ้านผมเค้ามีจิตใจดี ฝากเค้าดูและรถ 2 คัน
ให้ช่วยมาสตาร์ทให้มันทำงานหน่อยสักครั้งละ 10-15 นาที
ตามที่เล่าข้างต้น ก็ยังปกติดีสตาร์ทชึ่งเดียวติดทั้งสองคัน

การใช้รถของคนที่โน่น(ซานฟรานซิสโก) เคยเล่ามาหลายรอบแล้ว
วันนี้ลองเล่าเรื่องการใช้รถ(นั่งรถ) ของเด็กหน่อยก็ละกันนะครับ
เด็กในความหมายนี้ หมายถึงตั้งแต่แรกเกิดถึง 12-13 ขวบก็ละกัน
นะครับ สำหรับเด็กทารก ต้องนั่งในคาร์ซีท(ที่นั่งสำหรับเด็กทารก)
เท่านั้น และเด็กต้องนั่งหลังเท่านั้น สำหรับเด็กที่โตขึ้นหน่อยก็ต้องนั่ง
คาร์ซีทเหมือนกัน แต่ต่างกันหน่อย เด็กที่จะไปนั่งข้างหน้าคือนั่งเบาะ
คู่กับคนขับ ต้องอายุไม่ต่ำกว่า 13 ปีและ/หรือสูงตามกำหนด คือ
4 ฟุต 9 นิ้ว และน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 80 พาวนด์(ปอนนด์)

Carseat ในอเมริกาถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องให้ความสำคัญ เริ่มตั้งแต่ผู้หญิงในอเมริกาที่จะ ไปคลอดลูกที่โรงพยาบาล สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ Carseat หรือที่นั่งสำหรับเด็กที่ติด ตั้งไว้ในรถยนต์ ก่อนที่จะกลับบ้านนางพยาบาลจะถามเลยว่าคุณมี Carseat ในรถรึยัง เพราะเด็กจะออกจากโรงพยาบาลไม่ได้เลยถ้าไม่มี Carseat

Carseat สำหรับเด็กแรกเกิดจะมีลักษณะเหมือนตะกร้า ที่สามารถหิ้วไปไหนมาไหนได้ การใช้รถยนต์เป็นพาหนะ ผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคันต้องตระหนักและถือเป็นภาระความรับผิด ชอบ เพราะหากผู้เดินทางที่นั่งอยู่ในรถเป็นเด็กทารกตั้งแต่แรกเกิด และอายุยังไม่เกิน 2 ขวบจะเข้าไปนั่งในรถแบบผู้ใหญ่เลยไม่ได้ หรือจะใช้วิธีการแบบง่ายๆ จะให้ พ่อ แม่ ผู้ปก ครอง อุ้มไว้บนตักไม่ได้เด็ดขาด เพราะกฏหมายที่อเมริกาบังคับที่จะต้องมี Carseat วางทับ ไว้บนเบาะที่นั่งอีกชั้น ซึ่งถ้าหากยังเป็นเด็กทารก การตั้ง Carseat จะต้องวางให้เด็กหันหน้า ไปทางท้ายรถ เพื่อผู้ปกครองจะได้เห็นหน้าทางกระจกหลังรถ แต่ถ้าเป็นเด็กโตก็สามารถนั่ง หันไปทางด้านหน้ารถได้

แต่ทั้งนี้ Carseat จะวางได้เฉพาะที่เบาะด้านหลังเท่านั้น จะไม่สามารถนั่งเบาะหน้าคู่กับ คนขับได้เลยและโดยเฉพาะในรถยนต์หากอยู่ในช่วงระหว่างการเดินทางที่รถกำลังแล่นอยู่ จะไม่สามารถเอาเด็กออกมาจาก Carseat ได้ เช่นถ้าคุณแม่บางคนเห็นลูกร้องไห้ แล้วจะ อุ้มออกมาปลอบเหมือนที่บ้านเราไม่ได้ เพราะถ้าตำรวจเห็นถูกจับแน่นอน ขนาดลูกหิวนม ถ้าจะให้นมก็ต้องจอดแวะข้างทาง เสร็จแล้วถึงจะออกรถได้ ไม่เฉพาะแต่ในรถยนต์เท่านั้น หากจะพาไปนั่ง ร้านอาหาร หรือสถานที่สาธารณะเด็กต้องอยู่ใน Carseat ตลอดเวลา เรา มักไม่ค่อยเห็นผู้คนเอาผ้าอ้อมห่อเด็กแรกเกิด แล้วอุ้มไปไหนมาไหนเหมือนในบ้านเรา เด็กจะต้องอยู่ในตะกร้า Carseat เท่านั้น

ทางด้านกฏหมายเกี่ยวกับการนั่งใน Carseat ของเด็กในแต่ละรัฐที่อเมริกานั้น แตกต่างกัน ไป บางรัฐบอกว่าเด็กต้องนั่งใน Carseat หรือ Booster Seat จนถึงอายุ 4 ขวบ บางรัฐบอก ว่า 5 ขวบ บางคนบอกว่าการคาดเข็มขัดนิรภัยให้ลูก อาจช่วยให้หลีกเลี่ยงการได้รับใบสั่ง จากตำรวจได้ แต่ก็ยังต้องคำนึงกันถึงเรื่องความปลอดภัย เพราะว่าเด็ก 4 หรือ 5 ขวบบาง คนยังตัวเล็กไปที่จะใช้เข็มขัดนิรภัยบนรถยนต์ โดยที่ไม่ได้นั่งอยู่ใน Carseat หรือ Booster Seat ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยบนท้อง ถนน กล่าวคือเด็กที่น้ำหนักต่ำกว่า 40 ปอนด์ควรนั่งในคาร์ซีต เด็กที่หนัก 40 ปอนด์ ขึ้นไป สามารถเปลี่ยนไป นั่ง Booster Seat จนกระทั่งอายุ 8 ขวบ เว้นเสียแต่ว่าเด็กคนนั้นจะสูง เกิน 4 ฟุต 9 นิ้ว ก็สามารถนั่งเบาะรถยนต์ธรรมดาได้ ทั้งนี้เป็นเพราะว่าเด็กๆ ที่น้ำหนักต่ำ กว่า 80 ปอนด์ จะตัวเล็กเกินไปสำหรับเข็มขัดนิรภัย โดยส่วนที่ต้องรัดบริเวณหน้าตักก็จะ ขึ้นไปรัดอยู่บนท้อง ส่วนที่ต้องอยู่บริเวณหัวไหล่ ก็จะไปคาดอยู่ตรงคอ ตรงจุดนี้หากเกิด อุบัติเหตุอาจทำให้เด็กเป็นอันตรายได้

สถาบันกุมารแพทย์อเมริกันชี้ว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่พร้อมที่จะนั่งเบาะรถยนต์จนกว่าจะสูงถึง 4 ฟุต 9 นิ้ว หรืออายุ 8-12 ขวบ
 
ผมหยุดอ่านข่าวการเมืองมาพักใหญ่เพราะเห็นว่าไม่มีอะไรใหม่ มีแต่เรื่องเดิมๆ พรรคการเมืองเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมาวนไปวนมา เหมือนเอาหนังม้วนเดิมๆ มาฉาย ซ้ำๆ เมื่อหยุดอ่านข่าวการเมือง ก็ไม่รู้จะอ่านอะไรเพราะว่างมาก ก็เลยทำในสิ่งที่ไม่เคย(ไม่ค่อย) ได้ทำมาก่อน คืออ่านข่าวดารา และข่าวชาวบ้าน ประเภท ลงทุน 100 บาท ในเวลา 1 เดือน ได้กำไร 93 บาท อะไรทำนองนั้น ข่าวดารา ก็ประเภท อกหักรักคุด รัก ๆ เลิก ๆ กับข่าวฆ่าชิงบัตร ATM หมกศพในตู้เย็น แล้วหนีไปกับกิ๊ก คิดว่า ไม่มีใครตามาเจอะแน่ๆ สนุกดีไปอีกแบบ กับข่าวอีกประเภทหนึ่ง ก็คือทำผิด โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ผมสรุปจากข่าวพวกนี้ได้ความว่า คนในข่าวมักเป็นพวกมีประสบการณ์น้อยจึงรู้เท่าไม่ถึงการณ์ กับ พวกที่คิดทำมาหากินต้องการกำไรโดยไม่รู้จักว่าการลงทุนคืออะไร ความเสี่ยงคืออะไร โดนหลอกลวง หรือหลอกลวงคนอื่น คืออะไร ผมได้คิด(มานานแล้วแต่พวกในข่าวยังไม่รู้) คือประสบการณ์นั้นมาพร้อมกับเวลา ถ้าจะมีประสบกรณ์มาก ๆ ต้องใช้เวลาเยอะจนแก่ หรือเรียนมากจนเป็นด๊อกเตอร์ เรียนจบไปเป็นลูกจ้างเค้า ผมว่าเสียเวลาาเปล่า มีประสบการณ์เยอะก็เอาไปทำอะไรไม่ได้ สู้เอาเวลาไปขายก๋วยเตี๊ยว หรือขายผักขายปลา ได้เงินใน 1 วันง่ายกว่า
พวกดารารัก ๆ เลิก ๆ จะปราบคนเจ้าชู้ แต่คิดผิด พวกนี้ไม่รู้ว่า คนเราจะให้ใครเป็นอย่างที่เราต้องการนั้นยากมาก มันต้องยอมรับสิ่งที่เค้าเป็น จะไปดัดนิสัยใครเค้ายากกกกกกกกกกกกก คิดว่าตัวเองเก่ง จะเปลี่ยนนิสัยคนใกล้ตัว เอาไว้ชาติหน้าเหอะน้อง เสียเวลาเปล่า ไม่เคยมีใครทำสำเร็จ มีแต่คนที่เค้าแกล้งโง่เท่านั้น ที่เค้าแกล้งแสดงให้เราเห็นว่า เค้ายอมเรา แต่พออยู่ใกล้ ๆ กันนาน ๆ เค้าก็ออกอาการแท้ๆ ของเค้าออกมา ทีนี้เราก็โกรธ ออกอาการมามั่ง มันก็เลยเป็นอย่างในข่าวดารา รัก ๆ เลิก ๆ นั่นแหละ
ผมเขียนมาระบายอารมณ์เท่านั้น ไม่ต้องการให้ใครไลค์ใครอะไร แต่จะไลค์ก็ได้จะเม้นท์ ก็ได้ แล้วแต่อารมณ์ของท่านเลย มีคนคนหนึ่งเค้าเล่าเรื่องพ่อของเค้าให้รู้ว่า พ่อเค้าเคยเป็นครู อายุมากจนเกษียณแล้ว มีลูกหลายคน เวลาลูกมาปรึกษาจะทำอะไรยังไง แล้วถามพ่อว่ายังไง พ่อเค้าก็จะบอกว่า "แล้วแต่มึงเล๊ยยยยย" ผมนับถือครูคนนี้มาก แต่ไม่รู้จักตัวเป็น ๆ อยากทำอย่างเค้ามั่ง ก็ยังทำไม่ได้ ครับ จริงมีเรื่องอยากเขียนอีกเยอะ แต่ผมเชื่อว่า มีคนอ่านเรื่องที่ผมเขียนนี้จบ และเข้าใจตรงกับที่ผมสื่อมานี้ น้อยมากครับ ไม่รู้จริงๆมีคนอ่านจบหรือเปล่าด้วยซ้ำไป
 
ผมเขียนมาระบายอารมณ์เท่านั้น ไม่ต้องการให้ใครไลค์ใครอะไร แต่จะไลค์ก็ได้จะเม้นท์ ก็ได้ ...จริงมีเรื่องอยากเขียนอีกเยอะ แต่ผมเชื่อว่า มีคนอ่านเรื่องที่ผมเขียนนี้จบ และเข้าใจตรงกับที่ผมสื่อมานี้ น้อยมากครับ ไม่รู้จริงๆมีคนอ่านจบหรือเปล่าด้วยซ้ำไป

มีครับพี่ถ้วยกาแฟ ผมเข้ามาอ่านประจำ ได้ประโยชน์ได้ความรู้ ขอบคุณพี่มากๆที่นำประสบการณ์มาแชร์

คนเราก็อย่างว่า เขาคิดว่าเขาเก่ง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เขาคิดว่าเราไม่รู้เท่าเขา ความจริงบางเรื่องคนแก่เคยพบมาก่อนแล้ว

เรื่องคดีต่างๆ ถ้าตำรวจทำงานไม่มีทางหนีรอดหรอกครับ คนร้ายจะไปทางไหนเขามีกล้องหมด ถึงไม่มีกล้องก็มี EM ที่ติดตามตัวทุกคนอยู่แล้ว อย่างงนะครับก็มือถือนั่นไง เป็น EM ที่สามารถติดตามตัวได้

สิบปีก่อนโน้นผมเคยเจอคดีหนึ่ง คนร้ายไปล่อผู้ตายมาจากร้อยเอ็ดแล้วแทงตายในรถ จากนั้นเอาไปเผาที่อำเภอหนึ่งในจังหวันครราชสีมา แล้วคนร้ายหนีไประยอง ขึ้นรถตู้ไปกรุงเทพฯ ต่อไปหัวหิน ลงสงขลา แล้วไปอยู่สะเดา ไม่ถึงสัปดาห์ตำรวจก็ตามจับได้ ก็ EM และ ATM นั่นไง
 
http://www.law.moi.go.th/law/group2/group2_law4.pdf

พระราชกำหนดข้างต้นเกิดขึ้นภายหลังจากที่มีคดีดังคือแชร์แม่ชะม้อยครับ

ผมมีประเด็นเดียวคือประเด็นเงินฝากแม่มณี ที่เธอเป็นเพียงผู้หญิงและอายุเพียง 28 ปี เท่านั้น แต่สร้างความเสียหายมากมายครับ ผมเคยรับราชการตั้งแต่อายุเพียง 20 ปี จนเกษียณอายุในตำแหน่งที่ใช้วุฒิทางกฎหมาย อยากเน้นไปที่การทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐครับ ประเด็นเงินฝากแม่มณีและรวมถึงแชร์อีกหลายๆ วงที่กำลังแตกดังโพ๊ลอีกหลายวง แชร์เหล่านี้มีการประชาสัมพันธ์ทางสื่อออนไลน์อย่างกว้างขวางและยาวนานแล้ว แล้วเจ้าหน้าที่ของรัฐที่รับผิดชอบไม่เคยรับรู้รับทราบมาเลยเชียวเหรอครับ หากมีการแนวทางแบบเชิงรุกโดยรีบเร่งจัดการมาตั้งแต่ต้นๆ ความเสียหายจะมีไม่มากเท่านี้ครับ ผมขออนุญาตไม่เน้นไปที่ประชาชนทั่วไปที่เขาหลงเข้าไปในวังวนผลประโยชน์ตอบแทนสูงๆ เพราะจะเป็นการซ้ำเติมไปยังเหยื่อจำนวนมากครับ อยากเน้นไปที่เจ้าหน้าของรัฐเท่านั้นครับ เรามีหน่วยงานที่รับผิดชอบสุขทุกข์ของประชาชนมากมาย หน่วยงานดูและและบังคับใช้กฎหมายมากมาย แต่สุดท้ายก็มาจบเมื่อมีปัญหามากๆ แล้วทุกเคส การเยียวยาผู้เสียหายจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยครับ
 
Last edited:
ขอบคุุณครับ ท่าน Cobra4971/Niroj3536
ที่เข้ามาอ่านและแชร์ประสบการณ์
ผมเห็นด้วยว่าถ้าเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทำงานตามหน้าที่
ครบ ๆ เต็มประสิทธิภาพ ผมเชื่อสนิทใจว่าคนร้าย
หนีไปไม่พ้นเว้นจะมีคนที่รู้ช่องทางช่วยเหลือ
ลำพังคนร้ายหนีหลบซ่อนจนพ้นคดียาก
ผมสมเภท ระบบการเรียนการสอนปัจจุบัน
ที่ไม่รู้ว่าสอนให้คนคิดบ้างหรือเปล่าหรือสอนให้จำ
เอาไปสอบจนได้ปริญญา เอาง่ายๆ แบบคน
ชาวบ้าน ๆ ไม่ต้องเรียนเยอะหรอก เอาที่จบ ป.7
ขายของตลาด เค้าก็รู้ว่าลงทุน 100 บาท ใน 1 เดือน
กำไร93% ทำไม่ได้ยกเว้นเอาเงินไปเล่นการพนัน
แต่ตามข่าวมีนักศึกษาปี 4(เกือบได้ปริญญาละ)
จำนองที่ดินของพ่อแม่เอาไปเป็นล้่านไปลงทุน
แถมชวนเพื่อนลงทุนแบบนี้อีก สติปัญญาไปไหนหมด
แล้วเรียนจบไปจะได้อะไรนอกจากปริญญากระดาษ
มันน่าเสียดายเวลาเรียนจริงครับ
 
Back
Top