เกียร์ เกียร์ถอบไม่จับ

ถ้าขับแบบถนอมๆไม่กระชากมากมายอะไรนัก เปลี่ยนถ่ายน้ำมัน+กรองตามระยะแล้วหละก็อย่างต่ำๆก็สามแสนกิโลขึ้นครับ
 
ผมเห็นส่วนใหญ่ รถเบนซ์ที่ออกป้ายแดงมา บางคันแสนปลาย ๆ บางค้นสองแสนกว่า ของผมสองแสนห้าก็ต้องซ่อมแล้ว ยังไม่เห็นของใครใช้ได้ถึง สามแสนโล อาจจะมีแต่เราไม่รู้ แต่เท่าที่อ่านในBON อยู่ที่ผมกล่าวมา
 
ผมสันนิธานว่า การที่เกียร์รถเบนซ์ไม่ทนเหมือนรถญี่ปุ่น เพราะระบบความร้อนของเครื่องยนต์กำหนดไว้ค่อนข้างสูง(เพราะออกแบบในเขตหนาว) พอเอามาขายในเขตร้อนไม่ได้ดัดแปลงแก้ไขให้เข้ากับเขตเมืองร้อนเหมือนรถญี่ปุ่น เครื่องร้อน น้ำมันเกียร์ร้อนการสึกหรอของผ้าครัชท์ในเรือนเกียร์ก็สึกหรอเร็ว ทำให้ผ้าครัชท์หมดเร็ว แม้กระทั้งเบนซ์รุ่นใหม่ ๆ เช่น 210, 211 หลายคันว่ิงไปแสนกว่าโลก็ต้องยกเกียร์แล้ว(ข้อมูลนี้ได้มาจากอู่เบนซ์ที่ผมรู้จัก)
 
โอเวอร์ฮอลล์ เลยครับ เหมือนได้เกียร์ใหม่ในหน้าซื้อขายมีอู่ช่างรับทำ
 
w124 e280 เกียร์ถอยไม่จับ ถอยไม่ได้
เกียร์เดินหน้าเกียร์1 มีเสียงครืดคราด
แต่วิ่งกลับบ้านได้วันนี้

อย่างนี้ทำไงดีครับ
โอเวอร์ฮอล เท่าไรครับ
เปลี่ยนเกียร์มือสองเท่าไร
ทำอย่างไหนดีกว่ากันครับ


เกียร์ถอยไม่ใช่คลัชไม่จับ แต่เกียร์ถอยใช้น้อย แผ่นคลัชเปียก มันจึงร่อนออกทั้งแผ่น เวลาเข้าเกียร์ถอยคลัชจึงลื่น โอเวอร์ฮอลดีกว่า ไม่ใช่เกียร์ไฟฟ้า ข้างในไม่มีแผงวงจร
ราคาต้นทุนจริง ๆ ประมาณ 10,000 บาท
1. ชุดซ่อมทุกเกียร์พร้อม seal kit ประมาณ 8 พัน
2. น้ำมันเกียร์ 8 ลิตร ไม่ต้องของ Benz ก็ได้
3. น้ำมันชักแห้ง 1 ปี๊บ 400 บาท เอาไว้ล้างเกียร์
ตอนเกียร์ผมเสียเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ก็ซื้อของเอง ตามรายการข้างต้น ให้ค่าแรงช่างอีกประมาณ 4 พัน ก็จบ ใช้ได้นานจนลืม
 
โอย................
เลือดสาดครับพี่น้อง
ค่าซ่อมเรียก44000
งานยังไม่เสร็จ ช่างบอก1อาทิตย์
ที่แรกก่อนซ่อมถามช่างว่าต้องการฮอล์ใหม่หมด
คิดเท่าไร เขาบอกต้องรื้อดูแล้วซ่อม ค่าใช้จ่าย32000+-
พอรื้อแล้วบอก44000 เลือดสาดเลย
เปลี่ยนเครื่อง เจ ลงยังถูกกว่า
ช่างพูด2ครั้งไม่ตรงความจริง ทำให้งงแบบกลับบ้านไม่เป็น
 
ซ่อมอะไรหราครับทำไมใช้เวลาตั้ง 1 อาทิตย์
 
โอย................
เลือดสาดครับพี่น้อง
ค่าซ่อมเรียก44000
งานยังไม่เสร็จ ช่างบอก1อาทิตย์
ที่แรกก่อนซ่อมถามช่างว่าต้องการฮอล์ใหม่หมด
คิดเท่าไร เขาบอกต้องรื้อดูแล้วซ่อม ค่าใช้จ่าย32000+-
พอรื้อแล้วบอก44000 เลือดสาดเลย
เปลี่ยนเครื่อง เจ ลงยังถูกกว่า
ช่างพูด2ครั้งไม่ตรงความจริง ทำให้งงแบบกลับบ้านไม่เป็น

ยังกลับลำทันไหมครับ ขอยุติแค่นั้นโดยยอมจ่ายค่าป่วยการบางส่วน แล้วไปหามือสองในราคาพอควรมาใส่ก่อน ลูกนั้นเอาไปให้ช่างที่ดีๆ ท่านอื่นตรวจเช็คหากจำเป็นก็ซ่อมไว้ใช้แทนอีกที ดูเหมือนคราวเคราะห์จะมาเยือนขอเป็นกำลังใจให้ผ่านวิกฤตินี้ไปได้โดยไม่เจ็บตัวมากจนเกินไปด้วยคนครับ (การไม่ซ่อมต่อพึงระวังเจอช่างที่ไม่มีสปิริตทำให้ของเราเสียหายมากขึ้นด้วย)
 
ที่แพงเพราะอู่บวกค่าอะไหล่ ส่วนหนึ่ง

แต่สำคัญที่ว่าชิ้นส่วนหลักๆ คือ เข็มขัด 2 อัน หม้อคลัตช์ เฟืองเกียร์ ต้องเปลี่ยนไหมเพราะของเหล่านี้คือตัวคูณให้แพง แต่สภาพเน่าๆก็ไม่ควรใช้

บางที่ตีราคาเหมา สองหมื่นกว่าๆ คือ เบสิกครับ ผ้าคลัช ชุดปะเก็น น้ำมันบวกกรอง ลองเจอสวิตช์เกียร์ ถ้าเสียก็สองพัน สายคันเร่งเกียร์ถ้าเน่าก็ห้าพันอัพ สองอย่างนี่รวมกันก็เจ็ดพันบวกเข้าไปอีกนะ

กรณีของคุณ ไส้ในเกียร์อาจจะเน่าเกินแกง ถึงบาน (เพิ่งเจอกับตัวเมื่อ weekend ที่ผ่านมา ก่อนรื้อรถวิ่งปกติครับ แต่แวคคั่มเกียร์ดูดน้ำมันทิ้งหมด ใช้ไปไม่รู้ สุดท้ายเฟืองเกียร์แหก บานครับ รถวิ่งได้ปกติแต่เกียร์เปลี่ยนแรง)

เกียร์ถอยใช้ไม่เยอะเมื่อเทียบกับเกียร์เดินหน้าแต่ว่า คลัชเกียร์ถอย k2 ใช้ทั้งเกียร์ 1 เกียร์ 4 และเกียร์ถอย สังเกตได้เมื่อเกียร์ถอยจับช้าจะลามมาเป็นเวลาเข้าเกียร์เดินหน้าด้วย
 
ขอบคุณพี่ ๆ น้อง ๆ ทุกท่านที่ช่วยให้ความรู้ต่าง ๆ
ผมมันเริ่มแก่มากขึ้นครับ เริ่มเงอะงะ คิดไม่ออก ไม่มีความรู้ด้วย
เลย Go So Big (ไปกันใหญ่ ความจริงมันก็เป็นอย่างนั้น )
เข้าเริ่องครับ
ตอนนี้ทุกอย่างจบแล้วครับ 44000
อู่ถอดเกียร์ส่งกรุงเทพซ่อม ประกัน 1 ปี หรือ แสนโล
ทำมาก็โอเค ยังไม่มีปัญหาอะไร
เหตุที่ตัดสินใจทำเพราะ ลากรถเข้ากทม.ไม่ไหว
กลัวงานเข้ามากกว่า และงานส่วนตัวที่ต้องทำครับ
เลยต้องจำยอมโดนข่มเขาโคขืนไป
ทีทำเกียร์มาก็คืนอะไหล่เก่ามาให้กล่อมหนึ่ง
เห็นบอกว่ากระบอกลูกสูบเกียร์ถอยหัก
เลยต้อง44000
เปลี่ยนแผ่นคลัส 14 แผ่น เปลี่ยนปะเก็น
เปลี่ยนกรองเกียร์ และอะไรอีกหลายอย่าง ยังไม่ได้พิจารณาอย่างจริงจัง
แล้วจะรายงานต่อไปในครั้งหน้าครับ
 
ขอบคุณพี่ ๆ น้อง ๆ ทุกท่านที่ช่วยให้ความรู้ต่าง ๆ
ผมมันเริ่มแก่มากขึ้นครับ เริ่มเงอะงะ คิดไม่ออก ไม่มีความรู้ด้วย
เลย Go So Big (ไปกันใหญ่ ความจริงมันก็เป็นอย่างนั้น )
เข้าเริ่องครับ
ตอนนี้ทุกอย่างจบแล้วครับ 44000
อู่ถอดเกียร์ส่งกรุงเทพซ่อม ประกัน 1 ปี หรือ แสนโล
ทำมาก็โอเค ยังไม่มีปัญหาอะไร
เหตุที่ตัดสินใจทำเพราะ ลากรถเข้ากทม.ไม่ไหว
กลัวงานเข้ามากกว่า และงานส่วนตัวที่ต้องทำครับ
เลยต้องจำยอมโดนข่มเขาโคขืนไป
ทีทำเกียร์มาก็คืนอะไหล่เก่ามาให้กล่อมหนึ่ง
เห็นบอกว่ากระบอกลูกสูบเกียร์ถอยหัก
เลยต้อง44000
เปลี่ยนแผ่นคลัส 14 แผ่น เปลี่ยนปะเก็น
เปลี่ยนกรองเกียร์ และอะไรอีกหลายอย่าง ยังไม่ได้พิจารณาอย่างจริงจัง
แล้วจะรายงานต่อไปในครั้งหน้าครับ

ดีใจด้วยครับที่รถเสร็จแล้วรับรองว่าจะไม่เสียใจที่ยกเกียร์เพราะหลังจากทำแล้วฟิลลิ่งจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เกียร์เปลี่ยนนุ่มๆ กดเป็นมาตอบสนองทันใจ โดยรวมดีขึ้นกว่าก่อนทำแน่นอน ส่วนเรื่องราคาถ้าร้านที่ทำใช้อะไหล่ของเบนซ์แท้หมดก็ไม่แพงครับ:n45:
 
ขอบคุณพี่ ๆ น้อง ๆ ทุกท่านที่ช่วยให้ความรู้ต่าง ๆ
ผมมันเริ่มแก่มากขึ้นครับ เริ่มเงอะงะ คิดไม่ออก ไม่มีความรู้ด้วย
เลย Go So Big (ไปกันใหญ่ ความจริงมันก็เป็นอย่างนั้น )
เข้าเริ่องครับ
ตอนนี้ทุกอย่างจบแล้วครับ 44000
อู่ถอดเกียร์ส่งกรุงเทพซ่อม ประกัน 1 ปี หรือ แสนโล
ทำมาก็โอเค ยังไม่มีปัญหาอะไร
เหตุที่ตัดสินใจทำเพราะ ลากรถเข้ากทม.ไม่ไหว
กลัวงานเข้ามากกว่า และงานส่วนตัวที่ต้องทำครับ
เลยต้องจำยอมโดนข่มเขาโคขืนไป
ทีทำเกียร์มาก็คืนอะไหล่เก่ามาให้กล่อมหนึ่ง
เห็นบอกว่ากระบอกลูกสูบเกียร์ถอยหัก
เลยต้อง44000
เปลี่ยนแผ่นคลัส 14 แผ่น เปลี่ยนปะเก็น
เปลี่ยนกรองเกียร์ และอะไรอีกหลายอย่าง ยังไม่ได้พิจารณาอย่างจริงจัง
แล้วจะรายงานต่อไปในครั้งหน้าครับ
ของผมก็เปลี่ยนประมาณนี้แหละ กับน้องในหน้าซื้อขาย หมดไป 22000 รับประกัน 1 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
 
เป็นอู่ซ่อมเบนซ์อย่างเดียวครับ
ยีห้ออื่นทำไม่เป็น และไม่ทำ ถามช่างแล้ว
ขับดีขึ้นครับ กดเป็นมาได้ดั่งใจครับ ตามที่บอกเลยครับ

แต่ยังสงสัยข่วงเกียร์หนึง ไปเกียร์สอง ฟังเหมือนจะมีเสียงหอนของเกียร์
(ตอนที่ยังไม่โอเวอร์ฮอล์ ก็ได้ยินหอน ซ่อมมาแล้วก็ยังหอน)
แต่พอเกียร์เปลี่ยนไป 3 - 4 เสียงเงียบไม่หอน

อย่างนี้ต้องกลับไปหาอู่ใหม่หรือไม่ครับ
 
อย่ากลับไปเลยครับ ใช้ไปก่อนจนกว่าเกือบจะครบ 1 ปี แล้วค่อยเข้าไป หรือรอให้มันมีอาการมากกว่านี้ค่อยไป เอาอาการที่มันชัดเจนในความรู้สึก เดี๋ยวจะกลายเป็นไปทะเลาะกับช่างซะเปล่า ๆ
 
อย่ากลับไปเลยครับ ใช้ไปก่อนจนกว่าเกือบจะครบ 1 ปี แล้วค่อยเข้าไป หรือรอให้มันมีอาการมากกว่านี้ค่อยไป เอาอาการที่มันชัดเจนในความรู้สึก เดี๋ยวจะกลายเป็นไปทะเลาะกับช่างซะเปล่า ๆ
*******************************************************
OK.ครับ
เป็นข้อคิดที่ดีครับ
 
อย่ากลับไปเลยครับ ใช้ไปก่อนจนกว่าเกือบจะครบ 1 ปี แล้วค่อยเข้าไป หรือรอให้มันมีอาการมากกว่านี้ค่อยไป เอาอาการที่มันชัดเจนในความรู้สึก เดี๋ยวจะกลายเป็นไปทะเลาะกับช่างซะเปล่า ๆ

ขอคิดต่างนิดส์นึงน่ะครับ ว่าหากทำออกมาแล้วเรายังคิดว่ามันไม่สมบูรณ์ 100% แล้วใช้ไปจนกว่าจะเกือบหมดประกันช่างอาจจะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับผิดชอบโดยบอกว่าก่อนส่งรถได้ลองแล้วไม่เห็นเป็นอะไร และถ้านานวันเข้าอาการที่เป็นหนักขึ้นแล้วช่างเค้าบอกว่าไม่เกี่ยวกับที่เค้าทำหละครับ คราวนี้โดนซ้ำโดนซ้อนปีเดียวยกเกียร์สองรอบนี่เป็นผมเครียดครับ ช่วงนี้ใช้แล้วลองจับความรู้สึกว่ามีอะไรผิดแปลกไปแล้วรีบไปหาช่างจะดีกว่ารอให้ประกันเหลือน้อยๆแล้วค่อยเข้าไปครับ
 
ขอคิดต่างนิดส์นึงน่ะครับ ว่าหากทำออกมาแล้วเรายังคิดว่ามันไม่สมบูรณ์ 100% แล้วใช้ไปจนกว่าจะเกือบหมดประกันช่างอาจจะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับผิดชอบโดยบอกว่าก่อนส่งรถได้ลองแล้วไม่เห็นเป็นอะไร และถ้านานวันเข้าอาการที่เป็นหนักขึ้นแล้วช่างเค้าบอกว่าไม่เกี่ยวกับที่เค้าทำหละครับ คราวนี้โดนซ้ำโดนซ้อนปีเดียวยกเกียร์สองรอบนี่เป็นผมเครียดครับ ช่วงนี้ใช้แล้วลองจับความรู้สึกว่ามีอะไรผิดแปลกไปแล้วรีบไปหาช่างจะดีกว่ารอให้ประกันเหลือน้อยๆแล้วค่อยเข้าไปครับ

************************************************

ก็เป็นอีกแง่คิดหนึ่งที่น่าสนใจ
กระผมคิดอยู่เหมือนกันพอดีท่านมากระตุกต่อมฉุกคิดนี้ขึ้นมา
ก็คิดว่าจะไปบอกเล่าเก้าสิบให้ช่างเขาพิจารณาอีกที่
อยากรู้เหมือนกันว่า ช่างเขาจะยืนยันอย่างไร
เพราะเราเปลี่ยนอะไหล่ใหม่หมดเพราะฉะนั้นผลมันก็น่าจะเป็นเหมือนของใหม่
ไม่น่าจะแสดงอาการอันน่าสงสัยเหล่านี้ให้เราแครงใจ

เด๋วว่างจะแวะไปคุยกะช่าง
แล้วจะกลับมารายงานให้ทุกท่านทราบครับ
จะได้บอกว่าอู่นี้มีสปิริตอย่างไร
แค่ราคาคุยหรือราคารับผิดชอบ
จะได้กดไลค์กัน
 
Last edited:
ขอคิดต่างนิดส์นึงน่ะครับ ว่าหากทำออกมาแล้วเรายังคิดว่ามันไม่สมบูรณ์ 100% แล้วใช้ไปจนกว่าจะเกือบหมดประกันช่างอาจจะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับผิดชอบโดยบอกว่าก่อนส่งรถได้ลองแล้วไม่เห็นเป็นอะไร และถ้านานวันเข้าอาการที่เป็นหนักขึ้นแล้วช่างเค้าบอกว่าไม่เกี่ยวกับที่เค้าทำหละครับ คราวนี้โดนซ้ำโดนซ้อนปีเดียวยกเกียร์สองรอบนี่เป็นผมเครียดครับ ช่วงนี้ใช้แล้วลองจับความรู้สึกว่ามีอะไรผิดแปลกไปแล้วรีบไปหาช่างจะดีกว่ารอให้ประกันเหลือน้อยๆแล้วค่อยเข้าไปครับ

************************************************

ก็เป็นอีกแง่คิดหนึ่งที่น่าสนใจ
กระผมคิดอยู่เหมือนกันพอดีท่านมากระตุกต่อมฉุกคิดนี้ขึ้นมา
ก็คิดว่าจะไปบอกเล่าเก้าสิบให้ช่างเขาพิจารณาอีกที่
อยากรู้เหมือนกันว่า ช่างเขาจะยืนยันอย่างไร
เพราะเราเปลี่ยนอะไหล่ใหม่หมดเพราะฉะนั้นผลมันก็น่าจะเป็นเหมือนของใหม่
ไม่น่าจะแสดงอาการอันน่าสงสัยเหล่านี้ให้เราแครงใจ

เด๋วว่างจะแวะไปคุยกะช่าง
แล้วจะกลับมารายงานให้ทุกท่านทราบครับ
จะได้บอกว่าอู่นี้มีสปิริตอย่างไร
แค่ราคาคุยหรือราคารับผิดชอบ
จะได้กดไลค์กัน


บอกช่างเขาก่อนตอนนี้ก็ดีครับจะได้ไม่มีปัญหากันทีหลัง แต่ผมเดาๆว่าจะยากที่จะแก้ไขให้
เพราะ

1.ช่างรับเงินไม่ได้เป็นช่างทำงานซ่อมจริง เขาถอดส่งไปซ่อมต่อ

2.การเปลี่ยนอุปกรณ์ในเกียร์ ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนซีลโอริง
ซีลปลายเพลาเกียร์ทั้ง 2 ด้าน และแผ่นครัช รวมทั้งอุปกรณ์จุกจิก
เช่นสปริง วอชเช่อร์ ไม่ได้เปลี่ยนตัวเฟืองเกียร์ และลูกปืนเกียร์(เพราะแพง) ผมเข้าใจว่า
สาเหตุที่ทำให้เกิดเสียง น่าจะเป็นตัวเฟืองเกียร์และลูกปืนรับเพลา ไม่ทราบเหมือนกัน
ว่าในเกียร์ มีที่ปรับความใกล้วชิดของเฟืองเกียร์ตัวก่อให้เกิดเสียงหรือไม่

3.ตามปกติของช่าง ที่ผมเคยสัมผัสมา ส่วนใหญ่จะปัดความรับผิดชอบไว้ก่อน(ก็ไม่ใช่ทุกคน)
แต่เป็นส่วนใหญ่อาจจะเป็นเพราะผมโชคไม่ค่อยดีก็ได้ พบน้อยช่างที่รับผิดชอบอาจจะเป็น
สาเหตุจากราคารับทำก็ได้
 
การซ่อมเกียร์เบนซ์ถึงแม้เราจะเปลี่ยนอะไหล่ทั้งหมดก็จริง แต่ก็ขึ้นกับฝีมือช่างที่ทำด้วยว่าจะเข้าใจงานขนาดไหน ถ้าเจอช่างมันเถอะถึงจะใช้ของแท้ทุกชิ้นทำออกมาก็ไม่ดีครับ ยังงัยเอาใจช่วยให้เจอช่างอาชีพมีความรับผิดชอบครับ
 
ขอบคุณทั้ง2ท่านนะครับ
ที่ช่วยคอมเมนต์มาซึ่งเป็นประโยชน์ต่อความเข้าใจเป็นอย่างยิ่ง
อาการคงจะเป็นอย่างทึคุณคอฟฟี่คัฟตอบมา กระผมก็เข้าใจอย่างที่ว่าครับ
ของเเพงคงไม่เปลี่ยนให้ อาการเสียงจึงยังคงอยุ่
ยังหาเวลาไปคุยกะช่างไม่ได้ครับออกงานต่างจว.

แต่ตอนนี้ก็ขับรถได้อย่างมีความสุบพอสมควร
กดเป็นมาครับ อัตราเร่งติดเท้าดี
แต่กินแกศมากขึ้น สังเกตุอยู่ครับ
 
Back
Top