124 มีสมชท่านใดใช้ NGV บ้างครับ

knine

New member
มีสมชท่านใดใช้ NGV กับ 124 E220 บ้างหรือเปล่าครับ ใช้แล้วเป็นงัยบ้างครับ พอดีอยากหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจติดตั้งครับ ขอบคุณครับ:n20:
 
มีสมชท่านใดใช้ NGV กับ 124 E220 บ้างหรือเปล่าครับ ใช้แล้วเป็นงัยบ้างครับ พอดีอยากหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจติดตั้งครับ ขอบคุณครับ:n20:

LPG มีข้อดี มากกว่า ข้อเสีย และดีกว่า NGV ครับ

ยังไม่ติดก็รอดไป หา LPG ดีกว่า
 
มีสมชท่านใดใช้ NGV กับ 124 E220 บ้างหรือเปล่าครับ ใช้แล้วเป็นงัยบ้างครับ พอดีอยากหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจติดตั้งครับ ขอบคุณครับ:n20:

ngv ข้อดีคือ ก้าช ราคาถูกกว่า lpg คับ
นอกนั้นมองข้อดีไม่ออก
lpg ข้อดีมากมาย เ่ท่าที่รู้
ชุดแก็สติดตั้งถูกกว่า
หาเติมง่ายกว่า
เครื่องสึกหรอน้อยกว่า
อัตราเร่งดีกว่า
ขับเหมือนน้ำมัน
เติมทีขับได้ 250-450 กม.แล้วแต่ขนาดถัง แต่ ngv เติมที ได้แค่ 100 กม.นิดๆๆ
ช่วงล่างสึกหรอน้อยกว่า เพราะ ngv ถังแก๊ซหนักว่า ช่างล่างหลังจึงรับน้ำหนักมาก สึกหรอเร็ว
ส่วนอย่างอื่นรอพี่ๆเซียนมาตอบ
 
ขอเพิ่มอีกข้อครับ จริงๆแล้ว NGV ไม่ได้ถูกและประหยัดกว่า LPG เลยครับ เพราะถึงเวลาที่ NGV หมดแล้วต้องใช้น้ำมันวิ่งจนกว่าจะหาปั้มเจอเนี่ย แถมต้องต่อคิวยาวเป็นหางว่าว ยิ่งถ้าออก ตจว แล้ว รับรองค่าน้ำมันที่วิ่งหาปั้ม NGV บานเลยครับ จากประสบการคนเคยใช้ครับ
 
เพื่อนเคยติด แรกๆบอกประหยัด ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็น LPG แล้ว เพราะ
1. วิ่งได้ระยะทางน้อยกว่า ไปไหนไกลๆต้องมองหาเป้าหมายเพื่อเติมอยู่เรื่อย
2. เจอปั๊มแล้วต้องรอนานมากๆกว่าจะได้เติม
3. อัตราการสึกหรอของรถสูงกว่า การซ่อมบำรุงจะสูงกว่า
4. อื่นๆอีกมากมาย

ถ้าเส้นทางที่เราใช้ประจำ ต้นทาง-ปลายทางไม่มีปั๊มไม่น่าติด ถึงแม้มีก็ดูใจตัวเองว่าเยือกเย็นพอที่จะรอๆๆๆได้หรือไม่ ความเห็นส่วนตัวของผมNGVไม่เหมาะสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเพราะมันบรรจุได้น้อย มันเหมาะสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่เติมทีแทบหมดปั๊ม เพื่อนเคยเล่าให้ฟังขำๆมีอยู่ครั้งเติมได้แค่10บาทเพราะโดนรถใหญ่ดูดไปหมดสุดท้ายก็ต้องวิ่งน้ำมันแบกถังหนักๆทำให้เปลืองกว่าเดิมอีก
 
เรื่องจริงของ NGV

เรื่องจริงของ NGV

1. NGV ได้เปิดกระโปรงเติมระบายความร้อนในห้องเครื่อง อย่างน้อยๆ ก็ 5 นาทีขณะเติม
2. มีเวลายืดเส้นยืดสายระหว่างรอคิวต่างจังหวัดอย่างต่ำก็ 20 นาทีขึ้นครับ
3. โชคดีเจอคำว่าก๊าซหมด หรือคิวยาว เราก็รับบัตรคิวแล้วนั่งกินข้าวรอเค้าจะเรียกคิวประกาศลั่นปั้มเลยครับ
4. 1 ถังวิ่งได้ 140 โลอย่างต่ำครับ ไม่ว่าจะเป็นถัง 70 หรือ 100 ลิตร ครับ (ใส่แบบไหนท้ายก็ห้อยชัวร์ครับ) รถท่านจะดูหยิ่งในทันที(หน้าเชิดตลอด)
5. ต่างจังหวัดถ้าขึ้นเหนือไปเชียงใหม่ เชียงรายนี่เกินจังหวัดนครสวรรค์อย่าหวังจะได้เติมครับ มีแต่ปั้มไม่มีก๊าซครับ (รถท่านจะได้ใช้น้ำมันวิ่งตลอดยันเชียงใหม่ เชียงราย+แบกถังเปล่าน้ำ 100 กิโลเป็นการออกกำลังกายครับทั้งไปและกลับยันนครสวรรค์ ถ้าดวงดีก็มีโอกาสได้เติมก๊าซครับแต่อย่าดีใจไป เติมได้เต็มถังวิ่งไปอีก200-240 โลก็หมดถังครับท่านก็ต้องใช้น้ำมันวิ่งต่ออีก)
6. ตาท่านจะมองที่สวิตช์บอกระดับก๊าซอยู่ตลอดเวลาว่าเหลือกี่เม็ด

วิธีที่จะทำให้เติมก๊าซได้เร็วที่สุดคือ
1. ระหว่างทางพยายามมองท้ายรถคันอื่นว่ามีแปะคำว่า CNG หรือไม่ถ้ามีให้รีบแซงก่อนถึงปั้มท่านจะได้เติมเร็วขึ้น 5 นาที
2. อย่าไปต่อคิวในแถวที่มีรถตู้ เพราะรอนาน รถตู้มันหลายถังครับ
3. ใน กทม. ก็เติมตอนเช้าเอา ระหว่างวันก็อย่าไปเติมตอนช่วงเวลาแท๊กซี่เค้าเปลี่ยนกะ

มาดูข้อดีกันบ้าง
1. ในเรื่องราคาครับถ้ารัฐช่วยขึ้นเต็มที่ก็ 15-16 บาท ครับ
2. ไม่มีกลิ่นเหม็นเหมือนแอลพีจีครับ
3. เสียภาษีถูก เครื่องยนต์ 2.3 เสียภาษี 1,500 บาทกว่า เครื่องยนต์ 1.5 เสียภาษี 800 กว่าบาท
 
Last edited:
เพื่อนเคยติด แรกๆบอกประหยัด ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็น LPG แล้ว เพราะ
1. วิ่งได้ระยะทางน้อยกว่า ไปไหนไกลๆต้องมองหาเป้าหมายเพื่อเติมอยู่เรื่อย
2. เจอปั๊มแล้วต้องรอนานมากๆกว่าจะได้เติม
3. อัตราการสึกหรอของรถสูงกว่า การซ่อมบำรุงจะสูงกว่า
4. อื่นๆอีกมากมาย

ถ้าเส้นทางที่เราใช้ประจำ ต้นทาง-ปลายทางไม่มีปั๊มไม่น่าติด ถึงแม้มีก็ดูใจตัวเองว่าเยือกเย็นพอที่จะรอๆๆๆได้หรือไม่ ความเห็นส่วนตัวของผมNGVไม่เหมาะสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเพราะมันบรรจุได้น้อย มันเหมาะสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่เติมทีแทบหมดปั๊ม เพื่อนเคยเล่าให้ฟังขำๆมีอยู่ครั้งเติมได้แค่10บาทเพราะโดนรถใหญ่ดูดไปหมดสุดท้ายก็ต้องวิ่งน้ำมันแบกถังหนักๆทำให้เปลืองกว่าเดิมอีก

เติมได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแรงดันของปั้มนั้นครับ ถ้าเติมปั้มแนวท่อได้เนื้อก๊าซเยอะเต็มถังชัวร์
ถ้าไปเติมตามปั้มลูก(ปั้มที่เป็นตู้คอนเทนเนอร์) แล้วสังเกตุเค้าเปิดใช้หัวจ่ายทุกหัว รถท่านจะเติมได้น้อย
 
งั้นมาช่วยเรียบเรียง

NGV
ข้อดี
- ราคาต่อลิตร ถูกกว่า LPG (ตอนนี้) เมื่อคิดค่าใช้จ่ายต่อระยะทางยังถูกกว่า

ข้อเสีย
- ค่าติดตั้งแพงกว่า
- ถังหนักมาก มีแต่แบบแคปซูล ท้ายห้อยและทำให้สมรรถณะลดลง การขับขี่ยวบยาบ ช่วงล่างเสื่อมเร็ว ปรับปรุงแก้ไขได้ยาก
- เติมครั้งนึงวิ่งได้น้อย และเติมนาน ทำให้รอคิวนาน และบางทีก็อดเพราะหมด
- กำลังน้อยกว่า แม้จะมีค่าออคเทนสูงถึง 120 (ทนกำลังอัดสูงกว่า) แค่ให้กำลังต่อหน่วยน้อยสุด จึงกินมากกว่า แต่ด้วยราคาที่ถูกกว่า จึงดูเหมือนประหยัดกว่า
- เผาไหม้ที่ความร้อนสูงกว่า หัวเทียนจึงไปเร็ว เครื่องเสื่อมเร็วกว่า

LPG
ข้อดี
- โครงสร้างใกล้เคียงน้ำมันเบนซิน ให้พลังงานต่อหน่วยน้อยกว่าเบนซิน แต่มากกว่า NGV จูนให้วิ่งใกล้เคียงน้ำมันมาก
- เติมง่าย ใช้เวลาไม่นาน เติมครั้งนึงวิ่งได้เหมือน ๆ กับน้ำมัน (ขึ้นกับความจุของถัง)
- ปั๊มมีทั่วประเทศ ถนนสายหลักมีตลอดทาง
- ถังมีทั้งแคปซูล โดนัท เลือกขนาดได้ ถังเปล่าหนักประมาณ 20 กิโล รวมน้ำหนักแก๊สก็ประมาณ 30 กิโล เหมือนบรรทุกคนหุ่นดี ๆ อีกคนนึง
- ออคเทน 105 แม้จะน้อยกว่า 120 แต่ก็มากกว่า 97 ตามสเปครถ (มากกว่าหรือ 97 ก็พอ มากกว่านี้ไม่มีประโยชน์มากนัก)
- ค่าติดตั้งถูกกว่า มีหลากหลายยี่ห้อ
- แม้ช่วงล่างจะด้อยประสิทธิภาพลง แต่พอที่จะปรับปรุงได้ และมีความคงทนพอ บางกรณีติดถังโดนัท บางคันก็แทบไม่ต้องทำช่วงล่างเพิ่ม
- แม้จะเผาไหม้ที่อุณหภูมิสูงกว่าเบนซิน แต่ก็ไม่มากเท่า NGV การสึกหรอแทบจะปกติ

ข้อเสีย
- ราคาต่อหน่วยแพงกว่า NGV แถมคิดจะขายราคาตลาดโลก คือ ประมาณ กิโล ละ 30 บาท หรือ ลิตรละ 18 บาท ตอนนี้แถว ๆ 12-13 บาท
- โดยค่อนแคะด่าว่า โดย ปxx. รัฐบาล และบางคนที่ไม่รู้ข้อมูล ทั้ง ๆ ที่คนที่ใช้เยอะคือ โรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ และ เครือ ปxx. นี่แหละ (ปิโตรเคมี) แล้วให้คนเติมน้ำมันมาอุ้มทั้งหมด แล้วโยนความผิดให้คนใช้แก๊ซเติมรถ
- โดนโจมตีเรื่องความไม่ปลอดภัย ทั้ง ๆ ที่รถ Taxi วิ่งกันทั่ว กทม. และฝรั่งเป็นคนคิดค้นระบบแก๊ส ใช้กันทั่วโลก

ข้อมูลเพิ่มเติมเล็กน้อย
http://www.gasthai.com/article/html/22.html

ขอทิ้งท้ายว่า น้ำมันเบนซินนี้แหละตัวเลี้ยงบ่าวาล์วที่ดี ราคาถูก ไม่ต้องหาน้ำยาเลี้ยงบ่าวาล์วที่ไหน มาติดเพิ่ม ใช้เบนซินสตาร์ท วิ่งจนตัดแก๊ส ปรับให้นานหน่อย เช่น ตัดแก๊สที่อุณหภูมิ 70 (แล้วแต่โปรแกรม) เพราะส่วนมากจะตั้งตัดที่ 40-50 โดยเฉพาะรถยุ่น แต่ของ Benz อุณหภูมิขึ้นเร็วมาก ๆ แป้บเดียว 60 แล้ว ขนาดตั้งที่ 70 วิ่งไม่กี่กิโลก็ตัดแก๊สแล้ว
 
Last edited:
สำหรับผม แนะนำ lpg ดีกว่าครับ เพราะเติมได้เยอะกว่าและมีถังให้เลือกหลากหลายกว่า ที่สำคัญ น้ำหนักเบาสุดๆ ครับ ขอบคุณครับ
 
รถผม w124 e220 ปี 95 ครับ ติดก๊าซ NGV หัวฉีด ที่สหเฮงได้มาประมาณเกือบ 5-6ปี แล้ว เป็นแบบหัวฉีดและถังจุ 100 ลิตร ผมใช้ขับไป-กลับ บ้านและมหาลัยทุกวัน (รัชดา-บางเสาธง(เอแบคบางนา) วันละ 110 กิโลเมตรครับ
เติมเต็มถังวิ่งได้ 204-210 กิโลเมตร พอดีมีปั๊มใกล้กับมหาลัย ก่อนกลับบ้านก็เติมจากแถวบางนาไม่มีคิว กลับบ้านสบายๆ

ช่วงล่างผมเดิมๆ ของเดิมๆเลย และท้ายรองสเปเซอร์ที่สปริง ทำให้ท้ายไม่ห้อย
โดยรวมออกตัวไม่อืด แต่ ไม่เท่าน้ำมัน
วิ่งยาวๆ ทำความเร็วได้ดี ไม่มีงอแง แต่ต้องจูนดีๆ ผมไปจูนมา 4 ครั้ง จอด ออกตัว ไม่มีสะอึก ไม่มีงอแง

ข้อเสียในด้านของผมคือ
เหมือนด้านหน้า มันกระเทือนกว่าก่อนติดก๊าซ เท่าที่จำความได้ เพราะติดมานานแล้ว และตอนนั้นยังเด็กอยู่ T^T

ข้อดี
ประหยัด และผมไม่ต้องรอคิวจึงเหมือนเติมน้ำมัน เพราะไป-กลับยังเหมือนก๊าซตั้งครึ่งถัง จึงเติมครั้งนึงไม่เกิน 2-3 นาที และไม่เกินครั้งละ 100 บาทครับ
 
ขอเตือนนะครับ


L P G เป็นตัวเลือกสุดท้าย ทั้งประหยัดหลายประการ

1 ช่วงล่าง ไม่ต้องทำมาก ไม่เสียง่าย ยืดอายุการซ่อม

2เวลาที่รอเติม คิวยาวมาก พอถึงคิวแก็สหมดอีก

3วิ่งต่างจังหวัดไม่กังวล ไม่เปลืองนัำมันวิ่งหา หรือรอปั้ม เลยกทม. 200กม.ขึ้นไป
หายากกว่าร่อนทองอีก

4 สิ้นเปลืองพอ ๆ กับ เอ็นจีวี แต่ถ้าคิดรวมวิ่งนัำมันหาปั้ม ก็จะถูกกว่า เอ็นจีวี

5 ถ้าเป็นผม จะเชื่อผู้ใหญ่ที่เกิดก่อน

( ผมใช้เฉพาะ L P G มาประมาณ 6 คันแล้วรู้ดีว่าคุ้มกว่า
N G V แน่นอนอย่างยิ่งครับ อัลติส 2 คันวิ่งเป็นแสนกิโลยังไม่ซ่อม ซิตืั 6 หมื่นกว่าโล ขายก่อน )
ขณะนี้ใช้ 190 E 2.3 W 124 E 280 ของลูกชาย Mazda 2 ก็ยังใช้ L P G ทุกคันครับ
 
เพื่อน ๆ เคยบอกผมว่า "ถ้าสติยังดีอยู่ กรุณาลืม NGV ไปได้เลย" ครับ. ฮาาาาาาา
 
กำลังจะเชียร์ LPG แต่เมื่อทวนคำถาม ก็พบว่า พี่ ๆ ทุกท่านรวมทั้งผมด้วย ตอบไม่ตรงคำถามครับ
จขกท ถามหา สมาชิก ที่ใช้ 124 ติด NGV แต่พวกเรา LPG ล้วน ๆ
มีพี่ worawuta มี NGV แต่เป็นอัลติสก็ไม่เข้าข่ายครับ
แซวนะครับ :n30: คิดว่า จขกท คงได้คำตอบแล้ว โชคดีครับ
 
กำลังจะเชียร์ LPG แต่เมื่อทวนคำถาม ก็พบว่า พี่ ๆ ทุกท่านรวมทั้งผมด้วย ตอบไม่ตรงคำถามครับ
จขกท ถามหา สมาชิก ที่ใช้ 124 ติด NGV แต่พวกเรา LPG ล้วน ๆ
มีพี่ worawuta มี NGV แต่เป็นอัลติสก็ไม่เข้าข่ายครับ
แซวนะครับ :n30: คิดว่า จขกท คงได้คำตอบแล้ว โชคดีครับ

รถผม W124 230E NGV ครับ ที่ผมตอบด้านบนคือเรื่องจริงทั้งหมดครับ
วิ่ง กทม. ไม่น่ากลัวปั้มเยอะถ้ารอคิวได้ แต่ต่างจังหวัดก็แบบที่บอกด้านบน เกินนครสวรรค์ไปก็อย่าหวังจะได้เติมเลยครับ

มันเหมาะกับคนที่ใช้รถวิ่งวันนึงไม่มากเท่าไหร่ มีเส้นทางที่ใช้เป็นเส้นทางตายตัว มีปั้ม เอ็นไว้บริการ รัสหมี 140-200 กม. +- สบายๆ ครับ
ส่วนตัวผมไม่ค่อยเดือนร้อนเพราะผมเติมช่วง ตี 5.30 ก่อนมาทำงาน 3 วันเติมที ไม่ต้องไปแย่งคิวกับใครครับ กม. ละ 0.80-1 บาท ถือว่าประหยัดมากครับ
 
รถผม W124 230E NGV ครับ ที่ผมตอบด้านบนคือเรื่องจริงทั้งหมดครับ
วิ่ง กทม. ไม่น่ากลัวปั้มเยอะถ้ารอคิวได้ แต่ต่างจังหวัดก็แบบที่บอกด้านบน เกินนครสวรรค์ไปก็อย่าหวังจะได้เติมเลยครับ

มันเหมาะกับคนที่ใช้รถวิ่งวันนึงไม่มากเท่าไหร่ มีเส้นทางที่ใช้เป็นเส้นทางตายตัว มีปั้ม เอ็นไว้บริการ รัสหมี 140-200 กม. +- สบายๆ ครับ
ส่วนตัวผมไม่ค่อยเดือนร้อนเพราะผมเติมช่วง ตี 5.30 ก่อนมาทำงาน 3 วันเติมที ไม่ต้องไปแย่งคิวกับใครครับ กม. ละ 0.80-1 บาท ถือว่าประหยัดมากครับ

ขออภัยครับ เข้าใจผิด:bonk: ยืนยันข้อมูลของท่านด้วย วิ่งเส้นทางประจำ เลือกเวลาเติม เพราะน้องผมวิ่งรถตู้ NGV ก็เติมกันทุกวัน ถ้าปั้มที่เติมอยู่แนวท่อ การเติมก็จะสะดวก แรงดันไม่ตกและไม่เจอ "แก้สหมดครับพี่"
จากบ้านผม รัศมี 2 กม. มี LPG 5 ปั้ม NGV 2 ปั้ม
แต่ถ้าวิ่งตจว.หรือออกนอกเส้นทาง โอกาสใช้น้ำมันสูงมากครับ
 
คนเล่นรถกันจริงๆ เค้าไม่เล่น NGV กันครับขนาด NGV ที่ออกจากโรงงานอย่าง W211 NGT คนยังไม่แลเลยครับ เขาไปหารุ่นเบนซิลธรรมดาแล้วยอมเสียค่าติดเองดีกว่า ลองพิจารณาดูให้ดีๆครับ
 
ต่างคนก็ต่างควมคิด เราไม่สามารถไปเปลี่ยนความคิดใครเค้าได้ แต่ท่านเจ้าของกระทู้ก็คงเห็นแล้วว่าเชื้อเพลิงทางเลือกทั้ง 2 ชนิดมีทั้งข้อดีและข้อเสียในตัวของมันเองครับ สะดวกแบบไหนก็ใช้แบบนั้นครับ อนาครถคงเป็นระบบไฟฟ้าหมดแล้วครับ

ด้านราคามันก็ขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจบริหารเค้าจัดการครับ เราเลือกเค้าเข้าไปบริหารแล้ว เราทำอะไรไม่ได้หรอกครับ ถ้าเค้าตรึงราคาแก๊สให้กับแท๊กซี่ รถบ้านปล่อยลอยตัว แล้วท่านจะทำอะไรได้ ก็ต้องยอมรับสภาพกันไปครับ

ทางที่ดีควรทำเป็นเหมือนค่า FT ของการไฟฟ้าครับ ใครใช้เยอะก็จ่ายเยอะ ผมว่ามันแฟร์ดีครับ ไม่เห็นมีใครบ่นหรือออกมาประท้วงซักคน คนใช้น้อยได้ใช้ไฟ ใช้น้ำฟรี คนใช้เยอะก็จ่ายกันไป ถ้ารัฐบาลยังตรึงราคาเชื้อเพลิงทุกชนิดแบบนี้ ทรัพยากรของประเทศก็หมดร่อยหลอเร็วขึ้น จนต้องนำเข้า รถกระบะดีเซล 200 แรงม้า(ราคา 1 ล้านหรือเกือบล้าน) ราคาดีเซลตรึงไว้ที่ 29 กว่า ไม่ให้เกิน 30 บาท เอาส่วนนั้นมาอุดส่วนนี้ คนจนธรรมดาจะมีเงินซื้อรถกะบะราคาเป็นล้านไหมครับ คนพวกนี้คงไม่ซื้อรถแรงๆ มาขับแค่ร้อย 120 หรอก (มันเผาน้ำมันทิ้งชัดๆ) พ่อค้าคนจนขับรถเร่ขายของก็ใช้กะบะเก่าๆ ก็จ่ายค่าน้ำมันลิตรละ 29 บาทเท่ากัน (พ่อค้าขับรถไม่เร็วขายของไม่เรื่อยๆ ก็ต้องจ่ายเท่ากัน) กองทุนน้ำมันก็ต้องใช้เอาเงินส่วนอื่นมาชดเชย กลับกันแอลพีจี 1 ถังรถยนต์ สามารถเอามาใช้ทำกับข้าวกันตามบ้านได้อย่าต่ำหลังละ 1-2 เดือนต่อถังเป็นอย่างต่ำ มีคำถามว่า "คนเล่นรถทุกคน" ต้องกินข้าวกันทุกคนไหม แล้วทำไมเราถึงไม่ช่วยกันประหยัดล่ะ เราไม่สามารถเอา NGV มาทำกับข้าวได้ อีกทั้งเตาถ่านเค้าก็เลิกใช้กันหมดแล้ว บางบ้านไม่มีถังแก๊สไม่เถียงครับ แต่ร้านอาหารที่ไหนย้างทำกับข้าวไม่ใช้เตาแก๊ส เพราะฉะนั้นจะขึ้นก็ขึ้นไปแต่ขอให้คิดเป็นอัตราส่วนจ่ายตามจริงที่ใช้

ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ จ่ายตามจริงผันแปรตามจำนวนที่ใช้ของแต่ละท่าน แต่เชื้อเพลิงนี่ไม่เปนเช่นนั้น คนรวย คนจน คนใช้มาก จ่ายราคาเดียวกันหมด ฐานภาษียังจ่ายตามจริง คนมีรายได้มากก็เสียภาษีมาก ถ้าไม่อยากเสียภาษีก็เอาเงินไปบริจาคได้ใบรถหย่อนภาษีเอามาลดภาษีถือว่าเป็นการทำบุญไปในตัว กลับกันคนที่ใช้เชื้อเพลิงเยอะแสดงว่ามีรายได้เยอะ แล้วมันยุติธรรมไหมกับคนที่ใช้น้อย ในโลกนี้มีไหมที่การทำธุรกิจในระบบเอกชนแล้วขาดทุนแล้วบริษัทสามารถอยู่ได้โดยไม่เจ็ง

ผมเชื่อว่าคนทำดีทุกคนย่อมได้ดี คงโกงกินเวรกรรมมันก็ตกอยู่ที่เค้า ใครไม่รู้ว่าเค้าโกง แต่ตัวเค้าเองนั่นแหละที่รู้ตัวเองดีว่าทำผิดอยู่ซักวันเวรกรรมก็จะตามทันครับ

เคยสังเกตบ้างไหมรถที่ตามเสด็จในขบวนด้านท้ายรถและด้านหน้ารถจะมีสติกเกอร์สีเขียวๆ แปะอยู่แล้วมีตัวอักษาภาษาอังกฤษคำว่า CNG ครับ
 
w124 e220 ติด NGV มา 7 ปี

ติดตั้งแต่ 2007 ช่วงแรกๆ ชุดรุ่นเก่าจาก PM Gas
วิ่งไป 300,000 โล (ออกตจว ทุก week)
ประหยัดไป > 500kb คำนวณจาก
หักค่าน้ำมันที่ต้องใช้เลี้ยงเครื่องบ้าง และ
หักค่าต้อง maintain เครื่องของรถ ระบบ gas อีกสัก 100kb ไปแล้วนะ
บ้านอยุ่รังสิตมี ปั๊ม CNG ล้อมบ้านในระยะ 2 KM ประมาณ 5 ปั๊ม

500KB สามารถเอาไปซื้อ camry ปี 2011 พร้อมติด CNG อีกครั้ง (+ ส่วนที่ขาย w124) ออกไปได้เลยนะ

เข้าใจบ้านคนยิ่งในเมืองยิ่งหา ปั๊มยากมาก
:)
 
Back
Top